ขี่จักรยานต้องมีสติกันนะครับอย่าประมาท(ประสบการณ์เฉียดตาย)
โพสต์: 21 ก.พ. 2014, 21:38
วันนี้ออกไปปั่นจักรยาน เอาจักรยานทัวร์ริ่งไปกะว่าจะปั่นช้าๆไปเรื่อย ขากลับผ่านมาทางซอยแคบๆ อีกประมาณร้อยกว่าเมตรจะถึงสามแยกออกถนนหลัก
มองเห็นปิ๊กอัพโหลดเตี้ยสาดเข้าโค้งมาแบบไม่ลดความเร็วประมาณว่าดริฟท์เข้ามา ควันจากท่อไอเสียพ่นดำเป็นทางมาเลย
ประกอบกับพื้นถนนคอนกรีต (คอ-นก-รีต)มีทรายอยู่มากเนื่องจากฝนตกเมื่อวาน ทำให้น้องคนขับเอารถไม่อยู่ดริฟท์ซ้ายที ขวาที ถนนก็แคบ เอาไงดีหว่า??
ตัดสินใจจอดรถ รีบลงมาตั้งสติตั้งท่าเอาจักรยานกันตัวไว้ก่อน(มันจะกันได้มั้ยเนี่ย) เล็งว่ารถดริฟท์มันจะมาทางใหน
กะว่ามันมาซ้ายจะกระโดดหลบขวา เวลานั้นไม่ห่วงจักรยานแล้ว หลังจากดริฟท์ไปสี่รอบครึ่ง(ซ้ายขวาซ้ายขวาช้าย)
บรึ้ม..เสียงดังสนั่นหมดฤทธิ์กับกำแพงบ้าน แบบไม่ได้ลดความเร็ว(น้องแกคงจะตกใจไม่ยอมยกคันเร่ง)
....ที่สำคัญห่างจากตัวผมไม่เกินห้าเมตร....
โอ้ปร๊ะเจ้า พลาสติกกันชนแตกกระจาย กระเด็นมาโดนขาผมด้วย
แต่ผมก็หลบออกมาอีกทางแล้วลากจักรยานมาด้วย ถ้ามันดริฟท์มาอีกทีไม่รู้จะหลบพ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้
สรุปว่ากำแพงพัง รถหน้ายุบเข้าไปถึงล้อ หม้อน้ำแตกกระจาย ควันท่วมเหมือนในหนังเลย น้องคนขับไม่ได้คาดเข็มขัด หัวกระแทกกับเสาประตู
หัวไม่แตกแต่พลาสติกหุ้มเสาประตูแตก (หลังจากนั้นหัวปูดเป็นแตงโม)เปิดประตูลงมาบ่นว่า มัน เหี้...อะไรว่ะ
นึกในใจก็มรึงขับอย่างนี้ไม่ตายก็บุญแล้ว แถมเสือกจะลากกรูไปตายกะมรึงอีก กูยังไม่อยากตายนะ ถึงต้องออกมาปั่นจักรยานเนี่ย(เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า)
ซักพักเจ้าของบ้านออกมาดู ถามว่าทำไมขับรถเร็วอย่างนี้ น้องมันบอกว่า หลบหมาตัดหน้า หมาที่ไหนว่ะเห็นดริฟท์มาตั้งแต่แยกแล้ว
ชาวบ้านแถวนั้นออกมาบอกว่าไอ้คนน้องคนเนี้ยผ่านมาทีไรขับเร็วทุกครั้ง ที่สำคัญผมเวลาไม่เห็นมีหมาซักตัว มีแต่ผมยืนตั้งท่าหลบอยู่ตัว เอ้ย คนเดียว
สงสัยน้องมันคงเห็นผมเป็นหมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ 555
ชาวบ้านบอกว่าผมห้อยพระอะไรถึงแคล้วคลาด ผมบอกว่าไม่ได้ห้อยพระแต่เห็นก่อนเลยระวังตัว ถ้าห้อยพระ พระท่านคงหลบไปตั้งแต่เห็นน้องมันดริฟท์เข้ามาแล้ว
จากนั้นก็ปั่นออกมา คิดว่าที่รอดมาได้คราวนี้ สงสัยจะเป็นที่ขี่ไม่เร็วมากไม่ได้ก้มหน้าก้มตาขี่ เลยมองได้ไกล ระวังตัวทัน
ถ้าเอาเสือหมอบหรือเสือภูเขามาก็คงไม่โชคดีอย่างนี้ (ช่วงที่เกิดเหตุความเร็วอยู่ประมาณ 20 กม./ชม.ลงเนินหน่อยๆครับ)เสียดายไม่ได้ติดกล้องไปเลยไม่มีรูปให้ดู
สรุปว่าขี่จักรยานจะต้องมีสติ อยู่กับตัว ระวังตัวเองครับ คนอื่นเค้าไม่ระวังเราหรอกครับ
ดูแลตัวเองมีสติคิดเสมอว่าเราปั่นจักรยานอยู่ เนื้อหุ้มอลุมิเนียม ไททาเนียม หรือ คาร์บอนก็แล้วแต่งบ อย่าประมาทครับ
ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านจนจบครับ ขอให้สติจงอยู่กับทุกท่านครับ
มองเห็นปิ๊กอัพโหลดเตี้ยสาดเข้าโค้งมาแบบไม่ลดความเร็วประมาณว่าดริฟท์เข้ามา ควันจากท่อไอเสียพ่นดำเป็นทางมาเลย
ประกอบกับพื้นถนนคอนกรีต (คอ-นก-รีต)มีทรายอยู่มากเนื่องจากฝนตกเมื่อวาน ทำให้น้องคนขับเอารถไม่อยู่ดริฟท์ซ้ายที ขวาที ถนนก็แคบ เอาไงดีหว่า??
