ทริป 83 โล กับ Dr.Hon Mu Uno
โพสต์: 26 ธ.ค. 2013, 22:12
วันนี้เอารถพับ Dr.Hon Mu Uno ที่ได้ set รถไว้ตรงตามที่ต้องการแล้วไปปั่นในสวนหลวง ร.9 เริ่มปั่นออกจากบ้านแถวบางจาก 10.00 น.ปั่นอยู่ในนั้นทั้งวัน ทุก 10 กม.พัก 15 นาที กลับถึงบ้าน 17.30 น. ได้ระยะทาง 83 กม. AV เฉลี่ย 16 กม. ตลอดทริปหมดเงินไม่ถึง 100 บาท รวมอาหาร กลางวัน ค่าผ่านประตู ค่าเข้าห้องน้ำ ส่วนอาหารที่กินและเตรียมไปก็บ้านๆ เสื้อผ้าก็ธรรมดามีพิเศษหน่อยก็กางเกงจักรยาน
จานหน้า 52T หลัง 16T ปั่นในสวนหลวงที่เป็นถนนราดยาง รถวิ่งหนึดมาก ไม่เหมือนปั่นถนนปูนรถวิ่งได้ลื่นกว่า ปั่นในนั้นน่าเบื่อจริงๆเพราะภาพมันจำเจ ปั่นวนไปวนมา แต่มันก็ปลอดภัยไม่ต้องกลัวรถชน วันธรรมดาแทบจะไม่มีคนไม่มีรถเลย เฉพาะปั่นในสวนหลวงได้ระยะ 66 กม. ปั่นพอเลย 40 กม.เริ่มมีอาการเมื่อยก้น เมื่อยต้นขา เมื่อยมือ คอไม่ค่อยเมื่อยคงเป็นเพราะคอแฮนด์มันสูงกว่าอานพอสมควร
รถ single speed มันไม่มีเกียร์ให้ปรับ เมื่อยหรือเจอลมต้านก็ใช้วิธีขี่ให้ช้าลง ขี่ไกลๆสู้รถมีเกียร์ไม่ได้ แต่ single speed มันออกแบบมาให้ขี่ในเมือง เน้นความเรียบง่าย ไม่ต้องดูแลมาก ได้อย่างก็เสียอย่าง โชคดีขี่คราวนี้ไม่เจอตะคริวกิน แต่ก็มีอาการนิดๆให้เห็นที่น่องขวาตอนเลย 60 กม. ต้องค่อยๆเลี้ยงกำลังไม่โหมจนเกินไปจนปั่นกลับมาถึงบ้าน อยากจะขี่ให้ได้ถึง 100 กม. แต่กลัวมืด และจะเป็นการทรมานร่างกายมากเกินไป แค่นี้ก็พอใจแล้ว ถ้าเป็นรถ Dahon Formula S18 ผมว่าผมขี่ได้ 100 กม.แน่ คันนั้นขี่ลื่นเบา ปรับเกียร์ให้เข้ากับรอบขาได้
52T กับ 16T สำหรับผมยังต้องฝึกกำลังขาอีกหน่อยจะได้ไปได้ถึง 100 กม. เมื่อก่อนของติดรถเป็น 52T กับ 18T ขี่แล้วรถไม่ค่อยไป ถ้าเป็น 56T กับ 18T ผมว่าจะพอดีเลยไม่ต้องปรับตัวมาก รถ single speed ต้อง set จานหน้า-หลังให้พอดีกับตัวจึงจะขี่สนุก แต่สำหรับผมคงพอแค่นี้สำหรับรถคันนี้ ถ้าอยากจะไปไกลๆกว่านี้คงต้องซื้อรถมีเกียร์มาขี่ Dr.Hon Mu Uno คันนี้เอาไว้ขี่ในเมืองระยะไม่เกิน 50 กม. เอาขึ้นรถไฟฟ้านี่เหมาะเลย
