+++เรื่องเล่าจากการแข่งจักรยาน+++
โพสต์: 06 ธ.ค. 2010, 09:45
ขี่รถจักรยานมาหลายปี แต่ก่อนขี่คนเดียวไม่ค่อยมีปัญหา หรือมีเรื่องแปลกให้เห็น ระยะ 2-3 ปี ที่ผ่านมาเริ่มขี่จริงจัง เข้ากลุ่มกับพวก และไปแข่งบ้าง 3-4 ครั้ง แต่ไปดูการแข่งบ่อยๆ แรกเข้ามาก็คิดว่า นักจักรยาน เป็นนักกีฬา มีน้ำใจ และสปิริต ดูภาพพจน์ น่าจะเป็นกีฬาที่น่าเล่น รวมทั้งคิดไปถึงนิสัยใจคอคนที่ขี่จักรยาน คงจะน่าคบหา แต่เอาเข้าจริงๆ มันไม่ใช่ ซึ่งอาจเป็นเพียงส่วนน้อยในคนจำนวนมาก ร้อยพ่อพันแม่ อย่างที่เขาว่ากันไว้
ผู้เขียน ไม่ได้เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นคนชอบดูโลก ความเป็นไปของมนุษย์ มันมีบทบาทของมันแสดงออกมาให้เห็น ซึ่งบางทีก็ขบขัน บางทีก็เศร้า บางทีก็เซ็ง หรือเลวร้าย ก็มี สุดที่จะคาดหยั่งได้ว่า มนุษย์จะก่อให้เกิดอะไรขึ้นมาอีก เรื่องที่จะเล่านี้เป็นเพียง เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เคยคิดว่า จะเกิดขึ้นกับการแข่งรถจักรยาน แต่ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และนำมาเล่าเพื่อให้เห็นความเป็นคนที่ไม่เหมือนกัน
ในการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาแห่งหนึ่ง ขอสงวนนาม รุ่น อายุ 55 ปี มีคนร่วมแข่งสิบกว่าคน มีเพื่อนของผู้เขียน ลงแข่งด้วย การแข่งขันดำเนินไปตามปกติ จนกระทังจบการแข่งขันไปแล้ว เพื่อนของผู้เขียนได้เล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่แข่งขันกันอยู่ เพื่อนของผู้เขียน ขี่อยู่กลุ่มนำตลอดเส้นทาง และจำได้ว่า แซงรถทุกคันในรุ่นจนมาถึงถนนใหญ่ ปรากฏว่า มีรถจักรยานคันหนึ่งนรุ่นเดียวกัน เกาะกะบะท้ายรถบรรทุกแซงขึ้นไป ซึ่งขณะนั้น เพื่อนผู้เขียนนำกลุ่มอยู่ห่าง จึงไม่มีใครเห็น หลังจากแซงขึ้นไปแล้ว ชายคนนั้นก็ปล่อยรถกะบะ แล้วปั่นต่อ ซึ่งเพื่อนผู้เขียนก็ได้แซงขึ้นหน้าไปอีก และไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะสมาธิอยู่กับการแข่ง จนกระทั่งเข้าไปได้รับชัยชนะแล้ว ระหว่างพักผ่อนได้เล่าเรื่องให้พรรคพวกทราบ จึงคอยดูว่า คนดังกล่าวจะขึ้นมารับถ้วยหรือไม่ จนถึงเวลารับถ้วย กรรมการประกาศ แต่ไม่ขึ้นรับถ้วย เพราะว่า เขาแอบไปขอรับจากกรรมการไปก่อนแล้ว โดยอ้างว่า บ้านไกล จะรีบเดินทาง เขาไม่ได้ที่ 2 หรอกครับ เขาเลือกเอาที่กลางๆ เพราะสนามนั้นมีถ้วย 9 ใบ ผู้เขียนถามเพื่อนว่า ทำไมไม่ประท้วง เพื่อนบอกว่า ประท้วงก็ต้องมีหลักฐานชัดเจน เพราะ ขณะนั้น เราไม่มีหลักฐานทั้งพยานภาพถ่าย เพราะขี่รถอยู่ และบุคคล ก็ไม่มีพวกเราเลย กับทั้งระยะนั้นมีคนน้อยด้วยและไม่มีใครสนใจใครอยู่แล้ว เพราะการปล่อยตัว ก็กระทำไล่เรี่ยกันหลายรุ่น ประกอบกับเป็นระยะที่ถนนเรียบยาว จึงมีนักแข่งน้อยลง และกรรมการก็ถูกวางเฉพาะทางร่วมทางแยก จึงไม่มีใครเห็น
