คำแนะนำสำหรับ มือใหม่ที่กำลังจะซื้อจักรยาน
โพสต์: 22 ต.ค. 2013, 21:32
สวัสดีครับทุกท่านที่กำลังมองหา จักรยานซักคันไว้สำหรับออกกำลังกาย
ตัวผมเองเคยปั่นจักยานตอนปี 2010 ได้ไม่นานก็เลิกไปเพราะต้องไปเรียนต่อครับ
ตอนนี้กลับมาไทยแล้วเลยกลับมาปั่นจักรยานอีกครั้ง หลังจากที่หายไปนาน อะไรๆเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ
ที่ไม่เปลี่ยนคือยังแพงเหมือนเดิมครับ
สำหรับท่านที่กำลังคิดว่าอยากจะมีจักรยานซักคันไว้ปั่นออกกำลังกาย จะซื้อแบบไหนดีนะ
เสือหมอบ เสือภูเขา ไฮบริด หรือ ทัวร์ริ่ง ฯลฯ ผมอยากแนะนำว่าให้ดูจากเส้นทาง ที่เราจะเป็นเป็นประจำครับน่าจะเหมาะสมที่สุด
ถ้าบ้านท่านอยู่ติดถนนที่เรียบ (ซึ่งเป็นไปได้ยากมากๆ เอาเป็นว่า ที่ไม่มีฝาท่อตะแกรง ไม่มีหลุมบ่อเยอะๆ) ท่านสามารถลุยเสือหมอบได้เลยครับ
แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นอย่าพึ่งรีบซื้อเสือหมอบเลยครับ ดูเป็น เสือภูเขา ไฮบริด หรือ ทัวร์ริ่ง ดีกว่าครับ
หลังจากนั้นให้คำนวนงบประมาณดูครับว่ามีงบจริงๆเท่าไร สมมุติว่าผมมีงบไม่เกิน 30,000 บาทถ้วน นะครับ
แล้วลองหาจักรยานที่ราคาประมาณ 10,000-20,000 พอครับ อีก 10,000 ที่เหลือไว้สำหรับอุปกรณ์ต่างๆครับ
ครั้กแรกที่ผมซื้อจักรยานก็คิดว่าเอาให้เต็มงบไปเลยครับ อย่างอื่นไม่จำเป็น พอออกปั่นวันแรกใส่ผ้าใบ กางเกงบอล หมวกไม่มี ถุงมือไม่มี
ไม่ถึง 5 กิโลครับ หมดแรง กลับมาบ้านเจ็บก้นอีก เดินไม่ได้ไปสามวัน มือก็เจ็บครับ ปวดน่องอีก ประมาณว่า เฮ้ยอะไรมันจะเจ็บขนาดนี้
ผมก็เลยต้องไปหาซื้อ หมวก กางเกง รองเท้า+เปลี่ยนบันได ถุงมือ และติดไฟหน้า หลัง ด้วยครับ
ตอนไปถึงร้านให้ท่านเลือกของตามนี้ก่อนเลยครับ
1. หมวก
2. กางเกง (เสื้อไม่จำเป็นเท่าไรครับ แต่ถ้าซื้อได้ก็ดีครับ เสื้อจักรยานโปร่งมากครับ)
3. รองเท้า+เปลี่ยนบันได+คลีท
4. ถุงมือ
5. ไฟหน้า หลัง (ไมล์ มีหรือไม่มีก็ได้ครับ)
6. กระติกน้ำ(ส่วนใหญ่ร้านแถมให้ครับ)
7. และที่ขาดไม่ได้ที่สูบลม ครับ(ครั้งแรกไม่ทันคิดครับจอดไว้อาทิตย์นึงลมออกหมด อ่าวทำไงละทีนี้ ต้องแบกขึ้นรถไปหาร้านจักรยานอีก เหนื่อยครับ)
แล้วหลังจากนั้นค่อยมาเลือกจักรยานครับ หลังจากที่รู้ราคาอุปกรณ์ รวมๆตามด้านบนแล้ว สมมุติว่า 8,500 บาท งบจักรยานของท่านคือ 21,500 บาทครับ
ตอนนี้ก็ได้เวลาสนุกสนานครับ
