หน้า 1 จากทั้งหมด 3
ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กย.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 26 ส.ค. 2013, 06:28
โดย ThaiNCC
เส้นทาง......เลียบคลองภาษีเจริญ
วันที่..........อาทิตย์ 8 กย.56
เวลา..........8.00 น.
จุดนัดพบ.....ใต้สะพานพุทธฝั่งธนบุรี
สภาพทาง....ทางปูนแคบเลียบคลอง มีราวบ้างไม่มีบ้าง มีสะพานให้เข็นบ้างยกบ้าง
ตามลิงต์
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=776164
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 26 ส.ค. 2013, 06:30
โดย ThaiNCC
คลองภาษีเจริญเป็นคลองขุดจึงมีแนวคลองตรงดิ่ง ปากคลองด้านตะวันออกเชื่อมต่อกับคลองบางกอกใหญ่ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญของหลวงพ่อสด ปากคลองด้านตะวันตกเชื่อมต่อกับแม่น้ำท่าจีนที่ตำบลดอนไก่ดี สมุทรสาคร ชื่อคลองภาษีเจริญตั้งชื่อตามพระภาษีสมบัติบริบูรณ์แม่กองผู้ดำเนินการขุด คลองนี้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจเชื่อการค้าระหว่างเมืองท่าจีนกับพระนคร แต่ในปัจจุบันคลองนี้กลายเป็นเส้นทางท่องเทียวของพวกเราเสียแล้ว 555.....เราจะเริ่มที่จุดนัดพบใต้สะพานพุทธฝั่งธนบุรีปั่นไปตามถนนเทอดไทยถึงวัดปากน้ำภาษีเจริญจากนั้นก็ยึดแนวคลองเป็นเส้นทางผจญภัย จะมีบางช่วงที่ต้องมาปั่นบนถนนร่วมกับรถยนต์บ้างในช่วงที่ทางเลียบคลองไม่ต่อเนื่อง ผ่านวัดรางบัว วัดนิมานนรดี ชุมชนโบราญฝั่งตรงข้ามวัดนิมานนรดี ผ่านต้นไทรยักษ์อายุร้อยปีมีศาลเจ้าแม่ไทรด้วย ผ่านวัดม่วง วัดหลักสาม วัดหนองแขม ศาลเจ้าเปากง(เปาบุ้นจิ้น) ถึงวัดใหม่หนองพะองประมาณเที่ยง กินข้าวที่ตลาดภู่ยอดยิ่ง ขากลับตามอัธยาศัยนะครับใครจะแยกทางเมื่อไรก็ได้ส่วนกระผมจะใช้ถนนพุทธมณฑลสายสอง ถนนบรมราชชนนี ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ สะพานพระรามเจ็ด
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 26 ส.ค. 2013, 06:31
โดย ThaiNCC
ชุมชนโบราญฝั่งตรงข้ามวัดนิมานนรดี ช่วยกันไปกินไปจ่ายกันหน่อยนะครับ อย่าให้เขาต้องขายบ้านให้นายทุนมาสร้างชูชัยบุรีนะคร้าบ
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 26 ส.ค. 2013, 06:33
โดย ThaiNCC
เจ้าแม่ไทรทองครับ ส่วนภาพล่างคือวัดม่วง
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 26 ส.ค. 2013, 06:34
โดย ThaiNCC
วันนี้โชคดีจริงๆ ได้สัมผัสเส้นทางการค้าแบบโบราญ คุณป้าตะโกนบอกผมว่า "ไม่มีอีกแล้วนะ ลำนี้ลำสุดท้าย" เคยออกทีวีด้วยนะ รายการ "คนค้นคน" เรือลำนี้คงเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเส้นทางการค้าสายนี้ วันที่ 8 กย.ช่วยผ่านมาอีกรอบได้ไหมคุณป้า

Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 26 ส.ค. 2013, 06:36
โดย ThaiNCC
]ภาพบนเป็นร้านค้าที่เราแวะดื่มน้ำ ภาพล่างเป็นศาลไคฟงก่อนถึงวัดใหม่หนองพะอง
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 26 ส.ค. 2013, 06:37
โดย ThaiNCC
ถามว่ามียกรภไหม....มีเพียบ

มีทั้งแบบเข็นได้และแบบเข็นไม่ได้
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 27 ส.ค. 2013, 17:14
โดย ตันซ่งไช้
งานเข้าละซี....ระวังกันด้วยนะคร้าบ
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 28 ส.ค. 2013, 08:11
โดย woodyvuth
แหล่ม !! อีกแล้วครับท่าน

Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กค.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 28 ส.ค. 2013, 19:34
โดย pompop
อยากไปปั่นด้วยแต่กลัวตกสะพาน

Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กย.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 31 ส.ค. 2013, 19:41
โดย lekkkk
น่าสนใจมากๆ
