หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 25 ก.พ. 2014, 19:22
โดย เพ็ญศรี
ขอพื้นที่ห้องโชว์รถหน่อยนะคะ ไม่รู้จะไปตั้งที่ห้องไหน
คืออยากรู้ตามหัวข้อกระทู้คะ Brompton ดียังไง เหมาะสมแล้วหรือกับเงิน 7-8 หมื่นที่เราจ่ายไป
เพราะเห็นเสือหมอบคาร์บอน ultegra ราคา 7-8 หมื่น มันดูสมกับเงินที่จ่ายไปอ่ะคะ
ถ้าได้คำตอบเชิงวิทยาศาสตร์จะดีมากเลย เช่น สุดยอดชุดขับ ขี่เกิน 40 แบบชิว(อันนี้ก็เกินไป

)
ถ้าได้คำตอบแบบจิตวิญญาณก็ได้ เช่น มันมีวิญญาณของต้นตระกูลบรรพบุรุษจักรยานสิ่งสถิตย์อยู่
หรือจะเพราะว่า ขี่แล้วหน้าตาดี เพราะมันแพง
ไม่ได้ดราม่าแต่เพราะอยากรู้จริงๆคะ ไม่มีความรู้เรื่องกลไกจักรยานหรือระบบการยศาสตร์ของจักรยานยี่ห้อนี้
เคยเห็นแต่ไม่เคยจับ (ถ้าเอาตามที่เห็น ถ้าไม่รู้ยี่ห้อไม่รู้ว่าฮิต ค่าตัว 10,000 ก็คิดแล้วคิดอีก)
ขอบคุณคะ (จะโดนสาวกดราม่าใส่มั้ยเนี่ย

)
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 25 ก.พ. 2014, 19:52
โดย nipon
......คนขายได้ตังเยอะ
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 25 ก.พ. 2014, 20:47
โดย crazypig619
เหมือนงานศิลหนะครับ ภาพวาดบางรูปดูอย่างกับเด็กอนุบาลวาด ยังมีราคามหาศาล ของแบบนี้ต้องมีใจครับ
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 25 ก.พ. 2014, 21:51
โดย iiwu
ผมก็คล้ายๆ กับ จขกท. อ่ะครับ ที่เห็นรถบรอมตันครั้งแรกแล้วคิดในใจว่า รถx่าอะไร แพงเรืิอหาย มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องบ้าและโง่ด้วยที่ซื้อรถจักรยานคันละ 7-8 หมื่น ขี่มอไซค์ดีกว่า ไม่ก็หารถมือสองมาขับ มีแอร์ด้วย ฝนตกก็ไม่เปียก
แล้วอยู่มาวันนึง ผมอยากจะไปดูรถคันเป็นๆ ให้เป็นบุญตา ว่ามันแพงเพราะอะไร เลยลองไปที่ TinyWheels ได้เจอกับพี่ภูมิ พี่เค้าอธิบายให้ฟังแบบละเอียดยิบเลยเข้าใจว่าเพราะเหตุใด ทำไมถึงแพง ของทุกอย่างมันมีเหตุผล ลองสัมผัสด้วยตัวเองแล้วคุณจะรู้
ตอบแบบไม่ดราม่า ก็คือ แนะนำให้คุณ จขกท. ลองไปที่ร้าน(ใน ม.สัมมากร ซ.รามคำแหง 112) ช่วงบ่ายๆ ถามหาพี่ภูมิ ให้พี่เค้าอธิบายให้ฟัง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงแพงครับ

Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 26 ก.พ. 2014, 08:32
โดย herm
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 26 ก.พ. 2014, 10:46
โดย poommm
พร้อมจะเล็คเชอร์แนววิทยาศาสตร์..ประวัติศาสตร์..และเศรษฐศาสตร์..หรือยังครับ..ยาวนะ..ขอบอก...
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 26 ก.พ. 2014, 11:55
โดย ongreen
ผมคัดลอกมาจากกระทู้นี้ครับ viewtopic.php?f=63&t=307659&start=705 ของน้าskksurasak
ขอตอบก่อนแล้วกันครับ...
1. เพราะมันคือ Brompton
ถ้าจะเทียบกับรถยนต์.. โตโยต้า กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รถก็ไม่แตกต่างกัน แต่ทำไมราคาแพงกว่ากันหลายเท่าตัว
2. ทำในอังกฤษ.. ทำมือซะด้วย.. (Hand Made in England)
(เอเอาไปเทียบกับเบนซ์ก็ไม่ถูกนะต้องเทียบกับ จากัวร์ ถึงจะถูกต้อง)
โรงงาน Brompton ที่อังกฤษ... ทำขึ้นด้วยมือล้วนๆ ทั้งคัน... ทั้งการเชื่อมต่อ การประกอบ
3. การออกแบบ..
(ผมว่า Brompton เป็นรถพับที่ออกแบบ ได้ลงตัว พับได้เล็กมากๆ แต่ที่ชอบคือตอนม้วนหางเวลาจอด..)
4. วัสดุที่ใช้
(ไม่ว่าจะเป็น เฟรม การเชื่อมเฟรม... ล้อ.. ยาง.. ระบบขับเคลื่อน.. เกียร์... ทั้งคันแหละครับ...)
5. การตลาด..
(เพราะเท่าที่ทราบ Brompton ราคาในอังกฤษ กับราคาเมืองไทยไม่ต่างกัน... รถระดับนี้.. ถ้าจะตั้งราคาถูกๆ ก็ดูจะไร้ค่า.หมดราคา.. ตอนแรกผมว่า DAHON แพงแล้ว Brompton แพงกว่าอีก แล้วก็เจ้ารถขี่วันศุกร์ Bike Friday, Alex Moulton ราคาเลข 6 หลัก แพงตรงไหน? Alex Moulton คันนี้น่าจะเปรียบกับ Rolls Royce, )
เป็นรถจักรยานพับที่คงเอกลักษณ์มานานหลายสิบปีมาก... มีแบบเดียว.. จะแตกต่างกันก็แค่ เกียร์ 1เกียร์ 2 เกียร์ 3 เกียร์ 6 เกียร์ เห็นรุ่นใหม่มี 7 เกียร์.. แล้วก็แฮนด์ มีแฮนด์ตรง แฮนด์ยก แฮนด์ผีเสื้อ.. แต่รูปลักษณ์ภายนอก มีแบบเดียว.. ว่าไปแล้วคนอังกฤษนี่ก็ขี้เกียจออกแบบเหมือนกันนะ..
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 26 ก.พ. 2014, 15:07
โดย col_sun
จักรยานแต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเด่นต่างกันไปตามการออกแบบใช้งาน
และความต้องการของผู้ซื้อ ความพอใจ ความคุ้มไม่คุ้ม ของแต่ละคนนั้น
ก็ต่างกันอีกครับ บางคนอาจจะชอบสะสม มีหลายคัน หลายแบบ เก็บมั่ง
ปั่นมั่ง แต่งไว้โชว์มั่ง มีความสุขความพอใจที่จะทำอย่างนั้น และมีกำลังที่
จะทำได้ โดยไม่เดือดร้อนรบกวนใคร ก็ถือว่าคุ้มค่าของเขาแล้วก็ได้ครับ
จะเทียบหมอบคาร์บอนสุดซิ่ง อะไหล่เทพ กับรถพับเล็กๆที่ราคาแพงพอๆกัน
ว่าคันไหนคุ้มค่า ก็ต้องแล้วแต่ปัจจัยการพิจารณาครับ ถ้าใครคนหนึ่งต้องการ
แค่จักรยานเล็กๆ ที่ใช้งานประจำวันในเมือง สามารถซอกแซกการจราจรได้ดี
พับง่าย พับแล้วกระทัดรัดเรียบร้อย จะยัดไว้ใต้โต๊ะทำงาน หรือใส่ท้ายรถยนต์
ไปเที่ยวสบายๆ ในวันหยุด สามารถพับพาขึ้นรถลงเรือไปไหนมาไหนสะดวก
หมอบคาร์บอนก็คงไม่ใช่คำตอบของการใช้งานและความคุ้มค่าของเขาครับ
สำหรับผมจักรยานที่ว่าคุ้มค่า ก็คือจักรยานที่เราพอใจในศักยภาพที่เอื้อมถึง
และได้ใช้งานมันบ่อยๆ ยิ่งใช้ ยิ่งปั่นมากเท่าไร ก็ยิ่งคุ้มค่ามากเท่านั้นนะครับ
แล้วถ้าถามว่ารถพับที่เล็กๆดีๆราคาถูกกว่านี้ก็ยังมีอีกหลายยี่ห้อไม่คุ้มค่ากว่าเหรอครับ
ผมก็ว่าจุดเด่นของบรอมตันคือ design และ brand image น่ะครับ
บวกกับ passion ของคนซื้อ และ strong service ของศูนย์
ไม่ต้องทำการตลาด รถก็แทบไม่พอขายกันแล้ว ดีลเลอร์ใหญ่เมืองลอดช่องกินหัวคิวสบายไป
ยิ่งถ้าได้เจอคอเดียวกัน รวมไปปั่นเป็นกลุ่ม หรือไปออก trip ด้วยกันสนุกดีนะครับ
มีอะไรมากกว่าเป็นจักรยานแฟชั่นราคาแพง ทำด้วยเหล็ก ไว้ปั่นไปจิบกาแฟ พับโชว์สาวครับ

Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 26 ก.พ. 2014, 22:14
โดย เพ็ญศรี
ฟังหลายท่าน อารมย์นี้นึกถึง มอไซค์คงจะ vespa, triumph รถยนต์คงจะ Oldsmobile
ขอบคุณทุกความเห็นคะ คงต้องไปสัมผัสจริงๆ

Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 26 ก.พ. 2014, 23:30
โดย เสือปลา
เหตุผลหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดราคาสินค้าคือ...ราคาขายในท้องตลาดมันไม่ตกไม่ว่าจะมือหนึ่งหรือมือสอง สำหรับบรอมตั้นไม่ว่าคุณจะซื้อแพงแค่ใหน คุณก็ยังสามารถที่จะขายออกไปได้ในราคาที่แพงเช่นกัน สมมุติง่ายๆ จานหน้า Deore ราคา 2,000 ซื้อมาใช้สภาพ 95% ลงขาย 1,500 ขาดทุน 500 กับจานหน้า XT ราคา 6,000 ซื้อมาใช้สภาพ 95% ลงขาย 5,500 ขาดทุนเท่ากัน แต่กำไรตรงที่ได้ใช้ของที่ดีกว่า แถม XT อาจจะขายได้ไวกว่า Deore.....พอจะนึกภาพออกหรือยังครับ

Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 27 ก.พ. 2014, 11:57
โดย poommm
Timeline...
ก่อนจะจับ Brompton ไปเปรียบเทียบกับหมอบคาร์บอนแบบบาทต่อบาท..ต้องมาดูมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของรถพับประกอบกับค่าแรงวัตถุดิบและภาษีนำเข้า..องค์รวมของปัจจัยและรูปลักษณ์อัตถประโยชน์ใช้งานต่างกันโดยสิ้นเชิง..เริ่มจาก Brompton ในโลกปัจจุบันในประเทศไทย"นำเข้าทั้งคัน"ที่อัตราภาษี 30+7%..ส่วนหมอบคาร์บอนที่เข้าข่ายจักรยานเพื่อการกีฬา..หากนำเข้าทั้งคันพิกัดภาษีแค่ 1%..หากนำเข้าเป็นเฟรมและอะไหล่อัตราภาษีปกติ 10%..อัตราภาษีและอัตถประโยชน์ใช้สอยต่างกันโดยสิ้นเชิง..ส่วนเรื่องระดับราคา Brompton เดี๋ยวค่อยว่ากัน..จะจิตวิญญานหรือมาม่าดราม่า...
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 27 ก.พ. 2014, 13:18
โดย ลุงสุวัฒน์
ถ้าเพื่อนเขามี แล้วให้ยืมลองขี่สักพัก ทั้งเกียร์เดียว สามเกียร์ และหก เกียร์ จะรู้ความแตกต่าง และรู้ว่า มันดียังไง
ถ้าชอบพับ ที่ง่าย แล้วใส่ท้ายรถ พาไปไหนๆ สะดวกกว่าการเดินเข้าตลาดไกลๆ กินร้านอาหารก็พับแล้วหิ้วหรือเข็นไปไว้ข้างเก้าอี้ได้เลย
ข้อเสียสำหรับสตรี คือ หนักไปหน่อยเพราะเป็นเหล็ก ถ้าจะโมให้เบา ก็แพงขึ้นอีกโข ถอดปะยางก็ค่อนข้างยุ่งยากสักหน่อย
แต่ถ้า ขี่บ่อยๆทุกวันและคิดจะใช้นานๆ ขายราคาตกไม่มาก คุ้มครับ ถ้าพอซื้อได้ ไม่เดือดร้อน

Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 28 ก.พ. 2014, 08:58
โดย col_sun
เพ็ญศรี เขียน:...
ขอบคุณทุกความเห็นคะ คงต้องไปสัมผัสจริงๆ

