หน้า 1 จากทั้งหมด 2

... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 07:49
โดย foox
ตอนปั่นจักรยานใหม่ๆ ความเร็วไม่มาก ปั่นเรื่อยๆ ผมจะหายใจทางจมูกตลอด ไม่มีปัญหาอะไร
ระยะทาง 50 km ดื่มน้ำครั้งเดียว

ตอนนี้ปั่นมาได้ 5-6 เดือน ความเร็ว av เพิ่มขึ้น (ตอนนี้เฉลี่ย av 26 กว่าๆ แล้ว )
ทุกวันที่ปั่นก็พยายามเพิ่มความเร็วบ้างวันล่ะนิด ล่ะหน่อย
กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น แต่ก็เหนื่อยเพิ่มขึ้น ทำให้เวลาปั่น หายใจทางจมูกอย่างเดียวรู้สึกว่าจะไม่ทัน ซะแล้ว
เลยหายใจทางปาก

การหายใจทางปากทำให้คอแห้งเร็ว ตอนนี้ ระยะทาง 50 km ผมต้องดื่มน้ำ 2-3 ครั้ง

การปั่นจักรยานควรจะฝึกหายใจ อย่างไรดีครับ :roll:


รูปภาพ

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 08:50
โดย HS5RAP
จมูกดีที่สุดครับ เพราะในโพรงจมูกมีทั้งเยื่อเมือกทั้งขนจมูกกรองฝุ่นละอองและเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง...
แต่ถ้าหายใจไม่ทันก็ต้องใช้ปากเป็นตัวช่วยละครับ..

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 08:55
โดย thaicom
HS5RAP เขียน:จมูกดีที่สุดครับ เพราะในโพรงจมูกมีทั้งเยื่อเมือกทั้งขนจมูกกรองฝุ่นละอองและเชื้อโรคได้ในระดับหนึ่ง...
แต่ถ้าหายใจไม่ทันก็ต้องใช้ปากเป็นตัวช่วยละครับ..
ต้องหัดหายใจทางจมูกครับ จะได้จมูกใหญ่ๆ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 09:56
โดย อ่อนล้า
ดื่มน้ำน้อยไปครับ....ควรจิบบ่อยๆ

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 12:22
โดย sohosohi
ถ้าว่าด้วยความปลอดภัย ทางจมูก
ถ้าว่าด้วยประสิทธิภาพ ทางปากและจมูกพร้อม ๆ กัน

โดยส่วนตัว ผมหายใจทั้งทางปากและจมูกครับ ไม่งั้นหายใจไม่ทัน

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 13:17
โดย Jakrapong
เห็นด้วยครับ
ปล.ว่าจะลองหายใจทางผิวหนังดูบ้าง เผื่อจะปั่นได้นานขึ้น :mrgreen:

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 13:44
โดย pear
จมูกก่อนไม่ไหวเอาปากช่วยได้ระบายอากาศได้สะดวก ดูดอากาศสะดวกดีด้วย

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 14:37
โดย joomgt
ปั่นเหนื่อยไม่มากใช้จมูก เหนื่อยอยู่ก็ใช้ปากบ้างบางจังหวะ เหนื่อยอีกก็คงต้องทางเหงือกแล้วละครับ :mrgreen:

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 15:10
โดย monitor a
เคยอ่านแว็ปๆ ให้ฝึกหายใจเข้าทางจมูกแล้วพ่นออกทางปาก ครับ....
แต่ดื่มน้ำน้อยไปครับ ......

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 18:32
โดย สมประสงค์
Jakrapong เขียน:เห็นด้วยครับ
ปล.ว่าจะลองหายใจทางผิวหนังดูบ้าง เผื่อจะปั่นได้นานขึ้น :mrgreen:
:mrgreen: :mrgreen:

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 18:47
โดย เสือ Spectrum
monitor a เขียน:เคยอ่านแว็ปๆ ให้ฝึกหายใจเข้าทางจมูกแล้วพ่นออกทางปาก ครับ....
แต่ดื่มน้ำน้อยไปครับ ......
ตอนที่ไม่ได้ปั่นจักรยานลอง "ฝึกหายใจ" ดูสิครับ

หายใจเข้าสั้น - หายใจออกสั้น

หายใจเข้าสั้น - หายใจออกยาว

หายใจเข้ายาว - หายใจออกสั้น

หายใจเข้ายาว - หายใจออกยาว

หายใจเข้าสั้น - กลั้นลมหายใจ - หายใจออกสั้น

หายใจเข้าสั้น - กลั้นลมหายใจ - หายใจออกยาว ฯลฯ

สังเกตุอาการตอบสนองของร่างกาย ความยากง่ายในการควบคุมลมหายใจ พอคุณเข้าใจแล้วก็ดัดแปลงไปใช้กับการปั่นจักรยานได้ครับ

ทำได้จะเป็นประโยชน์กับการปั่นจักรยานโดยเฉพาะเวลาปั่นฯ เร็วๆ มากครับ

โดยปรกติเวลาปั่นฯ เร็วๆ ร่างกายต้องการอากาศบริสุทธิ์มากกว่าปรกติ เราเลยมักหายใจเข้าสั้น เร็ว แต่หายใจเอาอากาศเข้าปริมาณมาก แต่การหายใจออกเร็วๆ ถี่ๆ ทางจมูกด้วย นั้นทำได้ยากครับ (และมักจะทำให้เหนื่อยเร็วขึ้น) ส่วนมากผมใช้วิธีแบบที่คุณ monitor a พูดถึงครับ แต่ไม่ใช่หายใจออกเร็วๆ ลองลดความถี่ลงสักนิดเพื่อที่ปอดจะได้รับเอา Oxygen เข้าไปได้มากกว่าปรกติครับ

