ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ton_Anusorn
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1048
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2013, 13:59
team: Salaya Bike Club (SBC)
Bike: Road Bike & MTB

ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย ton_Anusorn »

จริงๆแล้วผมไม่ค่อยได้ตั้งกระทู้หรอกครับ แต่สงสัยอย่างนึง เรื่องน้ำหนักรถ
สมมุติ
เสือหมอบเบาๆ คันนึงหนัก 6.5 โล ละกัน คนปั่นหนัก 70 กิโล มวลรวม 76.5
เสือหมอบอีกคันนึง หนัก 8.5 โล คนปั่นหนัก 60 กิโล มวลรวม 68.5 โล ถ้าทั้งสองคนปั่นออกแรงเท่ากัน เรื่องจุดหมุนต่างต่างๆ ลูกปืน ล้อลมเท่ากันหมด ทรงรถองศาเดียวกัน สิ่งแวดล้อมต่างๆ เหมือนกันหมด
ใครจะเร็วกว่ากันครับ :D ช่วยๆกันตอบหน่อยนะครับ อยากรู้หลายๆความคิดเห็น ไม่รู้ก็ตอบได้นะครับ คืออยากตอบอะไรตอบมาเลยครับ แหะๆ ....
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D
เพื่อ สุขภาพ และ มิตรภาพ

ความร่ำรวยที่สุดของชีวิต คือ "สุขภาพที่แข็งแรง"
ความสุขที่สุดของชีวิต คือ "การช่วยเหลือผู้อื่น"
ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง คือ"การเริ่มต้น"
tidattan
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 72
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2013, 03:06
Bike: CINELLI EXPERIENCE

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย tidattan »

รถเบาครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
KissB4Die
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 78
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2014, 21:43

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย KissB4Die »

รอฟังคำตอบครับ

แต่ขอเดาว่า ถ้าทุกอย่างเหมือนกันหมด ออกแรงเท่ากัน และ น้ำหนักรวมคันนึงน้อยกว่า

เดาว่า คันที่ นน รวมน้อยกว่า เร็วกว่าครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
HDY
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 54
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2014, 13:52
Bike: Bianchi

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย HDY »

รถเบาคนขี่หนัก กับ รถหนักคนขี่เบา

ต้องนับน้ำหนักบรรทุกครับ น้ำหนักรวมน้อยกว่า เร็วกว่าแน่นอน
อ้อย
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 34
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2011, 21:11
Tel: 081-600 0684
Bike: รถจดประกอบ

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย อ้อย »

แรงม้า/น้ำหนักครับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย giro »

คันนึงหนัก 6.5 โล ละกัน คนปั่นหนัก 70 กิโล มวลรวม 76.5
อีกคันนึง หนัก 8.5 โล คนปั่นหนัก 60 กิโล มวลรวม 68.5

ในปัจจัยแวดล้อมตามที่ท่านเจ้าของกระทู้ถาม ต้องตอบว่าปั่นเร็วกว่ากันนั้น หมายถึงทางราบหรือทางชันครับ
ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า เรือ่งน้ำหนักจะส่งผลอย่างมากบนทางชันเท่านั้น บนทางราบน้ำหนักแทบไม่มีผลเอามาคิดเลยครับ น้ำหนักมากจะมีข้อได้เรปียบด้วยซ้ำ เดี๋ยวมาว่ากันนะครับ
ดังนั้น คำถามนี้เพื่อให้ได้คำตอบผมขอตอบเป็นภูเขา ชันซัก 14% :mrgreen: ตัวแปรตามที่ว่ามาคือทุกอย่างเหมือนกันหมด ออกแรงได้เท่ากัน ต้องตอบว่า คนที่ 2 จะไปได้เร็วกว่าครับ เนื่องจากมีน้ำหนักรวมน้อยกว่า

น้ำหนักที่ว่ากันว่าต้อง "ลดน้ำหนัก" และนิยมเล่นกันว่า "เบาไว้ก่อน" มันมีความเป็นมาคือเรือ่งของแรงโน้มถ่วงเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งเรื่องของการทำอัตราเร่งและการกระชากออกไปด้วยความแรง รถหรือมวลรวมที่เบากว่าจะเร่งกระชากได้ดีกว่า จะขึ้นเขาได้สบายกว่า ไปได้เร็วกว่าบนเขา (ใช้แรงน้อยกว่าได้ความเร็วเท่ากัน) เราจึงบ้าจะหาของเบาๆมาเล่นกัน เสียเงินขีดละหมื่น กรัมละร้อยกันทุกวันนี้
โดยที่ลืมคิดไปว่า "คนเบาทำได้ง่ายกว่า" ลดน้ำหนักคนทำได้ง่ายครับ ลองคิดง่ายๆว่าจะลดน้ำหนักคนให้ได้ซัก 4 ขีดไม่ยากเลยครับ จอดฉี่น้ำหนักก็หายไปได้แล้วครับ เพียงแต่ว่ามันยากตรงที่ต้องพยายามมีวินัยลดน้ำหนักให้ได้ และพอลดไปได้ระดับหนึ่งมันก็จะยากเหลือเกินที่จะลดไปต่อได้อีก

