เรื่องเบาะๆ ตอน เบาะรีวิว ภาคสาม Selle Anatomica, Tune, Charge, WTB
โพสต์: 23 ก.ย. 2013, 00:23
ขอขี้นกระทู้ใหม่ เป็นภาคสามนะครับ
ตามอ่านเรื่องเบาะๆ ภาคแรก เรื่อง Sit Bone การทำ เบาะ Fitting Brooks, Specialized, Fizik, San Marco, Selle Royale ได้ที่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
เรื่องเบาะๆ ภาคสอง Selle Italia, Selle SMP, Prologo ตามอ่านได้ที่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=795490
วันนี้มาคุยกันเรื่องเบาะหนังล้วนๆกันบ้างครับหลังจาก รีวิว Brooks ไปตั้งแต่กระทู้แรก เบาะที่จะมาพูดวันนี้คือเบาะ Selle Anatomica ครับ ผมรู้จักเจ้า Selle Anatomica ครั้งแรกนานแล้วครับ พอดีไปเจอเข้าตอนอ่านรีวิว Brooks แล้วมีคนเทียบ Brooks กับ Selle Anatomica ที่สนใจตอนนั้นก็คือคนที่รีวิวนี่ปรกติใช้ Brooks อยู่ แต่พอได้ลอง Selle Anatomica (ขอเรียกว่า SAA นะครับ สั้นหน่อย) แล้วมีการย้ายค่ายครับ ก็เลยจำได้ติดเลยทีเดียวว่ามันน่าจะต้องมีดีบ้างละน่า แต่ตอนที่เห็นตอนแรกนั้นผมเห็นว่าหน้าตามันคล้ายๆเบาะรุ่น Imperial ของ Brooks ก็เลยไม่ใด้สนใจเท่าใหร่ครับ
ตอนที่ผมช้อปปิ้งเบาะรอบแรกนี่ ตอนนั้นต้องการอะไรที่แทน Brooks B17 ได้แต่เบากว่าแยะพอควรครับ SAA ไม่ค่อยตอบโจทย์เรื่องเบาผมเท่าไหร่ ก็เลยไม่ใด้ลองค้นคว้าต่อ แต่ตอนที่ผมอ่านเรื่องของ SMP มีหลายคนให้ความเห็นว่า SAA นี่มีหลักการออกแบบเบาะอยู่สองสามอย่างที่คล้าย SMP ครับ เลยกลับมาอ่านใหม่ว่าที่มันคล้ายมันคล้ายตรงใหนบ้าง แต่เดี๋ยวเกริ่นประวัตินิดนะครับ มีอะไรที่น่าสนใจพอสมควร
Selle Anamotica จริงๆเป็นบริษัทอเมริกาครับ แม้ว่าจะตั้งชื่อฟังเหมือนกับเป็น Italy ก็ตาม คนก่อตั้งบริษัทเป็นวิศวกรชื่อ Tom Milton คุณ Tom นี่ตอนแรกแกก็ขี่จักรยานปรกติเหมือนเราๆท่านๆนี่ละครับ แต่ว่าเนื่องจากว่ามีภรรยาเป็นหมอ ก็คงปรับทุกข์กันเรื่องความไม่สบายของเบาะนั่งนี่ละครับ คุณ Tom นี่เป็นผู้ใช้ Brooks มาก่อน แต่ก็คงเห็นข้อเสียหลายอย่างก็เลย ทำการผ่าตัด Brooks เองโดยทำออกแบบแนว Cut Out ของตัวเองครับ แต่แทนที่จะออกแบบ Cut Out ให้มันหลบ อวัยวะส่วนอ่อนนุ่มอย่างเดียว คุณ Tom แกก็ปรีกษาภรรยาและออกแบบ Cut Out ให้มันแบ่งเบาะเป็นสองซีก และยังทำให้ทั้งสองซีก สามารถเคลื่อนใหวได้เป็น อิสระจากกัน (คุณ Tom ตอนนี้แกเสียไปแล้วนะครับ หัวใจวายขณะกำลังแข่ง Century อยู่ บริษัทก็ซวนเซไปพักใหญ่ ตอนนี้น้องสาวกับ ภรรยาเป็นคนช่วยทำบริษัทต่อครับ)
