หน้า 1 จากทั้งหมด 2

ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 10:23
โดย janisa88
:o จักรยานกับฝนตก....หลายครั้งที่ไม่ได้ปั่นเพราะฝนตก็ต้องไปใช้บริการ โฮมเทรนเนอร์ ....แต่ก็มีหลายครั้งท้องฟ้าดูเป็นใจใสสะอาดก็ได้ออกไปปั่น.....ไม่เกิน1ช.ม. มาแล้วครับฝน...ปั่นหนีอย่างไรก็ไม่ทัน...บางครั้งมืดมาไม่เกิน15นาที...ตกหนัก...จากปั่นธรรมดาเป็นปั่นลุยฝน...แค่ล้างรถเอาน้ำมาโดนจุดหล่อลื่นที่เป็นลูกปืนยังไม่อยากเลย..ผมระวังเรื่องนี้มาก การปั่นรถลุยฝนส่วนตัวผมหลีกเหลี่ยงและไม่จำเป็นจะไม่ปั่นแต่มันหลีกเหลี่ยงไม่ได้....เอารถขึ้นแท๊กซี่กลับบ้านก็ยังเคย....จุดสำคัญเวลาลุยฝนคือ...กระโหลก ครับน้ำจะกระเด้นจากล้อหน้าขาหาเฟรมและน้ำก็จะซึมเข้าไปในกระโหลกถึงจะมีน้ำมันน้ำมันหล่อลื่นอยู่...เพื่อนผมหลายคันถอดดู...น้ำเข้าครับผสมกับจาระบีเป็นสีขาวขุ่น..ดีที่เปิดมาล้างไม่นั้นคงจะเสียถ้าปล่อยไว้และข้อสำคัญที่ชวนให้เปิดคือความลื่นของกระกระโหลกลดลง.....และยิ่งไปปั่นแบบลุยน้ำเพื่อนผมก็กระโหลกเสียมาแล้วระวังกันหน่อยครับ...(น้ำฝนมีกรดกัดกลับมาควรล้างด้วยน้ำประปาก่อนทันที)....หรือใครมีอะไรมาเสอนแนะอีก...... :mrgreen:

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 10:28
โดย umbabab
คนปั่นไปทำงาน ประเภท bike to work ไม่ได้ปั่นเพื่อซ้อม คงไม่มีทางเลี่ยงฝนได้อ่ะครับ
เพราะถ้าฝนตก เรียกแทกซี่ไม่ได้(ไม่รับ) ไปวินม.ไซด์ไม่ได้(เปียก) รถยังติดโคตรๆต่างกหาก
ต้องใช้เสื้อกันฝน ไม่ก็ถือร่มปั่น (ไม่ก็เอาขาจับร่มมใช้)อย่างเดียว
ผมคงต้องศึกษา วิธีถอดกะโหลก พร้อมอุปกรณ์แล้วหละ

แต่ก่อนผมใช้ ขาจับร่มครับ ที่ยอมเป็นตัวตลก ไม่ใช่เพราะแค่ไม่อยากเปียก แต่เพราะอยากป้องกัน ส่วนของกระโหลก ร่มมันบังรถได้ครึ่งหน้าทั้งคัน
หลังๆเริ่มอายสายตาชาวบ้าน+อยากปั่นเร็วขึ้น ก็เลยหาเสื้อกันฝนใหญ่ๆมาใช้แทน เริ่มรู้สึกว่ารถฝืดขึ้นเหมือนกัน ทั้งๆที่ล้างและหยอดน้ำมัมนแล้ว

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 10:51
โดย chinrmon
ผมซื้อรถมาได้3เดือนขี่ไปสัก 30วัน เจอฝนเเบบเต็มๆเข้าไป8วัน เเล้ว ทุกครั้งกลับบ้านต้องมีเเต่เรื่องปวดหัว
ถอดสายเบรค สายเกียร์มาทำความสะอาด ใช้เวลาพอๆกะปั่นเลย ทำจนเดี๋ยวนี้คล่องเลย :lol: :lol: เเต่ก็
เบื่อน๊ะเวลาต้องถอด หลังๆถ้าเห็นท่าไม่ดีฝนจะตก ตัดสินใจยกขึ้นเทรนเนอร์ดีกว่าขี้เกียจล้างง่ะ
ไปปั่นวันเเรกที่ได้รองเท้าใหม่มา+คลีต105ใหม่ปั่นจากดาวน์คะนองไปมหาชัย ฟ้าสดใสดี ปั่นไปถึงมหาชัย
พายุโหมมาไม่รู้จากทางทิศไหนตอนนั้นอยู่ในเมืองกะจะปั่นหนี ดูเหมือนจะสำเร็จตอนเเรก ขี่ไปขี่ไปดันไปเจอถนนทีฝน
เทลงไปก่อนหน้าอย่างจังน้ำท่วมเต็มถนน ไม่มีทางเลือกเหลือระยะทางกลับบ้าน40โล ถ้าขี่ช้าได้กินข้างกับลิงเเสมเเถวนั้น
ตอนนั้นปาเข้าไป2ทุ่มครึ่ง ก็ตัดสินใจลุยเลย กลับถึงบ้านรองเท้าเน่าสุดๆคลีตที่ซื้อมา1500บาท ราคาหดเหลือ300ทันทีเพราะ
ถลอกปลอกเปิกจากขี้ทรายทีติดขึ้นมาจากถนน เบรคเเข็งเกียร์ไม่เปลี่ยนในวันรุ่งขึ้น ขอบล้อเยิยยางเบรคหายไปจมเหมือนขี่มาสัก1000โล
นรกจริงๆทริปรับน้องใหม่ :D :D

