กระทู้นี้ผมขอรวบรวมผลที่มาจากการปั่นจักรยาน นะครับ จากคนใกล้ชิด และบุลคลที่ผมได้ไปเจอมาด้วยตัวเอง ซึ่งได้มีโอกาสพูดคุย มานะครับ
ใครมีบทความดีๆเกี่ยวกับจักรยานที่ดีและมีประโยชน์ มาจอยกันได้นะครับ
คนแรกขอนำเสนอ ลุงท่านนึงครับ พอดีวันนี้เจอกันโดยบังเอิญที่ร้านของผมเอง ครับ
ช่วงเวลาบ่ายสองโมง ได้มีคุณลุงแก่ๆ เดินเข้ามาทักทายผม ในร้าน ของผมหน้าตลาดลุงเพิ่ม ครับ ... คำทักทายแรกที่คุณลุงได้เอ่ยถามคือ " ชมรมวัดเพลงอยู่ทางไหน"
ผมเองนิ่งไปคู่นึง พร้อมกับบอกลุงแกกลับไปว่า ที่นี่แหละครับ .... จากนั้นบทสนทนาต่างๆระหว่างลุงกับผมได้เริ่มขึ้นครับ
ในร้านผมมีจักรยานจอดอยู่สามคันครับ ลุงแกถามว่าขายเหรอป่าว ผมตอบกลับลุงไปว่าไม่ได้ขายครับ ของสมาชิกในกลุ่มครับ พอดีที่นี่คือจุดรวมของนักปั่นวัดเพลง และ นักปั่นที่มาจากที่อื่นๆครับ ... ผมหาเก้าอี้ไม้ให้ลุงแกนั่ง... ลุงบอกว่าลุงปั่นจักรยานมาจากขอนแก่น.... ผมตกใจมากครับ ลุงบอกว่าลุงคือ" เสือธรรมแห่งบึงแก่นนคร" ลุงได้เล่าเรื่องราวมากมาย ที่ลุงไปปั่นจักรยานมาตลอดทั้งชีวิต ตัวผมเอง ก็ได้รับฟัง แต่ในใจผม นํ้าตาใจไหล เพราะปราบปรื้ม ถึงในตัวลุงแก พลางคิดในใจ ลุงโชคดีมากๆ ที่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในแบบฉบับที่ตัวเองชอบ ลุงเล่าว่า ลุงไปมาหมดแล้ว จะดอยไหน ดอยอินทนนท์ อันนี้ลุงขอไปทุกปี และ ภูทับเบิกอันนี้ลุงก็ไม่เคยพลาดเลยซักปี ..... ตัวลุงเองคือกลุ่ม ที่ปั่นจักรยานไปต่างประเทศ ซึ่งเรื่องกลุ่มนี้ว่า เจ็ดอะไรซักอย่าง ครับ อันนี้ผมต้องขออภัยจริงๆครับ ที่ จำชื่อกลุ่มที่ลุงได้กล่าวไว้ไม่ได้ ครับ .....
ลุงบอกว่าลุงชอบเที่ยวนะ...ถามหาเส้นทางปั่น ตอนนี้ลุงเองพักอยู่แถวโรงพยาบามอัมพวาครับ จะกลับขอนแก่นประมาณสิ้นเดือนนี้ แอบบ่นถึงการเมืองให้ผมฟังนิดนึง... ครับ
ผมเองถามหาที่มาที่ไป ที่มาร้านผมในครั้งนี้...ลุงเล่าให้ฟังว่า ลูกชายของลุงบอกว่ามีกลุ่มที่ปั่นจักรยานอยู่หน้าตลาดลุงเพิ่ม ลุงเลยมาลองหาดูครับ
ลูกชายของลุงเอง เป็นนักปั่นจักรยานระดับมหาวิทยาลัย ครับ และครอบคัวของลุงก็ชอบปั่นจักรยาน เช่นกันครับ ตอนนี้อายุของลุง เจ็ดสิบกว่าแล้วครับ ชีวิตของลุงส่วนใหญ่ มักอยู่บนอานจักรยาน....
ลุงเองมักจะปั่นเสือภูเขานะครับ แต่ก็มีรถคู่ใจอีกคันสำหรับทางไกลคือ ทัวริ่ง อีกคัน ครับ ลุงได้เล่าถึงเรื่องราวมากมายที่ลุงได้ไปปั่นมา ระดับทางชันมากๆอย่าง ภูทับเบิก และดอยอินทนนท์ ที่ลุงเองไม่ขอพลาดซักปีเดียว และ ยังได้ไปปั่นถึงประเทศเพื่อนบ้านเรามาแล้วด้วยนะครับ
ลุงเล่าให้ฟังว่า ลุงปั่นไม่เร็วนะหากเทียบกับลูกชายของลุงเอง ลุงแค่อยากไปถึงที่หมายถึงจะช้าหน่อย ก็ก็ต้องไปให้ถึง.....
ลุงบอกว่าลุงดีใจมากที่ได้มาเจอร้านผม.... คุยกันพักใหญ่ พอดีผมต้องไปทำงานขายของต่อ ลุงได้เดินออกจากร้านผมไป ทิ้งไว้ด้วยรอยยิ้ม และความประทับใจ ที่ได้คุยกันครับ
สิ่งที่ผมจะกล่าวในกระทู้แรก บนเนื้อหานี้ก็คือ มิตรภาพ นะครับ จริงๆแล้วคือ คนเราชอบในสิ่งเดียวกัน ได้ทำสิ่งที่ชอบเหมือนๆกัน แม้จะต่างเวลา ต่างสถานที่ เราก็มีความสุข ที่เราได้รับฟัง ครับ
ครั้งหน้าผมจะขอนำเสนอถึงพี่ท่านนึงครับ ที่ปั่นจักรยานจนเอาชนะโรคประจำตัว ครับ คอยติดตามกันนะครับ

