การทำสีจักรยานแบบละเอียดยิบ รายละเอียดจะอยู่หน้าแรกทั้งหมด เสร็จแล้วจ้า 100%
โพสต์: 31 ม.ค. 2012, 13:05
ก่อนอื่นขอท้าวความนิดนึงนะครับ เรื่องของเรื่องคือผมพยายามหาข้อมูลในการทำสีจักรยานแบบละเอียดทุกขั้นตอนในเวป
ทั้งในเรื่องของสีที่ใช้ การทำสติกเกอร์ ขั้นตอนการทำงาน ฯลฯ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับความกระจ่างเท่าที่ควร จนต้องคิดเอง
ทำเอง หาความรู้จากผู้ผลิตสีบ้าง ร้านตัดสติกเกอร์บ้าง จนได้ความกระจ่าง และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ที่คิด
จะทำสีจักรยานเอง เพราะโดยส่วนตัวมีความสุขกับการทำสีจักรยาน มากกว่าไปจ้างทำ
เอาละครับเข้าเรื่องเลย ผมเคยพ่นสีรถจักรยานมาก่อนแต่ว่าใช้สีสเปรย์กระป๋อง แต่ว่ามันไม่ค่อยทนกระเทาะง่ายมาก จึงมองหาข้อมูล
ต่างๆ ว่าจะใช้สีอะไรดี จะใช้ 2K ทั้งหมดก็แพง จะใช้แต่ 2K clear ทับหน้าก็กลัวจะทำให้สีธรรมดาพอง ปวดหัวอยู่นานมากจะกระทั่ง
เข้าไปดูเวปของ Nippon paint แล้วรู้ว่า clear 2K สามารถ พ่นทับหน้าสีที่เป็นระบบไนโตรเซลูโลส หรือสีสเปรย์กระป๋องได้ ก็เลย
โทรไปที่ Nippon paint แล้วคุยกับช่างเทคนิคที่นั่น เขาก็เลยแนะนำร้านมา แล้วก็ได้มาคุยกับช่างเทคนิคของร้านอีกคราวนี้กระจ่างเลย
จึงขอเอามาบอกต่อครับ
สีที่เราสามารถเอามาใช้พ่นจักรยานได้มีดังนี้ครับ ผมขอเอาสีของ Nippon paint เป็นตัวอ้างอิง
1. สีสเปรย์กระป๋อง Pyrax 1000 สีแบบนี้หาได้ทั่วไปตามร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไป ข้อดี คือใช้งานง่าย ราคาถูก ข้อเสีย คือ สีจะเป็นสีตามเบอร์ใน
แคตตาล็อคเท่านั้น ปริมาณเนื้อสีน้อย หากชิ้นงานต้องอยุ่ในที่ที่มีแดดเป็นเวลานาน สีจะซีดเร็ว การยึดเกาะขอสีไม่ค่อยดี
2. สี Pyrax 3000 สีแบบนี้จะมาเป็น quart ครับ กระป๋องนึงราคา 300-450 บาทแล้วแต่สีถ้าสีที่เป็นพวกแม่สี หรือสีที่มี bronze ผสมเยอะ
ราคาจะสูง สีแบบนี้ต้องมีกาพ่นสี และเป็นระบบ 1K คือไม่มีตัวแร่งปฏิกริยาในการทำให้สีแห้ง ในกรณีที่ไม่มีกาพ่นสี สามารภให้ทางร้าน
อัดใส่กระป๋องพ่นได้ แต่ราคาจะสููงขึ้น สีจะมาเป็นเบอร์เช่นเดียวกับ Pyrax 1000 แต่ก็สามารถขอให้ทางร้านผสมสีพิเศษนอกจากในเบอร์ให้ได้
แต่ราคาก็จะสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ข้อดี คือ สีจะมีความทนทานมากว่า Pyrax 1000 นิดหน่อย ยึดเกาะดีกว่าแต่ไม่มาก สีซีดช้ากว่าในสภาวะเดียวกัน
ข้อเสีย คือ ราคาสูงขึ้นนิดหน่อย กาทำงานยุ่งยากกว่า เนื่องจากต้องมีกาพ่นสี และ ปั้มลม
3. สีอะคริลิค เป็นระบบสีระบบ 1K เช่นเดียวกัน แต่เนื้อสีมากกว่า คงทนกว่า ซีดยากกว่า แต่ราคาก็สูงกว่า Pyrax 3000 มาก คือ ราคาเริ่มตั้งแต่ 800 บาทต่อ
quart สามารถให้ทางร้านอัดกระป๋องพ่นให้ได้เช่นเดียวกันกับ Pyrax 3000 และสามารถผสมสีตามที่เราต้องการได้แต่ราคาจะเพิ่มขึ้น ที่สำคัญสามารถซื้อ
เพียงครึ่ง quart ได้ ไม่จำเป็นตัองซื้อทั้ง quart แบบ pyrax 3000 ข้อดี คือ สีทนทานกว่า ยึดเกาะดีกว่า ข้อเสีย คือ ต้องมีอุปกรณ์พ่นสี และ ราคาสูง
4. สีระบบ 2K สีระบบนี้ หลายๆ ท่านคงทราบว่าเป็นระบบที่ใช้ซ่อมสีรถยนต์ ดังนั้นมันจึงเป็นระบบสีที่ดีที่สุดที่เราๆ ท่านๆ สามารถทำเองได้ในปัจจุบัน ระบบสีแบบนี้
ราคาค่อนข้างสูงมากถ้าเป็นยี่ห้อดีๆ สีนึงเริ่มตั้นที่หลักพัน การทำงานค่อนข้างยุ่งยาก การผสมอัตราส่วนของสีและตัวเร่ง ต้องพอดี โดยส่วนตัวผม ใช้สีระบบนี้
เฉพาะสีรองพื้น และ Clear เท่านั้น เพราะสีรองพื้นเป็นตัวที่จะทำให้สียึดเกาะดีหรือไม่ดี ส่วน Clear นั้นสามารถป้องกันการขีดข่วนและสารเคมีได้ดี มีให้เลือก
หลายแบบ ตั้งแต่แข็งน้อยถึงแข็งมาก ด้านถึงเงา ที่สำคัญมีกระป๋องเล็กให้ใช้ ทำให้ราคาย่อมลงมา
ขั้นตอนการพ่นสีแต่ละชั้นนั้นผมจะกล่าวในขั้นตอนการทำสีครับ ต่อไปเป็นขั้นตอนการเตรียมชิ้นงานโดยละเอียดครับ