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กย.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 02 ก.ย. 2013, 11:54
โดย patcharad
ขอร่วมเข้าด้วยนะครับ ผมปั่นฟิกเกียร์พึ่งเริ่มได้ไม่นาน อยากมีส่วนร่วม-ชอบชมรมนี้คับ
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กย.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 02 ก.ย. 2013, 16:46
โดย max69
ไปด้วยเหมือนเดิม ออกจากสวนรถไฟ 7.00 ถึงสะพานพุทธน่าจะ8โมงเหมือนครั้งที่แล้ว รอผมด้วยนะน้าสมชาย บ้านอยู่ไกลมือใหม่แถมขาอ่อนด้วย

Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กย.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 03 ก.ย. 2013, 13:58
โดย ลุงโท
เป็นทริปที่น่าท่องเที่ยวทริปนึงทีเดียว ถ้าไม่รีบร้อน แวะเที่ยวชมไปเรื่อย แต่ขากลับ กลับไงหว่า
คลองภาษีเจริญ เริ่มต้นที่บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่และคลองบางขุนศรีมาบรรจบกัน ไปเชื่อมแม่น้ำท่าจีนที่ตำบลดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร รวมความยาว 28 กิโลเมตร โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระภาษีสมบัติบริบูรณ์ (ยิ้ม พิศลยบุตร) เจ้าภาษีฝิ่นเป็นแม่กองขุด ใช้เงินภาษีฝิ่นพระราชทานเป็นเงิน 112,000 บาท [1] พระราชทานนามว่า “คลองภาษีเจริญ” แล้วเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเปิดคลองในปี พ.ศ. 2415[2] ได้คลองมีความยาว 620 เส้น กว้าง 7 วา ลึก 5 ศอก [3] ต่อมาในปี พ.ศ. 2428 - 2429 และ 2446 ได้มีการขุดลอกอีกครั้ง[4] พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้ทำพิธีเปิดคลองเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม[5] มีประตูน้ำ 2 แห่ง สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2450 เสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2452 คือ ประตูน้ำภาษีเจริญตอนนอก อยู่ในเขตภาษีเจริญ และประตูน้ำภาษีเจริญตอนในอยู่ทางด้านแม่น้ำท่าจีน คลองภาษีเจริญ ไหลผ่านอาณาเขตเขตภาษีเจริญ เขตบางแค และเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร
สถานที่สำคัญริมคลองภาษีเจริญ[แก้]
วัดปากน้ำภาษีเจริญ
วัดโคนอน
วัดรางบัว
วัดนิมมานรดี
วัดม่วง
วัดหนองแขม
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ ณ ที่ราบลุ่มบางกอกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่ริมคลองหลวงหรือ คลองบางกอกใหญ่ อันเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม ก่อนที่จะมีการขุดคลองลัดหน้าวัดอรุณราชวรารามและกลายเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน เนื่องจากวัดตั้งอยู่บริเวณปากคลองด่านที่แยกไปจากคลองบางหลวงอีกทีหนึ่ง ชื่อของวัดจึงถูกเรียกขานตามตำบลที่ตั้งว่า วัดปากน้ำ ซึ่งชื่อนี้มีปรากฏเรียกใช้ในจดหมายเหตุโบราณหลายฉบับ แต่ได้พบชื่อของวัดที่แปลกออกไปในแผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2453 และ พ.ศ. 2474 ว่า วัดสมุทธาราม แต่ไม่เป็นที่นิยมเรียกขานกันอย่างนั้น คงเรียกว่า วัดปากน้ำ มาโดยตลอด
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีการขุดคลองภาษีเจริญที่ข้างวัดด้านทิศตะวันตก วัดจึงมีลำน้ำหลักล้อมอยู่ทั้ง 3 ด้าน ส่วนด้านใต้เป็นคลองเล็กแสดงอาณาเขตของวัดในสมัยก่อน วัดปากน้ำ เป็นวัดโบราณสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ( ระหว่าง พ.