หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ไทยประกัน

โพสต์: 24 เม.ย. 2014, 11:11
โดย Dhandranunda
คนเราก็ช่างคิดนะ คนทำโฆษณาคงเกาหััวคิดไม่ถึง

(ภาพจากเฟซครับ)

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 24 เม.ย. 2014, 11:12
โดย Dhandranunda
คนนี้คงรักหมามากกว่าแม่ยาย ให้น่องไก่กินทั้งน่องแต่ดันให้กล้วยแม่ยายกินทุกวัน

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 24 เม.ย. 2014, 11:55
โดย ตะเกียงวิเศษ
หักมุมซ้าาา..พระเอกกลายเป็นผู้ร้ายเลย 555

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 24 เม.ย. 2014, 15:51
โดย เสือหลงป่า
ดูครั้งแรกเกิดคำถามเลย
"คนแบบนี้มันมีจริงๆ หรอ"

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 24 เม.ย. 2014, 16:33
โดย Dhandranunda
ผมดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนบาปเลย

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 24 เม.ย. 2014, 16:49
โดย PRAMOTECH
Dhandranunda เขียน:คนนี้คงรักหมามากกว่าแม่ยาย ให้น่องไก่กินทั้งน่องแต่ดันให้กล้วยแม่ยายกินทุกวัน
แม่ยายแก่แล้วกินกล้วยแหละ 5555

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 25 เม.ย. 2014, 18:11
โดย ekkanut
คนแบบนี้มันมีจริง แต่น้อย ส่วนใหญ่เขาเรียกว่า ผู้ปิดทองหลังพระ(ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน)

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 26 เม.ย. 2014, 20:43
โดย HUMYAI
คนแบบโฆษณามีเยอะครับ แต่ค่อยๆเลือนหายไปทีล่ะน้อยๆ แต่ก็มีมากอยู่นะ คนดีๆมีเยอะครับ เยอะมากด้วยแต่เรื่องดีๆคนไม่ค่อยจำ ลืมง่าย
การทำความดีเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ไม่ใช่ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
อย่างแรก ไม่ว่ายังไง มีคนเห็นหรือไม่ ผลจะเป็นยังไง ก็ยังคงตั้งมั่นทำดีต่อไปไม่หวั่นไหว ทำต่อไปโดยไม่ได้หวัง ก็แค่เป็นสิ่งที่ควรกระทำเท่านั้นเอง ไม่ตั้งความหวังและก็ไม่ผิดหวัง
แต่อย่างหลัง ที่ได้ยินกันบ่อยๆ พอทำดีแล้วไม่ได้ดี ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครชม ก็ไม่อยากทำต่อแล้ว โทษคนนั้นโทษคนนี้ไปเรื่อย สุดท้ายก็เลยมีประโยคนี้ ทำดีได้ดีมีที่ไหนทำชั่วได้ดีมีถมไป(น่าจะประมาณนี้) เป็นอย่างนั้นไป
สุดท้ายผมคิดว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ น่าจะเคยทำมาแล้วหลายครั้งแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ตัว คือการทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทน ผมเชื่ออย่างนั้นนะ สังเกตุได้จากมีคนพบเจอของหายบ่อยๆ ก็มาประกาศหาเจ้าของโดยไม่ได้สนใจหรอกว่าจะมีใครจะมาชื่นชมหรือไม่ ก็แค่อยากให้เจ้าของได้เจอของที่หายไป ก็เท่านั้นเอง นี่ล่ะความความมีน้ำใจในสังคม... ยังยืนยันการทำความดีเป็นสิ่งที่ควรกระทำ :D

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 30 เม.ย. 2014, 18:55
โดย AMLbox
:lol: :lol: :lol:
จริง :mrgreen:

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 01 พ.ค. 2014, 00:57
โดย paak
ส่วนผมดูแล้ว ก็รู้สึกว่าคนประเภทนี้ ดี...แต่ การทำดีจนตัวลำบาก มันดูไม่ใช่หลักพุทธซักเท่าไหร่

ตัวอย่าง การให้อาหารสัตว์ด้วยน่องไก่ที่เกือบ/หรือแทบจะหมดจาน แล้วตัวกินอะไรล่ะ / การให้เงินเด็กจนแทบจะหมดตัว / การที่ช่วยแม่ค้า แต่ไม่ได้ความดีกลับคืน เห็นได้จากที่แม่ค้าบอก ไปไหนมารอตั้งนาน(เมื่อน้ำใจที่ให้กลายเป็น การต้องคอยรับใช้)ไม่ดีแน่ จะเห็นดีก็ ยายได้กล้วยนั่นแหล่ะ ที่สื่อได้ตรงที่สุดแล้ว

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 01 พ.ค. 2014, 09:00
โดย AMLbox
paak เขียน:ส่วนผมดูแล้ว ก็รู้สึกว่าคนประเภทนี้ ดี...แต่ การทำดีจนตัวลำบาก มันดูไม่ใช่หลักพุทธซักเท่าไหร่

ตัวอย่าง การให้อาหารสัตว์ด้วยน่องไก่ที่เกือบ/หรือแทบจะหมดจาน แล้วตัวกินอะไรล่ะ / การให้เงินเด็กจนแทบจะหมดตัว / การที่ช่วยแม่ค้า แต่ไม่ได้ความดีกลับคืน เห็นได้จากที่แม่ค้าบอก ไปไหนมารอตั้งนาน(เมื่อน้ำใจที่ให้กลายเป็น การต้องคอยรับใช้)ไม่ดีแน่ จะเห็นดีก็ ยายได้กล้วยนั่นแหล่ะ ที่สื่อได้ตรงที่สุดแล้ว
+1

และในฐานะนักวิชาเกินด้านสื่อสารมวลชน ผมว่าโฆษณาประเภทโทนาฟดีกว่า ดูจริงใจดี
โฆษณาประเภทนี้เหมือนเฉไฉ ไม่ได้บอกสรรพคุณสินค้าตัวเอง แต่เน้นดราม่าเรียกน้ำตา ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าเลย (มีหน่อยนึงก็ได้)
ปล.ถ้ามีนักโฆษณาในนี้อาจโต้แย้งได้ เพราะเป็นปกติธรรมชาติของคนที่เรียนสื่อสารมวลชนกับโฆษณาที่มักมีมุมมองต่อเรื่องเดียวกันไปในคนละทิศทาง :mrgreen:

Re: ไทยประกัน

โพสต์: 01 พ.ค. 2014, 14:25
โดย Dhandranunda
paak เขียน:ส่วนผมดูแล้ว ก็รู้สึกว่าคนประเภทนี้ ดี...แต่ การทำดีจนตัวลำบาก มันดูไม่ใช่หลักพุทธซักเท่าไหร่

ตัวอย่าง การให้อาหารสัตว์ด้วยน่องไก่ที่เกือบ/หรือแทบจะหมดจาน แล้วตัวกินอะไรล่ะ / การให้เงินเด็กจนแทบจะหมดตัว / การที่ช่วยแม่ค้า แต่ไม่ได้ความดีกลับคืน เห็นได้จากที่แม่ค้าบอก ไปไหนมารอตั้งนาน(เมื่อน้ำใจที่ให้กลายเป็น การต้องคอยรับใช้)ไม่ดีแน่ จะเห็นดีก็ ยายได้กล้วยนั่นแหล่ะ ที่สื่อได้ตรงที่สุดแล้ว
อันนี้ดีแบบ extreme เกินไปครับ ฮา