** วันเคาท์ดาวน์ของมาดามเจ HNY2014 **
โพสต์: 02 ม.ค. 2014, 23:16
เช้าของวันที่ 31 ธันวาคมตรงกับวันพระสิ้นปีพอดี ดิฉันและลูกไปทำบุญที่วัดข้างบ้านคือวัดหนองดินแดง ขี่จักรยานไปทำบุญกัน ส่วนสามียังนอนไม่ตื่นค่ะ>< แต่ดิฉันก็เรียกเค้าให้ลุกขึ้นมาอธิษฐานด้วย สามีก็ตื่นขึ้นมาอธิษฐานด้วย จากนั้นเค้าก็นอนหลับต่อ...
หลังจากพวกเราถวายอาหารคาว-หวานและผ้าป่าแด่พระสงฆ์เสร็จเรียบร้อย พระสงฆ์ก็จะให้พร ต่อจากนั้ันท่านเจ้าอาวาสก็เทศน์ปีใหม่เล็กน้อย ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า"วันนี้เป็นวันสิ้นปีทางวัดจัดให้มีการสวดมนต์ข้ามคืน เป็นการสวดถวายแด่องค์พระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถฯ รวมทั้งพระบรมองศานุวงศ์ทุกพระองค์ สถาบันพระมหากษัตริย์มีพระคุณแก่คนไทยทุกคน ที่พวกเราทุกคนมีที่อยู่ที่ทำกินอย่างสุขสบายจนทุกวันนี้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อสู้มาเพื่อพวกเรา ประเทศชาติของเราจะขาดสถาบันพระมหากษัตริย์ไปไม่ได้ ขอให้ประชาชนมาร่วมสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลให้พระองค์ท่านมีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน เป็นการทดแทนคุณแผ่นดิน และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองด้วย ดิฉันปลื้มใจมากที่มาทำบุญไม่ผิดวัดจริงๆ
กลับถึงบ้านบอกสามีว่า"คืนนี้จะไปสวดมนต์ข้ามคืนกัน ไม่ต้องเอาลูกไป ไปกันแค่ 2 คนพอ" สามีบอก"ไปวัดไหน" ดิฉันตอบ"ไปที่คปท."
สามีเล่าว่า"เมื่อตอนกลางวัน การ์ดของคปท.โดนยิง 4 คนสาหัส 1 คน" ดิฉันก็ยังยืนยันไปคปท.เหมือนเดิม...
เสร็จธุระก็ออกจากบ้าน 20.10น. ไหว้พระที่บ้าน ไหว้พ่อแม่ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเราด้วย ในใจก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าคืนนี้จะไปเจออะไรบ้าง แต่ก็คิดว่ามาทำดีเพื่อบ้านเมือง เพื่อในหลวง ตายเป็นตาย
ถึงแยกจปร. 20.50น. รถจอดกันหนาแน่น จอดรถอยู่ตรงแยกสะพานพอดี มองไปทางคปท.คนเยอะมาก เสียงเพลงหมอลำดังสนั่นก็เลยเดินมาทาง UN พ่อท่านโพธิรักษ์กำลังเทศน์อยู่พอดี ผู้คนไม่หนาแน่นเท่าไหร่ ก็เลยชวนสามีนั่งฟังเทศน์ที่นี่ ได้ใจความเนื้อหาดีมาก บรรยากาศสงบ มีสมาธิดี พ่อท่านเทศน์จนถึงสี่ทุ่มเศษๆ สลับด้วยดนตรี ดิฉันเลยชวนสามีเดินไปที่เวทีราชดำเนิน การ์ดของเวทีมัฆวานกับเวทีราชดำเนินเข้มแข็งมาก ตรวจกระเป๋าทุกคน ที่เวทีราชดำเนินคนเยอะจริงๆ จะหาที่นั่งซัก 2 คนยังไม่มีเลย จึงตัดสินใจเดินกลับมาที่เวทีพ่อท่านเหมือนเดิม
พอถึงเวลา 23.50น. ทางเวทีพ่อท่านจึงเริ่มพิธีสวดมนต์ข้ามปี ขณะกำลังสวดมนต์ เสียงปะทัด เสียงพลุดังตลอดเวลา ดังคู่กับเสียงสวดมนต์ของพวกเรา ดังเรื่อยๆไม่มีหยุด ทีแรกพวกเราก็ตกใจลุกขึ้นไปดูกัน คนที่อยู่ข้างๆบอก"ไม่ต้องตกใจหรอก เป็นแค่เสียงพลุ" เสียงสวดมนต์จบ เสียงพลุก็จบด้วยพร้อมกัน จากนั้นพ่อท่านก็ให้อธิษฐานจิต ให้พวกเรามีชัยต่อระบอบทักษิณ ให้สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์อยู่ประเทศไทยสืบไป จากนั้นเสร็จพิธีแล้วพ่อท่านบอกว่า"ต่อจากนี้ให้พวกเราทุกคนระมัดระวังตัวเองด้วย เกิดอะไรขึ้นให้ตั้งสติให้มั่น อย่าตกอกตกใจ" แล้วก็ปิดเวที...
