หน้า 1 จากทั้งหมด 3

อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 15 ม.ค. 2014, 12:37
โดย boycamera
สวัสดีครับขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมอายุ40ปีแล้วครับ ปั่นจักรยานมาได้ประมาณ10 เดือนแต่เพิ่งเริ่มจริงจังได้2-3เดือนหลัง
ปรกติปั่นกับกลุ่มน้องๆแถวบ้าน80โล av 33-34,ปั่นเดี่ยวเหลือ31-32 เมื่อวันอาทิตย์่ที่ผ่านมาไปแข่งหมอบ 110โลที่จอมบึงทำเวลาได้ 3ชม35นาที
ปัญหามันอยู่ที่พอปั่นได้ประมาณ40โลเริ่มหลุดกลุ่มแรก ผ่านมา90โลเริ่มหมดแรง,หิว,ล้า,สุดท้ายตะคริวกิน 20โลสุดท้ายปั่นแบบประคอง(ช้ามากๆ)
เข้าเส้นแบบหมดสภาพ(ในขณะที่น้องๆในกลุ่มมันปั่นไปคุยไปเข้า3.08แบบสบาย) :cry: สรุปคือมีคำถามดังนี้

:) ผมควรจะวางแผนการซ้อมอย่างไร ที่จะทำให้สามารถปั่นความเร็วสม่ำเสมอโดยที่ท้ายๆ ไม่หมดแรง
:roll: เวลาซ้อม ควรใช้เกียร์หนักแล้วกดเอา หรือ ควรใช้เกียร์เบาแล้วเล่นรอบขา


เวลาปั่นไปได้ประมาณ 100 โล มักจะหิวแล้วจะหมดแรง ทั้งๆที่ก่อนปั่นก็กินไปพอสมควร
รบกวนขาแรงช่วยแนะนำ้้ด้วยครับ :mrgreen: :mrgreen:

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 15 ม.ค. 2014, 12:44
โดย jump_ai
ต้องกินระหว่างปั่นด้วยครับ ปั่นจักรยานใช้พลังงานเยอะมากน่ะฮ่ะ

ยิ่งขี่เร็วๆด้วย

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 15 ม.ค. 2014, 13:16
โดย thumnoon
แข่ง 110 กม. ต้อง ซ้อม 150 กม. อินเตอร์วัล สลับ แถม ด้วยยืนโยก สลับ

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 15 ม.ค. 2014, 13:33
โดย punya467
ลองเข้าไปอ่านในนี้ครับ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=115384

ห้องร้อยรอบ

ส่วนตัวผมก็อ่านนะครับ แต่ยังไม่มีวินัยพอ เลยฝึกตามได้แบบกระท่อนกระแท่น จอมบึงผมก็ไป เข้าเส้นเวลาก็ใกล้ๆ กับ จขกท เหมือนกันครับ

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 15 ม.ค. 2014, 16:53
โดย ทรงวุฒิ
เรื่องความหิว เข้าใจว่าฝึกแบบ endurance น้อยไปครับ ร่างกายดึงคาร์โบไฮเดรตมา ไม่ดึงไขมันมาใช้ เลยหิว เติมก้อเติมไม่ทันใช้ ระหว่างปั่น ลองหากล้วย เจลกินทุกๆ 30- 45 นาที ครับ ส่วนการฝึก ลองฝึกแบบ Endurance เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้ได้มากขึ้นระหว่างการปั่นครับ

http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... ?qID=10930

บทความน่าสนใจ ยาวหน่อยแต่ลองอ่านดูครับ
รอท่านอื่นมาตอบด้วยครับ ผมก็เพิ่งหัดปั่น จริงๆจังๆ

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 15 ม.ค. 2014, 23:49
โดย ต้อง
-ควรซ้อมเป็นประจำ สม่ำเสมอ ห้ามเร่งกระบวนการของการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อทั้งภายนอกร่างกายและระบบหายใจ จำเป็นต้องใช้เวลาหายปี จึ่งจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น ....อย่าเป็นนักรบวันหยุดเด็ดขาด อาจตายโดยไม่ได้สั่งเสียใคร

-บางคนเก่งขึ้นภายในเวลา 2 เดือนอย่างผิดหูผิดตา .... แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาแข็งแกร่ง เพราะระบบภายใน หรือระบบหายใจนั้น ยังอ่อนแออยู่มาก อาจล้มเหลวได้เฉียบพลัน ....