การทำแบบนี้มันมีหลักการอยู่ครับ ถ้ายังจำกันได้จากการริวิว เบาะ SMP ว่าเวลาคนเรานั่งเรามีการเปลี่ยนน้ำหนักกันตามมุมของสะโพกของเราครับ มารื้อฟื้นความจำกันนิดครับ ด้วยรูปข้างล่างนี้จะเห็นว่า ถ้าเรายิ่งเอียงตัว มุมของน้ำหนักที่ลงกับ กระดูกส่วนรับน้ำหนักก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆครับ
แต่ว่าอย่าลืมว่าเราดูรูปนีในมุมของการนั่งนิ่งๆอยู่ครับ ลองนีกภาพตอนกำลังปั่นครับ บางทีเราเปลี่ยนเกียร์ให้รถเร็วขี้น หรือขี้นสะพานขี้นเขา เราบางครั้งจำเป็นต้องเอียงตัวไปข้างหน้าเพิ่มขี้นเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งโดยปรกติเราจะทำกันเป็นอัตโนมัตินะครับ ทีนี้ในจังหวะที่เราทำเนื่องจากกลไกของจักรยานมันต้องมีการสลับขาซ้ายขวา มุมสะโพกของเรามันก็จะเอียงสลับไปมาตามจังหวะครับ ซี่งถ้าเป็นเบาะปรกติที่ไม่สามารถให้ตัวได้ เราก็ต้องใช้การปรับตัวเข้ากับเบาะแทน แต่จากมุมของ SAA เขาทำให้เบาะซ้ายขวาปรับตามผู้ใช้งานได้ ก็เลยตามหลักการน่าจะดีกว่าครับ ลองดู Video ของ SAA ครับ น่าจะเข้าใจง่ายยิ่งขี้น วีดีโอนี่เข้าเรียกว่า Butt Cam นะครับ หรือ เอากล้องจ่อก้นกันเลยนั่นเอง
ในวีดีโอนี่แบ่งเป็นสามตอนนะครับ ตอนแรกถ่ายตอนกำลังขี้นเขา เราจะเห็นการเคลื่อนของกระดูกจุดลงน้ำหนักตามจังหวะการซอยขากันได้ชัดพอสมควรครับ ส่วนตอนที่สองจะเป็นการถ่ายให้เห็นตอนที่ขี่ถนนที่ขรุขระให้เห็นการให้ตัวของเฟรม (ผมว่าตอนนี้ผมดูไม่ค่อยจะออกครับ แต่เห็นมุมลงน้ำหนักชัดกว่า ตอนแรก) ส่วนตอนสุดท้ายนี่ เป็นวีดิโอที่ทาง SAA บอกว่าคนแต่ละคนลงน้ำหนักไม่เท่ากันเป็นธรรมชาติในแต่ละข้าง โดยในคลิปนี่คนขี่ลงข้างซ้ายมากกว่าครับ โดยบอกว่าเนื่องจากเบาะแยกเคลื่อนใหวได้ซ้ายขวา ดังนั้นต่อให้คนนี้ลงน้ำหนักไม่สมดุล ร่างกายอีกข้างก็จะไม่มีผลกระทบทำให้ไม่รู้สีกเจ็บหรือชาไปพร้อมๆกัน สิ่งที่น่่าสนใจเรื่องซ้ายขวานี่ก็คือหลักการปรับเบาะของ Selle Anatomica มีการปรับเบาะเอียงซ้ายเอียงขวาเพื่อปรับสมดุลของการใช้งานด้วยนะครับ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกทีละกัน เพราะน่าจะใช้กับเบาะธรรมดาได้ด้วย
สรุบคือ SAA นี่ใช้หลักการด้านกายวิภาคของคนเรา ที่ร่างกายจะลงน้ำหนักไม่เหมือนกันในมุมการขี่ต่างๆกัน เหมือนๆกับที่เป็นแนวทางการออกแบบของ SMP ครับ แต่คิดลึกมากกว่าอีกชั้นหนึ่งก็คือ มองในมุมระหว่างการเคลื่อนใหวด้วย คุณ Tom แกคิดรูปแบบ Cut Out แบบนี้ได้ก็ดีใจครับ เอาการตัด Cut Out แบบนี้ไปจดสิทธิบัตรไว้ด้วยเรียบร้อย และหลังจากนั้นก็เริ่มทำเบาะของตัวเองแทนที่จะเอาเบาะ Brooks มาตัดครับ (SAA ยังมีการเสนอ ทางเลือกให้ลูกค้าที่ชอบใช้ เบาะ Brooks แต่อยากได้ Cut Out แบบนี้ว่าสามารถส่งเบาะมาให้ทำการผ่าตัดให้ก็ได้นะครับ แต่ค่าผ่าตัดนี่เพิ่มอีกไม่เท่าใหร่ก็ซื้อเบาะ SAA ได้แล้วครับ)