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 12:11
โดย เสือ Spectrum
มีคำแนะนำสำหรับคนที่เลี่ยงการปั่นฯ ตากฝนไม่ได้นิดหน่อยครับ

1. จักรยานรุ่นเก่าบางคันจะมีการเจาะรูระบายน้ำเพื่อกันน้ำขังบริเวณใต้กระโหลกมาจากโรงงานเลยครับ ใช้ดอกสว่านขนาด 2 - 3 มม. เจาะรูใต้กระโหลกสัก 2 รู ถ้าจะให้ดีทดสอบการระบายน้ำดูสักนิดและเลือกเจาะจุดที่ไม่ขัดขวางการทำงานของอุปกรณ์อื่น จะช่วยยืดระยะเวลาถอดซ่อม/บำรุงไปได้นานมากกว่าเดิมอีกระยะหนึ่งครับเพราะถ้าไม่ไปลุยหนักก็มักจะไม่เจอน้ำชังในบริเวณกระโหลก

2. เรื่องน้ำเข้าสายเกียร์/สายเบรค เกิดจากการที่ปั่นฯ ทวนกระแสลมฝนแล้วน้ำเข้าเวลาเรากำเบรคหรือเปลี่ยนเกียร์ครับ พกถุงพลาสติกใส่ของสักหลายๆ ใบ พอฝนตกก็เอาถุงพลาสติกพันรอบๆ มือเกียร์มือเบรคให้น้ำฝนซึมเข้าได้ยากขึ้น แต่ระวังอย่าให้ไปขัดขวางการทำงานของอุปกรณ์นะครับ

สายเบรค/สายเกียร์ส่วนที่เปลือย โดนอากาศอยู่ก็เอาสำลีชุบจารบีหรือน้ำมันหล่อลื่นรูดเพื่อเคลือบกันน้ำไว้ก็ได้ครับ ไม่ก็เปลี่ยนไปใช้สายเบรครุ่นที่ดีๆ มีสารหล่อลื่น กันน้ำ/สนิมได้ระดับหนึ่งครับ

น้ำฝนที่เข้ากระโหลกเกิดจากล้อหลังวิดน้ำที่พื้นถนนสะบัดมาโดนหลักอานและไหลซึมลงไปสะสมที่กระโหลกซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ต่ำสุด ป้องกันหรือช่วยให้อาการทุเลาลงได้ด้วยการใช้ถุงพลาสติกพันรอบหลักอานตรงรอยต่อระหว่างเฟรมและหลักอานครับ

ส่วนที่จะต้องขยันถอดออกมาเช็คจารบีบ่อยๆ น่าจะเป็นดุมล้อและบันใดมากกว่าที่อื่นครับ แต่ถ้าไม่ได้ลุยน้ำหรือฝนหนักมากก็อาจจะพอเช็คความลื่นจากภายนอกสลับกับถอดออกมาดูรายละเอียดนานๆ ครั้งได้ครับ

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 12:26
โดย nikom959
รถผมทุกคันโดนเจาะหมดครับ

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 12:29
โดย BoyMTB
สิ่งที่สำคัญมากคือ ทุกครั้งที่ลุยฝนมา
น้ำจะค้างอยู่ในเฟรมแน่นอน
เอียงให้น้ำออกซ่ะหน่อย
จะถอดหลักอานแล้วคว่ำจักรยานลงก็ได้
โซ่ ใบจาน เฟือง ตีนผี เช็ดด้วยผ้าให้แห้งทุกครั้ง
แล้วหยอดน้ำมันหล่อลื่น
เบาะหนัง เช็ดให้แห้ง

และอย่าลุยน้ำที่ขังสูง ๆ เพราะมันจะชะล้าง น้ำมัน จาระบี เพิ่มความสึกหรออย่างมาก

ต้องระวังอย่างมากกับ ดุมล้อ ลูกปืน ลูกรอกตีนผี.....