การเลือกจักรยานให้เลือกตามนี้เลยครับ
1. งบประมาณ เกินไม่ได้นะครับ ดูราคาและรุ่นคร่าวๆจากอินเตอร์เนตไปก่อนครับ ผมดูไว้อย่างดี Trek 4400 2014 แน่นอน ไปถึงร้านปุ้ป ได้ Bianchi 26.1 มาแทนครับ
2. ไซส์ ต้องถูกไซส์จริงๆ
3. สี เอาที่ชอบเลยครับจะได้รู้สึกว่าหล่อเวลาปั่น
ขอขยายความใน ข้อ 2. เรื่องไซส์นะครับ ให้เซิช หาเอาจากใน Thaimtb.com นี่แหละครับ ใช้ความพยายามในการค้นหาด้วยตนเองแล้วจะมีความสุขครับ
ตอนผมซื้อ ให้ขืนคร่อมจักรยานครับ ก้นอยู่บน ท่อบน ไม่ใช่เบาะนะครับ ให้มีระยะห่างกับน้องชายของท่าน ซัก 2 นิ้ว ก็โอแล้วครับ
ลองนึกนะครับว่าถ้ามันชนพอดี แล้วเวลากระโดดลงมา ปึ้ก!!! หมดกันชายชาตรี
ครบถ้วนสมบูรณ์ท่านก็จะได้จักรยานพร้อมทั้งอุปกรณ์พร้อมสำหรับการออกกำลังกายครับ
เพิ่มเติมในส่วนของยางนะครับ ในกรณีที่ท่านซื้อ MTB แล้วจะขี่บนถนนทางเรียบส่วนใหญ่
ให้เพื่อเงินไว้ซัก 2,000 บาท เพื่อเปลี่ยนเป็นยางทางเรียบครับ เพราะมันจะเบาและไปได้ไกลกว่าในแรงที่เท่าๆกัน
ทำให้เรารู้สึกสนุกอยากไปนู่นไปนี่ครับ ขนาดที่แนะนำไม่ควรต่ำกว่า 1.75 ครับ
สำหรับไฮบริดและทัวร์ริ่ง ผมว่ามันก็คือๆ MTB ใส่ตะเกียบ ซึ่งจะเบาและขี่ง่ายกว่า ให้ไปลองดูที่ร้านเอานะครับว่าชอบไหม
หากมีข้อมูลได้ผิดพลาดหรือขาดตกไป ขออภัยมาด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ

ตัวผมเองเคยปั่นจักยานตอนปี 2010 ได้ไม่นานก็เลิกไปเพราะต้องไปเรียนต่อครับ
ตอนนี้กลับมาไทยแล้วเลยกลับมาปั่นจักรยานอีกครั้ง หลังจากที่หายไปนาน อะไรๆเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ
ที่ไม่เปลี่ยนคือยังแพงเหมือนเดิมครับ
สำหรับท่านที่กำลังคิดว่าอยากจะมีจักรยานซักคันไว้ปั่นออกกำลังกาย จะซื้อแบบไหนดีนะ
เสือหมอบ เสือภูเขา ไฮบริด หรือ ทัวร์ริ่ง ฯลฯ ผมอยากแนะนำว่าให้ดูจากเส้นทาง ที่เราจะเป็นเป็นประจำครับน่าจะเหมาะสมที่สุด
ถ้าบ้านท่านอยู่ติดถนนที่เรียบ (ซึ่งเป็นไปได้ยากมากๆ เอาเป็นว่า ที่ไม่มีฝาท่อตะแกรง ไม่มีหลุมบ่อเยอะๆ) ท่านสามารถลุยเสือหมอบได้เลยครับ
แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นอย่าพึ่งรีบซื้อเสือหมอบเลยครับ ดูเป็น เสือภูเขา ไฮบริด หรือ ทัวร์ริ่ง ดีกว่าครับ
หลังจากนั้นให้คำนวนงบประมาณดูครับว่ามีงบจริงๆเท่าไร สมมุติว่าผมมีงบไม่เกิน 30,000 บาทถ้วน นะครับ