มีเกร็ดที่น่าสนใจนิดหน่อยครับว่าหลังจาก SAA เอาเบาะของตัวเองออกสู่ตลาดแล้ว Brooks ก็ได้กลับไปเอา เบาะ Brooks แบบ Imperials ที่เป็นรุ่นเก่าแก่ซึ่งตอนแรกเลิกทำไปแล้วมาออกใหม่ครับ คนรีวิวบางเจ้า ก็บอกว่าเป็นการตอบสนองด้านการตลาดกับ SAA อันนี้ก็ไม่ทราบว่าจริงเท็จประการใดครับ แต่ที่น่าสนใจก็คือถ้าเราเอา Imperial มาเทียบกับ SAA จะเห็นได้ชัดว่า Cutout ต่างกันครับ Cutout ของ SAA จะคล้ายๆ SMP ก็คือลากยาวตั้งแต่ข้างหลังมาจนถีงข้างหน้าจมูกเบาะเลยครับ และก็มีมุมเว้าพิเศษที่ทำให้มันมีการให้ตัวแยกกันได้ดีกว่า ตัวบนขวาคือ SAA นะครับ
ไอ้เจ้าร่องนี้ก็ไม่ได้มีข้อดีไปเสียทั้งหมดนะครับ ถ้าสังเกตจากวีดีโอจะเห็นว่าในคนแรก ตัวขอบหนังมันเข้ามาใกล้กันมากซึ่งอาจจะทำให้ เกิดอาการเจ็บขึ้นมาได้ครับ ทางแก้มีสองทางก็คือปรับให้หนังมันตีงขี้นจากจุดปรับที่หัว หรือให้ตัวแทนจำหน่ายเบาะทำการแต่งเบาะให้ขอบมันบางลงครับ
ข้อดีข้อที่สองที่ก็ยังเหมือนกับ SMP ก็คือ SAA ให้ขาเบาะยาวพิเศษครับทำให้สามารถปรับมุมเดินหน้าถอยหลังเบาะได้ง่ายกว่าเบาะปรกติ SAA ให้รางเบาะมายาวถีง 100 mm เลยทีเดียวครับ ซี่งมากกว่าเบาะธรรมดาถีง 3 cm.
ตัววัสดุทำเบาะของ SAA เป็นหนังนะครับ แต่มีสองแบบให้เลือก แบบแรก SAA เรียกว่า Watershed ครับ คือง่ายๆว่าเป็นหนังเคลือบสารกันน้ำ เป็นชั้นบางๆเคลือบผิวเบาะอยู่ ลักษณะการทำงานก็ต้องบอกว่าเป็นรุ่นน้ำไม่เกาะครับ สามารถขี่ลุยฝนได้สบายๆ แต่ถ้าจะจอดรถตากฝนไว้นานๆ นี่ SAA ก็ไม่แนะนำเหมือนกันครับ บอกว่าหนังก็คือหนัง ความชื้นยังไงก็ซึมเข้าได้ ใต้เบาะของ SAA จะมีการเคลือบ ลามิเนตครับ ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มโครงสร้างให้กับตัวเบาะ และอนุญาติให้เบาะสามารถให้ตัวได้พอดี และก็ยังกันน้ำจากด้านล่างได้อีกด้วย เจ้าการเคลือบชั้น Laminate นี่ก็เป็นจุดแข็งของ SAA อีกอย่างครับ เพราะมันทำให้ SAA เป็นเบาะหนังที่ไม่ต้องการ Break In มาก โดยเฉพาะรุ่นหนัง Watershed นี่ ถีงกับนั่งปุ้ปสบายกันเลยทีเดียวครับ ข้อเสียของเจ้า Watershed นี่อาจจะมีอย่างเดียวครับ คืออาจจะทำให้เบาะเสียทรงได้เร็วกว่า ทำให้ต้องมาปรับความตีงที่ตัวปรับหัวเบาะ บ่อยกว่าครับ รูปนี้เป็น เบาะรุ่น Titanico watershed ครับ สีกราไฟต์
