หน้า 1 จากทั้งหมด 4

บางกะปิย้ายทริปไปซื้อข้าวต้มมัดบางกะเจ้าจ้า......

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 00:12
โดย oatmam
วันอาทิตย์นี้ ไปบางกะเจ้า บางน้ำผึ้งมาเรียบร้อย ปิดทริปภายในไม่เกินบ่ายโมง ความทรงจำคือ ข้ามต้มมัด 2 ถุง กับแม่ค้าที่ตลาดบางน้ำผึ้ง หน้าตาจิ้มลิ้มๆ ทำให้ทริปของเรา หัวใจพองโต โดยเฉพาะ.............
ขอบคุณหนุ่มๆ ที่มากันนะคะ
ขอบคุณหนุ่มๆ ที่มากันนะคะ
3.jpg (73.38 KiB) เข้าดูแล้ว 1128 ครั้ง
พี่เซ้ง... รีบปั่นยิกๆ กลับบ้าน เพราะบอกว่าไปซื้อน้ำเต้าหู้....
เสือเปี๊ยก รีบหลบเข้าบ้าน กลัวโดนเคอร์ฟิวส์
เสือชีวัน มาส่งสมาชิก อ้างว่างานเยอะ......
เสือสืบ เสือเล็ก ไปเยือนบางกะเจ้าแล้วจ้า.........
เสือหน่อง รับผิดชอบช่างภาพทริป แทนคุณชีวัน....
เสือชมพู่ พาหมูหยองไปสูดอากาศบริสุทธิ์
พี่แอ๊ดครับ.... 66 กิโล ไป-กลับ ไม่เกินบ่ายโมง มาถึงบ้านหลับเป็นตายเลยครับ

แล้วเราจะตามเขาทันไหมครับ.....

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 08:55
โดย sookchat
น่าจะไปด้วยกันนะครับ คนมากสนุกดี ไปเจอกับชุดผมก็ได้ หน้าคาร์ฟูร่มเกล้า ตอน 7.00น.

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 09:02
โดย trk93
สวัสดีครับชาวบางกะปิทุกท่าน อ่านทริปแล้วเล่าเรื่องด้วยภาพ สนุกสนาน
จะหาโอกาศไปร่วมทางด้วยคงไม่ขัดข้องนะครับ

บางปูผมเคยไปครับ อาหารหากินที่สโมสรที่เดียว ถ้าบรรดา เสือไปกันเยอะ...คงหิวกันกว่าจะได้กิน..แต่ถ้าถึงเช้าก่อนสโมสรเปิดขาย ก็ต้องรอ..

ถ้าเลือกไป..ทริปบางปู..ของชาวบางกะปิ ควรเลือกเส้นทาง ศรีนครินทร์จะดีกว่า..ปั่นสบายยิงยาวจนสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้าย..
กลุ่มคนชานเมือง เขาไปเส้นกิ่งแก้ว...

ถ้าชาวบางกะปิ..เลือกปั่นแบบสนุก ๆ ไม่ไกลมาก..ปั่นแบบหลั่นหล้า...ไม่ลองไปไหว้พระอีกวัด (จะได้ครบ 10 วัด)
วัดบางพลีใหญ่ แวะเที่ยวตลาดร้อยปีบางพลีใหญ่..
เส้นทางไปก็วิ่ง ถนนศรีนครินทร์ ข้ามถนนบางนา-ตราดจนถึงแยกเทพารักษ์ แล้วเลี้ยวซ้าย

............................................................................................

วัดบางพลีใหญ่ใน
ตั้งอยู่ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

วัดบางพลีใหญ่ใน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดสมุทรปราการ วัดนี้อยู่ริมลำคลองสำโรง ห่างจากประตูน้ำสำโรงประมาณ 13 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 40 กว่าไร่ เนื้อที่ตั้งวัดประมาณ 35 ไร่เศษ
การคมนาคมจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดต่าง ๆ มายังวัดนี้สะดวกสบายมากด้วยทางรถยนต์ และทางเรือ ทางรถยนต์นี้เข้าทางถนนสาย บางนา-ตราด ประมาณกิโลเมตรที่ 12 ข้ามสะพานคลองชวดลากข้าว แล้วจะมีทางเลี้ยวเข้าสู่อำเภอบางพลี ทางด้านขวามือประมาณ 3 กิโลเมตรครึ่ง ก็จะถึงวัด
อีกทางหนึ่งเข้าถนนเทพารักษ์ข้างสถานีตำรวจสำโรง ประมาณ 13 กิโลเมตร ก็ถึงวัด ส่วนทางเรือก็มีเรือโดยสารอยู่ที่ท่าเรือสำโรง มีเรือโดยสารออกทุกระยะประมาณไม่เกิน 30 นาที เรือก็จะถึงวัดบางพลีใหญ่ใน นับวาการคมนาคมสะดวกสบายมาก

