หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ปั่น..ปั่น ลดคาร์บอน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

โพสต์: 08 ธ.ค. 2012, 11:17
โดย veenono
รูปภาพ

ปั่น...ปั่น ลดคาร์บอน

รถยนต์ 1 ล้านคันวิ่งน้อยลงวันละ 1.3 กม. ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 100,000 ตัน

เมื่อธรรมชาติเริ่มแปรปรวนทำให้มนุษย์ไม่อาจปฏิเสธว่าเป็นต้นเหตุสำคัญนำมาสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนหลายกลุ่มด้วยวิธีการแตกต่างเพื่อลดการทำร้ายธรรมชาติ จักรยานจึงเริ่มกลับมาฮิตติดลมบนอีกครั้ง เพื่อลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะหลังถูกคลื่นความทันสมัยดูดกลืนไประยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตามการปั่นจักรยานมีทั้งคุณและโทษจากกลุ่มคนใช้จักรยานที่มีหลายรูปแบบ จึงมีคำถามถึงการปั่นจักรยานว่าเข้าข่ายรักษ์โลกอย่างแท้จริงหรือไม่

ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยกล่าวว่า การใช้จักรยานเริ่มกลับมาในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้ และฮิตเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ตามคงมีคำถามว่า การใช้จักรยานสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่เนื่องจากผู้ใช้จักรยานมี 3 กลุ่ม ได้แก่

1. นักแข่งจักรยาน

2. นักจักรยาน และ

3. คนชอบใช้จักรยาน

สำหรับ “นักแข่งจักรยาน” หากให้ประเมินจะพบว่า ในประเทศไทยมีไม่เกิน 5,000 คน ส่วน “นักจักรยาน” มีไม่เกิน 50,000 คน ส่วนที่เหลือ 30-40 ล้านคนเป็นกลุ่มคนชอบใช้จักรยานในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นชาวบ้านทั่วไป จะเห็นได้ว่ากลุ่มใหญ่ที่สุด คือ คนใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นอันดับแรก เพราะผู้ใช้กลุ่มใหญ่เหล่านี้ จะทำให้จักรยานช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างแท้จริง ซึ่งหากพิจารณาแล้วจะพบว่ากว่า 50 % ของผู้ใช้กลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มภาคเกษตรที่ใช้จักรยานตามท้องทุ่งนาในชนบทที่เหลือเป็นการใช้ในเมือง

“การใช้จักรยานในชีวิตประจำวันไม่ต้องใช้จักรยานราคาหลักหมื่นและแถบไม่ต้องใส่หมวกกันน็อคเพราะเป็นการขี่ระยะใกล้ละแวกบ้าน “กลุ่มนักแข่งจักรยาน” และ “กลุ่มนักจักรยาน” ทำให้เกิดกระแสการใช้จักรยานสำหรับคนรุ่นใหม่ว่าต้องมีฟอร์มแต่งกาย
สวมหมวกกันน็อคและใช้จักรยานสวยราคาแพง แต่ก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆว่า คนใช้จักรยานต้องมีรสนิยมแบบนี้เท่านั้น”

ธงชัย กล่าวว่า การมองอย่างแยกแยะจะทำให้การหามาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้จักรยานสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ชมรมฯอยู่ระหว่างผลักดัน 2 ยุทธศาสตร์ใหญ่ คือ 1.การจัดการความรู้ และ 2. การขับเคลื่อน

ในการจัดการความรู้นั้นจะมีการศึกษาและสำรวจความเห็นก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลมากพอที่จะขับเคลื่อนทั้งด้วยชมรมฯเอง และผลักดันไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดในปี 2554 ได้มีการสำรวจความต้องการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกับประชากรใน 11 จังหวัดทั่วประเทศจำนวน 4,400 คน

สรุปได้ว่า ประชาชนมีความพร้อมขี่จักรยานในชีวิตประจำวันระยะทางไม่เกิน 3 กม.ต่อวันและต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิการตีเส้นทางจักรยานเป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้จักรยานยังต้องการขี่อย่างราบรื่นต่อเนื่องได้ตลอดทาง ในลักษณะที่ไม่ต้องจูงจักรยานขึ้นลงทางสูงต่ำตลอดเวลาและมีที่จอกอย่างปลอดภัย