รูปแรกนี้เป็นชิ้นงานที่ผมได้มาในตอนแรกเลย จะเห็นได้ว่ามีรอยถลอกของสีเยอะมาก decal ต่างๆ บนเฟรมก็ถลอกหลายจุด ดังนั้นก่อนที่ผมจะทำการลอกสีออกจึงจำเป็น
ที่จะต้องลอกลาย decal ต่างๆ บนเฟรมออกมาเพื่อเอาไปทำ decal ใหม่

ในการลอกลาย decal นั้นผมใช้ กระดาษไขหุ้มเฟรมในจุดที่มี decal แต่ละจุด จากนั้นก็ใช้ดินสอลอกลายลงบนกระดาษไข ที่ใช้ดินสอเนื่องจากว่ามันสามารถลบได้ง่าย
หากลอกลายผิด

เมื่อลอกลายเสร็จเรียบร้อยแล้ว แกะกระดาษไขออก จะเห็นลายที่ลอกแบบออกมาตามรูป จากนั้นนำไปแสกนโดยใช้ scanner

หลักจากที่แสกน เรียบร้อยแล้วจะได้ไฟล์ที่เป็น jpeg เปิดไฟล์นี้โดยใช้โปรแกรม Illustrator เพื่อทำการลอกลายเป็น vector file ที่ต้องทำแบบนี้เนื่องจากว่า ร้านตัดสติกเกอร์
ส่วนใหญ่จะอ่านไฟล์ืที่เป็น vector file เป็นหลัก ณ จุดนี้หากท่านที่ใช้โปรแกรมนี้ไม่ได้หรือไม่มีอุปกรณ์ ก็สามารถนำกระดาษไขที่ลอกลายเรียบร้อยแล้วไปให้ร้านตัดสติกเกอร์ทำให้
ก็ได้ครับ แต่คงจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มแน่นอน อีกอย่างนึงในการใช้โปรแกรม Illustrator นั้นเราสามารถที่จะ download vector file ที่เป็นโลโก้ต่างๆ จากเวปได้ โดยที่ไม่ต้องลอก
ลายทึ้งหมด เพียงแต่ใช้ลายที่ลอกมาเป็นจุดอ้างอิงขนาดเท่านั้น
สำหรับเรื่องการเตรียมชิ้นงานขอจบเท่านี้ครับ ขออณุญาตไปลอกสีก่อน และผมจะมาเขียนต่อเรื่องขั้นตอนการทำสี step by step เลยครับ
ทั้งในเรื่องของสีที่ใช้ การทำสติกเกอร์ ขั้นตอนการทำงาน ฯลฯ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับความกระจ่างเท่าที่ควร จนต้องคิดเอง
ทำเอง หาความรู้จากผู้ผลิตสีบ้าง ร้านตัดสติกเกอร์บ้าง จนได้ความกระจ่าง และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ที่คิด
จะทำสีจักรยานเอง เพราะโดยส่วนตัวมีความสุขกับการทำสีจักรยาน มากกว่าไปจ้างทำ
เอาละครับเข้าเรื่องเลย ผมเคยพ่นสีรถจักรยานมาก่อนแต่ว่าใช้สีสเปรย์กระป๋อง แต่ว่ามันไม่ค่อยทนกระเทาะง่ายมาก จึงมองหาข้อมูล
ต่างๆ ว่าจะใช้สีอะไรดี จะใช้ 2K ทั้งหมดก็แพง จะใช้แต่ 2K clear ทับหน้าก็กลัวจะทำให้สีธรรมดาพอง ปวดหัวอยู่นานมากจะกระทั่ง
เข้าไปดูเวปของ Nippon paint แล้วรู้ว่า clear 2K สามารถ พ่นทับหน้าสีที่เป็นระบบไนโตรเซลูโลส หรือสีสเปรย์กระป๋องได้ ก็เลย
โทรไปที่ Nippon paint แล้วคุยกับช่างเทคนิคที่นั่น เขาก็เลยแนะนำร้านมา แล้วก็ได้มาคุยกับช่างเทคนิคของร้านอีกคราวนี้กระจ่างเลย
จึงขอเอามาบอกต่อครับ
