อย่าลืมคุมสติและใช้สัญญานมือตามแยกต่างๆ
โพสต์: 07 ก.พ. 2014, 09:17
สวัสดีครับ ขอแชร์ประสพการณ์เมื่อซักครู่นี้ให้กับทุกท่านได้รับทราบครับ
อนึ่งผมปั่นจักรยานมาทำงานเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน เส้นทางที่ผ่านก็ สุขาภิบาล 3 แยกลำสาลี ศรีนครินทร์ บางนา
ใช้จักรยาน มิรินด้า ครอสเวย์ ช่วงเวลาที่ผ่าน ประมาณ 8.20 น.
ปั่นมานานจนชินแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ขณะที่กำลังปั่นผ่าน ห้างพาราไดส์ ก่อนถึงห้างจะมีซอยใหญ่ๆอยู่ซ้ายมือ ปกติผมจะให้สัญญานมือว่าจะตรงไป แต่ครั้งนี้ผมมัวคิดอะไรเพลินเกินไปหน่อย
มีกระบะซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นรถขนของของแม่ค้า และมีผู้ชายวัยรุ่น 2 คนนั่งในตอนหน้า ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆอยู่นั้น
สายลมที่พัดผ่านห้างพาราไดส์ รีดลมให้แรงขึ้นและตัวผมก็ต้านลมในองศาของรถ ความเร็วประมาณ 22 ปลายหางตาขวาผมเห็นไฟเลี้ยวและกันชนหน้าของรถกระบะ (ออกสีแดงเก่าๆคาดว่าน่าจะเป็นยี่ห้อดัง) ก็เลยเบรกสุดตัว โชคดีที่บริเวณนั้นเป็นที่ก่อสร้าง เลยมีทรายมาช่วยรูดล้อให้ดังเล่นแต่ลื่น
ไม่ชน ไม่ล้ม เพราะคงขับมาช้า แต่ก็ได้ด่าทอไปตามอารมณ์ที่โมโหสุดๆว่า ขับรถอะไรอย่างงี้ และตามด้วย คำว่ายาก...
สองวัยรุ่นก็รู้ตัวว่าผิด แต่ไม่จอดรถ ผมมองลอดผ่านกระจกหลังกระบะเห็นกำลังยิ้มหัวเราะชอบใจ เห้อ....
ปั่นต่อไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แล้วก็นึกทนทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้
เราไปด่าเค้าทำไม........
เราใจลอยเกิดไปหรือเปล่า....
เค้าขับมาแบบใหนทำไมต้องตัดหน้ากันด้วย....
หรือเห็นว่ารถสวยเลยขอแกล้งหน่อย......
จิปาถะจะนึก แต่มีคำตอบในใจเราอยู่อย่างนึงซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการเดาใจกันผิดนั่นคือ
รถกระบะ คาดว่าผมจะเลี้ยวเข้าซอย และอาจจะตามหลังมาก็ได้ ผมไม่ได้ให้สัญญานมือใดๆทั้งสิ้น ทำให้เค้าเข้าใจไปอีกอย่างนึง
ผิดที่ตัวเรา เราเหม่อลอย เราไม่มีสติ แค่ช่วงระยะไม่เกิน 30 เมตรจากปากซอย แค่นั้นเอง...
นี่ถ้าเป็นสิบล้อ คงได้นอนอ่านหนังสือพิมพ์
ฝากทุกท่านครับ จงมีสติและระวังภัยตลอดเวลา
อนึ่งผมปั่นจักรยานมาทำงานเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน เส้นทางที่ผ่านก็ สุขาภิบาล 3 แยกลำสาลี ศรีนครินทร์ บางนา
ใช้จักรยาน มิรินด้า ครอสเวย์ ช่วงเวลาที่ผ่าน ประมาณ 8.20 น.
ปั่นมานานจนชินแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ขณะที่กำลังปั่นผ่าน ห้างพาราไดส์ ก่อนถึงห้างจะมีซอยใหญ่ๆอยู่ซ้ายมือ ปกติผมจะให้สัญญานมือว่าจะตรงไป แต่ครั้งนี้ผมมัวคิดอะไรเพลินเกินไปหน่อย
มีกระบะซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นรถขนของของแม่ค้า และมีผู้ชายวัยรุ่น 2 คนนั่งในตอนหน้า ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆอยู่นั้น
สายลมที่พัดผ่านห้างพาราไดส์ รีดลมให้แรงขึ้นและตัวผมก็ต้านลมในองศาของรถ ความเร็วประมาณ 22 ปลายหางตาขวาผมเห็นไฟเลี้ยวและกันชนหน้าของรถกระบะ (ออกสีแดงเก่าๆคาดว่าน่าจะเป็นยี่ห้อดัง) ก็เลยเบรกสุดตัว โชคดีที่บริเวณนั้นเป็นที่ก่อสร้าง เลยมีทรายมาช่วยรูดล้อให้ดังเล่นแต่ลื่น
ไม่ชน ไม่ล้ม เพราะคงขับมาช้า แต่ก็ได้ด่าทอไปตามอารมณ์ที่โมโหสุดๆว่า ขับรถอะไรอย่างงี้ และตามด้วย คำว่ายาก...
สองวัยรุ่นก็รู้ตัวว่าผิด แต่ไม่จอดรถ ผมมองลอดผ่านกระจกหลังกระบะเห็นกำลังยิ้มหัวเราะชอบใจ เห้อ....
ปั่นต่อไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แล้วก็นึกทนทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้
เราไปด่าเค้าทำไม........
เราใจลอยเกิดไปหรือเปล่า....
เค้าขับมาแบบใหนทำไมต้องตัดหน้ากันด้วย....
หรือเห็นว่ารถสวยเลยขอแกล้งหน่อย......
จิปาถะจะนึก แต่มีคำตอบในใจเราอยู่อย่างนึงซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการเดาใจกันผิดนั่นคือ
รถกระบะ คาดว่าผมจะเลี้ยวเข้าซอย และอาจจะตามหลังมาก็ได้ ผมไม่ได้ให้สัญญานมือใดๆทั้งสิ้น ทำให้เค้าเข้าใจไปอีกอย่างนึง
ผิดที่ตัวเรา เราเหม่อลอย เราไม่มีสติ แค่ช่วงระยะไม่เกิน 30 เมตรจากปากซอย แค่นั้นเอง...
นี่ถ้าเป็นสิบล้อ คงได้นอนอ่านหนังสือพิมพ์
ฝากทุกท่านครับ จงมีสติและระวังภัยตลอดเวลา