โดยเจตนาของคำถามว่าน้ำหนักคนหรือน้ำหนักคนบวกรถมีผลมากกว่ากัน
ถ้าสองกรณีควบคุมตัวแปรเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อให้เข้าใจทฤษฏี
ไปได้เร็วเท่ากันครับ น้ำหนักที่เราพูดถึง *ไม่ใช่* น้ำหนักรถครับ แต่คือน้ำหนักรวมของอุปกรณ์ทั้งหมด หมวก รองเท้า น้ำในกระบอก ของที่พกในเสื้อ ทั้งหมดคือน้ำหนักที่คนปั่นออกแรงหมุนล้อให้ผลักทั้งยวงนี้เคลื่อนไปด้านหน้าครับ ดังนั้นต้องไปได้เร็วเท่ากัน
จุดที่สัมผัสกับพื้นมีเพียง 2 จุดคือล้อหน้าและล้อหลัง นอกนั้นลอยอยู่และกระจายน้ำหนักทั้งหมดลงไปที่ 2 จุดนั้นครับ อะไรที่รวมกันก็เป็นน้ำหนักทั้งหมด เราไม่ได้ออกแรงแค่เอาจักรยานไปครับ ต้องลากสังขารไปด้วยครับ
บนทางราบอาจไม่ได้ส่งผลชัดเจน แต่บนทางชัน ยิ่งชัน น้ำหนักรวมทั้งหมดยิ่งส่งผลความต่าง
และเมื่อน้ำหนักมีผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบ UCI จึงกำหนดกติกาน้ำหนักรถต้องไม่ต่ำกว่า 6.8kg ไม่เช่นนั้นก็จะตะบันกันเบาไปเรือ่ยๆจนไม่สนใจเรื่องอื่น ดังนั้น ที่เหลือคือ"น้ำหนักคนปั่น" ที่นักกีฬาทั้งหลายต้องควบคุมให้อยู่ในความสมดุลย์ที่สุดที่สามารถมีแรงออกไปได้
บนทางราบน้ำหนักส่งผลน้อย ดังนั้นนักปั่นที่เน้นทางราบทั้งประเภทสปรินท์เตอร์และพวกลากยาวๆอย่างขาไทม์ไทรอัลจึงมีร่างใหญ่โต สูงยาว ในขณะที่พวกนักไต่เขาแท้ๆจะผอมเพรียว ตัวเล็ก ดูบอบบาง ส่วนพวก all rounder จะแล้วแต่คนครับบางคนออกไปทางผอมหน่อย บางคนหนาแน่น
ไหนๆก็ไหนๆ ผมเอาเกร็ดมาฝากแล้วกันครับ
Mark Cavendish *Sprinter* Omega Pharma-Quick Step สูง 170 หนัก 70 (2.43)
Tom Boonen *Sprinter* Omega Pharma-Quick Step สูง 192 หนัก 82 (2.34)
André Greipel *Sprinter* Lotto-Belisol สูง 184 หนัก 75 (2.45)
Marcel Kittel *Sprinter* Giant-Shimano สูง 188 หนัก 82 (2.29)
Oscar Freire *Sprinter* Team Katusha สูง 171 หนัก 64 (2.67)
Michael Matthews *Sprinter* Orica-GreenEDGE สูง 180 หนัก 72 (2.5)
Fabian Cancellara *Time Trialist* Trek Factory Racing สูง 186 หนัก 82 (2.27)
Tony Martin *Time Trialist* Omega Pharma-Quick Step สุง 186 หนัก 75 (2.48)
Luke Durbridge *Time Trialist* Orica-GreenEDGE สูง 187 หนัก 78 (2.39)
David Millar *Time Trialist* Garmin-Sharp สูง 192 หนัก 76 (2.53)
Sylvain Chavanel *All Rounder* Omega Pharma-Quick Step สุง 180 หนัก 70 (2.57)
Cadel Evans *All Rounder* BMC Racing Team สูง 174 หนัก 64 (2.71)
Bradley Wiggins *All Rounder* Team Sky สูง 190 หนัก 69 (2.75)
Jens Voigt *All Rounder* Trek Factory Racing สูง 190 หนัก 77 (2.47)
Alberto Contador *All Rounder* Team Tinkoff-Saxo สูง 176 หนัก 62 (2.84)
Damiano Cunego *Climber* Lampre-Merida สูง 169 หนัก 58 (2.91)
Frank Schleck *Climber* Trek Factory Racing สูง 186 หนัก 65 (2.86)
Nairo Quintana *Climber* Movistar Team สูง 167 หนัก 59 (2.83)
Samuel Sánchez *Climber* BMC Racing Team สูง 181 หนัก 68 (2.66)
Pierre Rolland *Climber* Team Europeแar สูง 184 หนัก 67 (2.75)
*อัตราส่วนค่ายิ่งสูง ยิ่งมีส่วนสูงต่อน้ำหนัก 1 กิดลกรัมมาก = ความเพรียว ผอมบาง