นอกจากหนังแบบ Watershed แล้ว SAA ยังมีหนังอีกแบบนะครับ เรียกว่า TruLeather ซี่งจริงๆก็คือหนังจริงๆเลยแต่ผ่านกรรมวิธีพิเศษครับ ทำให้ได้เบาะที่ Break In ได้เร็วกว่าเบาะหนังแบบอื่นๆ SAA เคลมว่า Break In ในระดับเดือนเดียวครับ ข้อดีก็คือ มีความทนทานต่อแรงดีงแยะกว่าทำให้เบาะไม่เสียทรงช้ากว่าแบบ Watershed ครับ เจ้า Truleather นี่ก็มี ชั้นลามิเนตนะครับ โครงของเบาะจะถูกยึดด้วยเฟรมคล้ายของ Brooks ครับโดยมีตัวรั้งปรับความตีงอยู่ข้างหน้า และก็มีหมุดช่วยยีดรอบตัวเบาะ มีสีให้เลือกสองสีครับสำหรับหมุด ว่าจะเอาเป็นทองแดง หรือจะเอาเป็น เหล็กรมควันเหมือนสีปืน (Gun Metal) แปะรูปเบาะรุ่น Titanico-X สีธรรมชาติรุ่น Truleather ครับ
เบาะของ Selle Anatomica มีแค่ตระกูลเดียวครับ คือ Titanico แต่มีด้วยกันสามรุ่นครับ ก็คือ Titanico ธรรมดา, Titanico-X และก็ Titanico NSX ครับ
เจ้า Titanico กับ Titanico-X นี่จริงๆคือเบาะตัวเดียวกันเลยครับ ต่างกันที่ชั้นลามิเนตเท่านั้น โดย Titanico-X จะมีชั้นลามิเนตหนากว่าครับ ทำให้โครงสร้างของเบาะแข็งแรงกว่าและสามารถรับน้ำหนักคนนั่งได้ตั้งแต่ประมาณ 80-120 kg เลยครับ ในขณะที่เจ้า Titanico ทำมาสำหรับคนน้ำหนักตัวน้อยโดยห้ามมีน้ำหนักเกิน 80 kg ครับ แต่ถ้าต้องการเบาะที่ทนถีก อาจจะซื้อรุ่น Titanico-X ก็ได้ครับ ส่วนเจ้า รุ่น NSX นี่เป็นรุ่นใหม่ของ Titanico เลยครับ จะว่าไปก็คือรุ่นไม่เจาะร่องกลางเท่านั้นเอง แต่ส่วนวัสดุการใช้งานโครงเบาะก็ยังเหมือนกันครับ แค่หดความยาวขารางลงมาให้อยู่แค่ 80 mm ครับเพื่อความแข็งแรงในการรับน้ำหนัก NSX นี่เหมาะกับคนน้ำหนักตัวแยะครับ รองรับได้ถีง 120 Kg เลยทีเดียว เบาะทุกรุ่นของ Anatomica ต้องปรับมุมเบาะขี้น 0.5-1 องศานะครับ
Width 168 mm
Length 285 mm
Weight 460g -- Titanico, 500g -- Titanico-X, 510 NSX
ราคา ประมาณ $160 USD
แปะรูปเบาะ NSX สีดำ watershed หมุด ทองแดงครับ
ข้อดี: ออกแบบมาตรงตามการเคลื่อนใหวของกระดูกในการเอียงมุมสะโพก, รางขาเบาะยาวปรับแต่ง เบาะ fitting ง่าย, ระยะเวลาในการ Breakin สั้น นั่งสบายตั้งแต่วันแรกที่ซื้อเบาะ (Watershed), สามารถใช้งานในหน้าฝนได้ (Watershed อย่างเดียวครับ) อันสุดท้ายนี่ตรงใจผมมาก
ข้อเสีย: หนักทัดเทียม Brooks, บางคนอาจจะรู้สีกว่า ร่อง Cut Out เวลาใช้งานอาจจะมากดอวัยวะอ่อนนุ่มตอนใช้งานได้
จากการมาค้นคว้าอีกรอบนี่ เบาะของเจ้า Selle Anatomica นี่ก็น่าสนใจทีเดียวครับ ถ้าใครมองหาเบาะ style Brooks B17 หรือ Imperial อยู่ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ถือว่าทัดเทียมได้ครับ ตัวผมเองเดี๋ยวว่าจะลองสั่งมาลองเหมือนกันครับ เริ่มอยากรู้ว่าที่บางคนบอกว่าเบาะนี้นั่งสบายที่สุดในโลกตัวนีงนี่มันเป็นยังไง