-(การซ้อมเดี่ยว)..ดังนั้นสรุปว่า ควรสร้างตารางการซ้อมและควรซ้อมอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ ควบคุมทั้งความเร็ว ระยะทาง ระบบหายใจ ให้คงที่ตลอดทั้งทริป เช่น

:!: ทริป 100 โล เมื่อ 30 โลแรกคุณปั่นได้ 35 +++ แต่พอหลังจากนั้นก็เหลือ 28 และค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ จนจบทริป ถ้าเป็นเช่นนี้....ไม่เอาครับ...

:arrow: ทริป 100 โล คุณจะต้องปั่นโดยใช้ความเร็วแรก และ เมื่อจบทริปก็ยังใช้ความเร็วแรกอยู่ โดยที่คุณต้องไม่เหนื่อยมาก....นั้นคือการฝึกซ้อมที่คงที่และสมบูรณ์ครับ...

....... ถ้าทำได้แบบนี้ ภายในระยะเวลา 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผล และ ภายในระยะเวลา 1 ปี ก็จะเห็นผลชัดเจนครับ......

...... ความเห็นของผม เป็นการยกตัวอย่างการซ้อมในเบื้องต้นเท่่านั้น ส่วนรายระเอียดการซ้อม ก็ตามความถนัดส่วนบุคคลครับ ....... :P

:mrgreen: :mrgreen: ........ อย่าปั่นเฆี่ยนกันแค่วันหยุด ชีวิตอาจสิ้นสุดแค่วันนั้นครับ.......... :mrgreen: :mrgreen: .

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 16 ม.ค. 2014, 05:07
โดย soonchai
ต้อง เขียน:-ควรซ้อมเป็นประจำ สม่ำเสมอ ห้ามเร่งกระบวนการของการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อทั้งภายนอกร่างกายและระบบหายใจ จำเป็นต้องใช้เวลาหายปี จึ่งจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น ....อย่าเป็นนักรบวันหยุดเด็ดขาด อาจตายโดยไม่ได้สั่งเสียใคร

-บางคนเก่งขึ้นภายในเวลา 2 เดือนอย่างผิดหูผิดตา .... แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาแข็งแกร่ง เพราะระบบภายใน หรือระบบหายใจนั้น ยังอ่อนแออยู่มาก อาจล้มเหลวได้เฉียบพลัน ....

-(การซ้อมเดี่ยว)..ดังนั้นสรุปว่า ควรสร้างตารางการซ้อมและควรซ้อมอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ ควบคุมทั้งความเร็ว ระยะทาง ระบบหายใจ ให้คงที่ตลอดทั้งทริป เช่น

:!: ทริป 100 โล เมื่อ 30 โลแรกคุณปั่นได้ 35 +++ แต่พอหลังจากนั้นก็เหลือ 28 และค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ จนจบทริป ถ้าเป็นเช่นนี้....ไม่เอาครับ...

:arrow: ทริป 100 โล คุณจะต้องปั่นโดยใช้ความเร็วแรก และ เมื่อจบทริปก็ยังใช้ความเร็วแรกอยู่ โดยที่คุณต้องไม่เหนื่อยมาก....นั้นคือการฝึกซ้อมที่คงที่และสมบูรณ์ครับ...

....... ถ้าทำได้แบบนี้ ภายในระยะเวลา 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผล และ ภายในระยะเวลา 1 ปี ก็จะเห็นผลชัดเจนครับ......

...... ความเห็นของผม เป็นการยกตัวอย่างการซ้อมในเบื้องต้นเท่่านั้น ส่วนรายระเอียดการซ้อม ก็ตามความถนัดส่วนบุคคลครับ ....... :P

:mrgreen: :mrgreen: ........ อย่าปั่นเฆี่ยนกันแค่วันหยุด ชีวิตอาจสิ้นสุดแค่วันนั้นครับ.......... :mrgreen: :mrgreen: .
อันนี้เป็นข้อแนะนำที่น่าสนใจมากๆครับ

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 16 ม.ค. 2014, 08:35
โดย wichanan
วันธรรมดาเป็นไม่ได้เลยที่จะซ้อม 2-3 ชม. สำหรับ ชีวิต มนุษย์เงินเดือนชาวกรุง