คงไม่ต้องวิเคราะห์อะไรกันมากมายครับ เห็นกันค่อนข้างชัด 3 กระทาชายที่ดูแล้วอัตราความ"เพรียว"น้อยเหลือเกิน ได้แก่ Kittel, Boonen และพ่อหนุ่ม Spartacus ซึ่งทั้ง 3 หน่อนี้ จะฉายความโดดเด่นในสภาพทางราบเสียมากกว่า Kittel คือชายคนแรกในพื้นปฐพีนี้ที่เอาชนะพ่อขนตางอน Cav ได้แม้ว่าพ่อหนุ่มจรวดมิสไซล์จะอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมด้วยปัจจัย Boonen เป็นจอมเก๋าที่ยังกระทืบสปรินท์กับเด็กรุ่นใหม่ได้ในปัจจุบันแถมพลังคว้าชัยคลาสสิคมาเพียบ สุดท้ายคือไอ้หนุ่มพลังม้าขี่ปารีสรูเบซ์และกระทืบแฟลนเดอร์ได้ ทว่าทั้ง 3 คนไม่เคยเอาตัวเองอยู๋กลุ่มหน้าในเสตจเขาได้เลยครับ ไปกองรวมกันปั่นหนีเวลาเกินอยู่ข้างล่างตีนเขา คุยกันกระหนุงหระหนิง
ส่วน Cunego กับ Schlek ที่เป็นอาสาสมัครความเพรียวสุดที่ยกตัวอย่าง ทั้ง 2 คนนี้พอขึ้นเขาก็บินฉิวได้สบายๆ แต่บนทางราบไม่ว่าจะเป็นการสปรินท์หรือการวิ่งยาวๆไกลๆอย่าง Time Trial ไม่เคยติดโผกับชาวบ้าน อนาคตฝากไว้กับการทำเวลาหนีบนทางชันอย่างเดียว
ผิดกับพวก All Rounder ที่มีอัตรากลางๆ บางคนถนัดด้าน TT ก็จะเน้นพลังกล้ามเนื้อตัวหนาหน่อยอย่าง Evnans แต่พ่อมือปืน Contador เดิมที่เป็นพวกนักไต่เขาแท้ๆแต่มาสร้างความสามารถทางด้านทางราบบน TT จึงเป็นพวกครบเครื่องแต่ยังคงไต่เขาได้เก่งอยู่ (พวก All Rounder อย่างไรก็ต้องไต่เขาได้ดี ส่วนพวก Sprinter แทบไม่จำเป็นต้องไต่เขาเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นจุดต่างของ All Rounder และ Time Trialist คือการที่สามารถปีนเขาไปได้กับพวก Climber )
ในกระทู้นี้ว่ากันด้วยเรื่องของ"น้ำหนัก" คน น้ำหนักรถ น้ำหนักรวมคนและรถ จึงต่อมาเป็นเกร็ดสืบเนื่องเรือ่งนี้ให้อ่านกันสนุกๆนะครับ นักปั่นแทบจะทุกคนเมื่อเล่นจักรยานไปแล้วก็จะมองหาความ"เบา" เสียเงินกันไม่น้อยก็เพราะอยากจะ"เบา" ความเห็นส่วนตัวของผมนั้น จะเบาแค่ไหนก็ตามมันต้องพอดีพอเพียงกับปัจจัยที่มี พอดีกับเส้นทางและนิสัยการขี่ ยิ่งสมัยนี้เสือหมอบแยกประเภทกันอย่างชัดเจนว่าเป็นแบบเน้นเบา หรือเน้นแอโร่ ความเบาเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงแต่มันไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไปแล้วครับ ถ้าหนักกว่ากัน 3 ขีดแต่แอโร่กว่า สำหรับบางท่านที่ร่างใหญ่แรงดี ปิดแข็ง ทางราบเยอะ อาจจะน่าสนใจกว่ารถเน้นเบาก็เป็นได้ ซึ่งบางยี่ห้อได้ทำรถที่แต่ละขนาดออกแบบให้มีความ stiff ไม่เท่ากัน ขนาดท่อต่างกัน(ไม่ใช่แค่ความยาว)เพื่อให้รับแรงของคนร่างใหญ่ได้มากขึ้น คนร่างเล็กตัวเบาก็สร้างแรงได้น้อยกว่าเป็นธรรมชาติ ตัวเท่าเมี่ยงจะกระทืบให้ถึง 1000w มันยากแสนยาก ในขณะที่พี่ก้ามปูก้ามกุ้งยืนอัดกัน 1400-1600 w หน้าตาเฉย ลองนึกภาพบนทางราบสิครับว่าจะเปิดอะไรขึ้นกัน
ก็ขอให้คำนึงถึงเนื้อหารู้ไว้ใช่ว่าเหล่านี้เวลาตัดสินใจจะอัพรถลดน้ำหนักกันนะครับ
ปล.ความเบามีผลต่อ"อัตราเร่ง"บนทางราบครับ แต่ต้องสอดคล้องกับ"แรง"ที่ทำได้ด้วยครับ ถ้าทำตัวเองให้เบาจนกล้ามเนื้อระเบิดพลังออกมาไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ลองไปค้นหาภาพนักแข่งที่ยกตัวอย่างมาครับ พวก Sprinter ส่วนมากล่ำบึกบึนมากทั้งไหล่ หลัง แขน สะโพก พวกไต่เขาอย่างกับไม้เสียบผีเดินได้