หายใจเข้าทางจมูกเร็วๆ แต่ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากน่าจะพอช่วยได้ครับ

ลองดูนะครับ

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 18:54
โดย เสือ Spectrum
มีวิธีหายใจอีกแบบที่พวกนักดนตรีและนักร้องอาชีพมักใช้กัน ว่ากันว่าทำให้อากาศเข้าปอดด้วยปริมาณเยอะกว่าปรกติคือแทนที่จะหายใจเข้าปอดแบบหน้าอกพอง-ยุบ ก็ให้ฝึกหายใจให้หน้าท้อง (กระบังลม)พอง-ยุบแทน

หายใจเร็วๆ แบบหน้าอกพอง-ยุบจะเหนื่อยเร็วครับ แต่หายใจผ่านกระบังลมจะเหนื่อยช้ากว่าและควบคุมสมาธิในการปั่นฯ ได้ดีกว่าด้วยครับ

ป.ล. - เห็นด้วยกับความเห็นของคุณอ่อนล้าและคุณmonitor a ในเรื่องที่ว่าดื่มน้ำขณะปั่นฯ น้อยไปครับ การจิบน้ำบ่อยๆ (ประมาณ 15 - 20 นาที/ครั้ง) จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง ไม่เกิดอาการขาดน้ำ

ดื่มน้ำน้อยไปในวันที่อากาศร้อนจัดอาจจะเจออาการ Heat Stroke เอาได้ง่ายครับ (ตัวร้อน หน้ามืด หมดสติกระทัีนหัน) แถมหลังการปั่นฯ ยังมีอาการแบบร้อนในตามหลังอีกเป็นวันเลยครับถ้าไม่ดื่มน้ำให้พอเพียง

ที่สำคัญ (ประสพการณ์ส่วนตัวนะครับ) ผมเคยพบเวลาฝึกซ้อมบนเทรนเนอร์ว่าอาการ "รอบขาตก" สัมพันธ์กับการขาดน้ำครับ พอดื่มน้ำไปสักพักรอบขาที่อ่อนล้าก็กลับมาเข้าที่เหมือนเดิมเลยครับ

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 07 ต.ค. 2009, 19:32
โดย don1970
ตามมาอ่านครับ

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 08 ต.ค. 2009, 00:04
โดย phat5553
ต้องลองฝึกหายใจให้เป้นระบบบ้างแล้ว พอดีเพิ่งเริ่มปั่นเลยหายใจมั่วไปหมดเวลาเหนื่อย ขออย่างเดียวให้ถึงที่หมาย....

Re: ... ปั่นจักรยาน ควรหายใจ ทางปาก หรือ ทางจมูก ดี ครับ

โพสต์: 08 ต.ค. 2009, 01:05
โดย giro
ขยายความของพี่เสือ Spectrum ครับ
ที่นักดนตรี(เครื่องเป่า)หัดมีแบบฝึกหัดดังนี้ครับ
หายใจเข้าปากและจมูกพร้อมกัน ออกทางปากอ่างเดียวนะครับ
...หายใจเข้าจนสุด ยาวๆช้าๆประมาณ 8 วินาที เอาให้สุด ท้องควรพองออก แรกๆแนะนำยืนตัวตรงแล้วค่อยๆกางมือออกช้าๆจนแขนขนานพื้นพร้อมสุดลมหายใจ...จากนั้นหายใจออกช้าๆ แขนค่อยๆปล่อยลงมาข้างลำตัว 8 วินาทีอย่าให้ลมหายใจขาดช่วงและต้องรีดจนหมดปอด ท้องแฟบ
...หายใจเข้าทำเหมือนเดิมแต่ลดลงให้สุดที่ 6 วินาที
...หายใจออกเหมือนเดิม หมดปอด 6 วินาที
...หายใจเข้าเหมือนเดิม 4 วินาที
...หายใจออกเหมือนเดิม 4 วินาที
...หายใจเข้า 2 วิาที
...หายใจออก 2 วินาที
...เข้า 1 วินาที
...ออก 1 วินาที
เข้า-ออกภายใน 1 วินาที ทำไปเรื่อยๆซัก 8 ครั้ง จากนั้นเร่งเร็วขึ้นๆจนที่สุด
...สุดท้ายค่อยๆช้าลงเรื่อยๆจนสบายตัว ก้มหัวลงต่ำค้างใว้ซักแป้บ

ถ้าทำผิดมันจะกลายเป็นเหมือนหมาหอบแดดเวลาทำเร็วๆครับ :lol: ซึ่งจะไม่ได้อะไรเลย ถ้าคุณทำถูกความเร็วลม(wind speed)จะเพิ่มขึ้นๆ ยิ่งหายใจสั้นลมสุด ลมยิ่งเร็ว สุดท้ายต้องก้มหัวลงเพราะเลือดจะไปเลี้ยงสมองน้อยลงครับ แบบฝึกหัดนี้สร้างมาเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อกระบังลม เป็นหนึ่งในแบบฝึกหัดฝึกลมพื้นฐาน(breething gym)ที่นักดนตรีเครื่องเป่าใช้กันครับ แต่ตัวนี้ไม่ได้เพิ่มความจุปอด ไม่ได้เพิ่มออกซิเจนครับ แค่ทำให้หายใจเข้า-ออก ได้แรงขึ้น คุม wind speed เป็นเท่านั้นครับ

ไม่เกี่ยวกับจักรยานเลยครับ เอามาขยายาให้เฉยๆ :mrgreen: ถือว่ารกสมองกันพอขำๆ :lol:
ดึกแล้ว เอาใว้มาลงเรื่องหายใจกับจักรยานวันหน้าครับ :mrgreen: