ยัดใส่กระเป๋า Check - in แล้วให้ไป Load ที่ Oversize ข้างในกระเป๋า ก็ยัดพวกของที่จำเป็น เช่นสูบ หมวก ไปด้วย นน.รวมกระเป๋า รวมของ 22 Kg.

พอไปถึงโดนส่งมาทาง Belt เลย ห่วง Drop Out และอื่นๆ พัง แต่หลังจากนั้น เปิดดู..รอดไป ไม่มีอะไรเสียหาย..มั๊ง
เจ้าหน้าที่โรงแรมมาเข็นเป๋าให้ ขนาดใหญ่หน่อยนะครับ

เริ่มกางออกให้เรียบร้อย แล้วก็นอน ง่วงอ่ะ

ตอนแรกก็ว่าจะไม่ไปปั่นแล้ว รู้สึกเหนื่อยๆ แต่ไหนๆแล้วก็ไปก็ได้ อุตส่าห์พามาแล้วนิ แต่โรงแรมที่ผมพักอยู่ในสนามบิน ก็เลยต้องพาไปในเมือง
โดยวิธีที่ถูกที่สุด รถไฟใต้ดินนี่แหละ สองเหรียญหน่อยๆ เอง แต่ต้องพับไปนะครับ เปลี่ยนสถานนีสองครั้ง แต่บางที่ ก็ลากข้ามชานชลา แต่บางที่ลากกันอานเลย


มาโผล่ที่นี่ก็แล้วกันครับ ก็วนแถวๆ Marina ไปเรื่อยๆครับ




ตอนแรกว่าจะปั่นข้ามไปเมอไลอ้อน แต่....

ไปโผล่อีกที่ ไปด้านทะเล ด้านตรงข้ามก็มีสวนสาธารณะแทน แล้วก็ไปโผลที่ไหนก็ไม่รู้ ปั่นไปถึงสเตเดี้ยมที่กำลังสร้าง แล้วไปโผลที่กาลัง (ไม่รู้ซอยไหน)


ที่ปั่นช่วงแรกประมาณนี้ อีกช่วงไม่ได้ Save ครับ

อีกวัน หลังจากสัมมนา แล้ว เก็บจักรยาน ไม่ได้พาไปด้วย แต่ไปเดินดูของ ยังไม่วาย ยังไปดูจักรยานอีกอยู่ดี

ส่วนคันนี้ส่ง line ให้พี่เขาดู บอกจะให้พากลับมาด้วย...เอ่อ...มันน้ำหนักเกิน ขนาดอีก ถ้าพับแบบกระดาษได้จะเอากลับไปให้นะครับ

กลับมาถึง กทม. ว่างๆ ก็เลยถอดตะแกรง บังโคลนให้เป็นรถซิ่งแทนครับ
และก็พาไปร้าน ตั้งซี่ลวดใหม่....เนื่องจากล้อหน้าคดนิดนึง น่าจะไปกระแทกอะไรแรงๆจากที่สิงคโปร์นั่นแหละ
รู้ตัวตอนเข็นรถ เบรคมันติดๆ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไรมาก ทำซะ

ถ่ายรูปคู่กะ "เบอร์ 2" ที่ยังมีปัญหาเล็กๆ ยังแก้ไม่หาย จอดยาวเรย ปั่นแต่เบอร์ 1

ก็รวมๆแล้ว ก็สนุกดีครับ แต่เหนื่อยหน่อยเวลาพาขึ้นรถไฟ เพื่อนที่เคยทำงานที่นั่นบอกว่า อย่าไปตอนเลิกงาน เด๋วคนทางบ้านจะสะดุ้งได้
เนื่องจากคตใช้บริการตอนเลิกงานเยอะมาก แน่นตั้งแต่ 5 โมงเย็น ยันสองทุ่ม คนก็ยังเยอะอยู่ดี
ผมกลับโรงแรมโดยรถไฟตอน หกโมงกว่าๆ คนเพียบ มีแต่คนมองหน้า ตัวก็เปียกมีแต่เหงื่อ กลิ่นก็เริ่มตุ่ยๆ รถพับก็เกะกะชาวบ้าน มิน่าล่ะ
555
ปลายอาทิตย์ จะพาไปเชียงใหม่ (อีกรอบ) ครับ
"BIKE SUM'DAY"