หน้า 1 จากทั้งหมด 4
โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 02 ก.ย. 2009, 18:08
โดย ส.กวง
เดือนกันยายนปีนี้มีงานชุกครับ จึงขอแจ้งให้ชาว Tour Bike & Bike To Work ได้ทราบเพื่อเตรียมตัวไปร่วมงานกัน
13 ก.ย. มี 2 งาน คงต้องแบ่งกำลังกันไปออกงาน ได้แก่
1.งานรณรงค์ก่อน Car Free Day ของ สสส. ดูรายละเอียดจากกระทู้ของคุณโก๋
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=53&t=96746
2.งานครบรอบ 3 ปีกลุ่มพระราม 4 มีคำเชิญจากคุณณรงค์ พระราม 4 และหมายกำหนดการตามลิ้งค์นี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 80&start=0
20 ก.ย. มีงานใหญ่งานเดียวคือ งาน Car Free Day ซึ่งทางกลุ่มได้ร่วมกันลงชื่อไปร่วมปั่นกับ TOT
รายละเอียดดูจากลิ้งค์นี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=57&t=86979
จึงขอเชิญสมาชิกทุกท่านเตรียมตัวเตรียมใจไว้
ออกงาน
ส่วนวันอาทิตย์ต้นเดือนและปลายเดือนก็เตรียมจัดทริปไว้เอาใจสมาชิกดังนี้
6 ก.ย. ปั่นไปวัดบางพระ ไหว้หลวงพ่อเปิ่น ขากลับไปรับเสื้อที่ SDL (อย่างนี้ถูกใจโก๋ไหมครับ)
27 ก.ย. ทริปพิเศษชมสวนที่แม่กลอง-อัมพวา...พลาดไม่ได้ครับ
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 02 ก.ย. 2009, 18:53
โดย ส.กวง
ชวนปั่นไปวัดบางพระ ไหว้หลวงพ่อเปิ่น วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.52

- page.jpg (54.17 KiB) เข้าดูแล้ว 963 ครั้ง
ประเดิมทริปแรกต้นเดือนกันยายน ต้อนรับสมาชิกที่กลับจากราชบุรีและปลอบขวัญสมาชิกที่อดปั่นเนื่องจากฝนตกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทริปนี้ยังคงรักษาบรรยากาศเดิมๆ เลาะชายทุ่งไปตามเส้นทางท้องถิ่นจากบางบัวทองถึงวัดบางพระ ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ขากลับแวะไปรับเสื้อสูทปั่นจักรยานแบบใหม่ของ Bike To Work ที่ SDL แถวดอนหวาย แบบนี้ถูกใจโก๋ไหมครับ
จุดสตาร์ท - หน้าหมู่บ้านชลลดา บางบัวทอง ถ.บางกรวย-ไทรน้อย เยื้องสำนักงานเทศบาลบางบัวทอง
เวลาล้อหมุน - 7.00 น.
ระยะทางไป-กลับประมาณ 130 กม.
ความเร็ว 25-30 กม.
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 02 ก.ย. 2009, 18:58
โดย ส.กวง
อ่านข้อมูลประวัติวัดบางพระก่อนไป
วัดบางพระ เป็นชื่อในทางราชการชื่อเดิมคือ วัดปากคลองบางพระ สังกัดมหานิกายอยู่ในการปกครองคณะสงฆ์ ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่วัด ๓๑ ไร่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา และธรณีสงฆ์ ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๑๙ ตารางวา
วัดบางพระสร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๒๒๐ จัดอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างที่แน่ชัดเพราะคนในยุคนั้นมิได้มีการบันทึกกัน ที่นำมาเป็นหลักฐานอ้างอิงได้ในปัจจุบันก็คือภาพจิตกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถหลังเดิมซึ่งกว้างประมาณ๔ วายาวประมาณ๘ วา หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาธรรมดาสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ภายในพระอุโบสถหลังเดิมมีพระประธานเป็นพระปฏิมากรหินทรายแดงประทับนั่งปางมารวิชัยลงรักปิดทองหน้าตักกว้าง๓๐นิ้ว ชาว บ้านเรียกกันว่า"หลวงพ่อสิทธิมงคล"เป็นองค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เบื้องหน้าพระประธานเป็นพระพุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง๒๖นิ้วและ ยังมีพระพุทธปฏิมาประทับนั่งทางด้านขวามือองค์พระประธาน๓องค์และทางด้านซ้ายมือองค์พระประธานอีก๓องค์ มองกันตามแบบแล้วพระอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระช่างทรงคุณค่ายิ่งนัก ลักษณะทั่วไปก่ออิฐถือปูน หลังคาลด๒ชั้นประกอบด้วยช่อฟ้าใบระกา ที่สำคัญคือหลังคาอันมุงด้วยกระเบื้องดินธรรมดากรมศิลปากรจัดให้ อยู่ในดินเผาสมัยอยุธยาตอนกลาง พระประธานที่เป็นพระปฏิมากรหินทรายแดงจัดให้อยู่ในสมัยอโยธยาสุพรรณภูมิ(อู่ทอง)
ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นภาพเก่าแก่เป็นผลให้ทราบถึงความเจริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนาเป็นภาพเทพชุมนุมสลับกับอดีตขององค์พระพุทธเจ้ามีการปฏิสังขรณ์เมื่อสมัยรัชการที่๔คงมีการเขียนทับและแก้ไขเพียงเล็กน้อยแต่ พื้นกราวน์ดูเบื้องหลังยังคงใช้สีอ่อนมีดอกไม้ร่วงอันเป็นคติของอยุธยาภาพ ที่น่าสนใจอีกภาพหนึ่งก็คือ"ภาพมารผจญ"เป็นภาพที่พระพุทธเจ้าทรงจีวรแดง ประทับนิ่งบนดอกบัวแก้วแม่ธรณีบีบมวยผมนับเป็นศิลปะแบบเก่าที่น่าศึกษาเป็น อย่างยิ่งเป็นภาพที่เขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางสีในภาพเขียนใช้เพียง๔สี คือขาวดำแดงและเขียวใบแค
มาถึงช่วงตอนเจริญรุ่งเรืองอย่างสุดขีดของวัดบางพระในช่วงนั้นเมื่อเจ้าอธิการ หิ่มอินทโชโตเข้ามาปกครองวัดบางพระในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ที่เหมือนกันของเจ้าอาวาสวัดบางพระทุกรูปคือจะเป็นพระนักปฏิบัติกัมมัฏฐานทรงซึ่งคุณธรรมมีเมตตาธรรมสูงมาก เมื่อมาถึงหลวงปู่หิ่มเป็นยุคที่วัดบางพระเจริญอย่างยิ่ง ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลและเป็นพระอุปัชฌาย์ นอกจากนี้แล้วหลวงปู่หิ่มยังสร้างพระพุทธบาทจำลองเพื่อช่วยเหลือในศรัทธาของชาวบ้านที่ใคร่จะไปนมัสการพระพุทธบาทจำลอง ณ สถานที่ต่างๆที่อยู่ไกลต้องเสียค่าใช้จ่ายกันสูงพระพุทธบาทจำลองนี้มีขนาดกว้าง๑.