ขมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทราชวนปั่นเที่ยวมูราห์ฟาร์ม

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือยุ่ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2662
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 12:33
Tel: 081-710-8866
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทรา

ขมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทราชวนปั่นเที่ยวมูราห์ฟาร์ม

โพสต์ โดย เสือยุ่ง »

ขมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทราชวนปั่นเที่ยวมูราห์ฟาร์ม ฟาร์มกระบือนมแห่งแรกในเมืองไทย
ตำบลหนองไม้แก่น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2552
7.00น.พร้อมกันที่ หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
7.30น.ออกเดินทาง เส้นทาง - ศาลากลาง - ท่าข้าม - แยกพล11 - แยกวัดราชฯ
พักบ้านลุงจำลอง - ตลาดบางบ่อ - แยกแปลงยาว - มูราห์ฟาร์ม ระยะทาง 60 ก.ม.
12.00น.รับประทานอาหารกลางวัน
14.00น.ชมการรีดนม
15.00บ.เดินทางกลับ
16.30น. ประชุมเตรียมงาน คาร์ ฟรี เดย์ 2009 ที่บ้านคุณหมอวิรัตน์
มีรถยนต์บริการตลอดเส้นทาง
เสือยุ่ง
แก้ไขล่าสุดโดย เสือยุ่ง เมื่อ 12 ส.ค. 2009, 17:18, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Go Bike Thailand สองล้อ เที่ยวทั่วไทย

บริการทุกจักรยาน จัดทริปจักรยาน
https://www.facebook.com/Go-Bike-Thailand-สองล้อ-เที่ยวทั่วไทย-081-710-8866-877604938919893/?ref=page_internal
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือยุ่ง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2662
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 12:33
Tel: 081-710-8866
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทรา

Re: ขมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทราชวนปั่นเที่ยวมูราห์ฟาร์ม

โพสต์ โดย เสือยุ่ง »

ฟาร์มกระบือมูร่าห์
ตั้งอยู่เลขที่ 99/14 หมู่ที่ 12 ตำบลหนองไม้แก่น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฟาร์มเลี้ยงกระบือนมสายพันธุ์มูร่าห์แห่งแรก ในประเทศไทย จุดประสงค์เพื่อรีดนมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จาก นมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นมพร้อมดื่ม ไอศกรีม โยเกิร์ต และเนยแข็งมอสซาเรลลา

ประวัติฟาร์มกระบือมูร่าห์
จุดเริ่มต้น ฟาร์มกระบือมูร่าห์ โดยคุณรัญจวน เฮงตระกูลสิน เริ่มต้นการเลี้ยงกระบือเนื่องจากทำธุรกิจเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมที่ต้องใช้วัตถุดิบหนังสัตว์ แล้วเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ จึงเริ่มเลี้ยงากแม่กระบือปลัก จำนวน 8 ตัว เลี้ยงบริเวณรอบๆ โรงงาน ซึ่งเป็นที่ว่างอยู่ประมาณ 1-2 ไร่ โดยหลังจากนั้นซื้อพ่อพันธุ์เข้ามาผสมเพื่อขยายพันธุ์ จนกระทั่งปีที่ 2 มีกระบือเพิ่มเป็น 20 กว่าตัว ทำให้สถานที่แคบ และต้องจ้างคนงานเกี่ยวหญ้า วันละ 1,000 บาท ซึ่งไม่คุ้ม แต่ด้วย
ความตั้งใจที่จะเลี้ยงกระบืออย่างจริงจัง จึงต้องหาสถานที่เลี้ยงใหม่และหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบือ

หาความรู้จากนักวิชาการและดูงานต่างประเทศ
มีผู้แนะนำให้ได้รู้จักกับ อาจารย์มณีวรรณ กมลพัฒนะ จากคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบือและได้ให้คำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับกระบือ จนมีความรู้มากขึ้น จึงเริ่มออกซื้อกระบือ และพบว่าในประเทศไทยมีการเลี้ยงกระบือนมมูร่าห์อยู่ โดยกระบือนมพันธุ์มูร่าห์นี้ เป็นกระบือนมที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศอินเดีย มีลักษณะทั่วไปคือ ตัวใหญ่ ผิวหนังสีดำ หน้าผากนูน เขาสั้นม้วนงอ เต้านมใหญ่ ให้น้ำนมเฉลี่ย 2,000 กิโลกรัม/ตัว/ระยะเวลาให้นม (Lactation Period) 9 - 10 เดือน เมื่อได้เข้าไปดูงาน ก็สนใจด้านกระบือนมทันที และใช้เวลากว่า 2 ปี เพื่อเดินทางไปดูงานฟาร์มกระบือนมในต่างประเทศ เช่น อิตาลี จีน บราซิล อินเดีย และบัลแกเรีย ทำให้รู้ว่าในต่างประเทศ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับนมกระบือเทียบเท่ากับนมโค โดยเฉพาะประเทศอิตาลี ทำฟาร์มกระบือนมเป็นระบบเช่นเดียวกับโคนม มีโรงงานผลิตเนยแข็งอยู่ในฟาร์ม และในทุกวันจะมีผู้บริโภคยืนเข้าแถวเพื่อรอซื้อเนยแข็งอยู่หน้าฟาร์มเต็มไปหมด เนื่องจากผู้บริโภคในอิตาลีทราบดีว่า นมกระบือมีประโยชน์อย่างไร