ศ. 2031-2172) สถาปนาโดยพระราชวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏพระนามแน่ชัด เป็นวัดประจำหัวเมืองธนบุรี ปรากฏในตำนานเรื่องวัตถุสถานต่างๆ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาว่าเป็นพระอารามหลวงครั้งกรุงศรีอยุธยา อันหมายถึงพระอารามที่พระเจ้าแผ่นดินหรือพระมเหสีทรงสถาปนาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยานั้น หลักฐานทางโบราณวัตถุและโบราณสถานภายในวัดมีอายุย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง ได้พบร่องรอยคลองเล็กด้านทิศใต้และทิศตะวันตกของวัด ที่โบราณขุดไว้เป็นแนวเขตที่ดินของวัดหลวงสมัยอยุธยา ที่ตั้งของวัดปากน้ำจึงมีลักษณะเป็นเกาะรูปสี่เหลี่ยมมีน้ำล้อมอยู่ทุกด้าน สถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่อยู่คู่วัดมาเช่น หอพระไตรปิฏก ตู้พระไตรปิฎกทรงบุษบก ล้วนเป็นฝีมือช่างหลวงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และตัวพระอุโบสถก็ใช้เทคนิคการก่อสร้างในสมัยนั้น ได้ค้นพบนามเจ้าอาวาส 1 รูป ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ) คือ พระครูธนะราชมุนี วัดปากน้ำ ได้มีบทบาทสำคัญมาแต่โบราณเพราะได้รับสถาปนาเป็นพระอารามหลวงที่อยู่นอกกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดสำคัญประจำหัวเมืองหน้าด่านทางทะเล
ในจดหมายเหตุสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคถวายผ้าพระกฐินหลวง ณ วัดปากน้ำ ตลอดรัชกาลวัดปากน้ำได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด คือ ได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์จากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในการซ่อมหลังคาพระอุโบสถคราวหนึ่ง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้บูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และให้คงรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาไว้ ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทางวัดได้รับพระบรมราชานุญาตบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เกือบทั้งอารามโดยให้อนุรักษ์ศิลปะเดิมไว้ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์นำพระกฐินหลวงมาถวายตลอดรัชกาล ในสมัยรัชกาลที่ 6 วัดปากน้ำได้ชำรุดทรุดโทรมลง ไม่มีเจ้าอาวาสประจำพระอาราม มีแต่ผู้รักษาการที่อยู่ในอารามอื่น
ทางเจ้าคณะปกครองได้ส่งพระสมุห์สด จนฺทสโร จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้กวดขันพระภิกษุสามเณรให้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญได้มีการสอนสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมตั้งสำนักเรียนทั้งนักธรรมและบาลี สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ทำให้พระภิกษุสามเณร และสาธุชนเข้ามาขอศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก วัดจึงเจริญขึ้นมาโดยลำดับ กลายเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์กลางการศึกษาบาลี ท่านได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาธุระ และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์มาโดยลำดับ สมณศักดิ์สุดท้ายในพระราชทินนามที่ พระมงคลเทพมุนี แต่ผู้คนทั่วไปรู้จักและเรียกขานนามท่านว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำ ในสมัยสมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส (ในกาลต่อมาท่านได้รับพระราชทานสถาปนาพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช) วัดปากน้ำได้รับการปรับปรุงทัศนียภาพและบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ช่างได้เปลี่ยนสถาปัตยกรรมเครื่องบนเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์เกือบทั้งอาราม แต่ตัวรากฐานและอาคารยังคงเป็นของโบราณแต่เดิมมา
ถึงสมัยพระเดชพระคุณท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำรูปปัจจุบัน วัดปากน้ำได้พัฒนาอย่างมากในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม มีพระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคในนามวัดปากน้ำเป็นจำนวนมาก และการปฏิบัติภาวนาตามแนวหลวงพ่อวัดปากน้ำก็ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีสถานที่ปฏิบัติ คือ หอเจริญวิปัสสนาเป็นเอกเทศ และมีผู้เข้าปฏิบัติเป็นจำนวนมากทุกวัน
