หน้า 1 จากทั้งหมด 2

โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 09 พ.ย. 2013, 18:50
โดย หนาน
บังเอิญผมเป็นหัวใจโตครับไปหาหมอเมื่ออาทิตย์ก่อนตรวจเจอ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นโรคหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่วแต่ความดันปกติจะรอเอกเรย์ 30 สิ้นเดือนนี้ บังเอิญผมชอบการปั่นแบบหนักๆด้วย ชอบปั่นขึ้นเขา และชอบการปั่นแบบความเร็วด้วย....ไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ครับ...จะมีวิธีการอย่างไรบ้างครับ*****ขอบคุณครับ***

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 09 พ.ย. 2013, 19:46
โดย TOCK
หนาน เขียน:บังเอิญผมเป็นหัวใจโตครับไปหาหมอเมื่ออาทิตย์ก่อนตรวจเจอ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นโรคหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่วแต่ความดันปกติจะรอเอกเรย์ 30 สิ้นเดือนนี้ บังเอิญผมชอบการปั่นแบบหนักๆด้วย ชอบปั่นขึ้นเขา และชอบการปั่นแบบความเร็วด้วย....ไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ครับ...จะมีวิธีการอย่างไรบ้างครับ*****ขอบคุณครับ***
รอฟังความเห็นจากหมอก่อนดีกว่าพี่..อีกไม่กี่วันเอง ช่วงนี้ก็ปั่นเบาๆ ไปก่อน เป็นกำลังใจให้ครับ

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 09 พ.ย. 2013, 20:42
โดย how4159
โรคหัวใจ รอหมอบอกก่อนดีกว่าไหมครับ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอก
ผมก็เป็นครับ หัวใจห้องล่างซ้ายโต ผลตรวจร่างกายของผม 18ปีที่ผ่านมา หมอบอกว่าปรกติทุกอย่าง มาปีนี้เปลี่ยนหมอไหม่ หมอบอกว่า หัวใจห้องล่างซ้ายโต ให้ระวัง หากแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออก ให้รีบไปโรงพยาบาล แต่พอหมอดูผลย้อนหลัง อ้าว.. มันมีอาการมาตั้งแต่ตรวจครั้งแรกแล้ว (ที่ผ่านมา18ปีผมไม่รู้ตัว เลยไม่เกิดวิตกจริตอะไร ตอนนี้รู้แล้ว ก็ระวังไว้หน่อยก็เท่านั้น)
จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ รอคุณหมอลู มาช่วยตอบน่าจะดีกว่านะครับ

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 10 พ.ย. 2013, 00:03
โดย peep_bmw
แนะนำว่าปรึกษาหมอดีกว่าครับ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ เอาใจช่วยนะครับ ช่วงนี้ก็เพลาๆหน่อยนะครับ

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 10 พ.ย. 2013, 11:02
โดย หนาน
ขอบคุณครับ

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 11 พ.ย. 2013, 15:25
โดย ต้อง
......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )

- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )

- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........

....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ .... :P :P :P

.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......

............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ ).................... :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 11 พ.ย. 2013, 15:40
โดย tnt2510
ต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )

- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )

- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........

....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ .... :P :P :P

.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......

............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ ).................... :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
+1,000,000

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 12 พ.ย. 2013, 18:54
โดย หนาน
ขอบพระคุณ..คุณต้องมากๆครับสาระน่ารู้ผมประทับใจมาก..คำว่าปั่นแบบโหดขึ้นเขายาวๆคงต้องพิจารณาใหม่แล้วครับ..คนเราเกิดมาหนเดียวและตายหนเดียว...

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 12 พ.ย. 2013, 20:11
โดย Jetlee
ต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )

- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )

- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........

....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ .... :P :P :P

.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......

............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ ).................... :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
สุดยอดครับ ผมเห็นด้วย และจะยึดเป็นแนวทางครับ

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 13 พ.ย. 2013, 14:22
โดย 2991
ให้ปั่นซ้อมอย่างเดียวครับ อย่าลงแข่ง เดียวติดลม

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 13 พ.ย. 2013, 15:20
โดย O'Pern
คำแนะนำของคุณต้องนั้นชัดเจน เห็นภาพ

สำหรับคุณหนานที่มีปัญหาด้านหัวใจ
- อย่างแรก ไม่ว่าหมอจะบอกว่าอะไรก็ตาม คุณต้องดูแลหัวใจของคุณไปตลอดชีวิต ใช่ว่าหมอบอกว่าลุยได้เลย แล้วคุณจะขี่โหมอัดได้อย่างสบายใจเสียที่ไหน
- น่าจะหา Heart Rate Monitor มาใช้ควบคู่กับการออกกำลังกาย
- ให้ความสำคัญแก่การ Worm Up / Cool Down
- ออกกำลังอย่างอื่นนอกจากจักรยานด้วย เช่น เดินเร็ว โยคะ ฯลฯ หรือเล่นกีฬาแปลกๆ ใหม่ๆ บ้าง แก้เบื่อ

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 14 พ.ย. 2013, 21:49
โดย demolisher
อยากปั่นท่องเที่ยวเหมือนกันครับ ไกลๆ น่ะไปบ่อยๆ วันละ 2xx km ก็มีเนืองๆ ไม่ลำบากอะไร แต่ปั่นไปค้างคืนที่นั่นที่นี่+ปั่นไปเรื่อยๆ หลายๆ วันเนี่ยยังไม่เคย กลัวจะติดใจง่ะ...งานการไม่เป็นอันทำ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 14 พ.ย. 2013, 22:31
โดย rikk
ต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )

- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )

- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........