ใช้น้ำเชื้อจากบัลแกเรียเพื่อขยายพันธุ์
เืมื่อกลับมาจากต่างประเทศจึงเริ่มเลี้ยงกระบือพันธุ์มูร่าห์ อย่างจริงจัง โดยการพัฒนาพันธุ์กระบือของทางฟาร์ม จะใช้วิธีผสมเทียมโดยน้ำเชื้อกระบือนมที่สั่งนำเข้ามาจาก ประเทศบัลแกเรีย เป็นน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ 3 ตัว เพื่อปรับปรุงคุณภาพสายพันธุ์ ทางฟาร์มได้สลับใช้น้ำเชื้อผสมเทียมกับแม่พันธุ์ เพื่อไม่ให้รุ่นลูกมีปัญหาเลือดชิด นอกจากนี้ทางฟาร์มได้ใช้น้ำเชื้อพ่อพันธุ์มูร่าห์กับกระบือปลัก ซึ่งก็ได้รุ่นลูกเลือดผสมแล้วหลายตัว

มูร่าห์เลี้ยงง่ายกว่ากระบือปลัก
การเลี้ยงกระบือมูร่าห์และกระบือปลักไม่แตกต่างกัน เพราะกระบือมูร่าห์สามารถเข้ากับสภาพแวดล้อมในบ้านเราได้ดี ในแง่การจัดการ เช่นการต้อนรวมฝูง เืพื่อจัดแถวเดินเข้าซองสำหรับฉีดวัคซีนถ่ายพยาธิ หรือแม้แต่การจัดการอื่นๆ นั้น กระบือมูร่าห์ทำได้ง่ายกว่า ไม่ดื้อ หรือหากเปรียบเทียบกับโคนมก็มีปัญหาน้อยกว่า โดยเฉพาะเรื่องเต้านมอักเสบะพบน้อยมาก

จุดมุ่งหมายของฟาร์ม
เป้าหมายของฟาร์มต่อจากนี้คือ เร่งสร้างตลาดนม และพัฒนาสายพันธุ์เพื่อขยายฟาร์มและจำหน่ายให้เกิดการกระจายตัวของการเลี้ยงกระบือมากขึ้นรวมถึงจะสร้างผู้ประกอบการใหม่ๆ ที่มีใจรักและมีความอดทน โดยผลักดันบุคลากรเหล่านี้ให้มีความรู้ในการเลี้ยงกระบืออย่างถูกต้อง และมีศักยภาพในการทำฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนจากทางฟาร์มด้านการให้คำปรึกษาและดูแล เพื่อให้คนกลุ่มนี้เป็นผู้ต่อยอดสร้างเครือข่ายที่เกิดจากการเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากไม่อยากให้คนมาเลี้ยงกระบือเพราะไม่รู้จะเลี้ยงอะไร หรือมารับจ้างเลี้ยงโดยที่ไม่ได้ชอบหรือไม่มีความรู้เพราะนอกจากจะไม่ทำให้ผู้เลี้ยงประสบความสำเร็จแล้ว อาชีพเลี้ยงกระบือก็ไม่พัฒนา ในปัจจุบันการเลี้ยงกระบือในเมืองไทยยังเป็นแบบตามมีตามเกิดไม่มีระบบที่ช่วยใ้ห้มีประสิทธิภาพการผลิต เมื่อขายไม่ได้ราคาสูงเหมือนโคเนื้อจึงไม่เกิดแรงจูงใจที่จะเลี้ยง ดังนั้นหากกระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่เกี่ยวกับการเลี้ยงกระบือว่า หากเราให้สิ่งดีๆ กับสัตว์ เราก็จะได้รับสิ่งตอบแทนดีๆ กลับมา อาชีพการเลี้ยงกระบือและการตลาดก็น่าจะดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงเพื่อขายเนื้อหรือนม


รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
Go Bike Thailand สองล้อ เที่ยวทั่วไทย

บริการทุกจักรยาน จัดทริปจักรยาน
https://www.facebook.com/Go-Bike-Thailand-สองล้อ-เที่ยวทั่วไทย-081-710-8866-877604938919893/?ref=page_internal
thita
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 33
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 14:36
Tel: -เปลี่ยนบ่อย
team: -ไม่มีทีมไหนรับเลย
Bike: -ตราจระเข้
ติดต่อ:

Re: ขมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทราชวนปั่นเที่ยวมูราห์ฟาร์ม

โพสต์ โดย thita »

สนใจไปปั่นที่ลาวใต้กันไหม.......28-30 สิงหาคม 2552
ชาวThaiMTBราคาพิเศษ(เรามีส่วนลดพิเศษให้)ติดต่อ 086-3135187,0876161081 ด่วน!!!!!!!!!!
วันที่หนึ่ง ระยอง – อุบล - ช่องเม็ก
เวลา รายการ
18.00 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย

19.00 น. นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ 2 ชั้น สู่
จ.อุบลราชธานี
วันที่สอง ช่องเม็ก ปากเซ วัดพู
เวลา กิจกรรม
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่ช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี
08.00 น. เดินทางสู่ด่านต.ม.ไทย-ลาวที่ ช่องเม็ก ตรวจเอกสารผ่านแดน เริ่มปั่นจักรยานเดินทางผ่านเมืองโพนทองสู่แขวงจำปาสัก ชมทุ่งนา ป่าข้าว วิถีชีวิตแบบพอเพียง คล้ายเมืองไทยเมื่อสามสิบปีก่อน ข้ามแม่น้ำโขงตรงสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่นเข้าตัวเมืองปากเซ ระยะทาง45 กม. ทางลาดยางตลอดเส้นทาง
11.00 น. เข้าสู่ที่พัก อาบน้ำ พักผ่อน
12.00 น. รับประทานอาหารในเมืองปากเซ หลังอาหารเดินทางตามถนนหมายเลข 13 ไปถึงหลัก 8 (กม.8) เลี้ยวขวาลงทางใต้ตามแนวขนานกับแม่น้ำโขง ช่วงนี้เป็นทางลาดยางทั้งหมดสัมผัสความเป็นอยู่แบบชนบท ชีวิตที่เรียบง่ายเลี้ยวขวาลงทางลูกรังประมาณ 3 กม.สู่ท่าแพข้ามแม่น้ำโขงนำจักรยานขึ้นแพข้ามสายน้ำที่ได้ชื่อว่ามหานทีแห่งชีวิตขึ้นฝั่งที่นครจำปาสัก ราชธานีพันปีของอาณาจักรล้านช้างชมร่องรอยอารยธรรมผ่านวังเจ้าหญิงสุดาดวงแห่งราชวงศ์ ณจำปาสัก(ดอกฟ้าจำปาสักตัวจริงที่หลวงวิจิตรวาทการนำมาเขียนนิยายจนลือลั่น ไปตามถนนลาดยางถึงปราสาทวัดพู เข้าชมอารยธรรมโบราณ ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเจนละ(ก่อนนครวัด)หลายร้อยปียูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกจากนั้นเดินทางกลับด้วยเส้นทางสายเดิม
19.00 น. รับประทานอาหารเย็นที่ปากเซ หลังอาหารพักผ่อนหรือท่องราตรีเมืองปากเซกันตามลบาย

วันที่สาม น้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดเยือง ไร่ชา น้ำตกตาดผาส้วม หมู่บ้านชนเผ่า ช่องเม็ก
เวลา กิจกรรม
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า เสร็จแล้วเดินทางตามถนนหมายเลข13B สู่ที่ราบสูงโบลิเวน ดินแดนที่อากาศเย็นสบายตลอดปี ชมความงามของต้นไม้นานาพรรณ เขียวขจีริมทาง สวนทุเรียน ไร่ชา กาแฟ หมู่บ้านชนเผ่าต่างๆเรียงรายตลอดเส้นทาง เส้นทางเป็นทางลาดยาง ระยะทาง 33 ก.ม แวะชมน้ำตกตาดฟาน น้ำตกคู่สูงกว่า 200 เมตร สูงที่สุดในลาว สัมผัสไอหมอกที่โรยตัวรอบกาย เดินทางต่อถึงหลัก 40 เลี้ยวขวาตามทางลูกรังประมาณ 7 กม. ทัศนียภาพสวยมาก ปั่นกันบนเขา สองข้างทางมีดอกไม้และธรรมชาติป่าเขา ถึงน้ำตกตาดเยือง ชมน้ำตกได้ทั้งชั้นบน ชั้นล่าง สัมผัสละอองไอน้ำฉ่ำเย็นทั่วแนวป่า
เดินทางต่อสู่อุทยานแห่งชาติบาเจียง สองข้างทางงดงามด้วยธรรมชาติ ผ่านห้วยจำปี ขึ้นเนินสู่ที่ทำการอุทยาน ชมหมู่บ้านชนเผ่า ที่อนุรักษ์วัฒนธรรมชนพื้นเมืองไว้ให้ชม ข้ามสะพานแขวน(สะพานวัดใจ) ไปถ่ายภาพน้ำตกผาส้วม
12.30 น. รับประทานอาหารริมน้ำตกผาส้วม ชมความอัศจรรย์ของหินงาม น้ำใส
13.00 น. กลับสู่เมืองปากเซ ระยะทาง 40 กม.เศษ ชมตลาดดาวเรืองตลาดค้าส่งใหญ่ที่สุดของลาวใต้ เดินทางข้ามโขงอีก 45 กม. ถึงช่องเม็ก ซื้อของฝากที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ช่องเม็ก
13.00 น. ชมตลาดดาวเรือง ตลาดค้าส่งใหญ่ที่สุดของลาวใต้ เดินทางกลับ ซื้อของฝากที่ร้านปลอดภาษีที่ช่องเม็ก
16.00 น. ทำเรื่องผ่านแดน เดินทางกลับ
06.00 น. กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

ปั่นล่องไพร ฝั่งไทย สู่ จำปาสัก
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”