look keo 2 max กับรุ่นสูงกว่าต่างกันอย่างไรพวกแกนti,crคุณภาพต่างกันเยอะไหมเบาเท้าสบายเท้าขึ้นไหมกับน้ำหนักที่ต่างกันไม่ถึง100กรัม
look keo 2 max เป็นระบบนี้ 1 BALL BEARING, 1 NEEDLE BEARING รุ่นที่สูงกว่าตั้งแต่keo 2maxจะเป็นระบบ2 BALL BEARINGS, 1 NEEDLE BEARINGสองระบบนี้ต่างกันยังไง
ความรู้สึกต่างในการใช้งานแกนโคโมกับไททาเนี่ยม ผิดถูกยังไงขอโทษล่างหน้า
ความแตกต่างในระบบบันไดของlook
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
winpa
- สมาชิก
- โพสต์: 26
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2014, 11:02
ความแตกต่างในระบบบันไดของlook
แก้ไขล่าสุดโดย winpa เมื่อ 23 ต.ค. 2014, 18:39, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
- cloudcruiser
- สมาชิก
- โพสต์: 53
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2014, 08:04
- Bike: BMC TMR01 CMYK
- ตำแหน่ง: BKK!!!
Re: ความแตกต่างในระบบบันไดของlook
เคยใช้แต่ KEO Blade carbon Ti รูปทรงAeroกว่า น้ำหนักเบากว่าเนื่องจากทำจากCarbonล้วนๆรวมทั้งสปริงที่เอาไว้ล็อค แต่จะปรับแข็งอ่อนไม่ได้เท่านั้น
แกนTi กับ Cr ต่างกันที่น้ำหนักเท่านั้นครับ
แกนTi กับ Cr ต่างกันที่น้ำหนักเท่านั้นครับ
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: ความแตกต่างในระบบบันไดของlook
Look KEO Classic แบ่งเป็น 3 รุ่นคือตัวธรรมดาแกนโครโมผิวโพลีเมือร์ ตัวคาร์บอนแกนโครโม และตัวคาร์บอนแกนไทเทเนียม
น้ำหนักจำไม่ได้ จำได้แต่ตัวคาร์บอนแกนโครโมราวๆคู่ละ 190 กรัม คือเบาๆพอๆกับ blade ครับ
แต่ผิวหน้าแคบ (ขนาดคลีทเท่ากัน) พื้นที่รับแรงกดไม่กว้างจึงรู้สึกว่ากดแล้วไม่เต็มเท้า กับล็อคแน่เท่ากันก็จริงแต่ระยะรัดน้อยกว่าจึงรู้สึกว่ามันแน่นหนาไม่เท่าจึงออกรุ่นต่อมาเป็น
Liik KEO2MAX หลักๆคือหน้ากว้างขึ้นอีกพอสมควร น้ำหนักเพิ่มจากคลาสสิคทุกตัวแบ่างเป็น 3 รุ่นเหมือนกันเป๊ะๆ แต่แม้จะหนักกว่านิดหน่อยแต่ด้วยแรงกดที่เต็มเท้ากับความรู้สึกเวลาล็อคดีกว่าก็ไม่ใช่ปัญหาว่ามันจะไม่ดี นักแข่งใช้กันเพียบในช่วงนั้น ถึงตอนนี้ก็ยังเป็นบันไดที่น่าใช้ครอบจักรวาล แต่ไม่นานทางค่ายก็จัดการออกตัวใหม่มาเพื่อรองรับตลาดที่ตอบโจทย์ได้ทั้งเบาและแอโร่ก็คือ
