หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 02 ธ.ค. 2013, 20:47
โดย ota_hay
สวัสดีครับ มีข้อสงสัยอยากสอบถามว่า
ระหว่างการปั่นเกียร์เบาเน้นรอบขาสบาย ๆ กับปั่นเกียร์หนักกว่าอีกนิดแต่รอบขาได้น้อย
อย่างไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
หรือว่าควรจะทำทั้งสองอย่าง สลับกันไปเรื่อย ๆ
ขอบคุณทุกคำตอบครับ
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 02 ธ.ค. 2013, 21:13
โดย เสือดอนโพธิ์
ได้ทั้งคู่ครับ เลือกแบบที่ชอบหรือถนัดดีกว่าเพราะจุดสำคัญจะอยู่ที่ระยะเวลาที่ปั่นมากกว่า ปั่นแบบที่ไม่เหนื่อยมากแต่ใช้เวลาในการปั่นที่ยาวนาน ยิ่งนานเท่าไรก็จะเผาผลาญไขมันได้มากแค่นั้น
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 02 ธ.ค. 2013, 21:22
โดย เสือชายกว๊าน
เสือดอนโพธิ์ เขียน:ได้ทั้งคู่ครับ เลือกแบบที่ชอบหรือถนัดดีกว่าเพราะจุดสำคัญจะอยู่ที่ระยะเวลาที่ปั่นมากกว่า ปั่นแบบที่ไม่เหนื่อยมากแต่ใช้เวลาในการปั่นที่ยาวนาน ยิ่งนานเท่าไรก็จะเผาผลาญไขมันได้มากแค่นั้น
ตามที่พี่โต้ง กล่าวมาช้างต้นเลยครับ ปั้่นเกิน 3 h ต่อวัน รับรองภายใน 1 เดือนลดแน่ๆครับ
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 02 ธ.ค. 2013, 22:19
โดย umbabab
ปั่นรักษาสภาพความเหนื่อยระดับ60-75%ไว้นานๆครับ ไม่ต้องสนไมล ใช้ HRMแทน
ถ้าลองเสิจกระทู้เกี่ยวกับ อุปกรณ์ HRM จะเข้าใจหลักการทำงานของกล้ามเนื้อ กับการนำพลังงานมาใช้ครับ
ส่วนตัวสไตร์ที่ผมปั่นมา4ปีแล้วลดน้ำหนักได้ผล คือ เกียร์ต่ำรอบขาสูงครับ(ใช้ตะกร้่อช่วย) เพราะผมปั่นไปทำงานพ่วงลดน้ำหนัก
เวลาเจอคนอื่นๆปั่นสวน ไม่เคยตามเขาทัน บางทีก็ทักผม ว่าทำไม ปั่นไม่เร็ว แต่ โทรมหมดสภาพซะขนาดนั้น (ก็ตู้ปั่นให้เหนื่อยทรมานตัวเองเนาะ ไม่ได้ปั่นซิ่งกลับบ้านเสียหน่อย)
ผ่านมาหลายปี ต้นขาผมใหญ่กว่าเมื่อก่อนมาก แต่น่องลีบไร้กล้ามเนื้อเอาซะจริงๆ
คงเพราะใช้แต่กล้ามเนื้อต้นขา วนบันไดรัวๆนานๆ แต่ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อน่องยันที่เกียร์สูงๆเลย
เวลาไปวิ่งจ๊อกกิ้ง ผมอาศัยกล้ามเนื้อต้นขาวิ่งท่าคล้ายปั่นจักรยานได้เป็นชม. แต่ถ้าวิ่งท่าตามธรรมชาติ แป๊ปเดียวน๊อค น่องตึงแหง๋ก
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 03 ธ.ค. 2013, 07:02
โดย Wirunpat
ผมจะใช้เกียร์ต่ำ ปั่นเบาๆไปเรื่อยๆรอบขาสูง แบบนี้จะไม่ทำให้น่องใหญ่ แต่จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและช่วยลดน้ำหนักตัว
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 03 ธ.ค. 2013, 12:44
โดย โดดกบ
ที่ผมทำอยู่ คือ เกียร์เบา ใช้รอบขาประมาณ 70 - 80 รอบ/นาที(ที่จริงอยากได้ถึง 90 แต่ขายังอ่อน ทำได้เป็นช่วงๆ) วันละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ประมาณว่าปั่นเรื่อยๆชิลๆ
