ปั่นเดี่ยว อช.ไทรโยค - อช.ทองผาภูมิ - หมู่บ้านอีต่อง ปิล๊อก - เขื่อนวชิราลงกรณ
โพสต์: 21 เม.ย. 2014, 16:41
การเดินทางเริ่มวันที่ 16 -19 เมษายน 2557
Day 1 -สถานีรถไฟธนบุรี -สถานีรถไฟน้ำตก -อช.ไทรโยค
ออกจากบ้านเวลา 6.05น.ปั่นมาถึงสถานีรถไฟธนบุรีเวลาประมาณ 7โมงนิดๆ
ซื้อตั๋วไปน้ำตกแล้วเสียระวางจักรยาน 90บาทส่วนค่าโดยสาร ฟรี(รถไฟฟรี)
โดยขึ้นรถไฟรอบ 7.50น.จากธนบุรี ไปน้ำตก ถึงเวลา 12.35น.

รถไฟมาเวลา 7.40น. ขนจักรยานและสำภาระขึ้นรถไฟ สักพักรถไฟก็ออกจากสถานีรถไฟธนบุรีมุ่งหน้าสู่ปลายทางน้ำตก
จักรยานในขบวนรถไฟนี้มีสองคัน โดยมีพี่อีกคนลงที่น้ำตกเหมือนกับผมแล้วปั่นจักรยานกลับมากรุงเทพฯ เป็นเพื่อนร่วมทางบนรถไฟด้วยกันครับ


นั่งมองเมฆ

มาถึงจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว


สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งท่องเที่ยวของเมืองกาญจนบุรีที่ทุกคนต้องมากัน



นั่งรถไฟ ลมเย็นของอากาศธรรมชาติที่อยู่ข้างนอกมาปะทะสัมผัสกับใบหน้าและเสื้อผ้าที่เปียกจากการปั่นมาสถานีรถไฟทำให้สดชื่นและหายเหนื่อยไปเลย
มองออกไปนอกหน้าต่าง วิวของตึกคอนกรีตเริ่มเปลี่ยนไปเป็นตึกธรรมชาติสร้างไว้ ไม่ได้ให้เพียงมนุษย์ได้ใช้สูดดมเข้าไป แต่ยังสร้างไว้ให้โลกนี้สวยงามร่มเย็น ภูเขา สายน้ำ ลำธาร แม่น้ำข้างนอกทำให้ภาพที่มองออกไปเป็นภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก


การทำทางผ่านเขาต่างๆ

ได้เห็นแพต่างๆ ถือได้ว่ามาถึงเมืองกาญแล้ว

เมฆสวยงามล่องลอยอยู่ในอากาศ รูปร่างคล้าย นก (ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเห็นเหมือนกันหรือเปล่านะ)

นั่งไปนั่งมาก็เที่ยงกว่าแล้วยังไม่ถึงน้ำตกเลย
ไม้ไผ่น้อยใหญ่ ภูเขาสูงชัน แม่น้ำไหลผ่าน

ดินที่นี้สีแดง ถือว่าเป็นดินใหม่ภูเขาที่มีธาตุเหล็กสูง (เหล็กสูงอย่างนี้ แข็งแกร่งแน่นอน 5555)

เตรียมปลูกมันสำปะหลัง
มาถึงสถานีรถไฟน้ำตก เวลา 13.40น. (ช้าไปชั่วโมงหนึ่ง)

ดูรถไฟรอบที่จะกลับ (ดูไว้เผื่อ)

หาข้าวกินที่สถานีนี้แล้วออกเดินทางไป อช.ไทรโยค เวลา 14.15น.
ปั่นออกมาจากสถานีรถไฟ เข้าถนน 323