วัดบางพลีใหญ่ใน เดิมชื่อ วัดพลับพลาไชยชนะสงคราม ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเรียกวัดนี้ว่า วัดใหญ่หรือ วัดหลวงพ่อโต ทางประวัติศาสตร์จากโบราณคดีจารึกสืบต่อกันแต่ครั้งโบราณกาล กล่าวว่า

วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยามาถึง 2 ครั้ง มาในปี พ.ศ.2112 และ พ.ศ.2310 สมเด็จพระนเรศวรได้ทรงกอบกู้อิสรภาพสู่ความเป็นไทยอีกครั้งหนึ่งพระองค์ทรง กระทำสงคราม และได้มีชัยชนะแก่พม่าหลายต่อหลายครั้ง จนอาณาเขตของประเทศไทย (สยาม) ขยายออกไป อีกอย่างกว้างขวาง ณ ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงยาตรากองทัพขับไล่ข้าศึกมาทางทิศตะวันออกของกรุง ศรีอยุธยา มาถึงยังตำบลหนึ่งซึ่งยังไม่ปรากฏนามและ ณ ที่แห่งนี้พระองค์ได้ทรงสั่งให้หยุดทัพพักไพร่พล และได้ทรงทำพิธีกรรมบวงสรวงหาฤกษ์ยามอันเป็นนิมิตตามตำรับพิชัยสงคราม ก่อนที่จะยาตราทัพไล่กวาดล้างข้าศึกและอริราชศัตรูต่อไป การทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงนี้ ตามประเพณีโบราณมีการปลูกศาลเพียงตา พร้อมทั้งเครื่องเซ่นสังเวย ประดามี ข้าวตอกดอกไม้ สัตว์สี่เท้า สัตว์สองเท้า ขนมต้มขาว ขนมต้มดำ ขนมต้มแดงและอื่น ๆ พร้อมทั้งอัญเชิญพระแสงปืน พระแสงดาบ และสรรพวุธ บรรดามี เพื่อเข้าในพิธีพลีกรรมบวงสรวงนี้พร้อมทั้งตั้งสัจจะอธิษฐานต่อเทวาอารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า
“ถ้าหากพระองค์ยังมีบุญญาธิการปกครองไพร่ฟ้าประชาชน พร้อมทั้งบ้านเมืองให้ได้รับความร่วมเย็นเป็นสุขแล้ว ขอให้พระองค์จงมีชัยชนะต่ออริราชศัตรูทั้งมวล
ครั้งเมื่อพระองค์ทรงกรีฑาทัพรบได้ชัยชนะแล้ว ก็ทรงยาตราทัพกลับสู่กรุงศรีอยุธยาย้อนผ่านกลับมาทางเดิม ที่พระองค์ได้ทรงกระทำพิธีกรรมบวงสรวงนั้นก็ทรงได้โปรดให้สร้างพลับพลาชัย ขึ้นไว้เป็นอนุสรณ์ ในชัยชนะของพระองค์และทรงขนานพระนามว่า
“พลับพลาชัยชนะสงคราม” ครั้งต่อมาชาวบ้านในละแวกแถบนั้นได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นที่พลับพลาแห่งนี้ และเรียกวัดที่สร้างขึ้นนี้ว่า“วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม”

ส่วนชื่อของตำบลนั้นได้มีชื่อว่า “บางพลี” ก็เพราะเหตุที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงกระทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงนั้นเอง ดังนั้นประชาชนทั้งหลายจึงเรียกว่าบางพลี
และวัดพลับพลาชัยชนะสงครามก็ถูก เรียกตามตำบลนั้นอีกว่า “วัดบางพลี” ซึ่งชื่อนี้ประชาชนนิยมเรียกกันมากกว่าชื่อเดิม แต่เนื่องจาก