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 16 ม.ค. 2014, 08:41
โดย ต้อง
wichanan เขียน:วันธรรมดาเป็นไม่ได้เลยที่จะซ้อม 2-3 ชม. สำหรับ ชีวิต มนุษย์เงินเดือนชาวกรุง
....." เทรนเนอร์ " คือทางออกครับ และผมก็ทำเช่นนั้น ..... เล่นรอบขา และควบคุมระบบหายใจ เพียงวันละ 40 นาที ทำ วัน เว้น วัน .... เพียงเท่านี้ครับ ก็จะทำให้ระบบทั้งระบบของร่างกาย อยู่ตัวครับ.... :mrgreen:

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 16 ม.ค. 2014, 10:05
โดย boostup
ผมว่าต้องมีเทรนเนอร์ครับ
ก่อนอื่นต้องฝึกรอบขาขั้นพื้นฐานก่อน จะทำให้ควงคาเนียน ไม่ทำให้กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งล้าไปก่อน และ ระบบการหายใจจะดีขึ้น
อันดับต่อไปต้องฝึกความทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ผมฝึกโดยใช้เกียร์หนัก คุมฮาร์ทเรต ต่อเนื่องนานๆ

สองอย่างนี้ผมฝึกบนเทรนเนอร์ วันละ 40-75 นาที อาทิตย์เดียวต่อเนื่อง แล้วออกปั่นถนนยาวๆสักวัน ไปกลุ่มหรือเดี่ยวก็ได้
ผมทำแบบนี้เห็นผลชัดเจนครับ

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 16 ม.ค. 2014, 10:10
โดย AeK-WS
soonchai เขียน:
ต้อง เขียน:-ควรซ้อมเป็นประจำ สม่ำเสมอ ห้ามเร่งกระบวนการของการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อทั้งภายนอกร่างกายและระบบหายใจ จำเป็นต้องใช้เวลาหายปี จึ่งจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น ....อย่าเป็นนักรบวันหยุดเด็ดขาด อาจตายโดยไม่ได้สั่งเสียใคร

-บางคนเก่งขึ้นภายในเวลา 2 เดือนอย่างผิดหูผิดตา .... แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาแข็งแกร่ง เพราะระบบภายใน หรือระบบหายใจนั้น ยังอ่อนแออยู่มาก อาจล้มเหลวได้เฉียบพลัน ....

-(การซ้อมเดี่ยว)..ดังนั้นสรุปว่า ควรสร้างตารางการซ้อมและควรซ้อมอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ ควบคุมทั้งความเร็ว ระยะทาง ระบบหายใจ ให้คงที่ตลอดทั้งทริป เช่น

:!: ทริป 100 โล เมื่อ 30 โลแรกคุณปั่นได้ 35 +++ แต่พอหลังจากนั้นก็เหลือ 28 และค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ จนจบทริป ถ้าเป็นเช่นนี้....ไม่เอาครับ...

:arrow: ทริป 100 โล คุณจะต้องปั่นโดยใช้ความเร็วแรก และ เมื่อจบทริปก็ยังใช้ความเร็วแรกอยู่ โดยที่คุณต้องไม่เหนื่อยมาก....นั้นคือการฝึกซ้อมที่คงที่และสมบูรณ์ครับ...

....... ถ้าทำได้แบบนี้ ภายในระยะเวลา 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผล และ ภายในระยะเวลา 1 ปี ก็จะเห็นผลชัดเจนครับ......

...... ความเห็นของผม เป็นการยกตัวอย่างการซ้อมในเบื้องต้นเท่่านั้น ส่วนรายระเอียดการซ้อม ก็ตามความถนัดส่วนบุคคลครับ ....... :P

:mrgreen: :mrgreen: ........ อย่าปั่นเฆี่ยนกันแค่วันหยุด ชีวิตอาจสิ้นสุดแค่วันนั้นครับ.......... :mrgreen: :mrgreen: .
อันนี้เป็นข้อแนะนำที่น่าสนใจมากๆครับ
พอจะแนะนำหรือวางตารางซ้อมให้หน่อยได้มั้ยครับ ผมกำลังฝึกแบบ Endurance อยู่ ปั่นเกือบทุกวัน หยุดวันจันทร์ประจำ
ระยะทาง 30 , 60 ,80 แล้วแต่วันกับอารมณ์ครับ ฮ๋าๆๆๆๆๆๆ บางวันก็ซ้อมขึ้นเขาครับ
ปั่นแบบช้าๆประมาณ 25-30 แค่นี้หัวใจผมก็เต้นโซน 3 ปลายๆ แล้วครับ ถ้าเกินนี้ หัวใจไปโซน 4 ครับ
ตอนนี้เลยหันมาฝึก Endurance แบบจริงๆจังๆ

