หลักการเบื้องต้นของเฟืองท้าย "ความตึงของสายเกียร์" จะเป็นตัวกำหนดตำแหน่งเกียร์ รวมไปถึงความยาก-ง่ายในการเข้าเกียร์ ถ้าเราปรับความตึงของสายเกียร์ผิดนอกจากจะมีผลทำให้เข้าเกียร์ไม่ถูกตำแหน่งเช่นปรับไปที่เกียร์ 3 แต่โซ่พยายามจะกระโดดไปที่เกียร์อื่นเช่นเกียร์ 2 หรือเกียร์ 4 แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องเปลี่ยนเกียร์ได้ยากตามมาอีกด้วยครับ
หาก
ความตึงของสายเกียร์ถูกต้องเกียร์ก็จะเข้าได้ถูกตำแหน่ง "ทุกเกียร์" และไม่มีเสียงดังแปลกๆ ที่โซ่หรือตีนผี
จุดปรับความตึงของสายเกียร์นี้มักอยู่ที่ลูกบิดเล็กๆ ปลายสายเกียร์ด้านตีนผีครับ ถ้าปรับได้ถูกต้องเกียร์ก็มักจะราบลื่นเหมือนกันหมดทุกเกียร์ "ยกเว้น" เฟืองเกียร์ใบแรกและใบสุดท้ายครับ
เกียร์ 1 นั้นจะมีสกรูน๊อตตัวเล็กๆ ที่ตีนผีมีตัวอักษรกำกับข้างๆ ด้วยอักษร
"L"
ส่วนเกียร์สุดท้าย (เกียร์ 7 ในเฟือง 7 ชั้น/เกียร์ 8 ในเฟือง 8 ชั้น และเกียร์ 9 ในเฟือง 9 ชั้น) จะมีสกรูน๊อตตัวเล็กๆ ที่ตีนผีมีตัวอักษรกำกับข้างๆ ด้วยอักษร
"H" ครับ
ดังนั้นหากเข้าเกียร์ 1 แล้วมีปัญหาตั้งแต่เปลี่ยนเกียร์ 2 ไป เกียร์ 1 ไม่ได้ ไปจนถึงเปลี่ยนไปเกียร์ 1 แล้ว "โซ่ตก" จำเลยก็อยู่ที่สกรู "L" นี่แหละครับ หากปรับจูนได้ถูกต้องปัญหาก็จะหายไป
เช่นเดียวกับเกียร์สุดท้ายหากปรับสกรู "H" ได้ถูกต้อง ในเฟือง 7 ชั้นก็จะทำให้สามารถเปลี่ยนจากเกียร์ 6 ไป 7 ได้เช่นกันครับ
ปัญหาเพิ่มเติมที่ทำให้ปรับแต่งอย่างไรก็ไม่หายมักมาจากเรื่องของสายเกียร์ที่หย่อนหรือตึง "มากเกินไป" จนตัวปรับไม่สามารถปรับให้ถูกต้องได้ ในระบบเกียร์ปรกติทั่วไปหากปรับเกียร์ไว้ที่เฟืองสุดท้ายจะเป็นตำแหน่งที่สายเกียร์หย่อนที่สุดครับ หากเกียร์อยู่ที่ตำแหน่งนี้แล้วไม่สามารถดึงให้สายเกียร์ออกห่างจากเฟรมได้แสดงว่าสายเกียร์ตึงมากเกินไปครับ ส่วนสายเกียร์หย่อนจะเป็นอาการตรงกันข้ามคือสามารถดึงสายเกียร์ออกมาได้ไกลมาก ตรงนี้ต้องปลดสายเกียร์มาตั้งต้นความตึงใหม่เสียก่อน แล้วจึงปรับแต่งเกียร์ได้ครับ
รายละเอียดมากกว่านี้แนะนำให้
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก Links นี้ครับ
http://www.bikeloves.com/mech/mech02_1.shtml