ดิฉันและสามีรอสักพักนึงแล้วจึงค่อยเดินกลับมาที่จอดรถ ถึงตรงหน้า UN คนยืนออกันอยู่เยอะมาก เค้าบอกว่า"อย่าเพิ่งไปนะ พวกเรามายืนรวมกันตรงนี้ก่อน เมื่อสักครู่นี้ มีคนเอาปืนมายิงหลายชุด แล้ววิ่งไปทางวัดมกุฏฯ ให้พวกเรายืนรอให้สงบก่อน อย่าเพิ่งออกไปเพราะกลัวว่าพวกมันจะวกกลับมายิงที่เดิมอีก" หลายคนบอกว่าให้เอานกหวีด ธงชาติออก จับกลุ่มกันอยู่สักพักใหญ่ การ์ดของคปท.ขี่มอไซค์มา 2 คัน พวกเราถามว่า"เราจะออกไปได้หรือยัง" การ์ดบอก"ออกไปได้แล้ว ให้รีบไป" มีคนถามว่า"เค้าจอดรถไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า อันตรายมั้ย ออกไปได้หรือเปล่า" การ์ดบอก"ให้รีบไปเลยเดี๋ยวการ์ดจะออกไปช่วยคุ้มกันให้" ดิฉันดีใจที่รถจอดอยู่ตรงสะพานนี้เอง^^ แต่ขณะเดินไปก็ต้องมองซ้าย-ขวาตลอดเวลา พอขึ้นรถได้ก็ขับกลับทางสะพานพระราม8 ขณะนั้นก็มีรถตำรวจ รถร่วมฯดังไปหมด พอขึ้นสะพานพระราม8ไปได้โล่งใจ...
กลับถึงบ้านตี 3 ตื่นเช้ามาถึงรู้ว่าโดนแก๊สน้ำตา (รายละเอียดเล่าต่อพรุ่งนี้ค่ะ)
หลังจากพวกเราถวายอาหารคาว-หวานและผ้าป่าแด่พระสงฆ์เสร็จเรียบร้อย พระสงฆ์ก็จะให้พร ต่อจากนั้ันท่านเจ้าอาวาสก็เทศน์ปีใหม่เล็กน้อย ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า"วันนี้เป็นวันสิ้นปีทางวัดจัดให้มีการสวดมนต์ข้ามคืน เป็นการสวดถวายแด่องค์พระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถฯ รวมทั้งพระบรมองศานุวงศ์ทุกพระองค์ สถาบันพระมหากษัตริย์มีพระคุณแก่คนไทยทุกคน ที่พวกเราทุกคนมีที่อยู่ที่ทำกินอย่างสุขสบายจนทุกวันนี้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อสู้มาเพื่อพวกเรา ประเทศชาติของเราจะขาดสถาบันพระมหากษัตริย์ไปไม่ได้ ขอให้ประชาชนมาร่วมสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลให้พระองค์ท่านมีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน เป็นการทดแทนคุณแผ่นดิน และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองด้วย ดิฉันปลื้มใจมากที่มาทำบุญไม่ผิดวัดจริงๆ
กลับถึงบ้านบอกสามีว่า"คืนนี้จะไปสวดมนต์ข้ามคืนกัน ไม่ต้องเอาลูกไป ไปกันแค่ 2 คนพอ" สามีบอก"ไปวัดไหน" ดิฉันตอบ"ไปที่คปท."
สามีเล่าว่า"เมื่อตอนกลางวัน การ์ดของคปท.โดนยิง 4 คนสาหัส 1 คน" ดิฉันก็ยังยืนยันไปคปท.เหมือนเดิม...