เรื่องที่สอง เป็นการแข่งรุ่น 60 ปี การแข่งเริ่มไปตามปกติ ผ่านรอบแรกไปแล้ว เริ่มเข้ารอบที่ 2 ปรากฏว่า มีนักแข่งคนหนึ่ง บอกว่า ไม่ไหว ขอหยุดและขี่รถเลี้ยวกลับ มาอย่างช้าๆ จนพวกที่แข่งอยู่ตามมาทัน ชายดังกล่าวก็เลยผสมโรงเข้าไปกับกลุ่ม โดยแอบอยู่ท้ายกลุ่ม และติดอันดับ 1 ใน 9 รับถ้วยไปอย่างหน้าตาเฉย
ผู้เขียน ไม่ได้เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นคนชอบดูโลก ความเป็นไปของมนุษย์ มันมีบทบาทของมันแสดงออกมาให้เห็น ซึ่งบางทีก็ขบขัน บางทีก็เศร้า บางทีก็เซ็ง หรือเลวร้าย ก็มี สุดที่จะคาดหยั่งได้ว่า มนุษย์จะก่อให้เกิดอะไรขึ้นมาอีก เรื่องที่จะเล่านี้เป็นเพียง เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เคยคิดว่า จะเกิดขึ้นกับการแข่งรถจักรยาน แต่ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และนำมาเล่าเพื่อให้เห็นความเป็นคนที่ไม่เหมือนกัน
ในการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาแห่งหนึ่ง ขอสงวนนาม รุ่น อายุ 55 ปี มีคนร่วมแข่งสิบกว่าคน มีเพื่อนของผู้เขียน ลงแข่งด้วย การแข่งขันดำเนินไปตามปกติ จนกระทังจบการแข่งขันไปแล้ว เพื่อนของผู้เขียนได้เล่าให้ฟังว่า ระหว่างที่แข่งขันกันอยู่ เพื่อนของผู้เขียน ขี่อยู่กลุ่มนำตลอดเส้นทาง และจำได้ว่า แซงรถทุกคันในรุ่นจนมาถึงถนนใหญ่ ปรากฏว่า มีรถจักรยานคันหนึ่งนรุ่นเดียวกัน เกาะกะบะท้ายรถบรรทุกแซงขึ้นไป ซึ่งขณะนั้น เพื่อนผู้เขียนนำกลุ่มอยู่ห่าง จึงไม่มีใครเห็น หลังจากแซงขึ้นไปแล้ว ชายคนนั้นก็ปล่อยรถกะบะ แล้วปั่นต่อ ซึ่งเพื่อนผู้เขียนก็ได้แซงขึ้นหน้าไปอีก และไม่ได้สนใจอะไรนัก เพราะสมาธิอยู่กับการแข่ง จนกระทั่งเข้าไปได้รับชัยชนะแล้ว ระหว่างพักผ่อนได้เล่าเรื่องให้พรรคพวกทราบ จึงคอยดูว่า คนดังกล่าวจะขึ้นมารับถ้วยหรือไม่ จนถึงเวลารับถ้วย กรรมการประกาศ แต่ไม่ขึ้นรับถ้วย เพราะว่า เขาแอบไปขอรับจากกรรมการไปก่อนแล้ว โดยอ้างว่า บ้านไกล จะรีบเดินทาง เขาไม่ได้ที่ 2 หรอกครับ เขาเลือกเอาที่กลางๆ เพราะสนามนั้นมีถ้วย 9 ใบ ผู้เขียนถามเพื่อนว่า ทำไมไม่ประท้วง เพื่อนบอกว่า ประท้วงก็ต้องมีหลักฐานชัดเจน เพราะ ขณะนั้น เราไม่มีหลักฐานทั้งพยานภาพถ่าย เพราะขี่รถอยู่ และบุคคล ก็ไม่มีพวกเราเลย กับทั้งระยะนั้นมีคนน้อยด้วยและไม่มีใครสนใจใครอยู่แล้ว เพราะการปล่อยตัว ก็กระทำไล่เรี่ยกันหลายรุ่น ประกอบกับเป็นระยะที่ถนนเรียบยาว จึงมีนักแข่งน้อยลง และกรรมการก็ถูกวางเฉพาะทางร่วมทางแยก จึงไม่มีใครเห็น
เรื่องที่สอง เป็นการแข่งรุ่น 60 ปี การแข่งเริ่มไปตามปกติ ผ่านรอบแรกไปแล้ว เริ่มเข้ารอบที่ 2 ปรากฏว่า มีนักแข่งคนหนึ่ง บอกว่า ไม่ไหว ขอหยุดและขี่รถเลี้ยวกลับ มาอย่างช้าๆ จนพวกที่แข่งอยู่ตามมาทัน ชายดังกล่าวก็เลยผสมโรงเข้าไปกับกลุ่ม โดยแอบอยู่ท้ายกลุ่ม และติดอันดับ 1 ใน 9 รับถ้วยไปอย่างหน้าตาเฉย