คอยาวนิ่งกว่าจริงๆหรือ ? ก็ไม่แน่เสมอไปครับ
เสือหมอบจะแตกต่างจากเสือภูเขาแฮนด์ตรง ก็ตรงที่ระยะเอื้อมรวมๆของแฮนด์จะประกอบด้วยความยาวของคอ(stem) + Reach ของแฮนด์
ก่อนอื่นถ้าพูดกันถึงแค่ระยะการจับที่ตำแหน่งของ Hood บนแฮนด์ที่มีระยะ reach 85mm + stem 100mm กับ แฮนด์ที่มีระยะ reach 75mm + stem 110mm จะไม่แตกต่างกัน ซึ่งตรงนี้สมาชิกชมรมนักอ่านแล้วเอามากล่าวต่อ ก็อาจจะเหมารวมอะไรไปผิดๆ โดยไม่ได้คิดถึงระยะเอื้อมรวมๆที่ผมกล่าวไปแล้ว
เพื่อตัดเรื่องนี้ ขอเทียบเฉพาะในกรณีที่ใช้แฮนด์ที่มีระยะ reach เท่ากัน แต่ใช้คอที่มีความยาวแตกต่างกัน สิ่งที่ต้องคิดเป็นองค์รวมอันจะส่งผลต่อนิสัยของรถมีดังนี้ครับ
1. จุดกึ่งกลางของน้ำหนักรวมของรถ ถ้าใช้คอที่ยาวขึ้น นน.รวมๆ คือ ทั้งตัวเรา+รถ ก็จะค่อนไปด้านหน้ามากขึ้น พูดง่ายๆว่า สัดส่วนของน้ำหนักที่ตกลงบนล้อหน้าก็จะมีมากขึ้น รถก็จะมีนิสัยปราดเปรียว เลี้ยวง่าย กลิ้งง่ายด้วยเช่นกัน
2. ความไวของพวงมาลััย อันนี้อาจจะใช้คำไม่เหมาะสม แต่ผมจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ถ้าคอสั้นเราขยับแฮนด์นิดหนึ่ง ล้อหน้าก็จะขยับเลี้ยวได้มากกว่าในกรณีที่ใช้คอยาว นั่นคือคอสั้นจะเพิ่มความไวในการหักแฮนด์
แต่สิ่งที่เราต้องเอามาพิจารณาก็คือ การเลี้ยวของจักรยานไม่เหมือนกับรถยนต์ แต่จะเหมือนกับเครื่องบินคือจะเลี้ยวได้ด้วยอาการ 2 ลักษณะ คือ
1. เลี้ยวด้วยการหักแฮนด์ หรือ หักหางเสือ
2. เลี้ยวด้วยการเอียงตัวเข้าด้านที่จะเลี้ยว หรือ การปรับแอรอนของเครื่องบิน
โดยปกติแล้ว จักรยานจะรักษาการทรงตัวอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีความเร็วในระดับหนึ่งก่อน
- หากปั่นช้าๆ เวลาที่เราจะเลี้ยว เราก็จะต้องพึ่งการหักแฮนด์แทนการเอียงตัว เพราะถ้าความเร็วต่ำเกินไป เราจะไม่สามารถเอียงตัวได้ดีพอ ก็จะต้องพึ่งการหักแฮนด์เป็นสำคัญ ซึ่งนั่นก็คือ รถที่คอสั้น จะเลี้ยวที่ความเร็วต่ำๆได้ง่าย ในขณะที่รถคอยาวจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเก้งก้างระดับหนึ่ง แถมบางทีรู้สึกว่ามันว่อกแวกด้วยซ้ำไป เพราะอาจจะดึงขาดดึงเกินต้องแก้อาการกันบ่อยๆ เพราะน้ำหนักที่ตกลงล้อหน้ามากขึ้น ทำให้การรักษาเสถียรภาพที่ความเร็วต่ำไม่เป็นเรื่องที่ง่ายนัก
