Look KEO Classic แบ่งเป็น 3 รุ่นคือตัวธรรมดาแกนโครโมผิวโพลีเมือร์ ตัวคาร์บอนแกนโครโม และตัวคาร์บอนแกนไทเทเนียม
น้ำหนักจำไม่ได้ จำได้แต่ตัวคาร์บอนแกนโครโมราวๆคู่ละ 190 กรัม คือเบาๆพอๆกับ blade ครับ
แต่ผิวหน้าแคบ (ขนาดคลีทเท่ากัน) พื้นที่รับแรงกดไม่กว้างจึงรู้สึกว่ากดแล้วไม่เต็มเท้า กับล็อคแน่เท่ากันก็จริงแต่ระยะรัดน้อยกว่าจึงรู้สึกว่ามันแน่นหนาไม่เท่าจึงออกรุ่นต่อมาเป็น
Liik KEO2MAX หลักๆคือหน้ากว้างขึ้นอีกพอสมควร น้ำหนักเพิ่มจากคลาสสิคทุกตัวแบ่างเป็น 3 รุ่นเหมือนกันเป๊ะๆ แต่แม้จะหนักกว่านิดหน่อยแต่ด้วยแรงกดที่เต็มเท้ากับความรู้สึกเวลาล็อคดีกว่าก็ไม่ใช่ปัญหาว่ามันจะไม่ดี นักแข่งใช้กันเพียบในช่วงนั้น ถึงตอนนี้ก็ยังเป็นบันไดที่น่าใช้ครอบจักรวาล แต่ไม่นานทางค่ายก็จัดการออกตัวใหม่มาเพื่อรองรับตลาดที่ตอบโจทย์ได้ทั้งเบาและแอโร่ก็คือ
Look KEO BLADE ตัวบันไดแบนลงกว่าเดิม บางกว่าเดิม ถอดกลไกในการขันปรับสปริงออกไปทำให้เบาได้กว่าเดิม (ก็เบาเท่าคลาสสิคนั่นแหละ) ซึ่งแบ่งเป็น 2 ตัวหลักๆก็คือแกนโครโมและแกนไทเทเนียมตัวผิวเป็นคาร์บอน
ส่วน BLADE2 เปลี่ยนระบบข้างในใหม่ครับไม่เหมือนตัวแรก ปรับพฒนาขึ้นไปอีกนิด แอโร่กว่าเดิมหน่อย แต่ส่วนตัวผมว่าก็ไม่ได้ต่างอะไรมากมาย
งบถึงก็จัด blade ครับ ถ้างบไม่ถึงก็ keo2max ข้อดีคือปรับแรงตึงสปริงได้ บอกตรงๆนะครับบันไดน้ำหนักต่างกันน้อยมากๆครับรุ่นถูกสุดกับแพงสุดน้ำหนักต่างกันไม่ถึง 100 กรัมซึ่งจะคุ้มหรือไม่คุณต้องไปดูชิ้นส่วนขาจานคุณครับ ถ้าขาจานคุณเป็นพวกไม่ได้เบามาก ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปหาคาร์บอนแกนไทเทเนียมมาใส่(นอกจากงบไม่ใช่ปัญหาและอยากหล่อ) น้ำหนักบันไดน้อยนิดส่งผลน้อยกว่าขาจานที่หนักกว่ากันทีเป็นขีด(ขาจานรวมใบจาน) แนะนำให้เลือกจากงบก่อนเลยครับ แล้วเอา keo2max มาเทียบกับ blade ว่างบได้ตัวไหนเบากว่ากันแค่ไหน เรื่องแอโร่ มันไม่หนีกันหรอกครับ ต่างกันน้อยมากน้อยกว่ารองเท้าแบบสายรัดกับแบบเรียบๆเยอะมาก
สิ่งที่คำนึงถึงคือความทนทานและดูแลรักษา ทาง look แนะนำให้รื้อมาล้างและใส่จาระบีใหม่ทุก 3-6 เดือน เพราะระบบของมันน้ำเข้าง่ายมากแม้จะมีซีลยางปิดแล้ว บันไดผมเพิ่งบรรลัยไปข้าง ต้องขอบคุณตัวแทนรายใหม่เจ้าบุญทุ่ม CC เจ้าสัว LA ต้องปรบมือให้ทีมงานช่างที่ช่วยชุบชีวิตบันไดผมกลับมาได้ใช้งานได้แล้วแม้ผมจะไม่ได้ซื้อกับทางเค้า (เพิ่งมาทำได้ไม่นาน บันไดผมสภาพยาวนานมาก) แถมไม่มีค่าแรง ไม่มีค่าอะหลั่ยอีกต่างหาก
ของแบบนี้ไม่ชมไม่ได้ครับ จริงมั้ยยยยย
Look มีรายละเอียดยิบย่อยเรื่องเสป็คเยอะครับ อย่าง keo classic ปีเก่ามากๆกับปีหลังๆก็จะมีน็อตปิดคนละเบอร์กัน(ไม่รู็ทำไม) แต่แกน classic กับ keo2max เหมือนกัน ลูกปืนหมือนกัน ส่วน blade ผมไม่แน่ใจ แต่ blade2 ใช้กับตัวอื่นไม่ได้แน่นอน ส่วนลูกปืนทางตัวแทนนำเข้าไม่ได้สั่งมาสต็อคเป็นอะหลั่ยเอาไว้แต่ผมค้นพบข้อมูลว่าสามารถสั่งลูกปืนพวกเซรามิคส์เบอร์เดียวกับ speedplay ใส่ได้ครับ และ ....ถ้าขยันหาเอาขนาดลูกปืนไปตามหาตามร้านฮาร์ดแวร์ใหญ่ๆ ขอความกลมเบอร์สูงๆ(เสป็คว่ากลมระดับ 3 ขึ้นไป) ก็เอามาใส่แทนได้เลยครับ
ชิ้นส่วนที่มักจะมีปัญหาก็บ่าตรงแกนมันคลอนง่ายเพราะเปลือกนอกมันเป็นโพลีเมอร์คอมโพสิทไม่ใช่โลหะดุ้นๆแบบชิมาโน แต่อาการคลอนจะไม่บานออกไป เรียกว่าใช้ไปยังไงผ่านพ้นอายุมันก็คลอนเองโดยธรรมชาตินอกจากจะโคตรขยันเซอร์วิส ตอนนี้หัดรื้อทำเองแล้วครับดีที่มี look อยู่ 2 ชุด รักจะใช้บันไดยี่ห้อนี้ ล้างรถบ่อยๆลุยฝนหนักๆ ทำใจได้เลยว่าต้องรื้อมาทำแน่ อย่างน้อยๆหลังหน้าฝนต้องทำนะครับ ถ้าใช้กันปีสองปีมันอาจจะไม่ก่ออาการมาก ของผม 4 ปี ทั้งตากฝน ล้างรถสารพัดแต่ละเลยเรือ่งการเซอร์วิส จนลูกปืนตาย ดีว่าหาทางปลุกผีได้สำเร็จ
กะว่าถ้าไม่สำเร็จ .... ไป bleade2 carbon ti ซะเลย

แต่ก็ดีครับเซฟเงินไว้ทำอย่างอื่นได้อะไรมากกว่า