เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
-
เสือยุ่ง
- ขาประจำ

- โพสต์: 2662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 12:33
- Tel: 081-710-8866
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทรา
โพสต์
โดย เสือยุ่ง »
สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดตาก
และมูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรม
เชิญร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล
“ สองล้อ รวมใจ...ใส่ทีลอซู” มอบรายได้สู่มูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรม
เส้นทาง กรุงเทพฯ – อุ้มผาง – ทีลอซู
วันที่ 19-27 ตุลาคม 2556
มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
1. เพื่อนำรายได้มอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรม
2. เพื่อส่งเสริมความรู้ทางด้านการท่องเที่ยว อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และลดการใช้พลังงาน
3. เพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพกาย และสุขภาพจิตให้แข็งแรง
4. เพื่อส่งเสริมความสุข สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักจักรยาน ชมรมจักรยานต่างๆ
5. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้ประชาชนหันมาสนใจออกกำลังกายโดยปั่นจักรยาน
การปั่นจักรยานมีตั้งแต่วันที่ 19 – 25 ต.ค. เท่านั้น
รับสมัคร
ประเภทที 1 เริ่ม จากกรุงเทพ ถึงอุ้มผาง
ประเภทที่ 2 เริ่มจากที่ใด (แจ้งสถานที่ด้วย) ถึงอุ้มผาง
รับประเภท 1 + 2 จำนวน 100 ท่าน
ผู้ร่วมปันไม่มีค่าใช้จ่าย มีอาหารและ ที่พักสำหรับกางเต้นท์ให้
ด้วยอาหารที่ขอสนับสนุนระหว่างทางจำกัดไว้ที่ 100 ท่าน
ถ้ามีร่วมปั่นเกิน 100 ท่าน ( ตอนนี้เกินแล้ว) คงรับหมดทุกท่าน
ขอความร่วมมือเก็บค่าอาหารส่วนที่เกินมา โดยวิธีหารทุกๆท่านให้เท่ากัน
ไหนก็ร่วมขบวนปั่นกันมาแล้ว หวังว่าทุกท่านคงให้ความร่วมมือ
เพราะอาหารในบางจุดไม่มีจำหน่าย ต้องสั่งทำล่วงหน้า
ค่าใช่จ่ายมีดังนี้
แพ็คที่1 3,500 บาท รับจำนวน 80 ท่าน
ราคานี้รวม
1.เที่ยวน้ำตกที่ลอซู
-อาหาร 5 มื้อ
-ค่าล่องแพ
-ค่ารถยนต์ ไปน้ำตกทีลอซู ( หลังจากขึ้นแพแล้ว)
-ค่ากางเต้นท์ที่ทีลอซู (นำเต็นท์มาเอง)
-ค่ารถยนต์กลับมาที่อุ้มผาง
-ค่ารถยนต์จากอุ้มผางมาแม่สอด (เฉพาะคน)
2.ค่าเดินทางกลับกรุงเทพ
-ค่ารถบรรทุกจักรยาน(จะมาขนกลับตอนเช้าวันเสาร์ที่ 26 ต.ค.)
-ค่ารถบัสจากแม่สอดถึงกรุงเทพ
3.ค่าประกันอุบัติเหตุ
แพ็คที่ 2 ราคา 1,000 บาท รับจำนวน 30 ท่าน
เดินทางจากกรุงเทพ ถึง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก
รวมค่ารถบัส 48 ที่นั่ง + จักรยาน
ออกเดินทางคืนวันที่ 22 ต.ค.
โอนเงินเข้าบัญชีสมาคมฯ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้ โลตัส พระรามที่ 3
ในนาม สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย เลขที่ 860-2-14222-2
จำนวนเงินที่โอน กรุณาใส่จุดทศนิยมเป็นเลขสองตัวท้ายของโทรศัพท์ของท่านด้วย
สะดวกในการเซ็คยอด
กรุณาแฟ็กซ์เอกสารการโอนเงินมาที่เบอร์ 02-678-8589
หรือเมล์หลักฐานไปที่ tchathaicycling@gmail.com
กำหนดการ
โครงการ สองล้อ รวมใจ...ใส่ทีลอซู
มอบรายได้สู่มูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผางเพื่อมนุษยธรรม
เส้นทาง กรุงเทพฯ – อุ้มผาง - ทีลอซู
วันที่ 19- 27 ตุลาคม 2556
.........................................................................................................
วันเสาร์ที่ 19 ต.ค. 2556 กรุงเทพ – อ่างทอง ระยะทาง 109 ก.ม.
07.00 น. : ลงทะเบียนสวนเบญจทัศ ( สวนรถไฟ)
08.00 น. : พิธีเปิดโดยผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
08.15 น. : ปล่อยขบวน
10.00 น. : ปั๊มเอสโซ่ ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
11.00 น. : ถึงบิ๊กซี อยุธยา พักดื่มน้ำ
11.30 น. : ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จ.อยุธยา ชม หอนิทรรศการ ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
12.00 น. : รับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จ.อยุธยา
สนับสนุนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา
16.00 น. : ถึงวัดช้าง อ.เมือง จ.อ่างทอง เข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย ( ไม่ต้องกางเต็นท์ )
18.00 น. : รับประทานอาหารเย็น
สนับสนุนโดยทีมจักรยานเพื่อสุขภาพอ่างทอง
วันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค. 2556 อ่างทอง - นครสวรรค์ ระยะทาง 153 ก.ม.