Look KEO BLADE ตัวบันไดแบนลงกว่าเดิม บางกว่าเดิม ถอดกลไกในการขันปรับสปริงออกไปทำให้เบาได้กว่าเดิม (ก็เบาเท่าคลาสสิคนั่นแหละ) ซึ่งแบ่งเป็น 2 ตัวหลักๆก็คือแกนโครโมและแกนไทเทเนียมตัวผิวเป็นคาร์บอน
ส่วน BLADE2 เปลี่ยนระบบข้างในใหม่ครับไม่เหมือนตัวแรก ปรับพฒนาขึ้นไปอีกนิด แอโร่กว่าเดิมหน่อย แต่ส่วนตัวผมว่าก็ไม่ได้ต่างอะไรมากมาย
งบถึงก็จัด blade ครับ ถ้างบไม่ถึงก็ keo2max ข้อดีคือปรับแรงตึงสปริงได้ บอกตรงๆนะครับบันไดน้ำหนักต่างกันน้อยมากๆครับรุ่นถูกสุดกับแพงสุดน้ำหนักต่างกันไม่ถึง 100 กรัมซึ่งจะคุ้มหรือไม่คุณต้องไปดูชิ้นส่วนขาจานคุณครับ ถ้าขาจานคุณเป็นพวกไม่ได้เบามาก ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปหาคาร์บอนแกนไทเทเนียมมาใส่(นอกจากงบไม่ใช่ปัญหาและอยากหล่อ) น้ำหนักบันไดน้อยนิดส่งผลน้อยกว่าขาจานที่หนักกว่ากันทีเป็นขีด(ขาจานรวมใบจาน) แนะนำให้เลือกจากงบก่อนเลยครับ แล้วเอา keo2max มาเทียบกับ blade ว่างบได้ตัวไหนเบากว่ากันแค่ไหน เรื่องแอโร่ มันไม่หนีกันหรอกครับ ต่างกันน้อยมากน้อยกว่ารองเท้าแบบสายรัดกับแบบเรียบๆเยอะมาก
สิ่งที่คำนึงถึงคือความทนทานและดูแลรักษา ทาง look แนะนำให้รื้อมาล้างและใส่จาระบีใหม่ทุก 3-6 เดือน เพราะระบบของมันน้ำเข้าง่ายมากแม้จะมีซีลยางปิดแล้ว บันไดผมเพิ่งบรรลัยไปข้าง ต้องขอบคุณตัวแทนรายใหม่เจ้าบุญทุ่ม CC เจ้าสัว LA ต้องปรบมือให้ทีมงานช่างที่ช่วยชุบชีวิตบันไดผมกลับมาได้ใช้งานได้แล้วแม้ผมจะไม่ได้ซื้อกับทางเค้า (เพิ่งมาทำได้ไม่นาน บันไดผมสภาพยาวนานมาก) แถมไม่มีค่าแรง ไม่มีค่าอะหลั่ยอีกต่างหาก
ของแบบนี้ไม่ชมไม่ได้ครับ จริงมั้ยยยยย
Look มีรายละเอียดยิบย่อยเรื่องเสป็คเยอะครับ อย่าง keo classic ปีเก่ามากๆกับปีหลังๆก็จะมีน็อตปิดคนละเบอร์กัน(ไม่รู็ทำไม) แต่แกน classic กับ keo2max เหมือนกัน ลูกปืนหมือนกัน ส่วน blade ผมไม่แน่ใจ แต่ blade2 ใช้กับตัวอื่นไม่ได้แน่นอน ส่วนลูกปืนทางตัวแทนนำเข้าไม่ได้สั่งมาสต็อคเป็นอะหลั่ยเอาไว้แต่ผมค้นพบข้อมูลว่าสามารถสั่งลูกปืนพวกเซรามิคส์เบอร์เดียวกับ speedplay ใส่ได้ครับ และ ....ถ้าขยันหาเอาขนาดลูกปืนไปตามหาตามร้านฮาร์ดแวร์ใหญ่ๆ ขอความกลมเบอร์สูงๆ(เสป็คว่ากลมระดับ 3 ขึ้นไป) ก็เอามาใส่แทนได้เลยครับ
