lucifer's review : The first time with NICH LII ..
โพสต์: 03 มี.ค. 2013, 21:09
lucifer's review : The first time with NICH LII and the price is not the matter

เหมือนกับที่ผมเคยบอกไว้ว่า ภายในปีที่แล้ว เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์จะกลายเป็นของพื้นฐานในโลกวัสดุของการผลิตจักรยาน ทำไมหนะหรือครับ ก็เพราะKnowHowในการผลิตไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป แค่เลือกเส้นใยที่เหมาะสม เลือกepoxy resin ที่ลงตัว ทำMold แค่นี้ก็สามารถสร้างจักรยานได้แล้ว ผิดกับสมัยที่เป็นโลกของโลหะ การสร้างจักรยานจะเป็นอีกเร่ืองหนึ่งเลย ไหนจะเรื่องของการเข้าจิ๊ก การเชื่อม การต้องมานั่งดัดเฟรมให้คืนรูป ยังไม่นับเรื่องการอบร้อน อบเย็น อะไรอีกมากมาย รวมแล้วต้นทุนการผลิตไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว
ในปัจจุบัน เฟรมคาร์บอนไม่ใช่เรื่องลี้ลับหรือเรื่องยากเกินกว่าจะผลิตกันได้แล้ว ส่วนเรื่องความแข็งแรงหรือความคงทนที่หลายๆคนเคยเป็นห่วงกัน ผมว่ามันเลยจุดที่เราต้องห่วงไปไกลพอสมควรแล้ว คิดๆไปก็คงจะคล้ายกับยุคเมื่อ 25ปีที่แล้ว ที่เรายังลังเลและกังวลกับระบบจุดระบบอีเลคทรอนิคส์เมื่อเทียบกับระบบหน้าทองขาวในจานจ่าย แล้วมันก็ยิ่งกังวลไปใหญ่กับระบบหัวฉีดอีเลคทรอนิคส์ที่กำลังมาแทนที่คาร์บิวเรเตอร์ ก็ประมาณว่ามันจะทนจริงหรือ? มันจะใช้ได้จริงหรือ? แล้วเวลาที่เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นกันในปัจจุบันว่า แม้แต่มอเตอร์ไซค์ก็ยังใช้หัวฉีดอีเลคทรอนิคส์กันแล้ว
ผมสั่งซื้อเฟรมNICH Legend II ตัวนี้มาจากทางผู้จำหน่ายซึ่งคงจะไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อ เพราะผมไม่ได้มาโฆษณาสินค้า แต่ผมมารีวิวสิ่งที่ผมได้เสียเงิน อย่างน้อยก็เพื่อหาคำตอบให้กับตัวเองและเพื่อนๆที่สงสัยว่า เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ในสนนราคาต่ำกว่า 30,000 บาท มันให้ความแตกต่างจากเฟรมแพงๆที่ผมเคยใช้มาก่อนอย่างไร ???
คงจะทราบกันดีว่า เฟรมค่ายนี้จ้างโรงงานในแดนมังกรผลิตมาให้ แล้วimport ผ่านด่านศุลกากรตามกฎหมาย แล้วนำมาพ่นสีและผ่านการdecorationในประเทศไทย ดังนั้นถ้าจะดั้นเมฆเอาแบบจักรยานอิตาเลี่ยนที่บอกว่าเฟรมของเขา Made in Italy ทั้งๆที่ขึ้นรูป พอกmoldกันในแดนมังกร แล้วImportมาพ่นสี แปะลวดลายในอิตาลี่ แบบนี้ผมจะมั่วนิ่มเอาบ้างว่า NICH Legend II made in Thailand จะผิดกติกาหรือเปล่า
แต่!!! อย่าเลย ผมเลียนแบบจักรยานอเมริกันดีกว่าครับ โดยบอกว่า Hand-build in Thailand ก็คงจะไม่มีใครมาถกเถียงในตัวหนังสือหรอกนะ


เหมือนกับที่ผมเคยบอกไว้ว่า ภายในปีที่แล้ว เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์จะกลายเป็นของพื้นฐานในโลกวัสดุของการผลิตจักรยาน ทำไมหนะหรือครับ ก็เพราะKnowHowในการผลิตไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป แค่เลือกเส้นใยที่เหมาะสม เลือกepoxy resin ที่ลงตัว ทำMold แค่นี้ก็สามารถสร้างจักรยานได้แล้ว ผิดกับสมัยที่เป็นโลกของโลหะ การสร้างจักรยานจะเป็นอีกเร่ืองหนึ่งเลย ไหนจะเรื่องของการเข้าจิ๊ก การเชื่อม การต้องมานั่งดัดเฟรมให้คืนรูป ยังไม่นับเรื่องการอบร้อน อบเย็น อะไรอีกมากมาย รวมแล้วต้นทุนการผลิตไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว
ในปัจจุบัน เฟรมคาร์บอนไม่ใช่เรื่องลี้ลับหรือเรื่องยากเกินกว่าจะผลิตกันได้แล้ว ส่วนเรื่องความแข็งแรงหรือความคงทนที่หลายๆคนเคยเป็นห่วงกัน ผมว่ามันเลยจุดที่เราต้องห่วงไปไกลพอสมควรแล้ว คิดๆไปก็คงจะคล้ายกับยุคเมื่อ 25ปีที่แล้ว ที่เรายังลังเลและกังวลกับระบบจุดระบบอีเลคทรอนิคส์เมื่อเทียบกับระบบหน้าทองขาวในจานจ่าย แล้วมันก็ยิ่งกังวลไปใหญ่กับระบบหัวฉีดอีเลคทรอนิคส์ที่กำลังมาแทนที่คาร์บิวเรเตอร์ ก็ประมาณว่ามันจะทนจริงหรือ? มันจะใช้ได้จริงหรือ? แล้วเวลาที่เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นกันในปัจจุบันว่า แม้แต่มอเตอร์ไซค์ก็ยังใช้หัวฉีดอีเลคทรอนิคส์กันแล้ว
ผมสั่งซื้อเฟรมNICH Legend II ตัวนี้มาจากทางผู้จำหน่ายซึ่งคงจะไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อ เพราะผมไม่ได้มาโฆษณาสินค้า แต่ผมมารีวิวสิ่งที่ผมได้เสียเงิน อย่างน้อยก็เพื่อหาคำตอบให้กับตัวเองและเพื่อนๆที่สงสัยว่า เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ในสนนราคาต่ำกว่า 30,000 บาท มันให้ความแตกต่างจากเฟรมแพงๆที่ผมเคยใช้มาก่อนอย่างไร ???
คงจะทราบกันดีว่า เฟรมค่ายนี้จ้างโรงงานในแดนมังกรผลิตมาให้ แล้วimport ผ่านด่านศุลกากรตามกฎหมาย แล้วนำมาพ่นสีและผ่านการdecorationในประเทศไทย ดังนั้นถ้าจะดั้นเมฆเอาแบบจักรยานอิตาเลี่ยนที่บอกว่าเฟรมของเขา Made in Italy ทั้งๆที่ขึ้นรูป พอกmoldกันในแดนมังกร แล้วImportมาพ่นสี แปะลวดลายในอิตาลี่ แบบนี้ผมจะมั่วนิ่มเอาบ้างว่า NICH Legend II made in Thailand จะผิดกติกาหรือเปล่า
แต่!!! อย่าเลย ผมเลียนแบบจักรยานอเมริกันดีกว่าครับ โดยบอกว่า Hand-build in Thailand ก็คงจะไม่มีใครมาถกเถียงในตัวหนังสือหรอกนะ