ลองไปเที่ยวเยี่ยมชมที่ร้านตัวแทนดูครับ
มีรถให้ลองปั่นหลายๆแบบเทียบกันได้เลย
ไม่ซื้อไม่หาก็ไปแวะชมหาข้อมูลกันได้ครับ 
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 28 ก.พ. 2014, 12:46
โดย nortel
มันเป็นรถพับที่พับได้เล็ก กระทัดรัด เคลื่อนย้ายขึ้นรถ ลงเรือได้ง่าย เก็บซุกใต้โต๊ะได้
เหมาะกับคนที่เดินทางต่อรถต่อเรือ ขึ้นรถไฟ
แต่ปั่นกันจริงจัง ไม่เท่าไหร่ครับ ล้อเล็ก หน้าไว ยังไงมันก็เทียบรถล้อโตไม่ได้
ถ้าคุณใช้งานขึ้นรถลงเรือ คุ้มค่าตัวแน่ ๆ แต่ถ้าซื้อมาพับใส่ท้ายรถ ยกไปยกมาเล่น ๆ (แบบผม) ไม่คุ้มครับ
ปล. ผมขายไปแล้ว เพราะตอบโจทย์ผมได้ไม่ตรงจุด ตอนนี้ผมหันมาเล่นรถพับ Fullsize ล้อ 26 ครับ
ล้อใหญ่กว่า ไปได้ไกลกว่า แต่พับแล้วใหญ่กว่า เพราะผมพับใส่รถส่วนตัว ไม่ได้ขึ้นรถสาธารณะ
ดูที่ชอบ เลือกที่ใช่
Re: ฺBrompton ดียังไง
โพสต์: 01 มี.ค. 2014, 00:52
โดย poommm
รถพับต้องใช้แบบมีจินตนาการและดึงจุดเด่นออกมาใช้งานให้ถูกวิธี..ทั้งเรื่องอัตรทด..สมรรถนะ..และการใช้งาน..Brompton ตัวปัจจุบันเป็น MK3 LWB ขยายฐานล้อยาวกว่ารุ่นเก่า..การควบคุมรถทำได้ดีกว่ารถยุคหมวยแหม่ม (MK2)..ระบบเกียร์ 6 สปีด Sturmey Archur BWR ( Brompton Wide Range )..ที่อาศัยพื้นฐานของระบบเกียร์ดุม 3 สปีดเดิม..เพิ่มอัตราทดหนักเบามากขึ้นแล้วจับระบบสองเฟืองท้ายใส่เข้าไปเป็น 6 สปีด (3x2)..มีย่านความหนักเบาของเกียร์ระดับไต่เขาถึงทางเรียบใช้ไม่หมด..ขึ้นอยู่กับขนาดจานหน้าที่เลือกใช้ 44/50/54 ฟัน..หลายๆท่านที่ไม่คุ้นเคยกับเกียร์ระบบนี้จะใช้เกียร์ไม่ครบ..ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานไม่ครอบคลุม..รายงานการทดสอบปีที่แล้วในรุ่น 6 สปีด -12% ที่ใช้จานหน้า 44 ฟัน เฟืองหลัง 13/16 Gear Range 88.9-29.2GI น้ำหนักรถ 13.5kg บรรทุก 27kg สามารถไต่แม่ฮ่องสอนครบลูปใน 9 วันโดยไม่มีการลงเข็น..ยิงตรงผ่านกรุงเทพไปยูเทิร์นถึงสตูล..ทางเรียบไกลสุด 200km ใน 12 ชั่วโมงแบบฟูลโหลด..รถคันเดียวกันนี้เมื่อถอดชุดดุมปั่นไฟหน้าออก..จับเปลือยใส่ Kojak แนวเรซซิ่ง..สามารถทำเวลากรุงเทพเชียงใหม่ 720km ใน 2 วัน..แถมด้วย 50km อินทนนท์..เรื่องความแข็งแรงทนทาน..การควบคุมรถ..และคุณสมบัติการพับกางที่เรียบร้อย..มีการเก็บชุดจานหน้าไว้ตรงกลาง..ระบบเก็บล็อคแฮนด์..และมิติ 60x60x30 cm (โดยประมาณ)..คุณสมบัติเหล่านี้ผมถือว่าเพียงพอที่จะสอบผ่าน..สำหรับรถพับดีไซน์ยุค 76 ที่เริ่มผลิตจริง MK1 ในปี 1981..ก่อนจะพัฒนาเป็น MK2 และ MK3 ตามลำดับ..โดยที่ยังคงเอกลักษณ์การพับแบบม้วนหาง..หักคอ..เข้าล็อคเก็บแฮนด์..เพื่อให้มีขนาดรถใหญ่กว่าล้อน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้..สำหรับอาการหน้าไวต้องกลับไปดูว่ามีการปรับตำแหน่งแฮนด์ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็นหรือไม่..ในแฮนด์ M และ P..ท่อตั้งต้องอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับพื้นโลก..จะได้การควบคุมรถที่ดีที่สุด..และแฮนด์ S/M/P/H เองก็มี Geometry ที่แตกต่าง..เหมาะสมกับรูปร่างและสไตล์การขี่ที่ต่างกัน..ผู้ขับขี่ควรทดลองขี่จริง..เพื่อเปรียบเทียบความรู้สึกที่แตกต่างมากกว่าแค่ดูรูปและเลือกตามความชอบ..บทสรรเสริญเยินยอ..ยังต้องว่ากันอีกยาวววว...