ยินดีมากครับที่replyไปนั้น แล้วเพื่อนๆได้พอเห็นเป็นประโยชน์นะครับ
ส่วนคำถามต่อ เรื่องที่ว่าแล้ว"มันเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างไร" ของคุณ"Fisherman41"
ก็เป็นเรื่อง"น่าชวนสงใส"ต่อไปอีก เห็นคำถามเมื่อวานเย็น กะว่าจะทำคลิปง่ายๆให้ชม แต่..
ปรากฏว่าเลนส์กล้องหนอนของผม มันมีอาการเลนส์ค้างขณะถ่ายซะก่อน เลยต้อง
พยายามใช้ภาพจากอินเตอร์เนตแทนไปก่อนนะครับ ผมจะกลับจากต่างจังหวัดปลาย
อาทิตย์หน้า ถ้าอธิบายแล้วยากจะเข้าใจอย่างไร ขออุญาตเป็นว่าเดี๋ยวกลับมาแล้วจะ
ปรับปรุงให้ครับ
ตัวอย่างภาพ ผมขอใช้เป็นชุดเกียร์ "SA" ในรุ่น "AW" เนื่องจากมีกลไกเรียบง่าย ออกมานานสุด
มีคนใช้เยอะ มาเป็นตัวอย่างพื้นฐานนะครับ ไม่ใช่ว่าใส้ในจะเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดนะครับ
เริ่มจากเรามารู้จัก ชื่อเรียกชิ้นส่วนสำคัญๆต่างๆ ให้มีชื่อเรียกขานได้ตรงกันเสียก่อน

ส่วนของเฟืองที่ศูนย์กลาง เรียก "sun gear" ดูคล้ายว่าเป็นพระอาทิตย์ที่อยู่ตรงกลางวงโคจรของดาวบริวารดวงอื่น

ในกลไกอย่างอื่น อย่างสว่านไฟฟ้าsun gearนั้นเคลื่อนที่หมุนรอบไปขับเฟืองอื่นก็ได้
แต่ในลูกดุมเกียร์จักรยานนั้น เฟืองชิ้นนี้จะติดแน่นอยู่กับแกนดุม ไม่หมุนไปไหน อยู่นิ่งๆ
เป็นหลักทดให้เฟืองบริวารหมุนรอบเท่านั้น

ในชั้นวงถัดออกมา เรียก "planet gear" ในชุดเกียร์ดุมจะทำเป็น"กรง"(cage)ขังชุดลูกเกียร์planet
ทั้ง4ลูกยึดตำแหน่งแน่นอนเอาไว้ เรียกรวมกันเป็น "planet cage" ยังมีชิ้นส่วนสำคัญที่ติดมาพร้อม
กันกับcage ซึ้งขาดไม่ได้เลยคือขาเตะเกียร์ต่ำ (low gear pawl)ซึ่งจะกางของมันอยู่อย่างงี้ตลอดเวลา

ส่วนประกอบที่จะสร้างอัตราทดชิ้นสุดท้ายคือ "ring gear" ซึ่งจะมาครอบพอดีกัน กับเฟืองplanetทั้ง4

ภาพกลไกสำคัญที่สร้างอัตตราทดทั้ง3ส่วน เมื่อประกอบอยู่ในที่ของมันแล้ว ชิ้นส่วนสำคัญที่ติดมา
ด้วยกับเกียร์วงแหวนคือ ขาเตะเกียร์วงแหวน(gear ring pawl) ซึ่งขาคู่ที่เกียร์วงแหวนนี้จะถูกกดให้หุบ
ลีบลงไปได้ ด้วยกลไกจากครัชกากบาท ในตอนที่เราเข้าเกียร์1 ตอนปั่นอยู่ที่เกียร์1มันถึงเงียบๆไงครับ
เพราะเหลือแต่ขาที่ planet cage เพียงคู่ซ้ายแค่นั้นที่ขับกระป๋องอยู่
เจ้าขาเตะ"สองคู่" 4ตัว ที่ปลายด้านในกระป๋องซ้ายขวานี้ ก็มีหน้าที่สำคัญมาก เพราะ กลไกภายในที่ถูกขับเคลื่อนอยู่
จะส่งกำลังไปหมุนล้อได้ ก็ต้องทำโดยขับผ่านขาเตะเล็กๆสองคู่นี้ ด้วยการหุบเข้า หรือกางออกไปเชื่อมต่อกับ
เจ้าเปลือกกระป๋องนม(shell)กลวงๆ เพื่อผ่านแรงต่อไปซี่ลวดและวงล้อ ขณะเดียวกันก็สร้างเสียงติ๊กๆๆๆๆ ที่บ้าง
ก็เห็นเป็นความไพเราะ หรือเป็นว่าดังรำคาญ ก็ดังมาจากเจ้าขาสองคู่นี่เอง