สัปดาห์ละ 4 - 5 วัน ใช้เวลาประมาณ 2 - 3 เดือน ภรรยาทักเลย ว่าหุ่นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กางเกงหลวมแบบรัดเข็มขัดแล้ว มีจีบรอบเอว
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 03 ธ.ค. 2013, 13:00
โดย ota_hay
ผมขอคำแนะนำเพิ่มหน่อยนะครับ
เรื่องแรก ผมไม่ได้ใช้บันไดคลีต อยากถามว่ามันจำเป็นไหมครับกับการฝึกรอบขาเพื่อผลด้านการลดน้ำหนัก มิใช่แข่งขัน
เรื่องที่สอง เนื่องจากเวลาไม่อำนวย ผมเลิกงานค่อนข้างเย็น และไม่สะดวกปั่นหลังพระอาทิตย์ตก
ถ้าผมซื้อเทนเนอร์ มาปั่นต่อที่บ้าน หลังจากปั่นนอกบ้าน(ประมาณ 40 นาที) จะดีไหมครับ
บางทีก็อยากปั่นนาน ๆ ต่อวันเหมือนท่านอื่นบ้าง
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 03 ธ.ค. 2013, 13:11
โดย เสือดอนโพธิ์
บันไดธรรมดาก็ได้ครับ สำหรับเทรนเนอร์ถ้าไม่เบื่อเสียก่อน น้ำหนักลดแน่นอน สำคัญคือความสม่ำเสมอครับ ปั่นอย่าให้หนักหรือเหนื่อยมาก แต่ใช่เวลาให้นานเพียงพอ
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 03 ธ.ค. 2013, 13:51
โดย โดดกบ
1.ที่ผมปั่น เกือบ 2 เดือนแรก ก็ไม่ได้ใช้คลีต ใช้รองเท้าวิ่งกับบันไดธรรมดา แต่เท่ากับเราใช้แต่แรงกดบันไดอย่างเดียวถ้าจะฝึกรอบขา มันก็ได้อยู่ แต่พอเราเริ่มมีแรงดีขึ้น เท้ามันมักจะหลุดจากบันไดเมื่อเราเร่งสปีด ทำให้เสียจังหวะ
ดวงซวยก็โดนดีดน่อง ดีดหน้าแข้ง มันก็ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าใส่คลีตแล้ว มันคงไม่โดน เท้าคงไม่หลุดบันไดง่ายๆ ซึ่งมันก็จริง ไม่หลุดเลย ปั่นสบายขึ้น ฝึกควงขาง่ายขึ้น ทำรอบขาได้ง่ายขึ้น กว่ารองเท้าวิ่ง+บันไดธรรมดา
แต่ถามว่าจำเป็นไหม ต่อการลดน้ำหนัก ตอบได้เลยว่า ไม่จำเป็น รองเท้าอะไรก็ได้ แค่อย่าถึงกับรองเท้าแตะ หุ้มส้นทั่วไป ก็ใช้ได้แล้ว ถ้าเงินเหลือพอ อยากลองใช้ดู มันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเราได้จริงเหมือนกัน
2.ช่วงนี้แถวบ้านผมมืดเร็วมาก ห้าโมงครึ่ง ก็เริ่มสลัวแล้ว เลิกงานกลับถึงบ้านก็เกือบ ห้าโมงแล้ว เวลาไม่พอ ก็จัดเทรนเนอร์มาเหมือนกัน(แบบอย่างถูก) ผมอาจจะอยู่ในช่วงกำลังเห่อเทรนเนอร์อยู่ก็ได้ ได้เวลาก็ปั่นบนเทรนเนอร์
จัดไปแบบแบ่งยก ยกแรก 45 นาที พัก 5 นาที ยกสอง อีก 25 -30 นาที เหงื่อออกท่วม สดชื่น สบายตัว ซึ่งมันแล้วแต่บุคคลนะ บางท่านบอกปั่นบนเทรนเนอร์ 30 นาทีก็เบื่อละ บางท่านก็จัดได้เป็นหลายชั่วโมง ถ้าจะมีใว้มันก็
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับใช้ออกกำลังกาย เหมือนท่านเสือดอนโพธิ์บอกครับ ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ กับเวลาที่นานเพียงพอครับ