ต่อมาได้มีการสร้างวัดขึ้นอีกอยู่ทางด้านนอก เรียกกันว่า วัดบางพลีใหญ่กลาง

ส่วน วัดพลับพลาชัยชนะสงครามเป็นวัดที่อยู่ทางด้านใน มีอาณาเขตใหญ่โตซึ่งต่อ มา ได้พระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นมิ่งขวัญของวัดจึงเรียกว่า “วัดบางพลีใหญ่ใน” หรือ “วัดหลวงพ่อโต” มาจนตราบเท่าทุกวันนี้

วัดบางพลีใหญ่ใน นี้ชาวบ้านใกล้ไกลแทบทุกคนมักจะเรียกกันว่า “วัดหลวงพ่อโต” เหตุที่เรียกกันดังนี้ ก็เพราะว่ามี พระพุทธรูปปางค์มารวิชัย (สะดุ้งมาร) ใหญ่โตมาก เนื้อเป็นทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ลืมพระเนตร เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถของวัดบางพลีใหญ่ใน ตาม

ตำนานประวัติของหลวงพ่อโต ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ประมาณกาล 200 กว่าปีล่วงมาแล้วได้มีพระพุทธรูป 3 องค์ ปาฏิหาริย์ลงมาจากทางเหนือลอยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดมา

พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ นี้เข้าใจว่าปวงชนในกรุงศรีอยุธยาคงอาราธนาท่านลงสู่แม่น้ำเพื่อ หลบหนีข้าศึก ด้วยในสมัยนั้น บ้านเมืองได้เกิดสภาวะสงครามขึ้นกับพม่า พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้แสดงอภินิหารลอยล่องมาตามลำแม่น้ำ และบางครั้งก็แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ผุดให้ผู้คนเห็น ตามลำดับ จนเป็นที่โจษจันกันทั่ว ถึงอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จนล่วงมาถึงตำบล ๆ หนึ่งท่านก็ได้ผุดให้คนเห็นเป็นอัศจรรย์ พวกเหล่าประชาชนในตำบลนั้นต่างก็พร้อมใจกันทำ พิธีอาราธนาท่านขึ้นสู่ฝั่ง ฝูงชนประมาณ 3 แสน คนช่วยกันฉุดลากชะลอองค์ท่านก็ไม่สามารถนำท่านขึ้นสู่ฝั่งได้ และท่านก็กลับจมลงหายในแม่น้ำอีก

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 09:31
โดย trk93
รูปภาพ

วัดบางพลีใหญ่ใน นี้ชาวบ้านใกล้ไกลแทบทุกคนมักจะเรียกกันว่า “วัดหลวงพ่อโต” เหตุที่เรียกกันดังนี้ ก็เพราะว่ามี พระพุทธรูปปางค์มารวิชัย (สะดุ้งมาร) ใหญ่โตมาก เนื้อเป็นทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ลืมพระเนตร เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถของวัดบางพลีใหญ่ใน ตาม

ตำนานประวัติของหลวงพ่อโต ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ประมาณกาล 200 กว่าปีล่วงมาแล้วได้มีพระพุทธรูป 3 องค์ ปาฏิหาริย์ลงมาจากทางเหนือลอยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดมา

พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ นี้เข้าใจว่าปวงชนในกรุงศรีอยุธยาคงอาราธนาท่านลงสู่แม่น้ำเพื่อ หลบหนีข้าศึก ด้วยในสมัยนั้น บ้านเมืองได้เกิดสภาวะสงครามขึ้นกับพม่า พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้แสดงอภินิหารลอยล่องมาตามลำแม่น้ำ และบางครั้งก็แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ผุดให้ผู้คนเห็น ตามลำดับ จนเป็นที่โจษจันกันทั่ว ถึงอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จนล่วงมาถึงตำบล ๆ หนึ่งท่านก็ได้ผุดให้คนเห็นเป็นอัศจรรย์ พวกเหล่าประชาชนในตำบลนั้นต่างก็พร้อมใจกันทำ พิธีอาราธนาท่านขึ้นสู่ฝั่ง ฝูงชนประมาณ 3 แสน คนช่วยกันฉุดลากชะลอองค์ท่านก็ไม่สามารถนำท่านขึ้นสู่ฝั่งได้ และท่านก็กลับจมลงหายในแม่น้ำอีก
ยังความเศร้าโศกเสียดายของประชาชนในตำบลนั้นเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาตำบลนั้นจึง ถูกเรียกชื่อว่า “ตำบลสามแสน” แต่ต่อมาก็ถูกเรียกกลับกลายเป็นสามเสน “ตำบลสามเสน” มาจนกระทั้งบัดนี้
ท่านสุนทรภู่ จินตกวีของไทย ยังได้พร่ำพรรณนาไว้เป็นคำกลอนว่า

ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก
เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี
ประชาชนฉุดพุทธรูปในวารี
ไม่ได้เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน
จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง
เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น
นี่หรือรักจักมิน่าเป็นราคิน
แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ
ขอใจนุชที่ฉันสุดจริตรัก
ให้แน่หนักเหมือนพระพุทธรูปเขาขำ
ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ
สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ

พระพุทธรูปได้ล่องลอยทวนน้ำมาทั้ง 3 องค์ โดยลำดับ ครั้งหนึ่งปรากฏว่าได้ล่องลอยไปจนถึงวัดฉะเชิงเทรา แสดงอภินิหารปรากฏให้ผู้คนเห็นอีกประชาชนต่างก็ได้ช่วยกันอาราธนา และฉุดชะลอท่านขึ้นจากลำน้ำแต่ก็ไม่สำเร็จอีกพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ได้ลอยทวนน้ำและจมหายไป

ณ ที่แห่งนั้น จึงได้ชื่อว่าสามพระทวน แต่ต่อมาก็ได้เปลี่ยนเรียกกันอีกเป็น สัมปทวน คือ แม่น้ำหน้าวัดสัมปทวน อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ในปัจจุบันพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ ท่านล่องลอยผ่าน ณ ที่ใดที่นั่นก็จะมีชื่อเรียกกันใหม่ทุกครั้ง ดังเช่น ท่านได้แสดงอภินิหารล่องลอยให้ผู้คนเห็นเป็นอัศจรรย์เรื่อยมาในแม่น้ำบางปะกงผู้คนมากมายพยายามที่จะอาราธนาท่านขึ้นแต่ก็ไม่สำเร็จอีก ณ สถานที่นั้นจึงได้มีเรียกชื่อกันว่า “บางพระ”
ซึ่งเรียกว่า คลองบางพระในปัจจุบันครั้นต่อมาภายหลังปรากฏว่าพระพุทธรูปองค์หนึ่งไปขึ้น ประดิษฐานอยู่ที่ วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม

และต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน พระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งก็ไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่ วัดโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา และอีกองค์หนึ่งได้ล่องลอยเรื่อยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา ปาฏิหาริย์ลอยวกเข้ามาในลำคลองสำโรงประชาชนพบเห็นต่างโจษจันกันไปทั่วถึง ความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหาร พร้อมกับพากันอาราธนาท่านขึ้นที่ปากคลองสำโรงนั้นแต่ท่านก็ไม่ยอมขึ้น และในที่นั้นได้มีผู้มีปัญญาดีคนหนึ่งได้ให้ความเห็นว่าคงเป็นเพราะบุญญาอภินิหารของท่านแม้จะใช้จำนวนผู้คนสักเท่าไรอาราธนาฉุดท่านขึ้นบนฝั่งไม่ สำเร็จเป็นแน่ ควรจะเสี่ยงทายต่อแพผูกชะลอกับองค์ท่าน
แล้วใช้เรือพายฉุดท่านให้ลอยตามลำน้ำสำโรงและอธิษฐานว่า “หากท่านประสงค์จะขึ้นโปรดที่ใดก็ขอจงได้แสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมา จงหยุด ณ ที่นั้นเถิด” เมื่อประชาชนทั้งหลายได้เห็นพ้องดีกันดังนั้นแล้ว ก็พร้อมใจกันทำแพผูกชะลอกับองค์ท่าน แล้วใช้เรือซึ่งสมัยนั้นเป็นเรือพายทั้งสิ้นช่วยกันจ้ำพายจูงแพลอยเรื่อยมา ตามลำคลองเรือที่ใช้ลากจูงแพมานั้นมีชื่อแปลกต่าง ๆ กันเช่นชื่อ ม้าน้ำ เป็ดน้ำ ตุ๊กแก และอื่น ๆ เป็นต้น และจัดให้มีการละเล่นต่าง ๆมีละครเจ้ากรับรำถวายมาตลอดทาง และการละเล่นอื่น ๆ ครึกครื้นมาตลอดทั้งลำน้ำ
ครั้งแพลอยมาถึงบริเวณหน้า วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม หรือวัดบางพลีใหญ่ใน ในปัจจุบันนี้ แพที่ผูกชะลอองค์ท่านก็เกิดหยุดนิ่งพยายามจ้ำและพายกันอย่างเต็มที่เต็ม กำลัง แพนั้นก็หาได้ขยับเขยื้อนไม่ ประชาชนที่มากับเรือ
และชาวบางพลีถึงกับขนลุกซู่ด้วยความเคารพ และเปี่ยมด้วยสักการะ จึงได้พร้อมใจกันอาราธนาตั้งจิตอธิษฐานว่า “ถ้าหลวงพ่อจะโปรดคุ้มครองชาวบางพลีให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขแล้วก็ ขออาราธนาอัญเชิญองค์ท่านให้ขึ้นจากน้ำได้โดยง่ายเถิด” และก็เป็นที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมากเพียงใช้คนไม่มากนักก็ สามารถอาราธนาท่านขึ้นจากน้ำได้โดยง่าย ทำให้ประชาชนต่างแซ่ซ้องในอภินิหารของท่านเป็นอย่างยิ่ง และได้อาราธนาท่านขึ้นไปประดิษฐานอยู่ในวิหารนั้นเรื่อยมา ครั้นต่อมาได้รื้อวิหารนั้นอีกเพื่อสร้างเป็นพระอุโบสถที่ถาวร จึงต้องชะลออาราธนาองค์ท่านมาพักไว้ยังศาลาชั่วคราว จนกระทั่งได้สร้างพระอุโบสถสำเร็จแล้ว จึงได้อาราธนาท่านไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ เพื่อเป็นพระประธานของวัด บางพลีใหญ่ใน
การที่ท่านได้พระนามว่า “หลวงพ่อโต” นั้นคงเป็นเพราะองค์ของท่านใหญ่โตสมกับที่ประชาชนเรียก

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 09:44
โดย GUD NJ
:D ไปเจอกันที่บางปูก็ได้ครับ.....แต่ตำนานที่เล่ามันมีหลายตำนานครับ อย่างสามเสนที่ผมได้ยินคือ เมื่อองค์พระลอยมาเอาคนฉุดยังไงก็ไม่ขึ้น ตอนหลังเอาสายสินธ์สามเส้นผูกดึงแต่แล้วก็ขาด เลยเรียกแถวนั้นว่า สามเส้น ต่อมาเปลี่ยนเป็นสามเสนครับ...แล้วพระทั้งสามองค์ก็ไปอยู่ที่วัดโสธร ...วัดบ้านแหลม...วัดเขาตะเครา นะครับ ไม่มีที่บางพลี....ไม่รู้ว่าตำนานไหนจริงครับ...อยู่ที่ศรัทธาครับ... :lol:

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 09:51
โดย oatmam
ขอขอบคุณ มากๆ นะครับ สำหรับข้อมูลทำให้ขาเริ่มกระดิกเลยครับ น่าสนใจมากๆ พี่ประสบสุข คุณเฮง คุณตั้ม ก็ชวนอยู่เหมือนกันครับ แต่ดูเส้นทางของกลุ่มคนชานเมืองแล้ว ก็น่าสนุกอีกแบบ ตัดสินใจไม่ถูก รอถามเพื่อนๆ พี่ๆ อยู่ครับ จะร่วมหรือจะไปรอต้อนรับ แล้วไปบางพลีกันครับ


ขอขอบคุณ
คุณSookchat
คุณtrk99และ
GUN NJมากๆนะครับ

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 10:39
โดย prakit24
ทริปนี้อาจไปด้วยคนครับ

แต่ผมอยู่แถวสวนหลวงครับ

ว่าจะไปเจอกลางทางแล้วปั่นไปด้วยครับ

ชอบคนเยอะดี :lol:

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 11:40
โดย SENG9
เฮียเซ้งไม่มีปัญหา ทางบ้านตัดหางปล่อยวัดแล้ว

กลัวก็แต่ ชีวัน ต้องเสียอีก 500 ยังไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือเปล่า กล้า ๆ หน่อย แล้วจะรุ่ง.....ร