สีแดงคือ gear ring สีน้ำเงินคือ planet cage ขาเตะในที่นี้มองไม่เห็น แต่ก็จะอยู่ที่ด้านปลาย หัวท้ายกระป๋อง
เสียดายว่าภาพนี้มันเป็นภาพนิ่ง ซึ้งถ้าเคลื่อนไหวได้ จะเห็นเลยว่า แดงกะน้ำเงินตอนหมุนนั้น "มันเร็วไม่เท่ากัน"
ซึ้งก็เกิดขึ้นจากการทดเฟือง กันในลักษณะ "panetary gear" ที่ได้เล่าไว้ก่อนหน้า โดยสีแดงหมุนไป4รอบ
สีน้ำเงินจะหมุนเพียง3รอบ ตามความสัมพันธ์ของฟันที่เค๊าออกแบบทดมา ซึ่งมันก็สามารถคำนวนกันได้ แต่ชั้นนี้
เพียงเพื่อความเข้าใจพื้นฐานการทำงานก็ขออนุญาตข้ามๆมันไปซะก่อน
พอรู้จักมันครบ 3ชิ้นส่วนเฟืองหลักแล้ว หัวใจของการเกิดการทดเป็นเกียร์ต่างๆถึงสามเกียร์ ก็เริ่มง่ายแล้ว
เพราะsun gearที่ศูนย์กลางแกนนั้นล๊อคอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหวแน่ๆ การ"input"แรงเข้าไปหมุนชิ้นส่วนทั้งสาม
ที่ประกอบขบเฟืองกันไว้เรียบร้อยแล้วนั้น ก็จะมีเพียง"planet cage" และ "ring gear"เท่านั้นที่จะเคลื่อนที่
ไปในลักษณะของการหมุนไป
"แต่ไม่พร้อมกัน" เนืองจากการทดกันในรูปแบบนี้
"ring gearจะหมุนเร็วกว่า
planet cage" จะเร็วกว่าเท่าไร ก็แล้วแต่ความสัมพันธ์ของจำนวนฟันเฟืองที่ออกแบบไว้
พอเกิดชิ้นส่วนภายในสองชิ้น"ที่หมุนไปในทิศทางเดียวกัน หมุนเกาะเกี่ยวตามๆกันไป แต่ด้วยความเร็วที่ไม่เท่ากัน"
ก็ใช้ประโยชน์จากตรงข้อนี้ได้แล้ว
หากเราเชื่อมต่อแรงจากขาเรา ให้ input ไปที่ชิ้นส่วน "planet cage" ที่ช้ากว่า แรงจะถูกส่งต่อไปตามกลไกเฟือง
ถึง "ring gear" ที่เร็วกว่า ขาเตะขับกระป๋องของ "ring gear" ก็จะไปขับล้อให้หมุนเร็วกว่าที่ต้นทาง ซึ่งก็จะเร็วกว่าขาเตะ
ของ "planet cage" ทำให้ที่"เกียร์3"เราจะได้ยินเสียงติ๊กของ "planet cage" ถูกเฟืองที่ขอบกระป๋องวิ่งแซงรูดไปดัง
ติ๊กๆๆๆขณะที่ปั่นอยู่
ที่เกียร์สอง แรงจากขาเราจะถูกย้ายไปไว้ที่ ring gear ซึ่งเร็วเป็นที่สุดอยู่ภายในอยู่แล้ว แรงส่งมาได้เท่าไร ก็ขับล้อ
ไปเท่านั้น ที่เกียร์2 อัตราทดภายในจึงไม่มี! เหลือแต่อัตราทดภายนอก คือใส่cogกี่ฟัน ล้อก็หมุนไปได้ตามนั้นเป๊ะ!
ที่เกียร์1 แรงยังถูกส่งมาไว้ที่ ring gear แต่กลไกครัชจะไปกดขาเตะกระป๋องของ ring gear ให้หุบลง ring gear
รับแรงมาเท่าไร ตัวมันเองโดนหุบขาไม่ให้เชื่อมกับกระป๋อง ก็จะทดลงต่อไปยัง planet cage ให้ช้าลง เพราะฉะนั้น
ก็จะเหลือแต่ขาติ๊กของ planet cage ที่ยังเกาะกระป๋องอยู่ ซึ่งถูกทดเอาไว้ให้วิ่งช้ากว่าตามอัตราทดที่มี ก็จึงเกิดการ
ทดเป็น "low gear" ขึ้นมา

การเชื่อมต่อแรงจากขาเรา ไปยังชิ้นส่วน "planet cage" หรือ "ring gear" ก็ทำผ่านเจ้าครัชกากบาท ที่วิ่งขึ้นลง ไปจิ้
สัมผัสกับกลไกต่างๆตามแรงดึงของสายสลิง ซึ่งถูกกำหนดระยะเคลื่อนที่ตายตัวจากทริกเกอร์ ที่เราโยกไปมา
หลักใหญ่ใจความของการ เกิดเป็นเกียร์ต่างๆภายในเกียร์ดุม3เกียร์ ก็คงมีประมาณนี้..นอกนั้นเป็นส่วนของรายระเอียด
อาทิ ทำไมบ้างรุ่นมีอาการคล่อมเกียร์เกิดขึ้นได้ง่าย บางรุ่นไม่คล่อมเลย บางรุ่นเปลี่ยนเกียร์ง่าย บางรุ่นต้องม้วนหลัง
แปดตลบ บางรุ่นใช้แท่งกด บางรุ่นใช้โซ่ดึง บางรุ่นหมุนมาทางนี้ดัง บางรุ่นไม่ดัง พวกนี้ล้วนเป็นการพลิกแพลงจากการ
ออกแบบ แต่หลักคร่าวๆก็จะเป็นประมาณนี้เหมือนๆกันซะส่วนใหญ่ครับ