คนตัวใหญ่ๆอย่าเพิ่งเสียใจครับ สปรินท์เตอร์หลายๆคนตัวใหญ่ยักษ์ก็ว่าได้ Eric Zabel, Marzel Kittel, Andre Greipel พวกนี้ตัวไม่ได้เบาครับ แต่ไม่ได้อ้วน ที่ใหญ่และหนักเป็นกล้ามเนื้อทั้งนั้น ระเบิดพลังออกมาได้มหาศาลมากๆ คนตัวใหญ่ๆได้เรปียบเรื่องการออกแรงได้มากกว่าคนตัวเล็ก เป็นเรือ่งปกติครับ แถมถ้าเจอลมแรงๆ คนตัวเล็กจะได้รับผลจากลมมากกว่าคนตัวใหญ่ แน่นอนว่าตัวใหญ่จะต้านลมแต่น้ำหนักที่มากกว่าหากทำตัวลู่ลมได้ เขาจะโดนลมทำให้ช้าลงยากกว่าคนตัวเล็กรถเบาๆ ห่ออย่างไรลมกระแทกวูบมาก็ตกครับ
เรื่องอุณหภูมิก็เช่นกัน ที่อากาศหนาวๆคนตัวเล็กจะเสียเปรียบมากครับ เนื่องจากร่างกายทั้งหมดจะเย็นง่ายกว่า อถณหภูมิลดลงมากกว่าส่งผลกับสภาพความสมบูรณ์ในการทำงานของร่างกายที่รพ้อม ตัวใหญ่สามารถสร้างพลังงานเพื่อรักษาระดับอถณหภูมิได้มากกว่า แรงของคนตัวเล็กที่ทำได้น้อยกว่าอยู๋แล้วกลับต้องเสียพลังงานไปกับการรักษาอุณหภูมิให้คงที่อีก ในทางกลับกันเมื่ออากาศร้อน คนตัวเล็กจะได้เปรียบในการลดอุณหภูมิให้อยู่ในาภพพร้อมทำงานเต็มที่ แต่คนตัวใหญ่จะลดยากกว่า ต้องอาศัยน้ำ ลม ช่วยในการระบายความร้อน

สำหรับท่านที่นิยม watt ท่านจะพบว่าค่าหนึ่งที่สำคัญมากๆสำหรับการประเมินก็คือ Power to Weight Ratio หรืออัตรากำลังต่อน้ำหนัก หน่วยเป็น Watt per Kilo ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี ใช้เทียบประเมินได้ว่าคร่าวๆๆว่านักปั่นมีความแข็งแกร่งเท่าไหร่ อย่างเช่นกระผมสมัยก่อนนี้ หนัก 52kg มีค่า PWR 3.80 w/kg ส่วนตอนนี้ผมหนัก 59kg ไม่ค่อยได้ปั่นความฟิตหดหาย PWR ก็เหลือ 2.20 อาจจะดูไม่มากแต่ด้วยทั้งแรงน้อยลงและน้ำหนักเพิ่ม ทำให้ผมไม่มีทางปั่นทันตัวเองเมื่อก่อนได้อย่างแน่นอน หากผมไม่อยากลดน้ำหนัก ผมต้องอัพแรงให้ได้ค่าพลังใช้งานได้(FTP) 224w ซึ่ง โค ตะ ระ ยากครับ สมัยนั้นซ้อมเข้าไปก็ไม่สามารถข้าม 200 ได้เสียทีจบที่ 198 ตอนนี้ต้องอัดให้ได้ 224 ขอจบที่ลดพุงลดน้ำหนักดีกว่าครับ (คงไม่ต้องบอกว่าไม่มีทางลดน้ำหนักจักรยานลงได้ 7 กิโลนะครับ)