วันนี้ขอลาครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเขียนเรื่องเบาะ Tune ให้อ่านกันครับ
ตามอ่านเรื่องเบาะๆ ภาคแรก เรื่อง Sit Bone การทำ เบาะ Fitting Brooks, Specialized, Fizik, San Marco, Selle Royale ได้ที่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
เรื่องเบาะๆ ภาคสอง Selle Italia, Selle SMP, Prologo ตามอ่านได้ที่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=795490
วันนี้มาคุยกันเรื่องเบาะหนังล้วนๆกันบ้างครับหลังจาก รีวิว Brooks ไปตั้งแต่กระทู้แรก เบาะที่จะมาพูดวันนี้คือเบาะ Selle Anatomica ครับ ผมรู้จักเจ้า Selle Anatomica ครั้งแรกนานแล้วครับ พอดีไปเจอเข้าตอนอ่านรีวิว Brooks แล้วมีคนเทียบ Brooks กับ Selle Anatomica ที่สนใจตอนนั้นก็คือคนที่รีวิวนี่ปรกติใช้ Brooks อยู่ แต่พอได้ลอง Selle Anatomica (ขอเรียกว่า SAA นะครับ สั้นหน่อย) แล้วมีการย้ายค่ายครับ ก็เลยจำได้ติดเลยทีเดียวว่ามันน่าจะต้องมีดีบ้างละน่า แต่ตอนที่เห็นตอนแรกนั้นผมเห็นว่าหน้าตามันคล้ายๆเบาะรุ่น Imperial ของ Brooks ก็เลยไม่ใด้สนใจเท่าใหร่ครับ
ตอนที่ผมช้อปปิ้งเบาะรอบแรกนี่ ตอนนั้นต้องการอะไรที่แทน Brooks B17 ได้แต่เบากว่าแยะพอควรครับ SAA ไม่ค่อยตอบโจทย์เรื่องเบาผมเท่าไหร่ ก็เลยไม่ใด้ลองค้นคว้าต่อ แต่ตอนที่ผมอ่านเรื่องของ SMP มีหลายคนให้ความเห็นว่า SAA นี่มีหลักการออกแบบเบาะอยู่สองสามอย่างที่คล้าย SMP ครับ เลยกลับมาอ่านใหม่ว่าที่มันคล้ายมันคล้ายตรงใหนบ้าง แต่เดี๋ยวเกริ่นประวัตินิดนะครับ มีอะไรที่น่าสนใจพอสมควร
Selle Anamotica จริงๆเป็นบริษัทอเมริกาครับ แม้ว่าจะตั้งชื่อฟังเหมือนกับเป็น Italy ก็ตาม คนก่อตั้งบริษัทเป็นวิศวกรชื่อ Tom Milton คุณ Tom นี่ตอนแรกแกก็ขี่จักรยานปรกติเหมือนเราๆท่านๆนี่ละครับ แต่ว่าเนื่องจากว่ามีภรรยาเป็นหมอ ก็คงปรับทุกข์กันเรื่องความไม่สบายของเบาะนั่งนี่ละครับ คุณ Tom นี่เป็นผู้ใช้ Brooks มาก่อน แต่ก็คงเห็นข้อเสียหลายอย่างก็เลย ทำการผ่าตัด Brooks เองโดยทำออกแบบแนว Cut Out ของตัวเองครับ แต่แทนที่จะออกแบบ Cut Out ให้มันหลบ อวัยวะส่วนอ่อนนุ่มอย่างเดียว คุณ Tom แกก็ปรีกษาภรรยาและออกแบบ Cut Out ให้มันแบ่งเบาะเป็นสองซีก และยังทำให้ทั้งสองซีก สามารถเคลื่อนใหวได้เป็น อิสระจากกัน (คุณ Tom ตอนนี้แกเสียไปแล้วนะครับ หัวใจวายขณะกำลังแข่ง Century อยู่ บริษัทก็ซวนเซไปพักใหญ่ ตอนนี้น้องสาวกับ ภรรยาเป็นคนช่วยทำบริษัทต่อครับ)