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 16 ม.ค. 2014, 10:17
โดย AeK-WS
ผมขออนุญาตถามเพิ่มครับ

ใน 1 อาทิตย์ เราควรจะซ้อมตามตารางบนเทรนเนอร์สัก 5 วัน แล้วลงถนน 1 วัน อีก 1 วันพัก

หรือ

ลงซ้อมบนถนนทั้ง 6 วัน แล้ว 1 วันพักดีครับ

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 17 ม.ค. 2014, 09:32
โดย cyberdej
เห็นด้วยเป็นอย่ายิ่งครับ :mrgreen:
ต้อง เขียน:-ควรซ้อมเป็นประจำ สม่ำเสมอ ห้ามเร่งกระบวนการของการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อทั้งภายนอกร่างกายและระบบหายใจ จำเป็นต้องใช้เวลาหายปี จึ่งจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น ....อย่าเป็นนักรบวันหยุดเด็ดขาด อาจตายโดยไม่ได้สั่งเสียใคร

-บางคนเก่งขึ้นภายในเวลา 2 เดือนอย่างผิดหูผิดตา .... แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาแข็งแกร่ง เพราะระบบภายใน หรือระบบหายใจนั้น ยังอ่อนแออยู่มาก อาจล้มเหลวได้เฉียบพลัน ....

-(การซ้อมเดี่ยว)..ดังนั้นสรุปว่า ควรสร้างตารางการซ้อมและควรซ้อมอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ ควบคุมทั้งความเร็ว ระยะทาง ระบบหายใจ ให้คงที่ตลอดทั้งทริป เช่น

:!: ทริป 100 โล เมื่อ 30 โลแรกคุณปั่นได้ 35 +++ แต่พอหลังจากนั้นก็เหลือ 28 และค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ จนจบทริป ถ้าเป็นเช่นนี้....ไม่เอาครับ...

:arrow: ทริป 100 โล คุณจะต้องปั่นโดยใช้ความเร็วแรก และ เมื่อจบทริปก็ยังใช้ความเร็วแรกอยู่ โดยที่คุณต้องไม่เหนื่อยมาก....นั้นคือการฝึกซ้อมที่คงที่และสมบูรณ์ครับ...

....... ถ้าทำได้แบบนี้ ภายในระยะเวลา 2 เดือน ก็จะเริ่มเห็นผล และ ภายในระยะเวลา 1 ปี ก็จะเห็นผลชัดเจนครับ......

...... ความเห็นของผม เป็นการยกตัวอย่างการซ้อมในเบื้องต้นเท่่านั้น ส่วนรายระเอียดการซ้อม ก็ตามความถนัดส่วนบุคคลครับ ....... :P

:mrgreen: :mrgreen: ........ อย่าปั่นเฆี่ยนกันแค่วันหยุด ชีวิตอาจสิ้นสุดแค่วันนั้นครับ.......... :mrgreen: :mrgreen: .

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 17 ม.ค. 2014, 11:13
โดย pairuch
ต้องซ้อมๆๆๆ... :) + กินอาหารที่มีประโยชน์ + พักผ่อนให้เพียงพอ
ทำอย่างนี้ให้เป็นประจำ.. :D

Re: อยากพัฒนาตัวเองต้องทำอย่างไรบ้างครับ

โพสต์: 17 ม.ค. 2014, 12:21
โดย lucifer
คำถามแรก คือ คุณจริงจังแค่ไหน เน้นออกกำลังกาย หรือ เล็งเลิศหวังผล
จักรยานเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความอดทน ต้องอาศัยการสร้างพื้นฐาน และต้องอาศัยเวลา
ต้องไม่ลืมว่าจักรยานอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ทั้งชีวิตไม่ได้มีเฉพาะแค่จักรยานนะครับ

เพราะการจะขึ้นไปถึงระดับที่หลายๆคนคาดหวังนั้น มันต้องใช้เวลามาก
อายุเป็นอุปสรรคที่สำคัญ อายุมากขึ้นก็มีกำลังสำรองลดลง ถ้าจะสร้างและพัฒนากำลังสำรอง ก็ต้องอาศัยระยะเวลาในการฝึกซ้อมและสะสมมากกว่าคนทีี่มีอายุน้อยกว่า