ปัจจัยเหล่านี้เป็นความต้องการของผู้ใช้จักรยานโดยทั่วไป แต่หากเป็น กทม.มีลักษณะพิเศษแตกต่างออกไปเพราะเป็นเมืองที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้จักรยานตามที่สมาพันธ์คนใช้จักรยานของยุโรปที่ได้มาศึกษาพื้นที่ใน กทม. ให้ข้อมูลว่า กทม.เป็นได้เพียงเมืองที่ขี่จักรยานได้ ไม่สามารถเป็นเมืองจักรยานได้เนื่องจากไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจักรยาน และผู้ขับขี่รถยนต์ไม่เอื้ออารีต่อคนเดินถนน รวมถึงคนใช้จักร

อ่านต่อ >>>>> http://www.thaicyclingclub.org/content/ ... etail/1476

Re: ปั่น..ปั่น ลดคาร์บอน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

โพสต์: 08 ธ.ค. 2012, 13:10
โดย GOBBS
veenono เขียน:รูปภาพ

ปั่น...ปั่น ลดคาร์บอน

รถยนต์ 1 ล้านคันวิ่งน้อยลงวันละ 1.3 กม. ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 100,000 ตัน

เมื่อธรรมชาติเริ่มแปรปรวนทำให้มนุษย์ไม่อาจปฏิเสธว่าเป็นต้นเหตุสำคัญนำมาสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนหลายกลุ่มด้วยวิธีการแตกต่างเพื่อลดการทำร้ายธรรมชาติ จักรยานจึงเริ่มกลับมาฮิตติดลมบนอีกครั้ง เพื่อลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะหลังถูกคลื่นความทันสมัยดูดกลืนไประยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตามการปั่นจักรยานมีทั้งคุณและโทษจากกลุ่มคนใช้จักรยานที่มีหลายรูปแบบ จึงมีคำถามถึงการปั่นจักรยานว่าเข้าข่ายรักษ์โลกอย่างแท้จริงหรือไม่

ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยกล่าวว่า การใช้จักรยานเริ่มกลับมาในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้ และฮิตเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ตามคงมีคำถามว่า การใช้จักรยานสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่เนื่องจากผู้ใช้จักรยานมี 3 กลุ่ม ได้แก่

1. นักแข่งจักรยาน

2. นักจักรยาน และ

3. คนชอบใช้จักรยาน

สำหรับ “นักแข่งจักรยาน” หากให้ประเมินจะพบว่า ในประเทศไทยมีไม่เกิน 5,000 คน ส่วน “นักจักรยาน” มีไม่เกิน 50,000 คน ส่วนที่เหลือ 30-40 ล้านคนเป็นกลุ่มคนชอบใช้จักรยานในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นชาวบ้านทั่วไป จะเห็นได้ว่ากลุ่มใหญ่ที่สุด คือ คนใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นอันดับแรก เพราะผู้ใช้กลุ่มใหญ่เหล่านี้ จะทำให้จักรยานช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างแท้จริง ซึ่งหากพิจารณาแล้วจะพบว่ากว่า 50 % ของผู้ใช้กลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มภาคเกษตรที่ใช้จักรยานตามท้องทุ่งนาในชนบทที่เหลือเป็นการใช้ในเมือง

“การใช้จักรยานในชีวิตประจำวันไม่ต้องใช้จักรยานราคาหลักหมื่นและแถบไม่ต้องใส่หมวกกันน็อคเพราะเป็นการขี่ระยะใกล้ละแวกบ้าน “กลุ่มนักแข่งจักรยาน” และ “กลุ่มนักจักรยาน” ทำให้เกิดกระแสการใช้จักรยานสำหรับคนรุ่นใหม่ว่าต้องมีฟอร์มแต่งกาย
สวมหมวกกันน็อคและใช้จักรยานสวยราคาแพง แต่ก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆว่า คนใช้จักรยานต้องมีรสนิยมแบบนี้เท่านั้น”