สีที่เราสามารถเอามาใช้พ่นจักรยานได้มีดังนี้ครับ ผมขอเอาสีของ Nippon paint เป็นตัวอ้างอิง
1. สีสเปรย์กระป๋อง Pyrax 1000 สีแบบนี้หาได้ทั่วไปตามร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไป ข้อดี คือใช้งานง่าย ราคาถูก ข้อเสีย คือ สีจะเป็นสีตามเบอร์ใน
แคตตาล็อคเท่านั้น ปริมาณเนื้อสีน้อย หากชิ้นงานต้องอยุ่ในที่ที่มีแดดเป็นเวลานาน สีจะซีดเร็ว การยึดเกาะขอสีไม่ค่อยดี
2. สี Pyrax 3000 สีแบบนี้จะมาเป็น quart ครับ กระป๋องนึงราคา 300-450 บาทแล้วแต่สีถ้าสีที่เป็นพวกแม่สี หรือสีที่มี bronze ผสมเยอะ
ราคาจะสูง สีแบบนี้ต้องมีกาพ่นสี และเป็นระบบ 1K คือไม่มีตัวแร่งปฏิกริยาในการทำให้สีแห้ง ในกรณีที่ไม่มีกาพ่นสี สามารภให้ทางร้าน
อัดใส่กระป๋องพ่นได้ แต่ราคาจะสููงขึ้น สีจะมาเป็นเบอร์เช่นเดียวกับ Pyrax 1000 แต่ก็สามารถขอให้ทางร้านผสมสีพิเศษนอกจากในเบอร์ให้ได้
แต่ราคาก็จะสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ข้อดี คือ สีจะมีความทนทานมากว่า Pyrax 1000 นิดหน่อย ยึดเกาะดีกว่าแต่ไม่มาก สีซีดช้ากว่าในสภาวะเดียวกัน
ข้อเสีย คือ ราคาสูงขึ้นนิดหน่อย กาทำงานยุ่งยากกว่า เนื่องจากต้องมีกาพ่นสี และ ปั้มลม
3. สีอะคริลิค เป็นระบบสีระบบ 1K เช่นเดียวกัน แต่เนื้อสีมากกว่า คงทนกว่า ซีดยากกว่า แต่ราคาก็สูงกว่า Pyrax 3000 มาก คือ ราคาเริ่มตั้งแต่ 800 บาทต่อ
quart สามารถให้ทางร้านอัดกระป๋องพ่นให้ได้เช่นเดียวกันกับ Pyrax 3000 และสามารถผสมสีตามที่เราต้องการได้แต่ราคาจะเพิ่มขึ้น ที่สำคัญสามารถซื้อ
เพียงครึ่ง quart ได้ ไม่จำเป็นตัองซื้อทั้ง quart แบบ pyrax 3000 ข้อดี คือ สีทนทานกว่า ยึดเกาะดีกว่า ข้อเสีย คือ ต้องมีอุปกรณ์พ่นสี และ ราคาสูง
4. สีระบบ 2K สีระบบนี้ หลายๆ ท่านคงทราบว่าเป็นระบบที่ใช้ซ่อมสีรถยนต์ ดังนั้นมันจึงเป็นระบบสีที่ดีที่สุดที่เราๆ ท่านๆ สามารถทำเองได้ในปัจจุบัน ระบบสีแบบนี้
ราคาค่อนข้างสูงมากถ้าเป็นยี่ห้อดีๆ สีนึงเริ่มตั้นที่หลักพัน การทำงานค่อนข้างยุ่งยาก การผสมอัตราส่วนของสีและตัวเร่ง ต้องพอดี โดยส่วนตัวผม ใช้สีระบบนี้
เฉพาะสีรองพื้น และ Clear เท่านั้น เพราะสีรองพื้นเป็นตัวที่จะทำให้สียึดเกาะดีหรือไม่ดี ส่วน Clear นั้นสามารถป้องกันการขีดข่วนและสารเคมีได้ดี มีให้เลือก
หลายแบบ ตั้งแต่แข็งน้อยถึงแข็งมาก ด้านถึงเงา ที่สำคัญมีกระป๋องเล็กให้ใช้ ทำให้ราคาย่อมลงมา
ขั้นตอนการพ่นสีแต่ละชั้นนั้นผมจะกล่าวในขั้นตอนการทำสีครับ ต่อไปเป็นขั้นตอนการเตรียมชิ้นงานโดยละเอียดครับ