อาจจะฟังแล้วไม่สวยงามนัก แต่เปลี่ยนจากตัวเล็กตัวใหญ่ น้ำหนักมากหรือน้อยเป็นว่ากันตรงๆว่า อ้วนกับผอมก็ได้ครับ เพราะน้ำหนักมากแต่เต็มไปด้วยไขมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร อ้วนมากเกินไปส่งผลเสียกับหัวใขด้วยครับ ออกกำลังกายหนักๆแล้วเสี่ยงอันตราย
แต่คนอ้วน(เรียกแบบน่ารักว่ากลม) สามารถขี่จักรยานประเภท"ทน"ได้ดีครับ เช่นขี่ไกลๆ มากๆ ไม่เร็ว ช้าๆ ขี่ไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่น ขอให้มีใจกับน้ำและอาหารเติมนิดๆหน่อยๆ อย่าฝืนเร่ง อย่าใจร้อน ไปได้เรื่อยๆแน่นอน และ ด้วยการขี่แบบนี้ ไม่นานจากที่กลมกิ๊กก็จะกลายเป็นผอมได้ครับ เพราะไขมันจะถูกใช้จนเกลี้ยง (ไขมันถูกใช้เป็นแหล่งพลังงานเมื่อหัวใจทำงานในระดับแอโรบิคตอนน้นและระยะเวลานานหลายๆชั่วโมง)
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
Agera
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 66
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2014, 15:52
Bike: Nirone

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย Agera »

ชอบคำตอบพี่ giro มากๆ เลยครับ ขอบคุณครับ
นายไวไวครับ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1121
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2013, 17:24
Tel: 083-025-1064
team: ปั่นเป็นปั่น(แก๊งค์กระจอก)
Bike: Xds Fat-bike สีดำ////Ridley fenixสีดำ
ตำแหน่ง: 110/96-97 อ.เมือง ต.ในเมือง จ.พิษณุโลก

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย นายไวไวครับ »

เรื่องน้ำหนักรถ ยิ่งเบายิ่งได้เปรียบอยู่แล้วครับ แต่คุยเรื่องน้ำหนักตัวดีกว่า สมัยผมหนัก 105 กก. พอเมื่อเริ่มปีกกล้าขาแข็ง(ใส่คลีทได้5วัน) ก็แอบซุ่ม 80-100 กม. เกือบเดือน น้ำหนักลงมาที่85 กก. ครับ กินยังไงก็ไม่เพิ่ม แต่ตอนนี้ไม่ได้ปั่นมา3-4เดือนละ น้ำหนักยังทรงตัวที่85 ครับ ถ้ามีเวลา อาจจะได้60-70 กก. เหมือนชาวบ้านเค้ามั่ง ผมปั่นไม่เร็วครับ คงหัวใจประมาณ130หรือมากสุดแค่150ครั้ง/นาที (แม๊กซ์ 192)เรื่อยๆตลอดทาง ความเร็ว25-30 ครับ แต่ไม่ค่อยสนใจความเร็วเท่าไร หัดดึงขาเล่นไปเรื่อยๆ ชมนกชมไม้ ดูนาข้าว ถ้ามีรถอิแต๋นมาจะตามดูดเล่น บางทีอิแต๋นขาประจำมาจะบีบแตรเรียก :lol: แล้วชลอให้ดูด จากนั้นจะวิ่ง40-50(เค้าแกล้ง) :D แต่ผมตามได้ล่ะกัน อยากปั่นจักรยานจริงๆแต่งานยุ่ง/เหนื่อยมากๆเลยครับ เลยขอเวลาว่างนั่งอยู่กับที่บ้าง จักรยานรอเวลาว่างไม่ยุ่งก่อน จะฝึกจนได้น้ำหนัก60-70 จะเก่งขนาดไหวน๊าาาา :oops:
ThaNanSak
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1218
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2012, 15:04
Tel: 0869637278
team: No
Bike: Giant XTC 29er
ตำแหน่ง: 635 หมู่ 1 ถ. บ้านหน้าควนลัง-บ้านพรุ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90114

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย ThaNanSak »

ขอเก็บข้อมูลครับ :mrgreen: :mrgreen:
เสือเอก 2 ทะเล
TJA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 969
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
team: ลูกเจี๊ยบส์
Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
ติดต่อ:

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย TJA »

โจทย์แบบนี้วัดยากมากครับ เพราะตัวแปรเยอะเกินไป
ถ้าควบคุมตัวแปรทีละการทดลองน่าจะเห็นผลชัดเจนกว่า
เช่น คนๆเดียวกันขี่จักรยาน2คันที่น้ำหนักต่างกัน ภายใต้แรงลม อุณหภูมิ และล้อแบบเดียวกัน
หรือคนสองคนแข่งกันขี่จักรยานรุ่นเดียวกัน เซ็ตอุปกรณ์มาเหมือนๆกัน
การทดลองถ้าตัวแปรยิ่งน้อย มันก็ยิ่งหาข้อสรุปได้ง่ายและชัดเจนในประเด็นมากกว่านะครับ