ชิ้นส่วนที่มักจะมีปัญหาก็บ่าตรงแกนมันคลอนง่ายเพราะเปลือกนอกมันเป็นโพลีเมอร์คอมโพสิทไม่ใช่โลหะดุ้นๆแบบชิมาโน แต่อาการคลอนจะไม่บานออกไป เรียกว่าใช้ไปยังไงผ่านพ้นอายุมันก็คลอนเองโดยธรรมชาตินอกจากจะโคตรขยันเซอร์วิส ตอนนี้หัดรื้อทำเองแล้วครับดีที่มี look อยู่ 2 ชุด รักจะใช้บันไดยี่ห้อนี้ ล้างรถบ่อยๆลุยฝนหนักๆ ทำใจได้เลยว่าต้องรื้อมาทำแน่ อย่างน้อยๆหลังหน้าฝนต้องทำนะครับ ถ้าใช้กันปีสองปีมันอาจจะไม่ก่ออาการมาก ของผม 4 ปี ทั้งตากฝน ล้างรถสารพัดแต่ละเลยเรือ่งการเซอร์วิส จนลูกปืนตาย ดีว่าหาทางปลุกผีได้สำเร็จ
กะว่าถ้าไม่สำเร็จ .... ไป bleade2 carbon ti ซะเลย
แต่ก็ดีครับเซฟเงินไว้ทำอย่างอื่นได้อะไรมากกว่า
น้ำหนักจำไม่ได้ จำได้แต่ตัวคาร์บอนแกนโครโมราวๆคู่ละ 190 กรัม คือเบาๆพอๆกับ blade ครับ
แต่ผิวหน้าแคบ (ขนาดคลีทเท่ากัน) พื้นที่รับแรงกดไม่กว้างจึงรู้สึกว่ากดแล้วไม่เต็มเท้า กับล็อคแน่เท่ากันก็จริงแต่ระยะรัดน้อยกว่าจึงรู้สึกว่ามันแน่นหนาไม่เท่าจึงออกรุ่นต่อมาเป็น
Liik KEO2MAX หลักๆคือหน้ากว้างขึ้นอีกพอสมควร น้ำหนักเพิ่มจากคลาสสิคทุกตัวแบ่างเป็น 3 รุ่นเหมือนกันเป๊ะๆ แต่แม้จะหนักกว่านิดหน่อยแต่ด้วยแรงกดที่เต็มเท้ากับความรู้สึกเวลาล็อคดีกว่าก็ไม่ใช่ปัญหาว่ามันจะไม่ดี นักแข่งใช้กันเพียบในช่วงนั้น ถึงตอนนี้ก็ยังเป็นบันไดที่น่าใช้ครอบจักรวาล แต่ไม่นานทางค่ายก็จัดการออกตัวใหม่มาเพื่อรองรับตลาดที่ตอบโจทย์ได้ทั้งเบาและแอโร่ก็คือ
Look KEO BLADE ตัวบันไดแบนลงกว่าเดิม บางกว่าเดิม ถอดกลไกในการขันปรับสปริงออกไปทำให้เบาได้กว่าเดิม (ก็เบาเท่าคลาสสิคนั่นแหละ) ซึ่งแบ่งเป็น 2 ตัวหลักๆก็คือแกนโครโมและแกนไทเทเนียมตัวผิวเป็นคาร์บอน
ส่วน BLADE2 เปลี่ยนระบบข้างในใหม่ครับไม่เหมือนตัวแรก ปรับพฒนาขึ้นไปอีกนิด แอโร่กว่าเดิมหน่อย แต่ส่วนตัวผมว่าก็ไม่ได้ต่างอะไรมากมาย
งบถึงก็จัด blade ครับ ถ้างบไม่ถึงก็ keo2max ข้อดีคือปรับแรงตึงสปริงได้ บอกตรงๆนะครับบันไดน้ำหนักต่างกันน้อยมากๆครับรุ่นถูกสุดกับแพงสุดน้ำหนักต่างกันไม่ถึง 100 กรัมซึ่งจะคุ้มหรือไม่คุณต้องไปดูชิ้นส่วนขาจานคุณครับ ถ้าขาจานคุณเป็นพวกไม่ได้เบามาก ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปหาคาร์บอนแกนไทเทเนียมมาใส่(นอกจากงบไม่ใช่ปัญหาและอยากหล่อ) น้ำหนักบันไดน้อยนิดส่งผลน้อยกว่าขาจานที่หนักกว่ากันทีเป็นขีด(ขาจานรวมใบจาน) แนะนำให้เลือกจากงบก่อนเลยครับ แล้วเอา keo2max มาเทียบกับ blade ว่างบได้ตัวไหนเบากว่ากันแค่ไหน เรื่องแอโร่ มันไม่หนีกันหรอกครับ ต่างกันน้อยมากน้อยกว่ารองเท้าแบบสายรัดกับแบบเรียบๆเยอะมาก