- หากปั่นเร็วขึ้น เวลาที่เราเลี้ยว เราจะพึ่งการเอียงตัวเข้าโค้งเป็นสำคัญ ( จริงๆแล้วยังมีเทคนิคการเข้าโค้งอีกประเภทหนึ่ง สำหรับใช้ที่ระดับความเร็วที่สูงขึ้น แต่พื้นผิวทางไม่น่าไว้วางใจ หรือ มีความร่วนค่อนข้างมาก ในกรณีนี้จะเอียงตัว แต่ไม่เอียงรถ คือ เอียงตัวออกไปนอกรถ แต่ผลักรถไว้ไม่ให้เอียงตาม ร่วมกับการหักแฮนด์ช่วย แล้วก็ยังมีเทคนิคที่สูงขึ้นไปอีก แต่มักจะใช้กับมอเตอร์ไซค์ คือ เอียงรถเข้าโค้ง แต่ขืนตัวออกมา ร่วมกับการหักแฮนด์ต้านโค้ง อันนี้จักรยานทำได้ยาก แต่มอเตอรไซค์ทำได้ เพราะมันใช้เครื่อง ไม่ต้องมาคอยปั่น ) รถที่คอยาวจะมีน้ำหนักตกไปล้อหน้ามากกว่า ทำให้การเอียงตัวเพื่อเลี้ยวโค้งส่งผลได้ดีกว่าพวกที่คอสั้นแล้วน้ำหนักตัวตกไปที่ล้อหน้าน้อยกว่า
หลายคนก็อาจจะสรุปว่า งั้นคอสั้นเอามาลงเขา หน้ามันก็จะวอกแวกง่ายกว่าพวกคอยาวหละสิ ก็อาจจะถูกระดับหนึ่ง แต่ไม่ถูกต้องไปทั้งหมด เพราะถ้าคนที่มีทักษะในการบังคับรถ เขาก็จะพบว่าพวกคอสั้นเวลาเข้าโค้งเล็กๆด้วยความเร็วจะกลับกลายเป็นเข้าโค้งได้ยากกว่า เปลี่ยนทิศทางของรถได้ช้ากว่า ซึ่งหากจะเลี้ยวจริงๆก็จะต้องออกแรงโหนรถมากกว่าพวกที่ใช้คอยาว
พื้นฐานเรื่องนี้ก็กลายมาเป็นรถในตำนานอย่าง Gary Fisher ที่ออกแบบรถให้ท่อบนยาว แล้วใช้คอสั้นๆ น้ำหนักคนปั่นจะค่อนไปทางล้อหลังมากขึ้น คนที่จะขี่รถพวกนี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานมากพอสมควร เพราะถ้าขี่โดยทักษะระดับพื้นฐาน แล้วเอาเข้าsingle tract รถมันจะเลี้ยวยากมาก แต่ถ้าแข็งแรงพอจะโหนรถร่วมกับหักแฮนด์ช่วย รถก็จะตอบสนองได้อย่างว่องไว แถมลงเขาได้อย่างนิ่ง ปลอดภัย รวมไปถึงลดอุบัติการณ์บินข้ามแฮนด์ได้
รถในปัจจุบันส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ท่อบนยาวขึ้น และใช้คอที่สั้นลงกว่ารถในสมัยก่อน จุดประสงค์หลักๆคือ ต้องการความปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง
แต่คนที่ปั่นเสือหมอบอีกหลายๆคนกลับไม่ชอบconceptตรงนี้ จักรยานเสือหมอบส่วนใหญ่ที่เราเห็นและชอบแนะนำใครต่อใครให้ใช้ตามเราก็คือ รถที่มีขนาดเล็กกว่าที่ผู้ผลิตตั้งใจออกแบบไว้ 1size เสมอๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ทั้งๆที่รถที่มีขนาดเล็กกว่าsizeที่ควรจะขึ่ จะเป็นรถที่ขี่ไม่สบาย ต้องก้มมาก ต้องยืดตัวมาก รถไม่ค่อยจะนิ่ง แต่หลายๆคน ( รวมทั้งผมด้วย

) กลับชอบมัน