๑๐เมตรยาว๔.๒๐เมตรสร้างด้วยโลหะ ทุกกลางเดือนสี่จะมีงานเทศกาลเพื่อให้ประชาชนชาวบ้านได้นมัสการปิดทองกราบไหว้พระพุทธบาทจำลองสร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๖๙นั้นเป็นไปในด้านวัตถุในด้านทางจิตใจในด้านทางสายวิชาแล้วหลวงปู่หิ่มนับเป็นหนึ่งในส่วนนี้ท่านเก่งในทางปรุงยาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างน่าอัศจรรย์คนบ้าคนคลั่งหรือโรคมะเร็งเมื่อมาหาหลวงปู่หิ่มเพื่อให้ท่านรักษาหลวงปู่หิ่มจะให้คนปั้นหุ่นดินเหนียวแทนตัวคนป่วยลงวันเดือนปีเกิดพร้อมด้วยเงินค่าครู๑สลึง(สมัยนั้น)แล้ว ท่านจะนั่งตรวจดูอาการคืนหนึ่งก่อน จึงจะปรุงยาให้ไปเมื่อคนไข้ได้รับยานั้นไปรับประทานแล้วจะหายแทบทุกราย
ในส่วนสายพระเวทด้านอักขระพระคาถาไม่เป็นที่เปิดเผยกันมากนักทราบเพียงแต่ว่า หลวงปู่หิ่มท่านสุดยอดในสายพระเวทคาถามีอะไรแปลกๆอยู่เสมอ ในส่วนการสักยันต์นั้นหลวงพ่อเปิ่นท่านรับมาจากหลวงปู่หิ่มเต็มๆ พ.ศ.๒๔๙๕หลวงปู่หิ่มก็มรณภาพ ลง พ.ศ.๒๔๙๖-พ.ศ.๒๖๑๖พระอธิการทองอยู่ปทุมรตนเป็นเจ้าอาวาส พ.ศ.๒๕๑๘-พ.ศ.๒๕๔๕ พระอุดมประชานาถ(หลวงพ่อเปิ่น)เป็นเจ้าอาวาส
ความเป็นมาของอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระนั้นไม่มีการบันทึกเอาไว้ว่าสร้างใน สมัยใดมีเพียงการคาดคะเนเอาตามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคำนวณเอาจาก อายุของเนื้อแท้ของถาวรวัตถุลักษณะโบสถ์เป็นแบบมหาอุตม์พื้นที่ภายในกำแพลง แก้วยกดินสูงมีสถูปเจดีย์ล้อมรอบสี่ด้านด้านหน้าหันออกสู่แม่น้ำนครชัยศรี (ท่าจีน)ด้านหน้ามีเรือสำเภาก่ออิฐถือปูนกลางลำเรือก่อขึ้นไปเป็นเจดีย์เป็น การบ่งให้ทราบว่าแถบถิ่นแถวนี้มีการค้าขายกันทางเรือเมื่อชุมชนขยายผู้คน เข้ามาอาศัยกันมากขึ้นล่วงมาจนหลวงปู่หิ่มท่านเล็งเห็นว่าอุโบสถหลังเก่านั้นเล็กเกินไปเมื่อทำสังฆกรรมจึงไม่ค่อยสะดวกไม่พอที่จะรองรับญาติโยมเป็นจำนวนมากและสภาพของโบสถ์นั้นก็ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา โบสถ์หลังใหม่ของวัดบางพระจึงกำเนิดขึ้นมาในสมัยนั้น ในการสร้างโบสถ์หลังใหม่นั้นท่านได้เกณฑ์พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านมาช่วยกันทำโดยการชักลากไม้ในป่าแถวนั้นเล่ากันต่อๆมาว่าพื้นที่แถบนั้นยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้และสัตว์ ป่านานาชนิดโดยมีชาวบ้านมาช่วยกันอย่างมืดฟ้ามัวดินทั้งนี้เป็นเพราะบุญบารมีของหลวงปู่หิ่มนั่นเอง โบสถ์หลังใหม่ที่หลวงปู่หิ่มสร้างใหม่นั้นค่อนข้างใหญ่โตในละแวกคุ้งน้ำนครชัยศรี นับเนื่องแล้วเวลานั้นถือเป็นหนึ่งได้ทีเดียวเสาที่สร้างโบสถ์เป็นไม้ขนาดใหญ่ ส่วนเพดานโบสถ์ปูด้วยแผ่นไม้กระดานทั้งหมดภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโต (พระประธาน)ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่๒ เคยปรากฏว่ามีคนเห็นองค์หลวงพ่อโตมีน้ำตาไหลออกมาจากพระเนตรทั้งสองสาธุชนที่เข้าบนบานต่อองค์หลวงพ่อโตมักจะประสบผลสำเร็จในทุกอย่าง การบนบานหลวงพ่อโตท่านชอบว่าวจุฬาและ ประทัดหลวง ปู่หิ่มสร้างโบสถ์หลังใหม่แล้วเสร็จในปีพ.ศ.๒๔๗๐ จนกระทั่งล่วงมาถึงยุคสมัยของหลวงพ่อเปิ่นปกครองวัดบางพระ ศาสนวัตถุเริ่มทรุดโทรมลงไปโบสถ์ที่ทำ สังฆกรรมซึ่งทำมาจากไม้เริ่มผุกร่อน เพดานโบสถ์หักพังมีรูรั่วอยู่ทั่วไป ฝนตกลงมาพระภิกษุสงฆ์ทำสังฆกรรมไม่สะดวกได้รับความเดือดร้อนกันมาก จึงเริ่มที่จะทำการบูรณะกันใหม่เปลี่ยนจากเสาไม้มาเป็นเสาปูนเพดานก็เทคานพื้นเพดานเทปูนทั้งหมดเพื่อความคงทนในการบูรณะนั้นค่อนข้างจะเป็นงานใหญ่เพราะต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมาก ช่วงนั้นสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีร้านค้าบริษัทโรงงานได้ปิดกิจการเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังหลวงพ่อเปิ่นในสมันนั้นยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากมายสักเท่าไหร่ ถนนหนทางที่เข้าไปยังวัดบางพระยังขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อพอ ฝนตกลงมาสภาพถนนกลายเป็นโคลนตม สาธุชนที่เข้าไปในวัดบางพระในเวลานั้นเข้าไปด้วยพลังศรัทธาอันสูงส่งต่อหลวงพ่อเปิ่นเข้ากราบด้วยศรัทธาอันใสบริสุทธิ์ บุญบารมีของหลวงพ่อเปิ่นในการจรรโลงพระศาสนาในการสร้างศาสนวัตถุแม้ท่านจะ ลำบากตรากตรำทำงานหนักเพียงใด ท่านไม่เคยบ่นหรือย่อท้อยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มไปด้วยเมตตาธรรมอันสูงส่ง เมตตาธรรมที่ท่านมอบให้กับสาธุชนที่เข้ากราบ สาธุชนที่เดือดร้อนทุกข์ยาก พระเครื่องเหรียญวัตถุมงคลที่ท่านมอบให้ไปนั้นเกิดเป็น ประสบการณ์อย่างมากมายจนถึงปัจจุบันต่างยอมรับกันว่าหลวงพ่อเปิ่นท่านเป็นพระแท้ที่สร้างสมบารมีด้วยการพัฒนาจนลือเลื่องยอมรับกันไปทั่วทั้งในประเทศ และต่างประเทศในเวลานี้
(คัดจาก
http://www.bp.or.th/วัดบางพระ)
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 03 ก.ย. 2009, 10:46
โดย เสือเอ๋ฅน...ครยก
เอ!!! อยากไปเที่ยววัดหลวงพ่อฯพอดี ไม่ทราบว่ารถไฟขบวนนี้จะรับสมัครสมาชิกเพิ่มหรือเปล่าครับ
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 03 ก.ย. 2009, 18:56
โดย ส.กวง

ยินดีต้อนรับเสือเอ๋และชาวครยกที่อยากจะมาร่วมขบวนรถไฟเที่ยวนี้..กำลังต้องการหัวลากอยู่พอดีครับ
ดีใจครับ ถ้าจะมา ก็จะขยายเวลาสตาร์ทออกไปอีกหน่อย...ช่วยบอกหน่อยว่าจะมาถึงบางบัวทองได้สักกี่โมง
เราจะรอ..เชิญนะครับ
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 04 ก.ย. 2009, 00:02
โดย ONIX
ขอร่วมทริปด้วยคนนะครับ รายลพเอียดส่งให้ทางPm ตามลิ้งค์ที่แนบมาแล้วนะครับ
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 04 ก.ย. 2009, 07:25
โดย ส.กวง
ยินดีต้อนรับครับ คุณONIX (ยังไม่เห็นลิ้งค์ที่แนบมาครับ)
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 04 ก.ย. 2009, 07:28
โดย ส.กวง
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 04 ก.ย. 2009, 08:55
โดย thor
ไปด้วยแน่นอนครับ..