เริ่มปั่น หลังจากกลับรถแล้ว

ปั่นไปเรื่อย ขึ้นเนินบ้างทางเรียบบ้าง
วิ่งไปตามทาง สู่น้ำตกไทรโยคใหญ่

รถจอดข้างทาง เพื่อมาเที่ยวน้ำตกไทรดยคน้อยกัน

ทางลงหลังจากปั่นขึ้นเนินมา

ท้องฟ้ามีเมฆเยอะแล้วเสียงฟ้าร้องก็มีมาเรื่อยๆ ดังมาจากภูเขาที่อยู่ด้านหน้าบ้างด้านข้างบ้าง ทำให้ผมเร่งฝีเท้าปั่นไปเรื่อยๆไม่หยุดพัก

ข้างทางยังมีดอกไม้ยามฤดูร้อน สีแดงสดใส แดงเร้าร้อน

บ่ายสามบ่ายสี่อากาศยังร้อน แสงแดดส่อง

สวนมะละกอ ข้างทาง

นอกจากเห็นมะละกอแล้วยังเห็นรถขนกล้วยหอมหลายคันเลย
ไหลลงเข้าโค้งเพื่อขึ้นเนินต่อ

ทางเข้าอช.ไทรโยค

มาถึง อช.ไทรโยค เวลา 16.35น.

เส้นทางในอช. เริ่มเย็นสบาย ลมเย็นพัดมากระทบ ต้นไม้ใหญ่ๆทั้งนั้น

ถ่ายรูปกับป้ายสักหน่อย

ก็เสียค่าเข้า อช. แล้วไปติดต่อที่กางเต้นท์ที่ ที่ทำการอุทยานฯ เสียค่ากางเต้นท์ 30บาท

เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า"เต้นท์กันฝนได้ไหม" แต่ผมตอบกลับไปว่า"ไม่ได้ครับ"
เจ้าหน้าที่ก็เลยให้ผมกางเต้นท์ที่ จุดชมวิว ซึ่งมีศาลา กันฝนได้
(การกางเต้นท์ถ้าคนน้อย หรือกลัวว่าฝนจะตก ผมจะขอเจ้าหน้าที่กางเต้นท์ ในที่ที่มาศาลาหรือกันฝนได้ปลอดภัยครับ)
ณ จุดชมวิว

Day 1 -สถานีรถไฟธนบุรี -สถานีรถไฟน้ำตก -อช.ไทรโยค
ออกจากบ้านเวลา 6.05น.ปั่นมาถึงสถานีรถไฟธนบุรีเวลาประมาณ 7โมงนิดๆ
ซื้อตั๋วไปน้ำตกแล้วเสียระวางจักรยาน 90บาทส่วนค่าโดยสาร ฟรี(รถไฟฟรี)
โดยขึ้นรถไฟรอบ 7.50น.จากธนบุรี ไปน้ำตก ถึงเวลา 12.35น.

รถไฟมาเวลา 7.40น. ขนจักรยานและสำภาระขึ้นรถไฟ สักพักรถไฟก็ออกจากสถานีรถไฟธนบุรีมุ่งหน้าสู่ปลายทางน้ำตก
จักรยานในขบวนรถไฟนี้มีสองคัน โดยมีพี่อีกคนลงที่น้ำตกเหมือนกับผมแล้วปั่นจักรยานกลับมากรุงเทพฯ เป็นเพื่อนร่วมทางบนรถไฟด้วยกันครับ


นั่งมองเมฆ

มาถึงจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว


สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งท่องเที่ยวของเมืองกาญจนบุรีที่ทุกคนต้องมากัน



นั่งรถไฟ ลมเย็นของอากาศธรรมชาติที่อยู่ข้างนอกมาปะทะสัมผัสกับใบหน้าและเสื้อผ้าที่เปียกจากการปั่นมาสถานีรถไฟทำให้สดชื่นและหายเหนื่อยไปเลย
มองออกไปนอกหน้าต่าง วิวของตึกคอนกรีตเริ่มเปลี่ยนไปเป็นตึกธรรมชาติสร้างไว้ ไม่ได้ให้เพียงมนุษย์ได้ใช้สูดดมเข้าไป แต่ยังสร้างไว้ให้โลกนี้สวยงามร่มเย็น ภูเขา สายน้ำ ลำธาร แม่น้ำข้างนอกทำให้ภาพที่มองออกไปเป็นภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีก


การทำทางผ่านเขาต่างๆ

ได้เห็นแพต่างๆ ถือได้ว่ามาถึงเมืองกาญแล้ว

เมฆสวยงามล่องลอยอยู่ในอากาศ รูปร่างคล้าย นก (ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเห็นเหมือนกันหรือเปล่านะ)

นั่งไปนั่งมาก็เที่ยงกว่าแล้วยังไม่ถึงน้ำตกเลย
ไม้ไผ่น้อยใหญ่ ภูเขาสูงชัน แม่น้ำไหลผ่าน

ดินที่นี้สีแดง ถือว่าเป็นดินใหม่ภูเขาที่มีธาตุเหล็กสูง (เหล็กสูงอย่างนี้ แข็งแกร่งแน่นอน 5555)

เตรียมปลูกมันสำปะหลัง
มาถึงสถานีรถไฟน้ำตก เวลา 13.40น. (ช้าไปชั่วโมงหนึ่ง)

ดูรถไฟรอบที่จะกลับ (ดูไว้เผื่อ)

หาข้าวกินที่สถานีนี้แล้วออกเดินทางไป อช.ไทรโยค เวลา 14.15น.
ปั่นออกมาจากสถานีรถไฟ เข้าถนน 323

เริ่มปั่น หลังจากกลับรถแล้ว

ปั่นไปเรื่อย ขึ้นเนินบ้างทางเรียบบ้าง
วิ่งไปตามทาง สู่น้ำตกไทรโยคใหญ่

รถจอดข้างทาง เพื่อมาเที่ยวน้ำตกไทรดยคน้อยกัน

ทางลงหลังจากปั่นขึ้นเนินมา

ท้องฟ้ามีเมฆเยอะแล้วเสียงฟ้าร้องก็มีมาเรื่อยๆ ดังมาจากภูเขาที่อยู่ด้านหน้าบ้างด้านข้างบ้าง ทำให้ผมเร่งฝีเท้าปั่นไปเรื่อยๆไม่หยุดพัก

ข้างทางยังมีดอกไม้ยามฤดูร้อน สีแดงสดใส แดงเร้าร้อน

บ่ายสามบ่ายสี่อากาศยังร้อน แสงแดดส่อง

สวนมะละกอ ข้างทาง

นอกจากเห็นมะละกอแล้วยังเห็นรถขนกล้วยหอมหลายคันเลย
ไหลลงเข้าโค้งเพื่อขึ้นเนินต่อ

ทางเข้าอช.ไทรโยค

มาถึง อช.ไทรโยค เวลา 16.35น.

เส้นทางในอช. เริ่มเย็นสบาย ลมเย็นพัดมากระทบ ต้นไม้ใหญ่ๆทั้งนั้น

ถ่ายรูปกับป้ายสักหน่อย

ก็เสียค่าเข้า อช. แล้วไปติดต่อที่กางเต้นท์ที่ ที่ทำการอุทยานฯ เสียค่ากางเต้นท์ 30บาท

เจ้าหน้าที่ก็ถามว่า"เต้นท์กันฝนได้ไหม" แต่ผมตอบกลับไปว่า"ไม่ได้ครับ"
เจ้าหน้าที่ก็เลยให้ผมกางเต้นท์ที่ จุดชมวิว ซึ่งมีศาลา กันฝนได้
(การกางเต้นท์ถ้าคนน้อย หรือกลัวว่าฝนจะตก ผมจะขอเจ้าหน้าที่กางเต้นท์ ในที่ที่มาศาลาหรือกันฝนได้ปลอดภัยครับ)
ณ จุดชมวิว






















