สิ่งที่คำนึงถึงคือความทนทานและดูแลรักษา ทาง look แนะนำให้รื้อมาล้างและใส่จาระบีใหม่ทุก 3-6 เดือน เพราะระบบของมันน้ำเข้าง่ายมากแม้จะมีซีลยางปิดแล้ว บันไดผมเพิ่งบรรลัยไปข้าง ต้องขอบคุณตัวแทนรายใหม่เจ้าบุญทุ่ม CC เจ้าสัว LA ต้องปรบมือให้ทีมงานช่างที่ช่วยชุบชีวิตบันไดผมกลับมาได้ใช้งานได้แล้วแม้ผมจะไม่ได้ซื้อกับทางเค้า (เพิ่งมาทำได้ไม่นาน บันไดผมสภาพยาวนานมาก) แถมไม่มีค่าแรง ไม่มีค่าอะหลั่ยอีกต่างหาก
ของแบบนี้ไม่ชมไม่ได้ครับ จริงมั้ยยยยย
Look มีรายละเอียดยิบย่อยเรื่องเสป็คเยอะครับ อย่าง keo classic ปีเก่ามากๆกับปีหลังๆก็จะมีน็อตปิดคนละเบอร์กัน(ไม่รู็ทำไม) แต่แกน classic กับ keo2max เหมือนกัน ลูกปืนหมือนกัน ส่วน blade ผมไม่แน่ใจ แต่ blade2 ใช้กับตัวอื่นไม่ได้แน่นอน ส่วนลูกปืนทางตัวแทนนำเข้าไม่ได้สั่งมาสต็อคเป็นอะหลั่ยเอาไว้แต่ผมค้นพบข้อมูลว่าสามารถสั่งลูกปืนพวกเซรามิคส์เบอร์เดียวกับ speedplay ใส่ได้ครับ และ ....ถ้าขยันหาเอาขนาดลูกปืนไปตามหาตามร้านฮาร์ดแวร์ใหญ่ๆ ขอความกลมเบอร์สูงๆ(เสป็คว่ากลมระดับ 3 ขึ้นไป) ก็เอามาใส่แทนได้เลยครับ
ชิ้นส่วนที่มักจะมีปัญหาก็บ่าตรงแกนมันคลอนง่ายเพราะเปลือกนอกมันเป็นโพลีเมอร์คอมโพสิทไม่ใช่โลหะดุ้นๆแบบชิมาโน แต่อาการคลอนจะไม่บานออกไป เรียกว่าใช้ไปยังไงผ่านพ้นอายุมันก็คลอนเองโดยธรรมชาตินอกจากจะโคตรขยันเซอร์วิส ตอนนี้หัดรื้อทำเองแล้วครับดีที่มี look อยู่ 2 ชุด รักจะใช้บันไดยี่ห้อนี้ ล้างรถบ่อยๆลุยฝนหนักๆ ทำใจได้เลยว่าต้องรื้อมาทำแน่ อย่างน้อยๆหลังหน้าฝนต้องทำนะครับ ถ้าใช้กันปีสองปีมันอาจจะไม่ก่ออาการมาก ของผม 4 ปี ทั้งตากฝน ล้างรถสารพัดแต่ละเลยเรือ่งการเซอร์วิส จนลูกปืนตาย ดีว่าหาทางปลุกผีได้สำเร็จ
กะว่าถ้าไม่สำเร็จ .... ไป bleade2 carbon ti ซะเลย
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
winpa
- สมาชิก
- โพสต์: 26
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2014, 11:02
Re: ความแตกต่างในระบบบันไดของlook
สุดยอดขอบคุณครับ