.-_-.
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย giro »

ท่านเจ้าของกระทู้ได้ระบุชัดเจนแล้วครับ
"ถ้าทั้งสองคนปั่นออกแรงเท่ากัน เรื่องจุดหมุนต่างต่างๆ ลูกปืน ล้อลมเท่ากันหมด ทรงรถองศาเดียวกัน สิ่งแวดล้อมต่างๆ เหมือนกันหมด "
ถึงแม้ในความเป็นจริงจะเป็นไปไม่ได้ แต่เจตนาของคำถามก็ชัดเจนครับว่าต้องการเปรียบเทียบว่าน้ำหนักรถมีผล หรือ น้ำหนักรวมของคนปั่น+รถ มีผล
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
PeterJohnson
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 115
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 เม.ย. 2014, 21:19
team: แข่งเล่นไพ่ตลอดกาล
Bike: Infinite Spad Race.

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย PeterJohnson »

ถ้า รถหนัก 12 kg คนหนัก 68 kg
กับ รถหนัก 10 kg คนหนัก 70 kg ล่ะครับ

คันไหนไปได้เร็วกว่าครับ เพราะอะไร
ความรู้ มีไม่เท่าบ่า(ไหร่)
เพราะส่วนใหญ่ มักใช้ จินตนาการ ...
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย lucifer »

ขอขอบคุณ คุณ giro อย่างมากเลยครับ ที่สละเวลามาช่วยตอบกระทู้นี้

อันที่จริงกระทู้นี้ จัดเป็นกระทู้ Hot Hit ติดChart ที่ถูกถามซ้ำๆกันมาหลายครั้งมาติดต่อกันตั้งแต่เปิดเวปบอร์ดเลยก็ว่าได้ และถามกันทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ


เร่ืองจริงๆก็คือ คนส่วนใหญ่ชอบการเปรียบเทียบ แล้วก็ดันไปชอบเปรียบเทียบกับสิ่งที่มีปัจจัยแอบแฝงมากมาย และก็ยังเป็นปัจจัยแอบแฝงที่ยากต่อการเข้าใจ

ยกตัวอย่างง่ายๆ

1. คนสองคนหนักเท่ากัน ไม่ได้แปลว่าแข็งแรงเท่ากัน ไม่ได้แปลว่าสัดส่วนของกล้ามเนื้อ : ไขมัน จะเท่ากัน
และถึงสัดส่วนดังกล่าวจะเท่ากัน ก็ไม่ได้แปลว่า กล้ามเนื้อจะมีความแข็งแรง จะมีความทนทาน จะมีระบบหัวใจและหายใจที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน

2. รถสองคันหนักเท่ากัน ก็ใช่ว่าจะมีคุณลักษณะที่เหมือนกัน เอาง่ายๆแค่ยางคนละรุ่น คนละยี่ห้อ ก็มีค่าความต้านทานต่อการหมุนที่แตกต่างกันแล้ว , ความต้านอากาศหรือความลู่ลมก็แตกต่างกัน , ล้อขอบสูง+ยาง กับ ล้อขอบต่ำ+ยางที่มีน้ำหนักเท่าๆกัน ก็ยังตอบสนองต่อการปั่นที่ช่วงความเร็วต่างๆได้แตกต่างกันอยู่ดี



ในโลกนี้จึงไม่เคยมีอะไรที่เหมือนกัน ดังนั้นคำถามในลักษณะสมมตินั้น จึงไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้เลยครับ

เรื่องบางเรื่องจึงเข้าข่ายว่า จะรู้ไปทำไม รู้ไปก็ไม่ช่วยให้นิพพาน :lol: :lol: สู้เพียรพยายามฝึกปรือให้เก่งขึ้นไม่ดีกว่าหรือ ???

ถ้าเอาแต่สมมติ ผมว่ามันก็คงจะไปกันไม่ถึงไหน เพราะทฤษฎีทางฟิสิกส์มันตอบเรื่องพวกนี้ได้หมดแหละครับ หรือว่าไม่จริงครับ น้ำหนักคน+รถ = น้ำหนักรวม , พลังงานศักย์ = mgh , พลังงานจลน์ = 1/2mv^2
คิดออกมายังไงก็ไม่แตกต่างกัน

