ซึ่งได้เห็นกันไปแล้วใน สเตจแรก และ สเตจ4 ตอนนี้มาทำความรู้จักมันให้มากขึ้นกันดีกว่าครับ

ตัวนี้ได้เห็นกันไปแล้ว ในสเตจแรก และ สเตจที่ 4

ส่วนตัวนี้คลาดว่าจะได้เห็นลงสนาม ถ้าแลนซ์ได้ครองเสื้อเหลือง....!!!!

ภาพการทดลอง Kamm tail shaping เฟรมลักษณะเฉพาะของTREK(รูปที่2จากด้านขวา)
ซึ่งให้ผลลัพท์แบบเดียวกับ เฟรม8:1 ลักษณะเดิม(รูปขวาสุด) และก็ให้ผลลัพท์ที่ดีกว่า เฟรม3:1(รูปที่2จากด้านซ้าย)
ในท้ายที่สุดเฟรม Kamm tail จะผลิตโดยไม่มีส่วนที่ตัดออก ตามในรูป(รูปที่2จากด้านขวา)

ลักษณะท่อบนที่ค่อนข้างกว้าง เพื่อรับน้ำหนักและป้องกันการบิดตัวเมื้อต้องรับน้ำหนัก

จะสังเกตเห็นว่าตัวจับบาร์จะเป็นชิ้นเดียวกันกับสเต็มไปเลย ไม่ใช่แค่ชิ้นเล็กที่ปิดแค่ด้านหน้าเหมือนรุ่นที่เห็นๆกัน

รูปแบบลักษณะที่เรียบของสเต็ม

เมื่อเอาก้ามเบรคหลังไปไว้ที่ chain stay แล้ว ส่วนตรงที่มาต่อกันของseat stay กับ seat tube ก็เรียบลื่นขึ้น

ย้ายน็อตรัดหลักอ่านมาอยู่ข้างหน้า เรียกได้ว่าแทบจะมองไม่เห็น

หลักอาน ไม่ได้เปลี่ยนเป็นลักษณะ Kamm ยังคงใช้ลักษณะเดิมเพื่อที่จะสามารถกลับด้านได้ สำหรับการเซ็ตรถได้หลายระยะ

ด้านขวาตรงตีนผีเป็นจุดเดียวที่จะเห็นสายโผล่ออกมา

สามเหลี่ยมด้านหลัง(ที่ทำมุมกันระหว่าง seatpost, seatstay, chain stay) เล็กลง เพื่อเพิ่มความstiff

เบรคหลังเอามาไว้ที่ chain stay ทำให้ดูเรียบ แทบมองไม่เห็นอีกเหมือนกัน

สายต่างจะถูกร้อยเข้าในบาร์มาที่สเต็มและลงไปที่เฟรมเลย เรียกได้ว่าไม่เห็นสายอะไรเลยนอกจากตรง ตีนผี

จุดที่ฝังตัวไมล์ มีทั้งวัดความเร็วและรอบขา ว่ากันว่ามันแทบจะไม่มีผลต่อ แอร์โรว์ไดนามิค

มีportเล็กๆที่ down tube เอาไว้สำหรับsetสายต่างที่อยู่ข้างใน

ว่ากันว่า giant ทำเฟรมtime trial ดีที่สุดในขณะนี้
trek จึงหยิบเอา chain stays แบบ giant มาใช้เพื่อความstiff และaerodynamics

Kamm tail เฟรม ลักษณะเฉพาะของ Trek Speed Concept
ก็นำมาใช้กับ fork blades, down tube, seat tube และ seat stays

กระโหลกระบบ BB90 แบบ integrated bearing




