
ปั่น...ปั่น ลดคาร์บอน
รถยนต์ 1 ล้านคันวิ่งน้อยลงวันละ 1.3 กม. ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 100,000 ตัน
เมื่อธรรมชาติเริ่มแปรปรวนทำให้มนุษย์ไม่อาจปฏิเสธว่าเป็นต้นเหตุสำคัญนำมาสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนหลายกลุ่มด้วยวิธีการแตกต่างเพื่อลดการทำร้ายธรรมชาติ จักรยานจึงเริ่มกลับมาฮิตติดลมบนอีกครั้ง เพื่อลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะหลังถูกคลื่นความทันสมัยดูดกลืนไประยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตามการปั่นจักรยานมีทั้งคุณและโทษจากกลุ่มคนใช้จักรยานที่มีหลายรูปแบบ จึงมีคำถามถึงการปั่นจักรยานว่าเข้าข่ายรักษ์โลกอย่างแท้จริงหรือไม่
ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยกล่าวว่า การใช้จักรยานเริ่มกลับมาในช่วง 10 ปีก่อนหน้านี้ และฮิตเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ตามคงมีคำถามว่า การใช้จักรยานสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่เนื่องจากผู้ใช้จักรยานมี 3 กลุ่ม ได้แก่
1. นักแข่งจักรยาน
2. นักจักรยาน และ
3. คนชอบใช้จักรยาน
สำหรับ “นักแข่งจักรยาน” หากให้ประเมินจะพบว่า ในประเทศไทยมีไม่เกิน 5,000 คน ส่วน “นักจักรยาน” มีไม่เกิน 50,000 คน ส่วนที่เหลือ 30-40 ล้านคนเป็นกลุ่มคนชอบใช้จักรยานในชีวิตประจำวันซึ่งเป็นชาวบ้านทั่วไป จะเห็นได้ว่ากลุ่มใหญ่ที่สุด คือ คนใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นอันดับแรก เพราะผู้ใช้กลุ่มใหญ่เหล่านี้ จะทำให้จักรยานช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างแท้จริง ซึ่งหากพิจารณาแล้วจะพบว่ากว่า 50 % ของผู้ใช้กลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มภาคเกษตรที่ใช้จักรยานตามท้องทุ่งนาในชนบทที่เหลือเป็นการใช้ในเมือง
“การใช้จักรยานในชีวิตประจำวันไม่ต้องใช้จักรยานราคาหลักหมื่นและแถบไม่ต้องใส่หมวกกันน็อคเพราะเป็นการขี่ระยะใกล้ละแวกบ้าน “กลุ่มนักแข่งจักรยาน” และ “กลุ่มนักจักรยาน” ทำให้เกิดกระแสการใช้จักรยานสำหรับคนรุ่นใหม่ว่าต้องมีฟอร์มแต่งกาย
สวมหมวกกันน็อคและใช้จักรยานสวยราคาแพง แต่ก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆว่า คนใช้จักรยานต้องมีรสนิยมแบบนี้เท่านั้น”
ธงชัย กล่าวว่า การมองอย่างแยกแยะจะทำให้การหามาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้จักรยานสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ชมรมฯอยู่ระหว่างผลักดัน 2 ยุทธศาสตร์ใหญ่ คือ 1.การจัดการความรู้ และ 2. การขับเคลื่อน
ในการจัดการความรู้นั้นจะมีการศึกษาและสำรวจความเห็นก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลมากพอที่จะขับเคลื่อนทั้งด้วยชมรมฯเอง และผลักดันไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดในปี 2554 ได้มีการสำรวจความต้องการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันกับประชากรใน 11 จังหวัดทั่วประเทศจำนวน 4,400 คน
สรุปได้ว่า ประชาชนมีความพร้อมขี่จักรยานในชีวิตประจำวันระยะทางไม่เกิน 3 กม.ต่อวันและต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิการตีเส้นทางจักรยานเป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใช้จักรยานยังต้องการขี่อย่างราบรื่นต่อเนื่องได้ตลอดทาง ในลักษณะที่ไม่ต้องจูงจักรยานขึ้นลงทางสูงต่ำตลอดเวลาและมีที่จอกอย่างปลอดภัย
ปัจจัยเหล่านี้เป็นความต้องการของผู้ใช้จักรยานโดยทั่วไป แต่หากเป็น กทม.มีลักษณะพิเศษแตกต่างออกไปเพราะเป็นเมืองที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้จักรยานตามที่สมาพันธ์คนใช้จักรยานของยุโรปที่ได้มาศึกษาพื้นที่ใน กทม. ให้ข้อมูลว่า กทม.เป็นได้เพียงเมืองที่ขี่จักรยานได้ ไม่สามารถเป็นเมืองจักรยานได้เนื่องจากไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจักรยาน และผู้ขับขี่รถยนต์ไม่เอื้ออารีต่อคนเดินถนน รวมถึงคนใช้จักร
อ่านต่อ >>>>> http://www.thaicyclingclub.org/content/ ... etail/1476