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 03 ธ.ค. 2013, 17:40
โดย MichaelTwist
ต้องลดอาหารด้วยครับ
ปั่นเยอะ กินเยอะ น้ำหนักก็ไม่ลด
ก๊วยเตี๋ยว ไม่ปรุง ไม่อร่อย กินไม่มาก
กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล
ของหวานทุกชนิด ท๊อฟฟี่ ขนม ไอติม เค๊ก งดโดยสิ้นเชิง
ของทอด ผัด กินน้อยๆ
สรุปเรื่องกิน
กินจนรู้สึกว่าหายหิว หยุดกินทันที
อย่ากินให้อิ่ม
ส่วนเรื่องจักรยาน
ปั่นให้นานเท่าที่เวลาจะอำนวยเพื่อเผาแคลลอรี่ให้มากที่สุด
ทำได้ น้ำหนักลดแน่นอนครับ
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 14 ธ.ค. 2013, 22:11
โดย ota_hay
จะพยายามลดของกินครับ(ผมว่านี่แหละปัญหาของผม)
ถามอีกข้อครับ ควรซื้อ Heart rate กับวัดรอบขามาใช้ด้วยไหมครับ
ตอนนี้มีแต่ไมล์วัดความเร็วอย่างเดียว เป็นตาแมว velo7 น่ะครับ
อัตราการเต้นหัวใจ ตอนนั่งเฉย ๆ เมื่อกี้วัดแล้วอยู่ที่ 67 ครั้งต่อนาที
Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 15 ธ.ค. 2013, 04:15
โดย anubiz
ขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ
ผมก็ตั้งใจปั่นเพื่อลดน้ำหนักเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้เคยพยายามจะวิ่งมาก่อน กะจะ Fat burn แต่พอวิ่งปุ๊ปเกินเลยครับ
heart rate ปาเข้าไป 85-95% คงเพราะน้ำหนักมากไป เลยเปลี่ยนมาลองปั่นจักรยานดู
ช่วงแรกผมปั่นเกียร์เบารอบขาสูง ปรากฏว่า heart rate สูงเกินช่วง fat burn ครับ
ปั่นแล้วรู้สึกเหนื่อยมาก ไม่ถึงชั่วโมงก็จอด
หลังๆ เลยลองใช้เกียร์หนักปั่นแบบเนิบๆ คราวนี้ heart rate อยู่ในช่วง 65-85% ครับ
ปั่นได้เรื่อยๆ เมื่อก่อนได้รอบสองรอบ ตอนนี้ได้เรื่อยๆ เลยครับ ฟ้าไม่มืดไม่เลิก ไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าเดิม พอที่จะปั่นไปพูดไปได้ครับ
ถ้าไม่มีเครื่องวัดชีพจร ก็ใช้หลักคาดิโอเลยครับ เขาบอกว่าช่วง fat burn คือความเหนื่อยในระดับที่ยังพอพูดคุยได้ แต่ร้องเพลงไม่ไหว และมีแค่เหงื่อซึมๆ
ปล. ประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ อาจจะไม่ถูกต้องตามหลักสากลนัก
ปล2. ผมเริ่มปั่นมาตั้งแต่ต้นเดือนกันยา น้ำหนักจาก 93 ตอนนี้เหลือ 85 แล้วครับ

Re: ปั่นแบบไหนลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
โพสต์: 28 ธ.ค. 2013, 21:59
โดย Suphot
ตามความคิดผมว่า เกียร์เบา เน้นรอบขา ได้เส้นทางที่ตัวเองชอบใจ ปั่นแบบไม่เร่ง และไม่เหนื่อยมากนัก แต่ฝึกความทนทาน แบบนั่งบนอาน 1-2-3 ชม. ต่อเนื่องแบบไม่ทรมานร่างกายเท่าใด ตจว.มีเส่้นทาง ให้เลือกปั่นเยอะ เปลี่ยนบรรยากาศได้บ่อยๆ เบื่อก็เปลี่ยนเส้นทาง ถ้า อยู่ กทม. คงมีข้อจำกัดหลายๆอย่างครับ ผมว่าเน้น ระบบแอโรบิคและจำนวน ชม. น่าจะลดน้ำหนักได้ดีกว่าครับ
