(กระทู้นำร่อง Car Free Day) รายการคนกรุงเก่าเล่าเรื่อง พูดถึงแวดวงจักรยาน ในตอนสาวบ้านแต้ขี่จักรยาน 6 กันยายน 2556
โพสต์: 12 ก.ย. 2013, 17:37
ช่วงนี้ได้ฟังรายการย้อนหลังของวิทยุหลังทางอินเตอร์เนต ไปเจอรายการ คนกรุงเก่าเล่าเรื่อง ของคุณมาโนช พุฒตาล เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 ตอนสาวบ้านแต้ขี่จักรยาน
พูดถึงเรื่องราวของแวดวงจักรยานและข่าวรัฐบาลนำเรื่องการส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานเป็นวาระแห่งชาติ ผมจึงถ่ายทอดเนื้อหาในช่วงท้ายรายการมาให้อ่านกัน ถือว่าเป็นการร่วมนำร่อง Car Free Day เชิญอ่านกันตามสะดวกนะครับ
คนกรุงเก่าเล่าเรื่อง วันที่ 6กันยายน 2556 ตอน สาวบ้านแต้ขี่จักรยาน
......เมื่อครั้งที่รฐบาลเค้านำเสนอแนวคิดเรื่องซื้อรถยนต์คันแรก แล้วก็ลดหย่อนภาษีให้นั้น ก็ประมาณว่าใครที่ซื้อรถคันแรกหนึ่งคัน ก็ได้ลดหย่อนภาษีตั้งเป็นเงินหลายหมื่นบาทถึงหลักแสนบาท ก็เป็นการแก้ปัญหา เพื่อจะให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย มีรถยนต์ใช้.... แต่ในที่สุดมันกลายมาเป็นงูกินหาง ปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสะดวกที่จะได้รับ กลายเป็นความทุกข์ยากอีกครั้งอยู่ดี เพราะว่ารถติด ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมันและก็ค่าผ่อนส่ง โดยที่รัฐก็ต้องคลักเงินมหาศาลก้อนนั้นสำหรับเป็นค่าภาษี ผมยังอดนึกเสียดายเลยว่าเงินก้อนนี้ เปลี่ยนเป็นนโยบายรถคันแรกเหมือนกัน แต่เป็นจักรยานสองล้อคันแรก แล้วแจกให้ฟรีเลย เงินก้อนเดียวกันนี้แหละครับ ถามว่าซื้อจักรยานสองล้อคุณภาพดีได้กี่หมื่นคัน หรือถ้าเป็นแสนคันหล่ะ จักรยานชั้นดีนี้ราคาไม่เกิน 5000 บาทอยู่แล้ว แล้วถ้ามีการสั่งผลิตกันทีเดียวเป็นหลักหมื่นคัน คงถูกลงอีกเยอะด้วยซ้ำ แล้วก็ประทับตราใส่หน้าภาพของหัวหน้ารัฐบาลลงไปในจักรยานคันนี้ก็ยังได้เลย ถ้าจะคิดว่ามันจะเป็นประชานิยมแล้วละก็ แล้วแจกประชาชนครอบครัวละ 1 คัน สำหรับครอบครัวที่ยังไม่มีจักรยานนะครับ เมื่อมีครอบครัวใหม่ ๆ หนึ่งแสนครอบครัวมีจักรยาน 2 ล้อ ครอบครัวละ 1 คัน ผลักดันถนน ผลักดันเส้นทางสร้างขึ้นมาสำหรับจักรยาน 2 ล้อ เราลองจินตภาพ จินตนาการนึกฝันซิว่า เมืองใหญ่ๆ ในประเทศไทยมันจะน่าอยู่ขึ้นมั้ย แล้วถามว่าประชาชนจะรักหัวหน้ารัฐบาลผู้นั้นที่มีหน้าปรากฎบนจักรยานนี้ คงรักไปอีกนานเท่านาน เพราะจักรยานคันหนึ่งมีอายุการใช้งานไม่ใช่ปีสองปีครับ ดูแลดีๆ มันอยู่ชั่วชีวิต..... เพลงมันทำให้เศร้านะ (มีเพลงบรรเลงประกอบขณะพูด) มันเศร้าเพราะเสียงเพลง หรือมันเศร้าเพราะเนื้อหาของมัน.... ปั่นจักรยานไปน้ำตาไหลพรากนะครับ ฮึๆ (พูดกลั้วขำ) ไม่ได้ไหลเพราะความเศร้าซึ้งหรอกครับ ไหลเพราะขี้ฝุ่น ควันรถยนต์ ..... สู้ต่อไปครับ สู้กันต่อไป ชาวจักรยานสองล้อทั้งหลาย พวกเรามากันถูกทางแล้ว จริงๆ ไม่ต้องบอกด้วยว่าการขี่จักรยาน 2 ล้อนั้นมาถูกทางแล้ว เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่ในตัวของมันเองด้วยอยู่แล้วครับ วันนี้ลากันไปเพียงเท่านี้ครับ จากผม มาโนช พุฒตาล บุตรของนายเฉลียวกับนางอำไพ... สุขสันต์กับการขี่จักรยานครับ สวัสดีครับ...