การทำแบบนี้มันมีหลักการอยู่ครับ ถ้ายังจำกันได้จากการริวิว เบาะ SMP ว่าเวลาคนเรานั่งเรามีการเปลี่ยนน้ำหนักกันตามมุมของสะโพกของเราครับ มารื้อฟื้นความจำกันนิดครับ ด้วยรูปข้างล่างนี้จะเห็นว่า ถ้าเรายิ่งเอียงตัว มุมของน้ำหนักที่ลงกับ กระดูกส่วนรับน้ำหนักก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆครับ
แต่ว่าอย่าลืมว่าเราดูรูปนีในมุมของการนั่งนิ่งๆอยู่ครับ ลองนีกภาพตอนกำลังปั่นครับ บางทีเราเปลี่ยนเกียร์ให้รถเร็วขี้น หรือขี้นสะพานขี้นเขา เราบางครั้งจำเป็นต้องเอียงตัวไปข้างหน้าเพิ่มขี้นเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งโดยปรกติเราจะทำกันเป็นอัตโนมัตินะครับ ทีนี้ในจังหวะที่เราทำเนื่องจากกลไกของจักรยานมันต้องมีการสลับขาซ้ายขวา มุมสะโพกของเรามันก็จะเอียงสลับไปมาตามจังหวะครับ ซี่งถ้าเป็นเบาะปรกติที่ไม่สามารถให้ตัวได้ เราก็ต้องใช้การปรับตัวเข้ากับเบาะแทน แต่จากมุมของ SAA เขาทำให้เบาะซ้ายขวาปรับตามผู้ใช้งานได้ ก็เลยตามหลักการน่าจะดีกว่าครับ ลองดู Video ของ SAA ครับ น่าจะเข้าใจง่ายยิ่งขี้น วีดีโอนี่เข้าเรียกว่า Butt Cam นะครับ หรือ เอากล้องจ่อก้นกันเลยนั่นเอง
ในวีดีโอนี่แบ่งเป็นสามตอนนะครับ ตอนแรกถ่ายตอนกำลังขี้นเขา เราจะเห็นการเคลื่อนของกระดูกจุดลงน้ำหนักตามจังหวะการซอยขากันได้ชัดพอสมควรครับ ส่วนตอนที่สองจะเป็นการถ่ายให้เห็นตอนที่ขี่ถนนที่ขรุขระให้เห็นการให้ตัวของเฟรม (ผมว่าตอนนี้ผมดูไม่ค่อยจะออกครับ แต่เห็นมุมลงน้ำหนักชัดกว่า ตอนแรก) ส่วนตอนสุดท้ายนี่ เป็นวีดิโอที่ทาง SAA บอกว่าคนแต่ละคนลงน้ำหนักไม่เท่ากันเป็นธรรมชาติในแต่ละข้าง โดยในคลิปนี่คนขี่ลงข้างซ้ายมากกว่าครับ โดยบอกว่าเนื่องจากเบาะแยกเคลื่อนใหวได้ซ้ายขวา ดังนั้นต่อให้คนนี้ลงน้ำหนักไม่สมดุล ร่างกายอีกข้างก็จะไม่มีผลกระทบทำให้ไม่รู้สีกเจ็บหรือชาไปพร้อมๆกัน สิ่งที่น่่าสนใจเรื่องซ้ายขวานี่ก็คือหลักการปรับเบาะของ Selle Anatomica มีการปรับเบาะเอียงซ้ายเอียงขวาเพื่อปรับสมดุลของการใช้งานด้วยนะครับ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกทีละกัน เพราะน่าจะใช้กับเบาะธรรมดาได้ด้วย
สรุบคือ SAA นี่ใช้หลักการด้านกายวิภาคของคนเรา ที่ร่างกายจะลงน้ำหนักไม่เหมือนกันในมุมการขี่ต่างๆกัน เหมือนๆกับที่เป็นแนวทางการออกแบบของ SMP ครับ แต่คิดลึกมากกว่าอีกชั้นหนึ่งก็คือ มองในมุมระหว่างการเคลื่อนใหวด้วย คุณ Tom แกคิดรูปแบบ Cut Out แบบนี้ได้ก็ดีใจครับ เอาการตัด Cut Out แบบนี้ไปจดสิทธิบัตรไว้ด้วยเรียบร้อย และหลังจากนั้นก็เริ่มทำเบาะของตัวเองแทนที่จะเอาเบาะ Brooks มาตัดครับ (SAA ยังมีการเสนอ ทางเลือกให้ลูกค้าที่ชอบใช้ เบาะ Brooks แต่อยากได้ Cut Out แบบนี้ว่าสามารถส่งเบาะมาให้ทำการผ่าตัดให้ก็ได้นะครับ แต่ค่าผ่าตัดนี่เพิ่มอีกไม่เท่าใหร่ก็ซื้อเบาะ SAA ได้แล้วครับ)