วันอาทิตย์ที่แล้วมีคนมารอเก้อ..น่าสนสารจัง..ฮือๆ

..ส่วนผมเห็นฝนตกแต่เช้า..เลยไม่ไป..อิอิ
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 05 ก.ย. 2009, 17:35
โดย เอก
พรุ่งนี้เช้าหวังว่าฝนคงไม่ตก
http://www2.tmd.go.th/radar/rayongLoop.html
utc+7
[youtube]rpE33YBwBzM&feature=related[/youtube]
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 05 ก.ย. 2009, 19:10
โดย ble
ไปด้วยอีกครั้งครับ
หวังว่าฝนคงจะไม่ตกอีกนะครับ
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 06 ก.ย. 2009, 15:54
โดย ส.กวง
สรุปทริปวัดบางพระ (หลวงพ่อเปิ่น) วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.52

- IMG_0052.JPG (125.79 KiB) เข้าดูแล้ว 624 ครั้ง
เป็นอันว่าทริปนี้ได้ปั่นไปไหว้หลวงพ่อเปิ่นที่วัดบางพระสำเร็จสมอารมรณ์หมาย โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ จากฟ้าฝน แถมท้องฟ้ายังเป็นใจ แดดร่มลมเย็นตลอดทริปจนน่าอิจฉาสำหรับคนที่ไม่ได้ไป
จากบางบัวทองไปถึงวัดบางพระเพียงแค่สี่สิบกว่ากิโลเมตร ถึงวัดตอนสิบโมงกว่า กลับถึงบางบัวทองตอนบ่ายสาม เข้าบ้านปุ๊บ ฝนก็ตกปั๊บ ช่างเอาอกเอาใจจริงๆ นะ น้องฝน
ทริปนี้มีผู้เข้าร่วมทางทั้งหมด 21 คน ขากลับถึงลานตากฟ้า มีกลุ่มแยกไปรับเสื้อใหม่ดีไซน์สูทที่ SDL 13 คน ส่วนที่เหลืออีก 8 แยกกลับก่อน ปั่นกินลมชมวิว แวะพักผ่อนเล่นน้ำที่วัดพุทธธรรมรังษี แล้วโฉบไปดูโรงถ่ายกันตนามูฟวี่ทาวน์ ปั่นตามลมเลียบคลองประปาด้วยความเร็ว 45-50 กม.หนีเมฆฝนสุดมันส์ ผ่าทะลุช่องเมฆฝนจนรอดถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพ
(ไม่ทราบว่ากลุ่มไปรับเสื้อเป็นอย่างไรบ้าง..รอดฝนมั๊ย)
รายชื่อผู้ร่วมทริป :
1.ป้าลักขณ์ 2.ผู้พันป๊อก 3.ลุงพูล 4.ลุงถวัลย์ 5.เสือโก๋ หน้าวัง 6.เสือพล 7.คุณต่อ 8.คุณฝน 9.คุณอ้อย 10.คุณรังสิต 11.เจ๊ไก่ 12.น้องปุ๊ 13.คุณอ๊อด 14.น้าต้อง 15.คุณเอก 16.คุณมะโหนก 17.คุณเลย์ 18.คุณสภา 19.คุณเบิ้ล 20.คุณโย่ง และ 21.ส.กวง
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 06 ก.ย. 2009, 16:00
โดย ส.กวง
Re: โปรแกรมเดือนกันยายน 2552
โพสต์: 06 ก.ย. 2009, 16:04
โดย ส.กวง