....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ .... :P :P :P

.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......

............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ ).................... :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
เกิดจากการตกตะกอนจากการปั่น เพื่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายอย่างแท้จริง คารวะสามจอกครับ :mrgreen:

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 15 พ.ย. 2013, 12:26
โดย EAK-MTB-POLYGON
ต้อง เขียน:......นักแข่งระดับโลก ก็ หัวใจล้มเหลวมาแล้วหลายคนน๊ะครับ....... ปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ถึงระบบการทำงานของร่างกายเราเองอย่างแท้จริงครับ ... ดังนั้น ผมขอแนะนำว่า ........ " คุณควรเลิกกิจกรรมความแรง ความเร็ว ความโหด " เลิกทำให้หัวใจของคุณทำงานหนัก ( ถ้าสูญเสียแล้ว เรียกคืนไม่ได้ครับ )

- ถ้ารักการปั่นจักรยาน คุณก็ควรรักตัวเองด้วย และนอกจากรักตัวเองคุณก็ต้องรักครอบครัวของคุณด้วยเช่นกันครับ ...... หันมาปั่นทัวริ่งดีกว่า ไปเินิบ ๆ แต่เน้นไกล ใน 1 วัน .... สัมผัสบรรยากาศรอบทาง สัมผัสการดำรงชีพ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตนเอง กับจักรยาน และ ธรรมชาติ .... ขึ้นเขา ก็เข็นเป็นบางช่วง ( ไม่เป็นไรหรอกครับ กว่า 89 เปอร์เซ็นต์ บนโลกนี้ ก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้นครับ )

- ผมขับขี่จักรยานมาหลายประเภท ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี ...... ไปมาแล้วหลายสนาม กับชีวิตของนักแข่งนอกสังเวียนนั้น กลับมิได้ตอบโจทย์ใด ๆ เลย กับความรักจักรยาน แต่มันกลับตอบโจทย์แค่เพียงว่า " คุณแข็งแกร่ง คุณเกินขีดจำกัด คุณคือหัวลาก คุณคือผู้่ชนะ " คำเยินยอเหล่านั้นก็จางหายไปพร้อมกับมิตราภาพที่ไม่มีอยู่จริง .....ค้นหาตัวเองอยู่นานตลอดระยะเวลานั้น จนวันนึง ผมได้ค้นพบว่า " แท้จริงแล้ว ความสุขในการปั่นจักรยานคือสิ่งใด " ..... " ทัวร์ริ่งครับ "......ไม่ต้องมีการพูดคุยว่าจะอัพอะไร ไอ้นู่นเท่าไร ไอ้นี่เท่าไร ชุดล้อกี่หมื่นถึงจะลา่กได้ 35+++++........

....แต่การปั่นทัวริ่งในนิยามของผมคือ ...ความรับรู้ถึงตัวตน และความสุข การปั่นทัวริ่งทำให้ผมมองโลกช้าลง เห็นอะไรข้างทางชัดเจนขึ้น แต่มิได้ทำให้ความแข็งแกร่งของคุณน้อยลงแต่อย่างใด ... มันตรงกันข้ามครับ ..... คือ.... ร่างกายของคุณจะสุขภาพดีมาจากภายใน ไม่โทรม หัวใจทำงานในส่วนที่เหมะสม ใช้พลังงานและควบคุมพลังงานได้ดี ทนแดด ทนฝน ทนความลำบาก เดินทางไกล ๆ มากกว่าพวกนักแข่งบางท่านได้สบายโดยที่ไม่เหนื่อยมากนักหรือแทบจะไม่ได้เรียกว่าเหนื่อยเลย ได้ดมกลิ่นดินข้างทาง ได้แวะซื้อขนมที่แถวบ้านไม่มีขายไปฝากให้ลูก ได้ฝึกทำอาหารกลางป่า ได้พบชาวทัวริ่งด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่ มิตรภาพนั้น ไม่เคยจางหายเลยครับ .... :P :P :P

.......... ถ้าจะให้เติมเต็มชีวิตทัวริ่งและสนุกมากขึ้น ลองหาเพื่อนซี้ซักคน ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ชวนเขาออกทัวริ่งดูครับ บางทีคุณและเพื่อน อาจจะรักทัวร์ริ่งจนกลายเป็นชีวิตของคุณก็ได้ และ สุขภาพก็ไม่เสียอีกด้วย เหมือนกับผมและเ้พื่อนครับ.......

............ ปล ... เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน ร้อนมากก็หลบร้อน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจเอย.......( ขอโทษที่พูดยาวไปหน่อยครับ เพราะผมเป็นห่วงสุขภาพของ คุณหนาน จริง ๆ ครับ ).................... :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
เห็นด้วยกับ พี่ที่เขี่ยนมาครับ
ผมก็มองชีวิต กับจักรยาน ว่ามันคือสิ่งๆ หนึ่งที่ฝึกเราให้รู้จักคิด รู้จักพอ รู้จักเพื่อน ลุง ป้า น้า อา และสังคมที่เอื้ออารีต่อกัน รถถูก แพง รถแรง ไม่สำคัญ ไปด้วยกัน ดูแลกัน

Re: โรคหัวใจกับการปั่นจักรยาน

โพสต์: 15 พ.ย. 2013, 15:01
โดย หนาน
-ขอบคุณมากๆครับ