ตัดสินใจจอดรถ รีบลงมาตั้งสติตั้งท่าเอาจักรยานกันตัวไว้ก่อน(มันจะกันได้มั้ยเนี่ย) เล็งว่ารถดริฟท์มันจะมาทางใหน
กะว่ามันมาซ้ายจะกระโดดหลบขวา เวลานั้นไม่ห่วงจักรยานแล้ว หลังจากดริฟท์ไปสี่รอบครึ่ง(ซ้ายขวาซ้ายขวาช้าย)
บรึ้ม..เสียงดังสนั่นหมดฤทธิ์กับกำแพงบ้าน แบบไม่ได้ลดความเร็ว(น้องแกคงจะตกใจไม่ยอมยกคันเร่ง)
....ที่สำคัญห่างจากตัวผมไม่เกินห้าเมตร....
โอ้ปร๊ะเจ้า พลาสติกกันชนแตกกระจาย กระเด็นมาโดนขาผมด้วย
แต่ผมก็หลบออกมาอีกทางแล้วลากจักรยานมาด้วย ถ้ามันดริฟท์มาอีกทีไม่รู้จะหลบพ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้
สรุปว่ากำแพงพัง รถหน้ายุบเข้าไปถึงล้อ หม้อน้ำแตกกระจาย ควันท่วมเหมือนในหนังเลย น้องคนขับไม่ได้คาดเข็มขัด หัวกระแทกกับเสาประตู
หัวไม่แตกแต่พลาสติกหุ้มเสาประตูแตก (หลังจากนั้นหัวปูดเป็นแตงโม)เปิดประตูลงมาบ่นว่า มัน เหี้...อะไรว่ะ
นึกในใจก็มรึงขับอย่างนี้ไม่ตายก็บุญแล้ว แถมเสือกจะลากกรูไปตายกะมรึงอีก กูยังไม่อยากตายนะ ถึงต้องออกมาปั่นจักรยานเนี่ย(เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า)
ซักพักเจ้าของบ้านออกมาดู ถามว่าทำไมขับรถเร็วอย่างนี้ น้องมันบอกว่า หลบหมาตัดหน้า หมาที่ไหนว่ะเห็นดริฟท์มาตั้งแต่แยกแล้ว
ชาวบ้านแถวนั้นออกมาบอกว่าไอ้คนน้องคนเนี้ยผ่านมาทีไรขับเร็วทุกครั้ง ที่สำคัญผมเวลาไม่เห็นมีหมาซักตัว มีแต่ผมยืนตั้งท่าหลบอยู่ตัว เอ้ย คนเดียว
สงสัยน้องมันคงเห็นผมเป็นหมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ 555
ชาวบ้านบอกว่าผมห้อยพระอะไรถึงแคล้วคลาด ผมบอกว่าไม่ได้ห้อยพระแต่เห็นก่อนเลยระวังตัว ถ้าห้อยพระ พระท่านคงหลบไปตั้งแต่เห็นน้องมันดริฟท์เข้ามาแล้ว
จากนั้นก็ปั่นออกมา คิดว่าที่รอดมาได้คราวนี้ สงสัยจะเป็นที่ขี่ไม่เร็วมากไม่ได้ก้มหน้าก้มตาขี่ เลยมองได้ไกล ระวังตัวทัน
ถ้าเอาเสือหมอบหรือเสือภูเขามาก็คงไม่โชคดีอย่างนี้ (ช่วงที่เกิดเหตุความเร็วอยู่ประมาณ 20 กม./ชม.ลงเนินหน่อยๆครับ)เสียดายไม่ได้ติดกล้องไปเลยไม่มีรูปให้ดู
สรุปว่าขี่จักรยานจะต้องมีสติ อยู่กับตัว ระวังตัวเองครับ คนอื่นเค้าไม่ระวังเราหรอกครับ
ดูแลตัวเองมีสติคิดเสมอว่าเราปั่นจักรยานอยู่ เนื้อหุ้มอลุมิเนียม ไททาเนียม หรือ คาร์บอนก็แล้วแต่งบ อย่าประมาทครับ
ขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านจนจบครับ ขอให้สติจงอยู่กับทุกท่านครับ