ฟังรายละเอียดกันเต็ม ๆ ตาม Link นี้นะครับ
http://www2.mcot.net/fm965/audio/view/i ... 6e17000108
พูดถึงเรื่องราวของแวดวงจักรยานและข่าวรัฐบาลนำเรื่องการส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานเป็นวาระแห่งชาติ ผมจึงถ่ายทอดเนื้อหาในช่วงท้ายรายการมาให้อ่านกัน ถือว่าเป็นการร่วมนำร่อง Car Free Day เชิญอ่านกันตามสะดวกนะครับ
คนกรุงเก่าเล่าเรื่อง วันที่ 6กันยายน 2556 ตอน สาวบ้านแต้ขี่จักรยาน
......เมื่อครั้งที่รฐบาลเค้านำเสนอแนวคิดเรื่องซื้อรถยนต์คันแรก แล้วก็ลดหย่อนภาษีให้นั้น ก็ประมาณว่าใครที่ซื้อรถคันแรกหนึ่งคัน ก็ได้ลดหย่อนภาษีตั้งเป็นเงินหลายหมื่นบาทถึงหลักแสนบาท ก็เป็นการแก้ปัญหา เพื่อจะให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย มีรถยนต์ใช้.... แต่ในที่สุดมันกลายมาเป็นงูกินหาง ปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความสะดวกที่จะได้รับ กลายเป็นความทุกข์ยากอีกครั้งอยู่ดี เพราะว่ารถติด ค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำมันและก็ค่าผ่อนส่ง โดยที่รัฐก็ต้องคลักเงินมหาศาลก้อนนั้นสำหรับเป็นค่าภาษี ผมยังอดนึกเสียดายเลยว่าเงินก้อนนี้ เปลี่ยนเป็นนโยบายรถคันแรกเหมือนกัน แต่เป็นจักรยานสองล้อคันแรก แล้วแจกให้ฟรีเลย เงินก้อนเดียวกันนี้แหละครับ ถามว่าซื้อจักรยานสองล้อคุณภาพดีได้กี่หมื่นคัน หรือถ้าเป็นแสนคันหล่ะ จักรยานชั้นดีนี้ราคาไม่เกิน 5000 บาทอยู่แล้ว แล้วถ้ามีการสั่งผลิตกันทีเดียวเป็นหลักหมื่นคัน คงถูกลงอีกเยอะด้วยซ้ำ แล้วก็ประทับตราใส่หน้าภาพของหัวหน้ารัฐบาลลงไปในจักรยานคันนี้ก็ยังได้เลย ถ้าจะคิดว่ามันจะเป็นประชานิยมแล้วละก็ แล้วแจกประชาชนครอบครัวละ 1 คัน สำหรับครอบครัวที่ยังไม่มีจักรยานนะครับ เมื่อมีครอบครัวใหม่ ๆ หนึ่งแสนครอบครัวมีจักรยาน 2 ล้อ ครอบครัวละ 1 คัน ผลักดันถนน ผลักดันเส้นทางสร้างขึ้นมาสำหรับจักรยาน 2 ล้อ เราลองจินตภาพ จินตนาการนึกฝันซิว่า เมืองใหญ่ๆ ในประเทศไทยมันจะน่าอยู่ขึ้นมั้ย แล้วถามว่าประชาชนจะรักหัวหน้ารัฐบาลผู้นั้นที่มีหน้าปรากฎบนจักรยานนี้ คงรักไปอีกนานเท่านาน เพราะจักรยานคันหนึ่งมีอายุการใช้งานไม่ใช่ปีสองปีครับ ดูแลดีๆ มันอยู่ชั่วชีวิต..... เพลงมันทำให้เศร้านะ (มีเพลงบรรเลงประกอบขณะพูด) มันเศร้าเพราะเสียงเพลง หรือมันเศร้าเพราะเนื้อหาของมัน.... ปั่นจักรยานไปน้ำตาไหลพรากนะครับ ฮึๆ (พูดกลั้วขำ) ไม่ได้ไหลเพราะความเศร้าซึ้งหรอกครับ ไหลเพราะขี้ฝุ่น ควันรถยนต์ ..... สู้ต่อไปครับ สู้กันต่อไป ชาวจักรยานสองล้อทั้งหลาย พวกเรามากันถูกทางแล้ว จริงๆ ไม่ต้องบอกด้วยว่าการขี่จักรยาน 2 ล้อนั้นมาถูกทางแล้ว เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่ในตัวของมันเองด้วยอยู่แล้วครับ วันนี้ลากันไปเพียงเท่านี้ครับ จากผม มาโนช พุฒตาล บุตรของนายเฉลียวกับนางอำไพ... สุขสันต์กับการขี่จักรยานครับ สวัสดีครับ...
ฟังรายละเอียดกันเต็ม ๆ ตาม Link นี้นะครับ
http://www2.mcot.net/fm965/audio/view/i ... 6e17000108