มีเกร็ดที่น่าสนใจนิดหน่อยครับว่าหลังจาก SAA เอาเบาะของตัวเองออกสู่ตลาดแล้ว Brooks ก็ได้กลับไปเอา เบาะ Brooks แบบ Imperials ที่เป็นรุ่นเก่าแก่ซึ่งตอนแรกเลิกทำไปแล้วมาออกใหม่ครับ คนรีวิวบางเจ้า ก็บอกว่าเป็นการตอบสนองด้านการตลาดกับ SAA อันนี้ก็ไม่ทราบว่าจริงเท็จประการใดครับ แต่ที่น่าสนใจก็คือถ้าเราเอา Imperial มาเทียบกับ SAA จะเห็นได้ชัดว่า Cutout ต่างกันครับ Cutout ของ SAA จะคล้ายๆ SMP ก็คือลากยาวตั้งแต่ข้างหลังมาจนถีงข้างหน้าจมูกเบาะเลยครับ และก็มีมุมเว้าพิเศษที่ทำให้มันมีการให้ตัวแยกกันได้ดีกว่า ตัวบนขวาคือ SAA นะครับ
ไอ้เจ้าร่องนี้ก็ไม่ได้มีข้อดีไปเสียทั้งหมดนะครับ ถ้าสังเกตจากวีดีโอจะเห็นว่าในคนแรก ตัวขอบหนังมันเข้ามาใกล้กันมากซึ่งอาจจะทำให้ เกิดอาการเจ็บขึ้นมาได้ครับ ทางแก้มีสองทางก็คือปรับให้หนังมันตีงขี้นจากจุดปรับที่หัว หรือให้ตัวแทนจำหน่ายเบาะทำการแต่งเบาะให้ขอบมันบางลงครับ
ข้อดีข้อที่สองที่ก็ยังเหมือนกับ SMP ก็คือ SAA ให้ขาเบาะยาวพิเศษครับทำให้สามารถปรับมุมเดินหน้าถอยหลังเบาะได้ง่ายกว่าเบาะปรกติ SAA ให้รางเบาะมายาวถีง 100 mm เลยทีเดียวครับ ซี่งมากกว่าเบาะธรรมดาถีง 3 cm.
ตัววัสดุทำเบาะของ SAA เป็นหนังนะครับ แต่มีสองแบบให้เลือก แบบแรก SAA เรียกว่า Watershed ครับ คือง่ายๆว่าเป็นหนังเคลือบสารกันน้ำ เป็นชั้นบางๆเคลือบผิวเบาะอยู่ ลักษณะการทำงานก็ต้องบอกว่าเป็นรุ่นน้ำไม่เกาะครับ สามารถขี่ลุยฝนได้สบายๆ แต่ถ้าจะจอดรถตากฝนไว้นานๆ นี่ SAA ก็ไม่แนะนำเหมือนกันครับ บอกว่าหนังก็คือหนัง ความชื้นยังไงก็ซึมเข้าได้ ใต้เบาะของ SAA จะมีการเคลือบ ลามิเนตครับ ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มโครงสร้างให้กับตัวเบาะ และอนุญาติให้เบาะสามารถให้ตัวได้พอดี และก็ยังกันน้ำจากด้านล่างได้อีกด้วย เจ้าการเคลือบชั้น Laminate นี่ก็เป็นจุดแข็งของ SAA อีกอย่างครับ เพราะมันทำให้ SAA เป็นเบาะหนังที่ไม่ต้องการ Break In มาก โดยเฉพาะรุ่นหนัง Watershed นี่ ถีงกับนั่งปุ้ปสบายกันเลยทีเดียวครับ ข้อเสียของเจ้า Watershed นี่อาจจะมีอย่างเดียวครับ คืออาจจะทำให้เบาะเสียทรงได้เร็วกว่า ทำให้ต้องมาปรับความตีงที่ตัวปรับหัวเบาะ บ่อยกว่าครับ รูปนี้เป็น เบาะรุ่น Titanico watershed ครับ สีกราไฟต์