ธงชัย กล่าวว่า การมองอย่างแยกแยะจะทำให้การหามาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้จักรยานสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ชมรมฯอยู่ระหว่างผลักดัน 2 ยุทธศาสตร์ใหญ่ คือ 1.การจัดการความรู้ และ 2. การขับเคลื่อน

ในการจัดการความรู้นั้นจะมีการศึกษาและสำรวจความเห็นก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลมากพอที่จะขับเคลื่อนทั้งด้วยชมรมฯเอง และผลักดันไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดในปี 2554 ได้มีการสำรวจความต้องการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกับประชากรใน 11 จังหวัดทั่วประเทศจำนวน 4,400 คน

สรุปได้ว่า ประชาชนมีความพร้อมขี่จักรยานในชีวิตประจำวันระยะทางไม่เกิน 3 กม.ต่อวันและต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิการตีเส้นทางจักรยานเป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้จักรยานยังต้องการขี่อย่างราบรื่นต่อเนื่องได้ตลอดทาง ในลักษณะที่ไม่ต้องจูงจักรยานขึ้นลงทางสูงต่ำตลอดเวลาและมีที่จอกอย่างปลอดภัย

ปัจจัยเหล่านี้เป็นความต้องการของผู้ใช้จักรยานโดยทั่วไป แต่หากเป็น กทม.มีลักษณะพิเศษแตกต่างออกไปเพราะเป็นเมืองที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้จักรยานตามที่สมาพันธ์คนใช้จักรยานของยุโรปที่ได้มาศึกษาพื้นที่ใน กทม. ให้ข้อมูลว่า กทม.เป็นได้เพียงเมืองที่ขี่จักรยานได้ ไม่สามารถเป็นเมืองจักรยานได้เนื่องจากไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจักรยาน และผู้ขับขี่รถยนต์ไม่เอื้ออารีต่อคนเดินถนน รวมถึงคนใช้จักร

อ่านต่อ >>>>> http://www.thaicyclingclub.org/content/ ... etail/1476
ตอนแรกผมก็ปั่นเพื่อลดคาร์บอน ตอนนี้ปั่นไปปั่นมารถผมมีแต่คาร์บอน :lol:

Re: ปั่น..ปั่น ลดคาร์บอน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

โพสต์: 08 ธ.ค. 2012, 13:29
โดย veenono
ฮ่าๆๆๆ เพราะคนอื่นไม่ลดใช่มั๊ยครับ

Re: ปั่น..ปั่น ลดคาร์บอน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

โพสต์: 08 ธ.ค. 2012, 22:13
โดย ปรีชา บอย
ผมว่าจิง อย่างที่ท่านบอกนะคับ
หลายเหตุการณ์ที่ผมเจอ รวมทั้งตัวเอง
ที่หลงไหลในจักรยาน ใช้จักรยานราคาแพง
แพงถึงว่าบางคนที่ผมเจอจักรยานไปตรูฯ ได้ เลย
หรืออาจจะดีกว่านักปั่นโอลิมปิกบางคนอีก
แต่การใช้จักยานในชีวิตประจำวันน้อยมาก
และรายการที่จัดรณรงค์ ต่างส่วนใหญ่คนที่มาก็คือคนที่ใช้จักรยานไว้ออกกำลังกาย
ซะส่วนใหญ่
แต่คนที่ใช้จักรยานแทนมอไซต์ หรือ รถยนต์ จิงๆ อาจเป็น
คนขายล็อตเตอรี่ อาม่าที่ปั่นจักรยานไปซื้อกับข้าวมาทำให้ครอบครัวกินตอนเช้าก็ได้
หากคิดจะรณรงค์ ผมว่าต้องให้อาม่ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ถึงจะแจ่ม
ระยะทางที่อาม่าใช้ปั่นไปซื้ออาหารมาให้ครอบครัวทานแค่ 1 กม.
อาจแจ่มกว่า ระยะทาง 100 กม. ที่ผมปั่นเพื่อให้เหื่องออกก็ได้