ก็อย่างที่บอกครับ มันยังมีปัจจัยแอบแฝงที่ยากต่อการเข้าใจ

อยากสมมติ ผมจะอธิบายกึ่งสมมติ กึ่งจริงให้ฟัง

1. ณ การแข่งขัน MTB ในสนามSingle tract สนามหนึ่ง A น้ำหนักตัว 59.2 กก. ใช้จักรยานหนัก 10.8 กก. , B น้ำหนักตัว 57.2 กก. ใช้จักรยานหนัก 12.8 กก.
สมมติว่าทั้งคู่ เอามีสัดส่วนของกำลัง / นน.รวม(คน+รถ) ที่เท่าๆกัน ( แปลกหน่อยนะ ที่B จะแข็งแรงกว่า A ในลักษณะตัวต่อตัว แต่จะแข็งแรงไม่แตกต่างกันในลักษณะ ตัว+อุปกรณ์ : ตัว+อุปกรณ์ )

ถ้าแข่งสนามทั่วไป ทางเรียบ ขึ้นเนิน คู่นี้จะไม่แตกต่างกันหรอก ตามทฤษฎีคงจะเป็นเช่นนั้น

แต่เมื่อเข้าไปแข่งในสนาม Single tract ผลการแข่งขันก็จะออกมาในลักษณะที่ A ชนะ B

ถามว่าทำไม ? ก็เพราะปัจจัยแอบแฝงที่คนนึกไม่ถึงไง เราชอบคิดแบบคณิตศาสตร์พื้นฐานด้วยการหามวลรวม แล้วเอามาคำนวณ แต่แท้จริงแล้ว คน+อุปกรณ์มันไม่ได้เป็นมวลสารชิ้นเดียวกัน และที่สำคัญคือ อุปกรณ์มีน้ำหนักน้อยกว่าคนมากทีเดียว ข้อเท็จจริง ก็คือ ในเวลาที่มวล 2 กลุ่มนี้ ไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกัน หรือ แยกจากกันเป็นบางขณะ ก็จะพบว่ารถที่เบากว่าย่อมจะสั่งได้ง่ายกว่า กระชากเข้าโค้งและตอบสนองได้ไวกว่ารถที่มีน้ำหนักมาก นั่นจึงส่งผลมากๆต่อการแข่งขันในลักษณะเส้นทาง Single tract ที่ต้องอาศัยทักษะในการบังคับรถ และการตอบสนองของรถ มากกว่าจะเอาเรื่องแรงเรื่องกำลัง เรื่องสมมติทั้งหลายแหล่มาคุยกัน


2. อีกสนามหนึ่ง เป็นการแข่งขันในลักษณะ DownHill นายA มีน้ำหนักตัว 80 กก. จักรยานหนัก 10 กก. น้ำหนักรวม 90 กก. แต่จะสมมติได้บ้ามากไปหรือเปล่า เอารถหนักแค่ 10 กก.มาลงเขาเนี่ย :lol: งั้นแก้โจทย์ใหม่ รถนาย A หนัก 12 กก.ก็แล้วกัน เพราะดันเอารถAll terrain แต่งเต็มมาแข่ง นน.รวมจึงเพิ่มเป็น 92 กก. คู่แข่งคือ นาย B มีน้ำหนักตัว 76 กก. จักรยานหนัก 16 กก. น้ำหนักรวมจึงกลายเป็น 92 กก. เท่ากัน

แข่ง downhill ในลักษณะเส้นทางจริงๆ มีหลุม บ่อ เนิน แบงก์รับให้สาดเข้าโค้ง มีหินก้อนโตเท่าหัวหมา

ถ้าคนไม่เคยแข่ง DH หรือ ไม่เคยรู้จัก DH มาก่อน ก็จะบอกว่า น่าจะสูสี ครับ ถ้าแข่งกันแค่ 100 เมตรหนะ คงใช่ แต่ถ้าแข่งกันยาวๆแบบสนามที่เขาแข่งขันจริงๆ รับรองว่านาย A แพ้ และอาจจะแข่งไม่จบ

ทำไม ? ก็เพราะปัจจัยแอบแฝงที่คนนึกไม่ถึงอีกนั่นแหละ เรื่องจริงของการแข่ง DH นั้น น้ำหนักของรถที่เหมาะสมที่สุดจะมีค่าอยู่ค่าหนึ่ง ที่เหมาะกับเส้นทางนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคล่องตัวในการบังคับควบคุม , ความทนทานตามสัดส่วนของน้ำหนัก ที่จะทำให้มันทนได้จนแข่งจบ แต่ที่สำคัญที่สุดของเรื่องน้ำหนัก ก็คือ Inertia ของมัน ที่จะยังคงการไหลไปด้านหน้าและสามารถผ่านอุปสรรค เช่น ข้ามหินได้ โดยที่ไม่ส่งผลต่อการบังคับควบคุม รถหนัก 16กก. นั้นหมายถึงว่ามีระบบซับแรงกระแทกที่มีช่วงยุบตัวมากกว่า มีน้ำมันชอคที่มากกว่า dampแรงกระแทกได้ดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นน้ำหนักตัวที่มากกว่าจึงไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ เพราะแรงที่ส่งจากพื้นมากระแทกรถให้กระเด้งกระดอนนั้น รถน้ำหนักเบามันรับรู้ และรับผลกระทบได้มากกว่ารถน้ำหนักมาก และย่อมส่งผลต่อการบังคับควบคุมโดยเฉพาะเมื่อเจอกับอุปสรรค อาการรถแยกออกจากตัวคนก็จะเด่นชัดมากกว่า เผลอจะแข่งไม่จบ เพราะล้มเสียก่อน