แล้วลองหาจักรยานที่ราคาประมาณ 10,000-20,000 พอครับ อีก 10,000 ที่เหลือไว้สำหรับอุปกรณ์ต่างๆครับ
ครั้กแรกที่ผมซื้อจักรยานก็คิดว่าเอาให้เต็มงบไปเลยครับ อย่างอื่นไม่จำเป็น พอออกปั่นวันแรกใส่ผ้าใบ กางเกงบอล หมวกไม่มี ถุงมือไม่มี
ไม่ถึง 5 กิโลครับ หมดแรง กลับมาบ้านเจ็บก้นอีก เดินไม่ได้ไปสามวัน มือก็เจ็บครับ ปวดน่องอีก ประมาณว่า เฮ้ยอะไรมันจะเจ็บขนาดนี้
ผมก็เลยต้องไปหาซื้อ หมวก กางเกง รองเท้า+เปลี่ยนบันได ถุงมือ และติดไฟหน้า หลัง ด้วยครับ
1. หมวก
2. กางเกง (เสื้อไม่จำเป็นเท่าไรครับ แต่ถ้าซื้อได้ก็ดีครับ เสื้อจักรยานโปร่งมากครับ)
3. รองเท้า+เปลี่ยนบันได+คลีท
4. ถุงมือ
5. ไฟหน้า หลัง (ไมล์ มีหรือไม่มีก็ได้ครับ)
6. กระติกน้ำ(ส่วนใหญ่ร้านแถมให้ครับ)
7. และที่ขาดไม่ได้ที่สูบลม ครับ(ครั้งแรกไม่ทันคิดครับจอดไว้อาทิตย์นึงลมออกหมด อ่าวทำไงละทีนี้ ต้องแบกขึ้นรถไปหาร้านจักรยานอีก เหนื่อยครับ)
ตอนนี้ก็ได้เวลาสนุกสนานครับ
การเลือกจักรยานให้เลือกตามนี้เลยครับ
1. งบประมาณ เกินไม่ได้นะครับ ดูราคาและรุ่นคร่าวๆจากอินเตอร์เนตไปก่อนครับ ผมดูไว้อย่างดี Trek 4400 2014 แน่นอน ไปถึงร้านปุ้ป ได้ Bianchi 26.1 มาแทนครับ
2. ไซส์ ต้องถูกไซส์จริงๆ
3. สี เอาที่ชอบเลยครับจะได้รู้สึกว่าหล่อเวลาปั่น
ขอขยายความใน ข้อ 2. เรื่องไซส์นะครับ ให้เซิช หาเอาจากใน Thaimtb.com นี่แหละครับ ใช้ความพยายามในการค้นหาด้วยตนเองแล้วจะมีความสุขครับ
ตอนผมซื้อ ให้ขืนคร่อมจักรยานครับ ก้นอยู่บน ท่อบน ไม่ใช่เบาะนะครับ ให้มีระยะห่างกับน้องชายของท่าน ซัก 2 นิ้ว ก็โอแล้วครับ
ลองนึกนะครับว่าถ้ามันชนพอดี แล้วเวลากระโดดลงมา ปึ้ก!!! หมดกันชายชาตรี
ครบถ้วนสมบูรณ์ท่านก็จะได้จักรยานพร้อมทั้งอุปกรณ์พร้อมสำหรับการออกกำลังกายครับ
เพิ่มเติมในส่วนของยางนะครับ ในกรณีที่ท่านซื้อ MTB แล้วจะขี่บนถนนทางเรียบส่วนใหญ่
ให้เพื่อเงินไว้ซัก 2,000 บาท เพื่อเปลี่ยนเป็นยางทางเรียบครับ เพราะมันจะเบาและไปได้ไกลกว่าในแรงที่เท่าๆกัน
ทำให้เรารู้สึกสนุกอยากไปนู่นไปนี่ครับ ขนาดที่แนะนำไม่ควรต่ำกว่า 1.75 ครับ
สำหรับไฮบริดและทัวร์ริ่ง ผมว่ามันก็คือๆ MTB ใส่ตะเกียบ ซึ่งจะเบาและขี่ง่ายกว่า ให้ไปลองดูที่ร้านเอานะครับว่าชอบไหม
หากมีข้อมูลได้ผิดพลาดหรือขาดตกไป ขออภัยมาด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