แต่ผมก็ไม่ยอมน้อยหน้าอาม่า เพราะไตรบาร์ผมที่ราคาเท่าจักรยานอาม่า
ผมก็เอาไว้แขวนก๋วยเตี๋ยว ให้อาเมียผมหลังจากปั่นด้วยคับ
เย้

Re: ปั่น..ปั่น ลดคาร์บอน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

โพสต์: 09 ธ.ค. 2012, 22:51
โดย ztandalone
บ้านเราโดยเฉพาะ กทม. กำลังต้องการจักรยานที่ปั่นไปทำงาน และปั่นในชีวิตประจำวัน

เพื่อให้จักรยานเป็นทางออกของปัญหา และวิกฤต ต่าง ๆ ที่สังคมไทยกำลังเผชิญ

โดยเฉพาะการลดปริมาณรถยนต์และพาหนะอื่นลง...แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่า

รถก็มาก แท็กซี่ก็มาก รถเมล์ก็มาก วินมอเตอร์ไซค์ก็มาก...และจักรยานที่กำลังเพิ่มขึ้นมาก

เพราะคนไม่ยอมละทิ้งค่านิยมของการบริโภคอย่างฟุ่มเฟือย

เวลามาปั่นจักรยานก็เอาวิธีคิดเรื่องอย่างที่ใช้กับรถยนต์ติดมาด้วย

จักรยานจึงกลายเป็น การแข่งขัน กลายเป็นของสะสมและของเล่นคนรวย รวมทั้งเหล่าเซเลป

บางงานจัดปั่นเทิดพระเกียรติในหลวง แต่จักรยานที่มาปั่นนี่

ไม่เห็นมีคันไหนที่แสดงถึงความพอเพียงตามแนวพระราชดำริสักคัน

มีแต่ความอยากและความมากทะยานแข่งขันกันไม่รู้จักจบจักสิ้น

หนำซ้ำ เวลามาปั่นในชีวิตประจำวันร่วมกับพาหนะชนิดอื่น ก็ใช้แต่ความเร็ว

และฝ่าฝืนกฎจราจร บนถนนที่มีรถรามากมาย...

จักรยานในเขตเมืองใหญ่ในวันนี้จึงกำลังกลายเป็นตัวก่อปัญหาให้กับสังคมกลาย ๆ

เพราะไม่รู้จักแยกแยะว่าอันไหนคือปั่นเพื่อการแข่งขัน อันไหนคือปั่นเพื่อชีวิตประจำวัน

วิธีคิดเรื่องจักรยานบ้านเราตีกันมั่วไปหมด เพราะตอนเริ่มทำ คิดแต่ว่าเอามาก ๆ ไว้ก่อน

ขี่จักรยานอะไรก็ได้ ดีทั้งนั้น เฮโลสาระพาทำกันไป จะทำอีเวนต์อะไรก็เอาตัวเลขจำนวน

จักรยานมาร่วมงานเป็นตัวชี้วัดจนหลงลืมประเด็นที่ต้องการทำหรือนำเสนอให้สังคมภายนอกรับรู้

คนที่รู้ก็คือคนที่ปั่นจักรยาน รู้แล้วก็รู้อยู่อย่างนั้น รับ message เดิม ๆ เหมือนโดนสะกดจิต

จนคิดไปว่าจักรยานนี้ สำคัญและใหญ่โต ยึดเอาว่าจักรยานคือพระเจ้า

ใคร ๆ ก็ต้องหลบหลีก และทำอะไรให้ตามที่คนขี่จักรยานขอ

วันนี้เราจึงมีปัญหาที่เกิดจากจักรยานมากมายและกลายเป็นปมใหญ่ไม่ต่างกับพาหนะชนิดอื่นบนท้องถนน

ขออนุญาตสะท้อนด้านมืดที่เห็นโคตรชัดของจักรยานในบ้านเรา ไว้ ณ ที่นี้

:roll:

Re: ปั่น..ปั่น ลดคาร์บอน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

โพสต์: 11 ธ.ค. 2012, 14:27
โดย rainbow
+1 ครับ

Re: ปั่น..ปั่น ลดคาร์บอน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

โพสต์: 18 ธ.ค. 2012, 12:06
โดย Ton TWS
:) :) :)