นอกจากหนังแบบ Watershed แล้ว SAA ยังมีหนังอีกแบบนะครับ เรียกว่า TruLeather ซี่งจริงๆก็คือหนังจริงๆเลยแต่ผ่านกรรมวิธีพิเศษครับ ทำให้ได้เบาะที่ Break In ได้เร็วกว่าเบาะหนังแบบอื่นๆ SAA เคลมว่า Break In ในระดับเดือนเดียวครับ ข้อดีก็คือ มีความทนทานต่อแรงดีงแยะกว่าทำให้เบาะไม่เสียทรงช้ากว่าแบบ Watershed ครับ เจ้า Truleather นี่ก็มี ชั้นลามิเนตนะครับ โครงของเบาะจะถูกยึดด้วยเฟรมคล้ายของ Brooks ครับโดยมีตัวรั้งปรับความตีงอยู่ข้างหน้า และก็มีหมุดช่วยยีดรอบตัวเบาะ มีสีให้เลือกสองสีครับสำหรับหมุด ว่าจะเอาเป็นทองแดง หรือจะเอาเป็น เหล็กรมควันเหมือนสีปืน (Gun Metal) แปะรูปเบาะรุ่น Titanico-X สีธรรมชาติรุ่น Truleather ครับ
เบาะของ Selle Anatomica มีแค่ตระกูลเดียวครับ คือ Titanico แต่มีด้วยกันสามรุ่นครับ ก็คือ Titanico ธรรมดา, Titanico-X และก็ Titanico NSX ครับ
เจ้า Titanico กับ Titanico-X นี่จริงๆคือเบาะตัวเดียวกันเลยครับ ต่างกันที่ชั้นลามิเนตเท่านั้น โดย Titanico-X จะมีชั้นลามิเนตหนากว่าครับ ทำให้โครงสร้างของเบาะแข็งแรงกว่าและสามารถรับน้ำหนักคนนั่งได้ตั้งแต่ประมาณ 80-120 kg เลยครับ ในขณะที่เจ้า Titanico ทำมาสำหรับคนน้ำหนักตัวน้อยโดยห้ามมีน้ำหนักเกิน 80 kg ครับ แต่ถ้าต้องการเบาะที่ทนถีก อาจจะซื้อรุ่น Titanico-X ก็ได้ครับ ส่วนเจ้า รุ่น NSX นี่เป็นรุ่นใหม่ของ Titanico เลยครับ จะว่าไปก็คือรุ่นไม่เจาะร่องกลางเท่านั้นเอง แต่ส่วนวัสดุการใช้งานโครงเบาะก็ยังเหมือนกันครับ แค่หดความยาวขารางลงมาให้อยู่แค่ 80 mm ครับเพื่อความแข็งแรงในการรับน้ำหนัก NSX นี่เหมาะกับคนน้ำหนักตัวแยะครับ รองรับได้ถีง 120 Kg เลยทีเดียว เบาะทุกรุ่นของ Anatomica ต้องปรับมุมเบาะขี้น 0.5-1 องศานะครับ
Width 168 mm
Length 285 mm
Weight 460g -- Titanico, 500g -- Titanico-X, 510 NSX
ราคา ประมาณ $160 USD
แปะรูปเบาะ NSX สีดำ watershed หมุด ทองแดงครับ
ข้อดี: ออกแบบมาตรงตามการเคลื่อนใหวของกระดูกในการเอียงมุมสะโพก, รางขาเบาะยาวปรับแต่ง เบาะ fitting ง่าย, ระยะเวลาในการ Breakin สั้น นั่งสบายตั้งแต่วันแรกที่ซื้อเบาะ (Watershed), สามารถใช้งานในหน้าฝนได้ (Watershed อย่างเดียวครับ) อันสุดท้ายนี่ตรงใจผมมาก
ข้อเสีย: หนักทัดเทียม Brooks, บางคนอาจจะรู้สีกว่า ร่อง Cut Out เวลาใช้งานอาจจะมากดอวัยวะอ่อนนุ่มตอนใช้งานได้
จากการมาค้นคว้าอีกรอบนี่ เบาะของเจ้า Selle Anatomica นี่ก็น่าสนใจทีเดียวครับ ถ้าใครมองหาเบาะ style Brooks B17 หรือ Imperial อยู่ตัวนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ถือว่าทัดเทียมได้ครับ ตัวผมเองเดี๋ยวว่าจะลองสั่งมาลองเหมือนกันครับ เริ่มอยากรู้ว่าที่บางคนบอกว่าเบาะนี้นั่งสบายที่สุดในโลกตัวนีงนี่มันเป็นยังไง
วันนี้ขอลาครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเขียนเรื่องเบาะ Tune ให้อ่านกันครับ