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 11:47
โดย SP26_tum
oatmam เขียน:ขอขอบคุณ มากๆ นะครับ สำหรับข้อมูลทำให้ขาเริ่มกระดิกเลยครับ น่าสนใจมากๆ พี่ประสบสุข คุณเฮง คุณตั้ม ก็ชวนอยู่เหมือนกันครับ แต่ดูเส้นทางของกลุ่มคนชานเมืองแล้ว ก็น่าสนุกอีกแบบ ตัดสินใจไม่ถูก รอถามเพื่อนๆ พี่ๆ อยู่ครับ จะร่วมหรือจะไปรอต้อนรับ แล้วไปบางพลีกันครับ


ขอขอบคุณ
คุณSookchat
คุณtrk99และ
GUN NJมากๆนะครับ
คุณ oat ครับเสือท่านอื่นว่าไงกันบ้างครับ
เราจะปั่นไปที่สนามศุภฯเลย หรือเราจะไปใช้บริการรถไฟฟ้า BTS
ไปแบบไหนดีครับ ผมกลัวไปไม่ทันครับ

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 12:07
โดย g1
เฮีย เซ้ง ครับถ้าพี่ โอ๊ด พาน้องข้างบนมาได้นะผมยอมปิดร้านตามไม่ปั่นไม่หางน้องเขาละครับ :lol:
แล้วพี่ ตั้ม จะไปไหนดีครับบอกด้วยนะ

Re: บางกะปิจะร่วมไปดูนกนางนวลไหมครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 12:24
โดย SP26_tum
g1 เขียน:เฮีย เซ้ง ครับถ้าพี่ โอ๊ด พาน้องข้างบนมาได้นะผมยอมปิดร้านตามไม่ปั่นไม่หางน้องเขาละครับ :lol:
แล้วพี่ ตั้ม จะไปไหนดีครับบอกด้วยนะ

ถ้ามีน้องเค้าไปด้วย ผมคงไม่ปล่อยไห้คุณซีวันตามนอ้งเค้าไปคนเดียวแน่ๆ
ผมตอ้งตามคุณไปแบบไปไหนผมไปด้วย ไม่ไห้คลาดสายตากันเลยทีเดียว
อันนี้ผมรับรองได้ :lol: :lol:

Re: บางกะปิย้ายทริปไปบางกะเจ้าแล้วครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 15:11
โดย g1
ประกาศ ขอประกาศพี่ น้อย หรือพี่เสือท่านได้มีเบอร์ติดต่อแฟนเสือ ตั้มช่วยโทรหา หรือทิ้งเบอร์ติดต่อกลับด่วน จะขอบคุณเป็นอย่างสูง :lol:
สวัสดีครับพี่ trk93 จะดีมากๆถ้าได้พี่ร่วมทริปไปด้วยกันจะได้ข้อมูลดีๆผมขอเชิญแทนพี่ โอ๊ด เลยแล้วกัน
และสวัสดีพี่ GUD NJ จำผมได้หรือเปลาครับผมคนที่ถ่านรูปพี่กับเฮีย เซ้ง ที่ตลาดคลองสวนครับมีโอกาศมาปั่นด้วยกันนะครับแต่กลู่มนี้ปั่นไม่แรงนะพี่ไม่รู้พี่จะปันด้วยหรือเปรา :lol: ถ้าอย่ากได้แรงมี 2 คนเสือ ตั้ม เฮีย เซ้ง ลุย :mrgreen:

Re: บางกะปิย้ายทริปไปบางกะเจ้าแล้วครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 15:22
โดย oatmam
คุณตั้ม เราไปเจอกันที่ BTS อ่อนนุชก็ได้ครับ ตอนสัก 6:45 แล้วไปลงที่สนามกีฬาเลยก็ดีครับ จะได้ผ่อนแรงของพวกเรา....

Re: บางกะปิย้ายทริปไปบางกะเจ้าแล้วครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 15:30
โดย elephant
ชาวบางกะปิ ลาดพร้าว พบกันที่ไหน เมื่อไร?

Re: บางกะปิย้ายทริปไปบางกะเจ้าแล้วครับ

โพสต์: 13 ส.ค. 2009, 15:31
โดย SP26_tum
:D ถ้างั้นก็ โอ เซ ส.บ.ม. อีกแล้วครับผม :D