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 14:04
โดย ก้อย
ผมว่ากะโหลกกลวงแบบมีเสื้อพลาสติกเข้ายากครับ ต้องลุยนานๆมากๆ แต่ถ้าระบบpress fit ที่มีแค่ฝายางปิด ไม่ต้องลุยเจอฝนหน่อยๆก็เละแล้ว ปีนี้เพิ่งลุยไป3-4ครั้ง ลูกปืนเริ่มเน่าอีกแล้ว แขวนไว้ดูดีกว่า เอาเสือภูเขาขี่แทน

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 14:07
โดย biglawyer
เก็บเกี่ยวความรู้ ขอขอบคุณพี่เสือสเป็คตั้มมากครับ นับถือจริงๆพี่เขามาความรู้เยอะมากส์.....เดี๋ยวต้องไปก้มดูที่เฟรม แลหาทางเจาะบ้าง

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 15:59
โดย kobfujar
"อย่าขับรถหนีฝน"
คำนี้น่าจะนำมาใช้กับการปั่นจักรยานได้ด้วย ก็อย่าปั่นหนีฝนครับ มันอันตราย

รถผมมีบังโคลนก็คงกันได้พอสมควร แถมเป็นเฟรมเก่ามีรูข้างใต้ด้วย
แต่ก็ต้องระวังกันด้วยหละครับ เรื่องซ่อมบำรุงเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำเสมอ :)

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 16:04
โดย kuppaboy
ผมลุยฝน มาตลอดเลย พอฝนตก จอดใส่เสื้อกันฝน แล้ว ลุยต่อเลย

เสียวๆ เหมือนกัน ล้อ ลื่นมากๆ ปั่นขึ้นสะพาน ล้อฟรี ประจำเลย

อีกอย่าง กลัวมาก เวลาไปเจอบริเวณน้ำขัง กลัวเจอท่อระบายน้ำทางยาวกับรอยแยกของถนน ถ้าหล่นลงไป ละ หุหุ เจ็บและอาย แน่ๆ

พอกลับถึงบ้าน ก็จับ จักรยานยกล้อ ตั้งขึ้น ที่หางเฟรมผม มีรูระบาย น้ำอยู่ น้ำออกมา เยอะมากเลย

ทำความสะอาด เช็ดล้องโคลนออก หยอดน้ำมันหล่อลื่นนิดหน่อย

ใช้ของถูก สบายใจปั่นแบบไร้กังวล ครับ

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 16:25
โดย kaisernoi
ตอนนี้ฝนตกเลิกปั่นละครับ กลัว เปลี่ยนมาใช้ขอคาร์บอน เบรกไม่ได้เลย :mrgreen:

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 18:11
โดย BoyMTB
ก้อย เขียน:ผมว่ากะโหลกกลวงแบบมีเสื้อพลาสติกเข้ายากครับ ต้องลุยนานๆมากๆ แต่ถ้าระบบpress fit ที่มีแค่ฝายางปิด ไม่ต้องลุยเจอฝนหน่อยๆก็เละแล้ว ปีนี้เพิ่งลุยไป3-4ครั้ง ลูกปืนเริ่มเน่าอีกแล้ว แขวนไว้ดูดีกว่า เอาเสือภูเขาขี่แทน
พี่ก้อยครับ
กะโหลกแบบมีเสื้อพลาสติกยี่ห้อหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อว่าลื่นมาก ๆ
ผมเอาไปลุยน้ำ ลุยฝน ปรากฏว่า กะโหลกมีเสียง และไม่ลื่นอีกเลยครับ พี่ janisa88 กับผมทราบดี
ทั้งที่ลุยมาแค่ไม่กี่นาที แต่ช่วงลุย น้ำท่วมถึงกะโหลก น้ำเข้าเรียบร้อย กะโหลกพังครับ

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 19:16
โดย hydrogen
เพิ่งรู้ ว่าเสือหมอบ ไม่ชอบน้ำ ...

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 19:21
โดย เสือน้อย@SK
อาทิตย์ก่อนฝนตกหนัก ผมปั่นจะปั่นกลับบ้าน ลุยมาประมาณ1โล น้ำท่วมเลยกะโหลกนิดๆ กลับมาถอดหมดเลยแล้วเอาเครื่องดูดฝุ่นแบบเป่าลมได้ เป่าลงไปทางท่อน้ำพุ่งออกจากกะโหลกเต็มเลยครับ ไล่เป่าหลายที่จนแห้ง ใช้เวลา ถอด เป่า ประกอบเช็ค เกือบ4ชม.อ่าครับ :cry:

Re: ไม่ได้อยาก...ลุยฝนเลย..ระวังกันนิด

โพสต์: 03 มิ.ย. 2011, 19:56
โดย ทะเล
ปัญหานี้ก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผมเหมือนกัน แต่ผมจะหยุดจอด ให้หยุดตกก่อน แล้วค่อยๆ ขี่กลับ เคยขี่ลุยฝน เบรคปัด ลื่น ผมว่าอันตรายครับ

ปัญหานี้คิดว่าเป็นคนเดียวซะอีก :lol: