โพสครั้งแรกกับทริปเขาใหญ่ครั้งแรกครับ 10-11 สิงหา 56
โพสต์: 13 ส.ค. 2013, 18:34
หลังจากรวบรวมไพร่พลที่มีเวลาพร้อมกันมาได้ 4 คน ก็ได้โอกาสอันดีที่จะขึ้นเขาในวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลวันแม่ที่ผ่านมานี้ ครั้งแรกตั้งใจจะไปจอดรถฝั่งด่านปราจีนบุรีตามที่อ่านจากกระทู้ของหลายๆท่านในบอร์ดนี้ แล้วค่อยไต่ขึ้นมาบนที่ทำการอุทยาน แล้วก็ไหลลงกลับมาเอารถ
แต่เนื่องจากจองที่พักไว้ฝั่งปากช่อง เพื่อนเลยแนะนำว่าให้ขับไปจอดบนอุทยานเลยแล้วไหลลงมาที่ด่านปราจีนแล้วค่อยปั่นกลับมาจะได้ไม่เสียเวลาขับรถ อาววใจจริงผมอยากลำบากก่อนตอนปั่นขึ้นก่อนแล้วค่อยสบายตอนลงนะกลัวหมดแรง แต่เพื่อนว่ายังงัยเราก็ว่าอย่างนั้น
เช้าวันเสาร์ขับรถมานัดเจอเพื่อนอีกคนที่แมคโดนัลด์ปากช่องตอน11โมง รถติดซ่อมสะพานที่สระบุรียาวมากกก แล้วก็ขับไปถึงบนอุทยานตอนเที่ยง นั่งเซตรถ กินข้าว คุยกันเพลินไปหน่อย กว่าจะออกตัวก็เกือบจะบ่าย2แล้ว รีบเซตไมล์ให้เป็น0 แล้วก็เอ้าไปกันเถอะสหาย ระหว่างทางก็เจอเพื่อนนักปั่นเป็นระยะๆ อากาศดีแดดไม่แรงมาก ขี่ลงไปเรื่อยๆ ผมว่าก็ลงไม่สบายเท่าไหร่นะ มันก็มีขึ้นๆลงๆพอเมื่อยอยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าเทียบกับครั้งที่ไปดอยสุเทพอันนั้นขาลงคือลงอย่างเดียวไม่เหนื่อยเลย
ลงมาถึงด่านเนินหอมปราจีนบุรีก็ 3 โมงเย็นแล้ว โอ้วว ไหวมั๊ยเนี่ยกว่าจะกลับไปถึงที่ทำการจะกี่โมงกันล่ะ แล้วนาทีแห่งความหรรษาก็เริ่มต้นขึ้น ตอนขึ้นนี่ใครปั่นเร็วก็ไปก่อนเลยไม่ต้องรอเพราะผมนี่ขาอ่อนสุด กว่าจะไต่มาถึงเหวนรกก็ 4 โมงกว่า นั่งพักกินน้ำถ่ายรูปเล่นก็ปาเข้าไป 4โมง40 เอาแล้วตรูต้องรีบแล้วเย็นลงเรื่อยๆใจก็แป้วไปเรื่อยๆ ปั่นอยู่คนเดียวอีกตะหาก เพื่อนนำไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาปั่นไปๆ เริ่มหมดแรง จอดพักกินกล้วยเริ่มพักถี่ขึ้นแต่ตั้งใจไว้ว่าต้องปั่นให้ถึงนานหน่อยก็ให้เพื่อนมันรอไป แต่โชคดีมากวันที่ปั่นฝนไม่ตกเลยไม่งั้นคงแย่แน่ๆ เค้าว่ากันว่าจุดโหดสุดคือก่อนเหวนรกแต่ผมว่าระยะทางที่เหลือที่ก็โหดพอกันนะอาจจะเพราะความเมื่อยล้าที่สะสมและระยะทางที่ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่ทำการอุทยาน
ดูไมล์จักรยานปั่นมาได้ 60 กิโลแล้วตอนนั้นก็เป็นเวลา 6 โมง15พอดี โพล้เพล้แล้วเริ่มวังเวงแล้ว เหลืออีกไม่กี่กิโลแล้วเว๊ยคิดในใจหลอกตัวเอง 6 โมงครึ่งยังไปไม่ถึงไหนเลย เพื่อนโทรมาหาถามว่าอยู่ไหนแล้วเค้าถึงกันหมดแล้ว เออๆกรูก็ใกล้แล้ว เพื่อนมันรีบบอกว่าเดี๋ยวตรูขับรถไปรับนะ ผมก็คิดในใจเฮ้ยยอย่ามาดูถูกกันนะเฟร้ย แล้วตอบโทรศัพท์ไปว่าไม่เป็นไรกรูอ่ะไปถึงนะแต่ช้าหน่อยแค่นั้นเอง เพื่อนมันก็บอกว่ารู้ว่าเมิงอ่ะมาถึงได้ แต่พี่เจ้าหน้าที่อุทยานเค้าบอกมาอีกทีว่านี่เป็นเวลาที่พี่ช้างเค้าจะออกมาเดินเล่นแล้วนะ
ช้าง!! เอออออความเหนื่อยนี่ทำให้ลืมเรื่องพี่ช้างไปได้งัยเนี่ย ใจเต้นตุบๆ เลยบอกเพื่อนไปว่าไม่ต้องมารับเดี๋ยวตรูปั่นไปเรื่อยๆ เจอรถผ่านมาแล้วเดี๋ยวโบกขึ้นไปเอง จากนั้นก็ไม่ได้พักแล้วพยามปั่นให้เร็วขึ้นซึ่งก็ไม่ได้เร็วกว่าเดิมเลย ได้ยินเสียงรถตามมาเป็นระยะๆ หันไปดูอาวรถเก๋ง.. รถเก๋ง.. รถเก๋ง... 6โมง45 ดูไมล์เหลือระยะทางอีกประมาณ 4-5 กิโลเริ่มจะมองไม่ค่อยเห็นก็เจอรถกระบะจนได้ ดีใจมาก พี่เค้าเปิดกระจกถามก่อนเลยว่าต้องการความช่วยเหลือมั๊ยครับ ต้องการครับพี่ขออนุญาตติดรถไปลงที่ทำการแล้วก็ยกใส่ท้ายกระบะไปต้องขอขอบคุณพี่กระบะไว้ด้วยครับ
ถึงที่ทำการก็ทุ่มนึงพอดี รู้สึกเสียดายมากที่ขี่ไม่จบทริป แต่อย่างไรก็ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าแล้วจะมาแก้มือใหม่คราวหน้า ซึ่งต้องเริ่มขี่ให้เร็วกว่านี้
แล้วก็ทำการเก็บจักรยานขึ้นรถลงไปเข้าที่พักหาข้าวกินจิบเก็กฮวยเย็นกันต่อ จบแล้วฮะ
แต่เนื่องจากจองที่พักไว้ฝั่งปากช่อง เพื่อนเลยแนะนำว่าให้ขับไปจอดบนอุทยานเลยแล้วไหลลงมาที่ด่านปราจีนแล้วค่อยปั่นกลับมาจะได้ไม่เสียเวลาขับรถ อาววใจจริงผมอยากลำบากก่อนตอนปั่นขึ้นก่อนแล้วค่อยสบายตอนลงนะกลัวหมดแรง แต่เพื่อนว่ายังงัยเราก็ว่าอย่างนั้น
เช้าวันเสาร์ขับรถมานัดเจอเพื่อนอีกคนที่แมคโดนัลด์ปากช่องตอน11โมง รถติดซ่อมสะพานที่สระบุรียาวมากกก แล้วก็ขับไปถึงบนอุทยานตอนเที่ยง นั่งเซตรถ กินข้าว คุยกันเพลินไปหน่อย กว่าจะออกตัวก็เกือบจะบ่าย2แล้ว รีบเซตไมล์ให้เป็น0 แล้วก็เอ้าไปกันเถอะสหาย ระหว่างทางก็เจอเพื่อนนักปั่นเป็นระยะๆ อากาศดีแดดไม่แรงมาก ขี่ลงไปเรื่อยๆ ผมว่าก็ลงไม่สบายเท่าไหร่นะ มันก็มีขึ้นๆลงๆพอเมื่อยอยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าเทียบกับครั้งที่ไปดอยสุเทพอันนั้นขาลงคือลงอย่างเดียวไม่เหนื่อยเลย
ลงมาถึงด่านเนินหอมปราจีนบุรีก็ 3 โมงเย็นแล้ว โอ้วว ไหวมั๊ยเนี่ยกว่าจะกลับไปถึงที่ทำการจะกี่โมงกันล่ะ แล้วนาทีแห่งความหรรษาก็เริ่มต้นขึ้น ตอนขึ้นนี่ใครปั่นเร็วก็ไปก่อนเลยไม่ต้องรอเพราะผมนี่ขาอ่อนสุด กว่าจะไต่มาถึงเหวนรกก็ 4 โมงกว่า นั่งพักกินน้ำถ่ายรูปเล่นก็ปาเข้าไป 4โมง40 เอาแล้วตรูต้องรีบแล้วเย็นลงเรื่อยๆใจก็แป้วไปเรื่อยๆ ปั่นอยู่คนเดียวอีกตะหาก เพื่อนนำไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาปั่นไปๆ เริ่มหมดแรง จอดพักกินกล้วยเริ่มพักถี่ขึ้นแต่ตั้งใจไว้ว่าต้องปั่นให้ถึงนานหน่อยก็ให้เพื่อนมันรอไป แต่โชคดีมากวันที่ปั่นฝนไม่ตกเลยไม่งั้นคงแย่แน่ๆ เค้าว่ากันว่าจุดโหดสุดคือก่อนเหวนรกแต่ผมว่าระยะทางที่เหลือที่ก็โหดพอกันนะอาจจะเพราะความเมื่อยล้าที่สะสมและระยะทางที่ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่ทำการอุทยาน
ดูไมล์จักรยานปั่นมาได้ 60 กิโลแล้วตอนนั้นก็เป็นเวลา 6 โมง15พอดี โพล้เพล้แล้วเริ่มวังเวงแล้ว เหลืออีกไม่กี่กิโลแล้วเว๊ยคิดในใจหลอกตัวเอง 6 โมงครึ่งยังไปไม่ถึงไหนเลย เพื่อนโทรมาหาถามว่าอยู่ไหนแล้วเค้าถึงกันหมดแล้ว เออๆกรูก็ใกล้แล้ว เพื่อนมันรีบบอกว่าเดี๋ยวตรูขับรถไปรับนะ ผมก็คิดในใจเฮ้ยยอย่ามาดูถูกกันนะเฟร้ย แล้วตอบโทรศัพท์ไปว่าไม่เป็นไรกรูอ่ะไปถึงนะแต่ช้าหน่อยแค่นั้นเอง เพื่อนมันก็บอกว่ารู้ว่าเมิงอ่ะมาถึงได้ แต่พี่เจ้าหน้าที่อุทยานเค้าบอกมาอีกทีว่านี่เป็นเวลาที่พี่ช้างเค้าจะออกมาเดินเล่นแล้วนะ
ช้าง!! เอออออความเหนื่อยนี่ทำให้ลืมเรื่องพี่ช้างไปได้งัยเนี่ย ใจเต้นตุบๆ เลยบอกเพื่อนไปว่าไม่ต้องมารับเดี๋ยวตรูปั่นไปเรื่อยๆ เจอรถผ่านมาแล้วเดี๋ยวโบกขึ้นไปเอง จากนั้นก็ไม่ได้พักแล้วพยามปั่นให้เร็วขึ้นซึ่งก็ไม่ได้เร็วกว่าเดิมเลย ได้ยินเสียงรถตามมาเป็นระยะๆ หันไปดูอาวรถเก๋ง.. รถเก๋ง.. รถเก๋ง... 6โมง45 ดูไมล์เหลือระยะทางอีกประมาณ 4-5 กิโลเริ่มจะมองไม่ค่อยเห็นก็เจอรถกระบะจนได้ ดีใจมาก พี่เค้าเปิดกระจกถามก่อนเลยว่าต้องการความช่วยเหลือมั๊ยครับ ต้องการครับพี่ขออนุญาตติดรถไปลงที่ทำการแล้วก็ยกใส่ท้ายกระบะไปต้องขอขอบคุณพี่กระบะไว้ด้วยครับ
ถึงที่ทำการก็ทุ่มนึงพอดี รู้สึกเสียดายมากที่ขี่ไม่จบทริป แต่อย่างไรก็ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าแล้วจะมาแก้มือใหม่คราวหน้า ซึ่งต้องเริ่มขี่ให้เร็วกว่านี้
แล้วก็ทำการเก็บจักรยานขึ้นรถลงไปเข้าที่พักหาข้าวกินจิบเก็กฮวยเย็นกันต่อ จบแล้วฮะ