ป่วยการครับ ที่จะเอามาเปรียบเทียบอะไรกันให้ฟุ้งซ่าน


****************************************************************


แต่ที่แน่ๆ ผมเองก็ยังอยากได้รถเบาๆนะ โดยเฉพาะเวลากระชากลากถู มันตอบสนองได้ดีกว่า และที่สำคัญเวลาปั่นขึ้นเขา แม้ว่าสัดส่วนของน้ำหนักรวมจะลดลงแค่ไม่ถึง 1% แต่นั่นมันก็แค่ทฤษฎี ปัจจัยแอบแฝงอื่นที่ทำให้ปั่นขึ้นได้เร็วขึ้นมากกว่า 1% นั้น มันยังมีซุกๆซ่อนๆอยู่อีกเยอะ :mrgreen:

แต่ที่แน่ๆคือ รถเบาเกินไปก็ใช่ว่าจะดี และที่แน่ๆอย่างยิ่ง ก็เห็นจะเป็นว่า ถ้าน้ำหนักรวมของรถ+อุปกรณ์แล้วเบากว่า 6.8กก. UCI ไม่ให้แข่งนะครับ :lol: :lol: :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
ton_Anusorn
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1048
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2013, 13:59
team: Salaya Bike Club (SBC)
Bike: Road Bike & MTB

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย ton_Anusorn »

มันแค่เป็นเรื่องสงสัยนิดหน่อยครับ เพราะผมก็มิใช่พวกชอบของเบา เน้นฝึกซ้อมเป็นหลัก ปั่นวินเทจ 11.2 กิโล ติดกลุ่มใหญ่ใน พุทธได้สบาย เคยเอาไปลองวันเสาร์ที่น้าๆเขาปั่นกัน ผมคิดว่าถ้าทางเรียบน้ำหนักรถไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ ถ้าปั่นแบบไม่กระซากนะ ความเร็วคงที่ทางเรียบ ถ้าขึ้นเขาเนี่ยน้ำหนักรถกับมีผลมาก ถ้าความชัน 10% ขึ้น ทางเรียบถ้าจะมีผลน่าจะเป้นเรื่องแอโร่มากกว่า นะครับ แต่ทำไมคนเราถึงชอบเบาไว้ก่อนครับ ที่ถามเนี่ยเพราะสงสัยเรื่องยอมเสียตังส์หลายๆพันเพื่อเบาลงแค่1-2 ขีด
เพื่อ สุขภาพ และ มิตรภาพ

ความร่ำรวยที่สุดของชีวิต คือ "สุขภาพที่แข็งแรง"
ความสุขที่สุดของชีวิต คือ "การช่วยเหลือผู้อื่น"
ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง คือ"การเริ่มต้น"
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ขอถามผู้รู้หน่อยครับ พอดีมีปัญหาสงสัย เรื่องน้ำหนักรถ นะครับ

โพสต์ โดย giro »

โดยเจตนาของคำถามว่าน้ำหนักคนหรือน้ำหนักคนบวกรถมีผลมากกว่ากัน
ถ้าสองกรณีควบคุมตัวแปรเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อให้เข้าใจทฤษฏี
ไปได้เร็วเท่ากันครับ น้ำหนักที่เราพูดถึง *ไม่ใช่* น้ำหนักรถครับ แต่คือน้ำหนักรวมของอุปกรณ์ทั้งหมด หมวก รองเท้า น้ำในกระบอก ของที่พกในเสื้อ ทั้งหมดคือน้ำหนักที่คนปั่นออกแรงหมุนล้อให้ผลักทั้งยวงนี้เคลื่อนไปด้านหน้าครับ ดังนั้นต้องไปได้เร็วเท่ากัน
จุดที่สัมผัสกับพื้นมีเพียง 2 จุดคือล้อหน้าและล้อหลัง นอกนั้นลอยอยู่และกระจายน้ำหนักทั้งหมดลงไปที่ 2 จุดนั้นครับ อะไรที่รวมกันก็เป็นน้ำหนักทั้งหมด เราไม่ได้ออกแรงแค่เอาจักรยานไปครับ ต้องลากสังขารไปด้วยครับ :mrgreen:

บนทางราบอาจไม่ได้ส่งผลชัดเจน แต่บนทางชัน ยิ่งชัน น้ำหนักรวมทั้งหมดยิ่งส่งผลความต่าง
และเมื่อน้ำหนักมีผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบ UCI จึงกำหนดกติกาน้ำหนักรถต้องไม่ต่ำกว่า 6.8kg ไม่เช่นนั้นก็จะตะบันกันเบาไปเรือ่ยๆจนไม่สนใจเรื่องอื่น ดังนั้น ที่เหลือคือ"น้ำหนักคนปั่น" ที่นักกีฬาทั้งหลายต้องควบคุมให้อยู่ในความสมดุลย์ที่สุดที่สามารถมีแรงออกไปได้

บนทางราบน้ำหนักส่งผลน้อย ดังนั้นนักปั่นที่เน้นทางราบทั้งประเภทสปรินท์เตอร์และพวกลากยาวๆอย่างขาไทม์ไทรอัลจึงมีร่างใหญ่โต สูงยาว ในขณะที่พวกนักไต่เขาแท้ๆจะผอมเพรียว ตัวเล็ก ดูบอบบาง ส่วนพวก all rounder จะแล้วแต่คนครับบางคนออกไปทางผอมหน่อย บางคนหนาแน่น
ไหนๆก็ไหนๆ ผมเอาเกร็ดมาฝากแล้วกันครับ

Mark Cavendish *Sprinter* Omega Pharma-Quick Step สูง 170 หนัก 70 (2.43)
Tom Boonen *Sprinter* Omega Pharma-Quick Step สูง 192 หนัก 82 (2.34)
André Greipel *Sprinter* Lotto-Belisol สูง 184 หนัก 75 (2.45)
Marcel Kittel *Sprinter* Giant-Shimano สูง 188 หนัก 82 (2.29)
Oscar Freire *Sprinter* Team Katusha สูง 171 หนัก 64 (2.67)
Michael Matthews *Sprinter* Orica-GreenEDGE สูง 180 หนัก 72 (2.5)

Fabian Cancellara *Time Trialist* Trek Factory Racing สูง 186 หนัก 82 (2.27)
Tony Martin *Time Trialist* Omega Pharma-Quick Step สุง 186 หนัก 75 (2.48)
Luke Durbridge *Time Trialist* Orica-GreenEDGE สูง 187 หนัก 78 (2.39)
David Millar *Time Trialist* Garmin-Sharp สูง 192 หนัก 76 (2.53)

Sylvain Chavanel *All Rounder* Omega Pharma-Quick Step สุง 180 หนัก 70 (2.57)
Cadel Evans *All Rounder* BMC Racing Team สูง 174 หนัก 64 (2.71)
Bradley Wiggins *All Rounder* Team Sky สูง 190 หนัก 69 (2.75)
Jens Voigt *All Rounder* Trek Factory Racing สูง 190 หนัก 77 (2.47)
Alberto Contador *All Rounder* Team Tinkoff-Saxo สูง 176 หนัก 62 (2.84)

Damiano Cunego *Climber* Lampre-Merida สูง 169 หนัก 58 (2.91)
Frank Schleck *Climber* Trek Factory Racing สูง 186 หนัก 65 (2.86)
Nairo Quintana *Climber* Movistar Team สูง 167 หนัก 59 (2.83)
Samuel Sánchez *Climber* BMC Racing Team สูง 181 หนัก 68 (2.66)
Pierre Rolland *Climber* Team Europeแar สูง 184 หนัก 67 (2.75)