คำตอบสำหรับคำถามแรกนะครับ ถ้าคุณจริงจังและคาดหวังการฝึกฝนที่ตรงทางที่สุด ( การฝึกจักรยานไม่มีทางลัด มีแต่เดินให้ตรงทาง กับเดินอ้อมที่ใช้เวลาเยอะกว่าจะถึง) แนะนำให้ทำความรู้จักกับ power meter เพราะมันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด แต่ความคุ้มค่าที่สุดนั้น จะต้องแลกมาด้วยการใช้เวลาในการฝึกซ้อมจริงๆจังๆกับมัน

power meter ทำให้เรารู้ขีดจำกัดของตัวเรา และพัฒนาขีดจำกัดนั้นให้สูงขึ้นไปได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังสามารถพัฒนาได้ ( ตรงนี้บอกไม่ได้เหมือนกันว่าแค่ไหนถึงจะตันนะครับ )

ผมกลับมาเริ่มต้นเคาะสนิมปั่นจักรยานใหม่อีกครั้งก็ราวๆเดือนเมย.ปี 54 อายุก็ย่างเข้า 50ปีหละ อาศัยความรู้เดิม เอามาจัดวางลักษณะการปั่นโดยใช้ HRM และเน้นปั่น endurance ได้ไม่กี่เดือน ก็เข้าหน้าฝน ก็ต้องย้ายมาปั่นบนเทรเนอร์ ซึ่งก็เรียกว่า ออกจะไปทางสะเปะสะปะซะมากกว่า จนกระทั่งต้นๆปี 55 ก็เริ่มยอมลงทุนกับ power meter จากนั้นก็เริ่มวางโปรแกรมการฝึกซ้อมตามตำราที่เคยอ่านๆมา แต่เน้นหนักไปทาง endurance เพียงอย่างเดียว ปั่นเดี่ยว และเพิ่มระยะทางไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายไปจบที่ 50 กม. ในลักษณะปั่นต่อเนื่อง คุมpowerไว้ในระดับที่เราต้องการ ผ่านไป 1 ปี ก็สามารถยืนระยะ 50 กม.ได้อย่างสบายๆ ปั่นเดี่ยวไปกลับ ถัวกัน ( ไปตามลม กลับทวนลม หรือ ไปตามลม กลับทวนลม ) AVg ก็มาป้วนเปี้ยนแถวๆ 30-31 นานๆจะไปเข้ากลุ่มปั่นกับขาโหด เพื่อเป็นการฝึกระดับ anaerobic บ้าง แก้อาการน่าเบื่อหน่ายจากการปั่นเดี่ยว

เข้าหน้าฝนก็ขึ้นเทรนเนอร์ คราวนี้ปั่นแบบมีรสชาดเหมือนซดกาแฟขมปี๋ ด้วยการจัด Interval จบคอร์ส 6 สัปดาห์ FTP เพิ่มขึ้นมาอีก 10 % ฝนซาแล้ว เข้ากลุ่มใหม่ งวดนี้รับรู้ถึงการพัฒนาได้อีกระดับหนึ่ง แต่พอปั่นโหดๆกับกลุ่มได้พักหนึ่ง ก็โทรม รู้เลยว่าพื้นฐานแค่ 1 ปีเศษๆสำหรับการเน้น Endurance กับคนวัย 50 ปี มันยังน้อยเกินไป

จะอย่างไรก็ตาม Endurance training ก็ยังเป็นหัวใจของทั้งหมด จะปั่นมากี่ปีก็ช่าง ถ้าไม่เคยเน้นEnduranceเลย ก็ไม่มีทางยืนระยะได้ ไม่มีทางต่อยอดได้ เหมือนกับสร้างตึกสูง แต่ไม่ลงเข็ม ไม่ก่อฐาน พอสูงขึ้นไปสักหน่อยก็โค่นลงมาเอง