Re: ThaiNCC ชวนปั่น อาทิตย์ 8 กย.56 เลียบคลองภาษีเจริญ
โพสต์: 03 ก.ย. 2013, 14:21
โดย ลุงโท
ใหน ๆ จะไปเที่ยว อ่านไปก่อน แล้วไปดูของจริง จะได้อินกะการท่องเที่ยว
เรื่องเล่าของชาวคลองภาษีเจริญ
มีเรื่องเล่าของชาวคลองภาษี ฯ อยู่หลายเรื่อง เรื่องที่จะเล่าไว้ในบทความนี้เป็น เรื่องหนึ่งที่เชื่อกันว่าเกิดขึ้นจริง ผู้เขียน(ผู้เขียนไม่ใช่ลุงโทนะ ก๊อฟมาอีกที) ได้ฟังมาแต่ยังเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าจะเล่ากันว่า คลองขุดนี้จ้างกุลีจีนเป็นคนขุด กุลีจีนได้เงินมาก็ชอบที่จะเอามาซื้อเหล้ากินเล่นถั่วเล่นการพนันแล้วเกิดทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ จนวันหนึ่งมีข่าวว่ามีชาวจีนทะเลาะวิวาทกันและมีคนหนึ่งถูกทำร้ายจมน้ำตาย ศพลอยมาติดชายคลองเลยโรงสีไปทางวัดม่วง ชาวบ้านริมคลองถามกันก็ไม่มีใครรู้จัก รู้แต่ว่าเป็นจีนกุลีรับจ้างขุดลอกคลองไม่มี ญาติพี่น้อง ที่สุดก็มีคนใจบุญช่วยกันทำศพให้ตามกำลัง เวลานั้นยังเป็นเด็กอยู่ผู้ใหญ่จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังและคอยเตือนไม่ให้ลงอาบน้ำเวลากลางคืน ขู่ว่าผีเจ็กขุดคลองจะมาเอาตัวไปเพราะจะต้องมีตัวตายเทนไม่งั้นจะไม่ได้ไปเกิด ต้องเฝ้าคลองภาษี ฯ อยู่ไปเรื่อย ๆ หลังจากนั้นก็จะมีผู้ประสบเหตุการณ์บางคนเล่าเรื่องว่าเวลาอาบน้ำตอนกลางคืน ถ้าว่ายน้ำออกไปกลางคลองก็จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาถูกขาและจับดึงไว้จะให้จมน้ำ ถ้ามีคนเห็นช่วยกันก็รอดมาได้ บ้างก็เห็นเป็นศพลอยน้ำมา แต่ที่จริงไม่มีศพและลำคลองบริเวณนั้นก็มักจะมีเด็กผู้ชายจมน้ำตายอยู่บ่อย ๆ เด็ก ๆ จึงไม่ค่อยมีใครกล้าอาบน้ำเวลากลางคืนกัน เวลากลางวันก็ยังมีคนเล่นน้ำกันบ้างแต่พ่อแม่ก็จะคอยเรียกไว้ไม่ให้ไปไกลตา สำหรับเด็กผู้หญิงก็จะคอยเตือนไม่ให้ว่ายน้ำไปเกาะเรือโยง ซึ่งขึ้นล่องจาก กรุงเทพ ฯ ไปสมุทรสาคร และราชบุรี เพราะมีเรื่องเล่าว่าเด็กผู้หญิงว่ายน้ำไปเกาะเรือโยงแล้วไม่ได้กลับมาเพราะถูกคนดึงขึ้นเรือโยงไปตามจับตัวก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเรือโยงลำไหนของใคร บางรายก็หายสาบสูญไปไม่ได้ข่าวคราว บางรายถูกคนบนเรือโยงกักตัวไว้จนมีลูก จึงส่งคนมาส่งข่าวพ่อแม่เพื่อขอขมาและรับเลี้ยงดูกันต่อไป เรื่องเล่านี้ก็ใช้เป็นคำเตือนให้ เด็ก ๆ วัยซนทั้งหลายไม่ค่อยกล้าซุกซนจนเกินไปจะเกิดอันตรายได้
ปัจจุบัน
ปัจจุบันคลองภาษีเจริญก็ยังใช้เป็นคลองคมนาคมที่สำคัญเชื่อมการเดินทางจาก ฝั่งธนบุรีหรือกรุงเทพ ฯ ฝั่งตะวันตกถึงกรุงเทพ ฯ ด้านใน และจากกรุงเทพ ฯ ไปสมุทรสาครเริ่มต้นจากวัดปากน้ำ ผ่านวัดอ่างแก้ว วัดรางบัว วัดนิมมานรดี วัดม่วง วัดหลักสาม ไปเข้าเขตกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร สภาพสองฝั่งคลองเป็นที่พักอาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม มีวัดเก่าแก่สวยงามทรงคุณค่าทางด้านศิลปะวัฒนธรรมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้อย่างยิ่ง สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร เคยได้รับงบประมาณจาก รัฐบาลเมื่อปี 2546 จำนวน 16,400,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในคลองภาษีเจริญและปรับปรุงท่าเทียบเรือสาธารณะ เส้นทางเดินเรือเริ่มตั้งแต่ท่าเรือเจริญพาศน์เชิงสะพานเจริญพาศน์ผ่านท่าเรือเนาวจำเนียร รัชดาภิเษก ไปจนถึงท่าเทียบเรือ เพชรเกษม 69 (วัดม่วง) ระยะทางประมาณ 16.5 กิโลเมตร แต่ส่วนใหญ่คนหันมานิยมใช้การเดินทางด้วยรถยนต์กันมากกว่า
เป็นเรื่องคลองเรื่องเรือ คนรุ่นใหม่ไม่เข้าใจ ต้องฟังเพลง จินตนาการไป กับเพลงนี้