สำหรับเรื่องประแจทอร์คนี่ มันก็พูดยากเหมือนกันนะครับว่า มัน"คุ้ม"หรือ"ไม่คุ้ม" เพราะตัวหนึ่งก็ราคาไม่ใช่น้อยๆเหมือนกัน ซื้อมาแล้วก็อาจจะเกิดความเคลือบแคลงใจอีกว่า ที่บอกว่า 5Nm นั้น มันเป๊ะจริงๆหรือเปล่า ตัวประแจทอร์คนั้นถูก Calibrate มาถูกต้องหรือเปล่า ปัญหานี้ยังไม่จบนะครับ ปัญหาที่สองคือ มีประแจทอร์ค แต่สเปคที่อะไหล่หรืออุปกรณ์กำหนดไว้นั้น มันแม่นยำจริงหรือ? เรื่องจริงเรื่องหนึ่งคือ สกรูTi ในสเตมยี่ห้อที่เอ่ยชื่อก็รู้กัน เพราะมันเป็นสเตมยอดฮิต แบบว่าขายในห้องมือสอง ประกาศเช้าไม่เกินเที่ยง ถ้าราคาไม่เว่อร์ก็ปิดการขายไปแล้ว ระบุไว้ว่าไม่เกิน 5Nm ก็ปรากฏว่าช่างที่ผมรู้จักกันส่ายหัว เพราะประแจทอร์คยี่ห้อPark tools ขันตามสเปคแล้วสกรูขาดกลางเลย ( เกลียวไม่ได้รูดนะครับ แต่ตัวสกรูขาด , ผมเองเวลาขัน จะใช้limitไว้แค่ 4.5Nm เท่านั้น บางครั้งก็ไม่ถึงด้วย )
แต่ในมุมมองของคนที่"รื้อ"และ"ประกอบ"จักรยานด้วยตัวเองในเกือบทุกส่วนของจักรยาน ( ที่ไม่ยุ่งกับมันก็คือ ชุดลูกปืนล้อ เพราะไม่มีเครื่องมือเฉพาะ และไม่คิดจะtrue ล้อเอง เพราะเคยฝึกงานมาแล้ว พบว่าเป็นเรื่องเปลืองเวลามากมาย สู้เอาไปให้ร้านที่คุ้นเคยกันจัดการให้จะดีกว่า ที่สำคัญคือ เขาไม่คิดตังค์ ฮ่า ฮ่า ) ประแจทอร์คที่จำเป็นจริงๆ จะเป็นประแจทอร์คขนาดช่วง 3-15Nm ซึ่งงานหลายๆอย่างจะจำกัดไว้แถวๆ 5Nm บ้าง 7Nm บ้าง นานๆจะเจอ 10 หรือ 12Nm
แล้วเท่าที่ผ่านๆมือมา งานขนาด 12Nm นี่ ประแจทอร์คด้ามยาว 18ซม จะสัมผัสถึงความแข็งได้ว่า ถ้าไม่ใช่พวกมือหินตีนโหด ไร้สติ หรือเมาสุราหละก้อ ลำพังถ้าขันด้วย Allen Key หรือ 6เหลี่ยมทั่วไป โดยเฉพาะที่มากับกล่องเครื่องมือแบบสำเร็จรูปด้วยแล้ว ไม่มีทางขันเกินโดยไม่รู้สึกตัวเลย ขนาด6เหลี่ยมขนาดกลาง(ก้านยาวกว่าที่มากับกล่อง) คุณภาพดีที่ผมซื้อเก็บเอามาตอนผ่านงานมหกรรมเครื่องมือ ผมยังสัมผัสได้เลยว่า แรงที่จะกวดขึ้นไปถึง 10Nm นั้น ค่อนข้างจะเป็นแรงที่ทำให้เจ็บมือได้พอสมควรทีเดียว
ปัญหาของการไม่มีประแจทอร์คจึงเป็นเรื่องของการขันไม่แน่นพอมากกว่าที่จะทำให้เกิดความเสียหาย
ถ้าจะซื้อ ซื้อแค่ 3-15Nm ก็พอแล้วครับ
ประแจทอร์คก้านยาว ตัวที่ใหญ่ขึ้น สำหรับงานที่หนักกว่านั้น ถ้าไม่ได้คิดจะเปิดเป็นร้านจักรยานมาตรฐานแล้ว ไม่คุ้มหรอกครับ มีให้ใช้ไม่กี่จุด แล้วจุดที่ระบุไว้ เช่น ฝาปิดเกลียวเฟืองท้าย , สกรูขันขาจานBB30 พวกนี้บอกไว้ราวๆ 35 -45 Nm แล้วแต่งาน ซึ่งทอร์คระดับนี้ ผมไม่เคยทำชิ้นงานเสียหายสักครั้ง แล้วก็แน่นเพียงพอที่จะไม่คลายตัวออกด้วย
คือ ไม่ใช่ว่าผมเก่งหรือแม่น หรอกนะครับ เอาเป็นว่า เคย"พัง"อะไรต่อมิอะไรมาเยอะต่อเยอะแล้ว