ทุกวันนี้ผมก็ยังเน้นปั่น Endurance เป็นส่วนใหญ่ สลับกับ Tempo บ้างเป็นครั้งคราว ระมัดระวังไม่ให้ HR ทะลุเกิน 80%HRR แค่นี้ผมก็ปั่นเดี่ยวต่อเนื่องแทบจะไม่พัก ( พักคือหยุดรอกลับรถในช่วงขากลับไม่น่าจะเกิน 1 นาที สังเกตได้เลยว่าทันทีที่พัก หัวใจที่เต้นแถวๆ 70-80 %HRR ตอนยกบันไดเข้ามาหาที่กลับรถ มันไต่ลงไปเหลือแถวๆ 60%HRR อย่างรวดเร็ว :mrgreen: ) ได้ตลอดระยะทาง 62-63 กม.ได้สบายๆ เรียนรู้วิธีการจัดท่า การหมอบ ( การปั่น endurance โดยเน้นระยะทางและระยะเวลา จะเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับcore muscle ของร่างกายไปอย่างช้าๆ โดยที่เราอาจจะไม่ทันสังเกตอะไร ) ยิ่งหมอบได้ดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำความเร็วเพิ่มขึ้นโดยออกแรงปั่นเท่าเดิม , aerodynamics เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะที่ระดับความเร็วตั้งแต่ 30 กม.ต่อชม.ขึ้นไป

ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ผมเริ่มเพิ่มระยะทางและเวลา โดยยังปั่นจันทร์ถึงศุกร์ ประมาณ 3-4ครั้ง ๆละประมาณ 2 ชม. แบบต่อเนื่อง ระยะทางอยู่ที่แถวๆ 62-64 กม. ถ้าวันไหนรู้สึกยังไม่หายล้าตัวจากวันวาน ก็จะปั่นactive recovery บนเทรนเนอร์ หรือ ไม่ก็ปั่นถนนโดยเลี้ยง HR ไม่เกิน 60%HRR ลดระยะทางลงมาเหลือแค่ 50 กม. พยายามจะปั่นเพิ่มในวันอาทิตย์บ้าง อีกครั้งละ 90-100 กม. แต่ไม่ได้ปั่นต่อเนื่อง เน้นสันทนาการกับเพื่อนๆแทน

ผมว่าแค่นี้ก็เปลืองเวลาชีวิตไปเยอะแล้วนะครับ วันหนึ่งมี 24 ชม. ปั่นซะ 2 ชม. ยังดีที่ยังไม่ได้เสพติดขนาดต้องปั่นมันทุกวัน หมดเงินไปกับอุปกรณ์ต่างๆไปก็ไม่น้อย
อันนี้เป็นเรื่องของความจริงจัง ที่มีเวลาจำกัด และอายุเป็นอุปสรรคในระดับหนึ่ง แถมยังต้องไม่ลืมว่า เวลาที่มีนั้นยังจะต้องใช้กับเรื่องอื่นๆอีก ที่สำคัญที่สุดก็คือครอบครัวของเรา ต้องไม่ลืมว่า ทั้งชีวิตไม่ได้มีแค่จักรยาน


ท่านเจ้าของกระทู้ครับ อายุเพียงแค่ 40 ปี ปั่นมาแค่ 10 เดือน อย่าใจร้อนครับ เดี๋ยวธาตุไฟเข้าแทรก
พยายามปั่นเดี่ยวให้มากที่สุด เท่าทีจะทำได้ หัดเกลี่ยแรงให้เป็น ( ในขณะที่ยังไม่มี power meter ) ตัวเราเองก็พอจะวัดความรู้สึกได้เช่นกัน ( ผมเองก็ยังบอกจากความรู้สึกได้เช่นกันว่า หนักขนาดนี้ควรจะประมาณสักกี่วัตต์ เพียงแต่เมื่อเราพัฒนา เราจะรู้สึกเองว่า ที่วัตต์เท่าเดิม ทำไมมันไม่หนักเหมือนเดิม ) เข้ากลุ่มแก้เซ็ง สร้าง Anaerobic power บ้าง สัปดาห์ละครั้ง

หา HRM ดีๆมาใช้ อย่างพวก Garmin แล้วปั่นประคองอยู่แถวๆ 60-80%HRR ยิ่งถ้าทำช่วง 60-70%HRR ต่อเนื่องกันยาวๆได้ คุณจะแปลกใจว่าทำไมถึงพัฒนาเพื่อไปต่อยอดอย่างอื่นๆได้เร็วขึ้น
ถ้างบประมาณไม่ใช่อุปสรรค หา power meter มาใช้สัก 1 ชุด เดินแบบตรงทางจะไปได้เร็วกว่าเสมอๆ