หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ถ้าเปลี่ยนตะเกียบใหม่ ค่าRakeของตะเกียบเพิ่มขึ้น มีผลอะไรครับ

โพสต์: 31 ธ.ค. 2013, 10:42
โดย ช่างกั้ง
เห็นตะเกียบหน้าของเฟรมcanyon สามารถปรับrake shift ได้
รูปภาพ
รูปภาพ

ถ้าเราเปลี่ยนตะเกียบเฟรมเราจากค่าRAKE 43 เป็น 46 จะเป็นอย่างไรครับ

เผื่อใครไม่รู้ว่าfork rake คืออะไร
รูปภาพ

Re: ถ้าเปลี่ยนตะเกียบใหม่ ค่าRakeของตะเกียบเพิ่มขึ้น มีผลอะไรครับ

โพสต์: 31 ธ.ค. 2013, 12:27
โดย lucifer
ในรถคันเดิม ถ้าการเปลี่ยนค่าrake ไม่มีผลต่อต่อมุมท่อคอ และความยาวของตะเกียบ
- rake ที่สั้นลงจะทำให้ค่า trail ยาวขึ้น
- ตรงกันข้ามกันถ้า rake ยาวขึ้น trail ก็จะสั้นลง

อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=6608 ความเห็นที่ #3 นะครับ

Re: ถ้าเปลี่ยนตะเกียบใหม่ ค่าRakeของตะเกียบเพิ่มขึ้น มีผลอะไรครับ

โพสต์: 24 ก.ค. 2015, 05:51
โดย golfmania
:idea:

Re: ถ้าเปลี่ยนตะเกียบใหม่ ค่าRakeของตะเกียบเพิ่มขึ้น มีผลอะไรครับ

โพสต์: 24 ก.ค. 2015, 08:36
โดย name_joker
ค่า rake จะส่งผลกับ feeling ในการบังคับรถโดยตรงครับ โดยปกติแล้วค่า rake จะถูกกำหนดโดยผู้ออกแบบเฟรม ว่าเฟรมไหนควรใช้ rake เท่าหร่เพือให้ผู้ขี่ได้ feeling ตามที่เขาต้องการ แต่บางครั้งความรู้สึกที่ว่าก็แล้วแต่บุคคล บางคนรถออกแบบมากลางๆ แต่เป็นคนชอบรถหน้าไว ก็จะรู้สึกว่ารถคันนั้นเฉื่อยเป็นหมู หน้าช้า อะไรแบบนั้นครับ

โดย ปกติแล้ว ยิ่ง rake หรือ fork offset มีค่าเยอะ รถจะยิ่งหน้าไวครับ ลองดูรถ racing บางค่าย rake จะอยู่ตั้งแต่ 43 - 50 ครับ แล้วแต่เฟรม
แต่ถ้าตรงกันข้าง ยิ่งน้อยมากเท่าไหร่ รถจะหน้าช้าลง มีstabilityมากขึ้นที่ความเร็วสูงครับ ลองดูรถ Track ครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 30 - 35

ค่านี้เท่าไหร่ถึงจะพอดี อยู่ที่แต่ละคน เป็นเรื่อง subjective ครับผม

Re: ถ้าเปลี่ยนตะเกียบใหม่ ค่าRakeของตะเกียบเพิ่มขึ้น มีผลอะไรครับ

โพสต์: 24 ก.ค. 2015, 15:00
โดย lucifer
แถมให้อีกนิดหนึ่ง
จริงๆแล้วอุปนิสัยของจักรยานนี่ มันจะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆอยู่หลายอย่าง เช่น

- ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายน้ำหนัก หน้า:หลัง เช่น คนตัวใหญ่ ขี่รถsizeเล็ก ยืดstem ไปด้านหน้า น้ำหนักจะตกไปด้านหน้ามากกว่า คนตัวเล็กแต่ขี่รถsizeปกติที่หด stem ลงมา
- มุมของท่อคอ ซึ่งถ้าเทียบกับรถยนต์ ก็เทียบได้กับ steering axis หรือ แนว kingpinโดยปกติแล้ว มุมท่อคอยิ่งเอียงลาดเท่าไหร่ ก็จะส่งผลให้เกิด อาการหน้าหนัก เลี้ยวยาก ทางตรงนิ่ง ด้วยเหตุนี้ จักรยานที่ต้องการเน้นความเสถียรในทางตรง เช่น รถไตร รถทัวริ่ง ก็มักจะนิยมออกแบบให้มุมท่อคอลาดเอียง
- Rake หรือ OffSet ระยะ Rake จะทำให้ดุมล้อยื่นไปข้างหน้าอีกนิด การออกแบบตะเกียบของจักรยานหรือชอคหน้าของมอเตอรไซค์ให้มีค่า offset ก็เพื่อชดเชยอาการหน้าหนักเลี้ยวยาก ที่เกิดขึ้นมาจากการเอียงลาดของมุมท่อคอ

รูปภาพ

พอมีค่า Rake ก็จะมีค่า Trail เกิดขึ้นมา ถ้าย้อนกลับไปที่ต้นตอจริงๆ อาการหน้านิ่ง หน้าดื้อ ทรงตัวดีบนทางตรงจะถูกวิเคราะห์จากระยะ Trail ( T ) ถ้าไม่มีค่า Rake แนวของดุมล้อจะพอดีทับกับแนวของKingpin ( ตะเกียบทำมุมเท่ากับท่อคอ) จักรยานจะนิ่งอย่างเดียว แต่เลี้ยวยาก

พอเพิ่มระยะRake เข้าไป ระยะTrail ก็จะหดสั้นลง รถก็จะเริ่มเลี้ยวได้ง่ายขึ้น แต่ยังเสถียรอยู่เพราะเป็นผลจากมุมท่อคอหรือ Kingpin inclination

จะว่ามันส่งผลต่อความรู้สึกก็ส่วนหนึ่งแต่มันก็ส่งผลต่อการทรงตัวในลักษณะ Objective ด้วยเช่นกัน :mrgreen:

เสือหมอบบางราย จะออกแบบตะเกียบให้มีค่า rake เท่ากันในทุกขนาด แต่ก็มีอีกหลายรายที่ออกแบบตะเกียบให้มีค่า rake น้อยลงในรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะเมื่อเพิ่มขนาดของรถให้ใหญ่ขึ้น ผู้ผลิตก็จะทำให้รถมีมุมท่อคอที่ชันขึ้น การลดค่าrake ลงก็เพื่อชดเชยอาการที่เป็น Objective ด้วยเช่นกัน


อย่าง Cervelo R series ที่ผมใช้อยู่ เป็นรถ size XS มุมท่อคอเอียงลาด 70.5 องศา ส่วนหนึ่งก็คงจะต้องการให้ล้อหน้ามันพ้นๆเท้าของคนปั่นไปบ้าง เพราะค่า Reach มันสั้นอยู่ เล็งๆดู ท่อคอเอียงซะขนาดนี้ ท่าทางหน้ามันจะไม่ไวนัก แต่พี่แกใส่ตะเกียบค่า Rake 53mm มาให้ พอขี่เข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้ดื้อๆอย่างที่คิด แต่ตรงกันข้ามมันกลับว่องไวและคล่องแคล่วกว่าที่คิดไว้มากเลยทีเดียว แต่พอเป็นรถในขนาด M ที่ท่อคอทำมุม 73.1 องศา พี่แกลดค่าRake ลงมาเหลือแค่ 43mm