รูปแรกนี้เป็นชิ้นงานที่ผมได้มาในตอนแรกเลย จะเห็นได้ว่ามีรอยถลอกของสีเยอะมาก decal ต่างๆ บนเฟรมก็ถลอกหลายจุด ดังนั้นก่อนที่ผมจะทำการลอกสีออกจึงจำเป็น
ที่จะต้องลอกลาย decal ต่างๆ บนเฟรมออกมาเพื่อเอาไปทำ decal ใหม่

ในการลอกลาย decal นั้นผมใช้ กระดาษไขหุ้มเฟรมในจุดที่มี decal แต่ละจุด จากนั้นก็ใช้ดินสอลอกลายลงบนกระดาษไข ที่ใช้ดินสอเนื่องจากว่ามันสามารถลบได้ง่าย
หากลอกลายผิด

เมื่อลอกลายเสร็จเรียบร้อยแล้ว แกะกระดาษไขออก จะเห็นลายที่ลอกแบบออกมาตามรูป จากนั้นนำไปแสกนโดยใช้ scanner

หลักจากที่แสกน เรียบร้อยแล้วจะได้ไฟล์ที่เป็น jpeg เปิดไฟล์นี้โดยใช้โปรแกรม Illustrator เพื่อทำการลอกลายเป็น vector file ที่ต้องทำแบบนี้เนื่องจากว่า ร้านตัดสติกเกอร์
ส่วนใหญ่จะอ่านไฟล์ืที่เป็น vector file เป็นหลัก ณ จุดนี้หากท่านที่ใช้โปรแกรมนี้ไม่ได้หรือไม่มีอุปกรณ์ ก็สามารถนำกระดาษไขที่ลอกลายเรียบร้อยแล้วไปให้ร้านตัดสติกเกอร์ทำให้
ก็ได้ครับ แต่คงจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มแน่นอน อีกอย่างนึงในการใช้โปรแกรม Illustrator นั้นเราสามารถที่จะ download vector file ที่เป็นโลโก้ต่างๆ จากเวปได้ โดยที่ไม่ต้องลอก
ลายทึ้งหมด เพียงแต่ใช้ลายที่ลอกมาเป็นจุดอ้างอิงขนาดเท่านั้น
สำหรับเรื่องการเตรียมชิ้นงานขอจบเท่านี้ครับ ขออณุญาตไปลอกสีก่อน และผมจะมาเขียนต่อเรื่องขั้นตอนการทำสี step by step เลยครับ




























