โพสต์
โดย ลุงเนตร »
"..๑๙ ธ.ค.๕๖ ..อ.ปากชม - อ.เชียงคาน ๔๐ ก.ม.
..วันนี้ ระยะทางสั้น ตื่นสาย ออกปั่นสาย ก่อนออกเดินทาง ได้เห็นหัวหน้า (คุณจารึก หลังสวน หรือ พิงธรรม์) ของกิจกรรมกลุ่มเกษียณชวนปั่น ก่อนออกเดินทางด้วยว่า มีสัมภาระมากมาย ครบถ้วนในระหว่างทัวริ่งระยะยาวไกล ในแต่ละวันต้องใช้และเตรียมอะไรไปด้วยบ้าง (ผมยกให้ท่านอยู่ในระดับโปร์ด้วยผู้หนึ่ง)
..เก้าโมงกว่า ปั่นออกจากที่พักไปบนถนนที่เรียบ มีเนินสลับราบบ้างในบางช่วง เคยปั่นมาแล้วสองสามครั้ง ทุกครั้งมีความสุข และครั้งนี้ก็ยังมีความสุข รถน้อย บรรยากาศดี แดดอ่อน ๆ เย็นสบาย ไม่มีลม ด้านซ้ายมือเป็นไร่ ป่า ภูเขา ของประเทศไทย ด้านขวาเบื้องใกล้เป็นชายฝั่งแม่น้ำโขง เลยออกไปเป็นแม่น้ำโขง เลยออกไปเป็นภูเขาลัษณะต่าง ๆ ของประเทศลาว ซ้ายไม่ค่อยได้มอง ส่วนมากจะมองขวา เพลินตา เพลินใจ สบายกาย ทั้ง ๆ ที่โดนทรมานอยู่บนจักรยาน ที่เป็นพาหนะไม่มีเครื่องยนต์ มีล้อเพียง ๒ ล้อ ที่ตั้งตรงไม่ได้ถ้าไม่มีขาตั้ง คนปั่นต้องขึ้นไปนั่งทรงตัวบนจักรยานให้จักรยานตั้งตรง แล้วออกแรงขากดบันไดปั่นจักรยานเคลื่อนไปข้างหน้า กดแรงรถวิ่งแร็ว กดเบารถวิ่งช้า แต่ตลอดระยะเวลาที่ปั่นจักรยานดังกล่าว กลับรู้สึกสบายกายและใจกว่านั่งรถที่ใช้เครื่องยนต์ (แปลก แต่จริง ถ้าไม่เชื่อต้องลองปั่นดูสัก ๓๒ ปี เท่าผมก็จะรู้อย่างแน่นอน)
..เช้าและเที่ยง ทานอาหารร้านชาวบ้านข้างทาง จำไม่ได้ เพราะไม่ได้บันทึก
..กลางทางระหว่างปั่น พบคนเดินสวนมาอยู่เนื่อง ๆ ปั่นไปหลายกิโลเมตร ก็ยังมีคนเดินสวนทางมา ทั้ง ๆ ที่แดดร้อน และระยะทางไกล แถมยังส่วนมากเป็นผู้สูงอายุทั้งชายหญิง จนมาพบรถยนต์มีเครื่องขยายเสียงและโปเตอร์ หยุดจอดถาม จึงได้ความว่า เป็นการรวมตัวกันเดินเฉลิมพระเกียรติ์ เดินหลายวัน หลายร้อยกิโลเมตร แต่ละคนเดินแล้วสุขบภาพใจและกายดี ถึงแม้จะสูงอายุแล้วก็ตาม เสียเงินค่าบริหารจัดการด้วยคนละ ๓,๐๐๐.- บาท (ตามภาพแนบ)
..ประมาณบ่ายสองโมงก็ถึง "แก่งคุดคู้" สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของ อ.เชียงคาน วิวแม่น้ำโขงสวย เพราะไหลมาจากด้านซ้าย แล้วมาเลี้ยวโค้งหักศอกไปทางซ้ายที่ตรงนี้ น่าแล้ว จะเห็นเกาะแก่งมากมาย สวยงาม แวะชมและถ่ายภาพอยู่นานพอสมควร
..ประมาณสี่โมงเย็น เข้าพักที่วัดศรีคูนเมือง ในตัวอำเภอเชียงคาน ช่วงนี้อากาศหนาว นักท่องเที่ยวเริ่มมาก
..ห้าโมงเย็น ปั่นไปตลาดสด ตลาดใหญ่และสะอาด มีของขายมากมาย ทั้งสด และปรุงแล้ว
..ซื้อข้าว..ห่อหมก..ใส้กรอก..เครื่องดื่ม..ไปนั่งสัมผัสบรรยากาศยามเย็นริมฝั่งแม่น้ำโขง ตรงทางลงหน้าวัดศรีคูนเมือง นั่นเอง เป็นทำเลที่เหมาะนั่งดื่มกินคนเดียว ยังไม่เหงา มีความสุข ได้เห็นท้องฟ้ายามพระอาทิตย์อัศดง ฝูงนกยางบินกลับรัง
..มีป้ายไม้ตั้งโด่เด่ อยู่ป้ายหนึ่ง เขียนไว้ว่า "เดียวดาย" มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกับป้ายหลายคน
..ตรงที่นั่ง มีก้อนหินใหญ่ ให้นั่งพิง และบังอาหาร ได้เป็นอย่างดี
..ประมาณทุ่มครึ่ง อาหารทุกอย่างหมด จึงกลับเข้าที่พัก ไม่ได้ไปเดินเที่ยวถนนคนเดิน เพราะอยู่ในสภาพหนังท้องตึง หนังตาหย่อน
..สองทุ่มกว่า เข้าเต๊นท์ นอน สวดมนต์ หลับ ในศาลาที่โอ่โถง เย็น-หนาว
แก้ไขล่าสุดโดย
ลุงเนตร เมื่อ 03 ม.ค. 2014, 09:27, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*