*อัตราส่วนค่ายิ่งสูง ยิ่งมีส่วนสูงต่อน้ำหนัก 1 กิดลกรัมมาก = ความเพรียว ผอมบาง
คงไม่ต้องวิเคราะห์อะไรกันมากมายครับ เห็นกันค่อนข้างชัด 3 กระทาชายที่ดูแล้วอัตราความ"เพรียว"น้อยเหลือเกิน ได้แก่ Kittel, Boonen และพ่อหนุ่ม Spartacus ซึ่งทั้ง 3 หน่อนี้ จะฉายความโดดเด่นในสภาพทางราบเสียมากกว่า Kittel คือชายคนแรกในพื้นปฐพีนี้ที่เอาชนะพ่อขนตางอน Cav ได้แม้ว่าพ่อหนุ่มจรวดมิสไซล์จะอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมด้วยปัจจัย Boonen เป็นจอมเก๋าที่ยังกระทืบสปรินท์กับเด็กรุ่นใหม่ได้ในปัจจุบันแถมพลังคว้าชัยคลาสสิคมาเพียบ สุดท้ายคือไอ้หนุ่มพลังม้าขี่ปารีสรูเบซ์และกระทืบแฟลนเดอร์ได้ ทว่าทั้ง 3 คนไม่เคยเอาตัวเองอยู๋กลุ่มหน้าในเสตจเขาได้เลยครับ ไปกองรวมกันปั่นหนีเวลาเกินอยู่ข้างล่างตีนเขา คุยกันกระหนุงหระหนิง
ส่วน Cunego กับ Schlek ที่เป็นอาสาสมัครความเพรียวสุดที่ยกตัวอย่าง ทั้ง 2 คนนี้พอขึ้นเขาก็บินฉิวได้สบายๆ แต่บนทางราบไม่ว่าจะเป็นการสปรินท์หรือการวิ่งยาวๆไกลๆอย่าง Time Trial ไม่เคยติดโผกับชาวบ้าน อนาคตฝากไว้กับการทำเวลาหนีบนทางชันอย่างเดียว
ผิดกับพวก All Rounder ที่มีอัตรากลางๆ บางคนถนัดด้าน TT ก็จะเน้นพลังกล้ามเนื้อตัวหนาหน่อยอย่าง Evnans แต่พ่อมือปืน Contador เดิมที่เป็นพวกนักไต่เขาแท้ๆแต่มาสร้างความสามารถทางด้านทางราบบน TT จึงเป็นพวกครบเครื่องแต่ยังคงไต่เขาได้เก่งอยู่ (พวก All Rounder อย่างไรก็ต้องไต่เขาได้ดี ส่วนพวก Sprinter แทบไม่จำเป็นต้องไต่เขาเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นจุดต่างของ All Rounder และ Time Trialist คือการที่สามารถปีนเขาไปได้กับพวก Climber )

ในกระทู้นี้ว่ากันด้วยเรื่องของ"น้ำหนัก" คน น้ำหนักรถ น้ำหนักรวมคนและรถ จึงต่อมาเป็นเกร็ดสืบเนื่องเรือ่งนี้ให้อ่านกันสนุกๆนะครับ นักปั่นแทบจะทุกคนเมื่อเล่นจักรยานไปแล้วก็จะมองหาความ"เบา" เสียเงินกันไม่น้อยก็เพราะอยากจะ"เบา" ความเห็นส่วนตัวของผมนั้น จะเบาแค่ไหนก็ตามมันต้องพอดีพอเพียงกับปัจจัยที่มี พอดีกับเส้นทางและนิสัยการขี่ ยิ่งสมัยนี้เสือหมอบแยกประเภทกันอย่างชัดเจนว่าเป็นแบบเน้นเบา หรือเน้นแอโร่ ความเบาเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงแต่มันไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไปแล้วครับ ถ้าหนักกว่ากัน 3 ขีดแต่แอโร่กว่า สำหรับบางท่านที่ร่างใหญ่แรงดี ปิดแข็ง ทางราบเยอะ อาจจะน่าสนใจกว่ารถเน้นเบาก็เป็นได้ ซึ่งบางยี่ห้อได้ทำรถที่แต่ละขนาดออกแบบให้มีความ stiff ไม่เท่ากัน ขนาดท่อต่างกัน(ไม่ใช่แค่ความยาว)เพื่อให้รับแรงของคนร่างใหญ่ได้มากขึ้น คนร่างเล็กตัวเบาก็สร้างแรงได้น้อยกว่าเป็นธรรมชาติ ตัวเท่าเมี่ยงจะกระทืบให้ถึง 1000w มันยากแสนยาก ในขณะที่พี่ก้ามปูก้ามกุ้งยืนอัดกัน 1400-1600 w หน้าตาเฉย ลองนึกภาพบนทางราบสิครับว่าจะเปิดอะไรขึ้นกัน
ก็ขอให้คำนึงถึงเนื้อหารู้ไว้ใช่ว่าเหล่านี้เวลาตัดสินใจจะอัพรถลดน้ำหนักกันนะครับ

ปล.ความเบามีผลต่อ"อัตราเร่ง"บนทางราบครับ แต่ต้องสอดคล้องกับ"แรง"ที่ทำได้ด้วยครับ ถ้าทำตัวเองให้เบาจนกล้ามเนื้อระเบิดพลังออกมาไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ลองไปค้นหาภาพนักแข่งที่ยกตัวอย่างมาครับ พวก Sprinter ส่วนมากล่ำบึกบึนมากทั้งไหล่ หลัง แขน สะโพก พวกไต่เขาอย่างกับไม้เสียบผีเดินได้
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”