เสร็จธุระก็ออกจากบ้าน 20.10น. ไหว้พระที่บ้าน ไหว้พ่อแม่ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเราด้วย ในใจก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าคืนนี้จะไปเจออะไรบ้าง แต่ก็คิดว่ามาทำดีเพื่อบ้านเมือง เพื่อในหลวง ตายเป็นตาย
ถึงแยกจปร. 20.50น. รถจอดกันหนาแน่น จอดรถอยู่ตรงแยกสะพานพอดี มองไปทางคปท.คนเยอะมาก เสียงเพลงหมอลำดังสนั่นก็เลยเดินมาทาง UN พ่อท่านโพธิรักษ์กำลังเทศน์อยู่พอดี ผู้คนไม่หนาแน่นเท่าไหร่ ก็เลยชวนสามีนั่งฟังเทศน์ที่นี่ ได้ใจความเนื้อหาดีมาก บรรยากาศสงบ มีสมาธิดี พ่อท่านเทศน์จนถึงสี่ทุ่มเศษๆ สลับด้วยดนตรี ดิฉันเลยชวนสามีเดินไปที่เวทีราชดำเนิน การ์ดของเวทีมัฆวานกับเวทีราชดำเนินเข้มแข็งมาก ตรวจกระเป๋าทุกคน ที่เวทีราชดำเนินคนเยอะจริงๆ จะหาที่นั่งซัก 2 คนยังไม่มีเลย จึงตัดสินใจเดินกลับมาที่เวทีพ่อท่านเหมือนเดิม
พอถึงเวลา 23.50น. ทางเวทีพ่อท่านจึงเริ่มพิธีสวดมนต์ข้ามปี ขณะกำลังสวดมนต์ เสียงปะทัด เสียงพลุดังตลอดเวลา ดังคู่กับเสียงสวดมนต์ของพวกเรา ดังเรื่อยๆไม่มีหยุด ทีแรกพวกเราก็ตกใจลุกขึ้นไปดูกัน คนที่อยู่ข้างๆบอก"ไม่ต้องตกใจหรอก เป็นแค่เสียงพลุ" เสียงสวดมนต์จบ เสียงพลุก็จบด้วยพร้อมกัน จากนั้นพ่อท่านก็ให้อธิษฐานจิต ให้พวกเรามีชัยต่อระบอบทักษิณ ให้สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์อยู่ประเทศไทยสืบไป จากนั้นเสร็จพิธีแล้วพ่อท่านบอกว่า"ต่อจากนี้ให้พวกเราทุกคนระมัดระวังตัวเองด้วย เกิดอะไรขึ้นให้ตั้งสติให้มั่น อย่าตกอกตกใจ" แล้วก็ปิดเวที...
ดิฉันและสามีรอสักพักนึงแล้วจึงค่อยเดินกลับมาที่จอดรถ ถึงตรงหน้า UN คนยืนออกันอยู่เยอะมาก เค้าบอกว่า"อย่าเพิ่งไปนะ พวกเรามายืนรวมกันตรงนี้ก่อน เมื่อสักครู่นี้ มีคนเอาปืนมายิงหลายชุด แล้ววิ่งไปทางวัดมกุฏฯ ให้พวกเรายืนรอให้สงบก่อน อย่าเพิ่งออกไปเพราะกลัวว่าพวกมันจะวกกลับมายิงที่เดิมอีก" หลายคนบอกว่าให้เอานกหวีด ธงชาติออก จับกลุ่มกันอยู่สักพักใหญ่ การ์ดของคปท.ขี่มอไซค์มา 2 คัน พวกเราถามว่า"เราจะออกไปได้หรือยัง" การ์ดบอก"ออกไปได้แล้ว ให้รีบไป" มีคนถามว่า"เค้าจอดรถไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า อันตรายมั้ย ออกไปได้หรือเปล่า" การ์ดบอก"ให้รีบไปเลยเดี๋ยวการ์ดจะออกไปช่วยคุ้มกันให้" ดิฉันดีใจที่รถจอดอยู่ตรงสะพานนี้เอง^^ แต่ขณะเดินไปก็ต้องมองซ้าย-ขวาตลอดเวลา พอขึ้นรถได้ก็ขับกลับทางสะพานพระราม8 ขณะนั้นก็มีรถตำรวจ รถร่วมฯดังไปหมด พอขึ้นสะพานพระราม8ไปได้โล่งใจ...
กลับถึงบ้านตี 3 ตื่นเช้ามาถึงรู้ว่าโดนแก๊สน้ำตา (รายละเอียดเล่าต่อพรุ่งนี้ค่ะ)