ผมสงสัยมาก ผมเคยขี่ Dahon Formula S18 ปรับใช้จานหน้า 56T เฟืองหลัง 16T ขี่แล้วยังเบาขากว่ารถ Dr.Hon Mu Uno ที่จานหน้าเป็น 52T เฟืองหลัง 16T เสียอีก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
ต้องขออภัยด้วยครับ ไม่มีรูปทริปให้ดูเพราะไม่ได้เอากล้องไป ขอบคุณทุกท่านที่เขามาเยี่ยมชมครับ
จานหน้า 52T หลัง 16T ปั่นในสวนหลวงที่เป็นถนนราดยาง รถวิ่งหนึดมาก ไม่เหมือนปั่นถนนปูนรถวิ่งได้ลื่นกว่า ปั่นในนั้นน่าเบื่อจริงๆเพราะภาพมันจำเจ ปั่นวนไปวนมา แต่มันก็ปลอดภัยไม่ต้องกลัวรถชน วันธรรมดาแทบจะไม่มีคนไม่มีรถเลย เฉพาะปั่นในสวนหลวงได้ระยะ 66 กม. ปั่นพอเลย 40 กม.เริ่มมีอาการเมื่อยก้น เมื่อยต้นขา เมื่อยมือ คอไม่ค่อยเมื่อยคงเป็นเพราะคอแฮนด์มันสูงกว่าอานพอสมควร
รถ single speed มันไม่มีเกียร์ให้ปรับ เมื่อยหรือเจอลมต้านก็ใช้วิธีขี่ให้ช้าลง ขี่ไกลๆสู้รถมีเกียร์ไม่ได้ แต่ single speed มันออกแบบมาให้ขี่ในเมือง เน้นความเรียบง่าย ไม่ต้องดูแลมาก ได้อย่างก็เสียอย่าง โชคดีขี่คราวนี้ไม่เจอตะคริวกิน แต่ก็มีอาการนิดๆให้เห็นที่น่องขวาตอนเลย 60 กม. ต้องค่อยๆเลี้ยงกำลังไม่โหมจนเกินไปจนปั่นกลับมาถึงบ้าน อยากจะขี่ให้ได้ถึง 100 กม. แต่กลัวมืด และจะเป็นการทรมานร่างกายมากเกินไป แค่นี้ก็พอใจแล้ว ถ้าเป็นรถ Dahon Formula S18 ผมว่าผมขี่ได้ 100 กม.แน่ คันนั้นขี่ลื่นเบา ปรับเกียร์ให้เข้ากับรอบขาได้
52T กับ 16T สำหรับผมยังต้องฝึกกำลังขาอีกหน่อยจะได้ไปได้ถึง 100 กม. เมื่อก่อนของติดรถเป็น 52T กับ 18T ขี่แล้วรถไม่ค่อยไป ถ้าเป็น 56T กับ 18T ผมว่าจะพอดีเลยไม่ต้องปรับตัวมาก รถ single speed ต้อง set จานหน้า-หลังให้พอดีกับตัวจึงจะขี่สนุก แต่สำหรับผมคงพอแค่นี้สำหรับรถคันนี้ ถ้าอยากจะไปไกลๆกว่านี้คงต้องซื้อรถมีเกียร์มาขี่ Dr.Hon Mu Uno คันนี้เอาไว้ขี่ในเมืองระยะไม่เกิน 50 กม. เอาขึ้นรถไฟฟ้านี่เหมาะเลย
ผมสงสัยมาก ผมเคยขี่ Dahon Formula S18 ปรับใช้จานหน้า 56T เฟืองหลัง 16T ขี่แล้วยังเบาขากว่ารถ Dr.Hon Mu Uno ที่จานหน้าเป็น 52T เฟืองหลัง 16T เสียอีก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
ต้องขออภัยด้วยครับ ไม่มีรูปทริปให้ดูเพราะไม่ได้เอากล้องไป ขอบคุณทุกท่านที่เขามาเยี่ยมชมครับ