เลยมีสัมผัสที่บอกให้รู้ว่า"พอ" "พอ" และ"พอ" แต่ประแจทอร์คขนาด 3-15Nm นั้น ยอมซื้อมาเพราะเบื่อ"ประแจทอร์คมือ" ยิ่งฝาปิดสเตม 4 รูนี่ ผมขันได้โดยแฮนด์คาร์บอนแทบจะไม่บุบ ฝาปิดไม่คลาย แล้วแรงที่หมุนก็สูสีกันมากในทุกๆตัว มันมีเทคนิคเฉพาะเหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้ว เสียเวลาเปล่าๆ
ประเด็นล้อ C35 วงนั้น เท่าที่เข้าไปอ่านดู ประเด็นเกิดจาก"ผิดทิศ" อันนี้น่ากลุ้มใจเหมือนกัน เหมือนกับบางคนยังบิดก๊อกน้ำไม่ถูกทางเหมือนกันนะครับ ว่ากันไม่ได้
คนที่เข้าใจทิศเกลียวว่า อะไรควรจะเป็นเกลียวขวา ( เกลียวมาตรฐานทั่วไปที่เราพบกัน ) หรือ อะไรควรจะเป็นเกลียวซ้าย ( เกลียวกลับทิศ ) นั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันได้ทุกคนนะครับ การศึกษาจากคู่มือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ถ้าเป็นสมัยก่อนที่โลกจักรยานยังรู้จักแต่กระโหลกเกลียวกันนั้น ทิศเกลียวกระโหลกเป็นอะไรที่น่าปวดหัวมากๆ ใครโลกแคบรู้จักแต่เกลียวอังกฤษ พอไปเจอเกลียวอิตาเลี่ยนเข้าไป ก็ใบรับประทานทีเดียว โดยเฉพาะด้านขวาที่ดันเป็นเกลียววนขวา ที่ผิดธรรมชาติในลักษณะการใช้งาน
หรืออย่างแกนบันได ที่บันไดขวาเกลียวขวา บันไดซ้ายเกลียวซ้าย สลับกันกับเกลียวกระโหลกอังกฤษ
สมัยก่อน ในช่วงที่ผมเริ่มปั่นจักรยานเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มันหาช่างไม่ได้ง่ายๆเหมือนกับสมัยนี้ แถมเจอช่างเหอะ ช่างห่วย ขนาดช่างในโชว์รูมใหญ่แห่งหนึ่ง ยังขันสกรูสเตมของผมให้ปีนเกลียวจนเกลียวรูดได้อย่างโง่เขลาเบาปัญญาให้ขายหน้าแบรนด์เนมด้วยซ้ำไป
ถ้าไม่หัดทำเอง ก็คงจะตอบโจทย์ทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ
อีกเรื่องหนึ่งก่อนออกจะไปปั่นจักรยาน คือ เรื่องแผ่นสเตนเลสหรือแผ่นฟลอยด์บางๆที่อยู่ระหว่าง เฟืองตัวเล็กสุด กับ แหวนเกลียวปิดโม่นั้น บ่อยครั้งที่มันจะblend เป็นชิ้นเดียวกันกับแหวนเกลียวปิดโม่ ทำให้อาจจะคิดไปว่ามันไม่มีมากับชุดเฟือง
ช่างคนหนึ่งที่ผมนับถือ แกเป็นคนแข็งแรง แกขันฝาปิดเฟืองได้แน่นโคตรๆ เชื่อว่า OverTorque ด้วยซ้ำไป และคิดว่าแน่นกว่ากรณีในล้อ C-35 ด้วยนะครับ
วันนั้นผมกับเพื่อนอีก 2 คน ช่วยกันเปิดฝาปิดเฟืองออกมา โดยใช้เครื่องมือพื้นฐาน กับแป๊บด้ามยาวประมาณ 1 เมตร ส่วนกุญแจลอคเฟืองนั้น มันเป็นกุญแจลอคเฟืองรุ่นเก่า ที่โซ่มีขนาดใหญ่กว่ากุญแจลอคเฟืองในปัจจุบัน แล้วหลักการในการออกแรงนั้น ไม่ใช่ว่าออกแรงโดยการเพิ่มแรงไปเรื่อยๆนะครับ แต่จะใช้วิธีการออกแรงในลักษณะ"ระเบิดแรง"ออกมาในทีเดียว ซึ่งการออกแรงแบบนี้จะต้องมั่นใจว่าทุกจุดยึดไว้แน่นหนา มีเพื่อนร่วมงานช่วยกัน เพราะการออกแรงแบบนี้จะลดความเสียหายของกุญแจลอคโซ่ และฟันเฟืองในส่วนที่โซ่ของกุญแจลอคโซ่ไปพันอยู่ ผมใช้วิธีการทดแรงด้วยแป๊บ แล้วกดแบบระเบิดพลัง พรวดเดียวก็หลุดออกมาโดยไม่มีอะไรเสียหาย
เรื่องบางเรื่อง ประสพการณ์ที่เคยเป็นช่างในโรงงานของตัวเองในสมัยเด็กๆ ก็ช่วยได้มากทีเดียว