06.00 น. : ตื่นนอน
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ วัดช้าง อ.เมือง จ.อ่างทอง
สนับสนุนโดยทีมจักรยานเพื่อสุขภาพอ่างทอง
08.00 น. : ปล่อยขบวน
09.00 น. : ถึงเทศบาลตำบลบางน้ำเชียว พักดื่มน้ำ
11.00 น. : ถึงองค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย
12.00 น. : รับประทานอาหารกลางวัน สนับสนุนโดย องค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย
14.00 น. : ถึงสำนักงานเทศบาลท่าน้ำอ้อย พักดื่มน้ำ
16.00 น. : ถึงหน้าค่ายจิระประวัติ ตั้งขบวน ทีมจักรยานนครสวรรค์นำปั่นรอบเมือง
17.00 น. : ถึงวัดคีรีวงศ์ เข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย ( ไม่ต้องกางเต็นท์ )
18.00 น. : รับประทานอาหารเย็น
สนับสนุนโดยสำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์
วันจันทร์ที่ 21 ต.ค. 2556 นครสวรรค์ – กำแพงเพชร ระยะทาง 121 ก.ม.
06.00 น. : ตื่นนอน
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ วัดคีรีวงศ์ จ. นครสวรรค์
สนับสนุนโดยสำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์
08.00 น. : ปล่อยขบวน
10.00 น. : ถึงปั๊ม ปตท. ก.ม. 366 พักดื่มน้ำ
12.00 น. : ถึงสำนักงานเทศบาลสลกบาตร รับประทานอาหารกลางวัน
สนับสนุนโดยสำนักงานเทศบาลสลกบาตร
14.00 น. : ถึงปั๊มคาลเท็ค ก.ม. 415 พักดื่มน้ำ
15.00 น. : ถึงองค์การบริการส่วนตำบลปากดง พักดื่มน้ำ
16.00 น. : ถึงโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร เข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย (กางเต็นท์)
17.00 น. : รับประทานอาหารเย็น
สนับสนุนโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
วันอังคารที่ 22 ต.ค. 2556 กำแพงเพชร - ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ระยะทาง 97 ก.ม.
06.00 น. : ตื่นนอน
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
สนับสนุนโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
08.00 น. : ปล่อยขบวน
09.00 น. : ถึงองค์การบริการส่วนตำบลโกสัมพี พักดื่มน้ำ
10.00 น. : ถึงร้านห้าแยกโฮมโปร์ พักดื่มน้ำ
12.00 น. : ถึงสำนักงานองค์การบิหารส่วนตำบลแม่ท้อ รับประทานอาหารกลางวัน
สนับสนุนโดยสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ท้อ
16.00 น. : ถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก เข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย
(ไม่ต้องกางเต็นท์ เสียค่าที่พักท่านละ 100 บาท)
17.00 น. : รับประทานอาหารเย็น
สนับสนุนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
วันพุธที่ 23 ต.ค. 2556 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก - อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ระยะทาง 97 ก.ม.
06.00 น. : ตื่นนอน
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก
สนับสนุนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
08.00 น. : ปล่อยขบวน
09.30 น. : ถึงองค์การบริการส่วนตำบลด่านแม่ละเมา พักดื่มน้ำ
10.30 น. : ถึงศูนย์ตรวจสอบฯ สถานีตำรวจภูธรพะวอ พักดื่มน้ำ
12.00 น. : ถึงศาลพะวอ แวะสักการะองค์เจ้าพ่อพะวอ รับประทานอาหาร
สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
13.00 น. : ถึงกรมทางหลวงบริการประชาชน แยกวงเวียนแม่สอด พักดื่มน้ำ
14.30 น. : ถึงองค์การบริการส่วนตำบลมหาวัน พักดื่มน้ำ
15.30 น. : ถึงจุดตรวจ ช.ร.ข. ม.3 บ้านม่อนหินเหล็กไฟ (กม. 22) พักดื่มน้ำ
16.30 น. : ถึงแยกซอโอ คลินิกหมอสมยศการแพทย์ พักดื่มน้ำ
แวะชมกุหลาบมหัศจรรย์ ณ ไร่ปฐมเพชร หรือแวะชมสวนเกษตรตามฤดูกาลได้ตลอดข้างทาง
17.30 น. : ถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ชมความงามของน้ำตกหินเรียงรายกลางสายน้ำสูง 97 ชั้น
18.30 น. : รับประทานอาหารเย็น
สนับสนุนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
เข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย (กางเต็นท์)
วันพฤหัสบดีที่ 24 ต.ค. 2556 อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ - บ้านอุ้มเปี้ยม ระยะทาง 51 ก.ม.
06.00 น. : ตื่นนอน
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
สนับสนุนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
08.00 น. : ปล่อยขบวน
08.30 น. : ถึงองค์การบริหารส่วนตำบลศรีราษฎร์ พักดื่มน้ำ
10.30 น. : ถึงจุดตรวจเชิงดอย พักดื่มน้ำ
12.00 น. : ถึงจุดตรวจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 รับประทานอาหารกลางวัน
สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
13.30 น. : ถึงจุดชมวิว ก.ม. 54 พักดื่มน้ำ
14.00 น. : ถึงลาน ก.ม.60 พักดื่มน้ำ
15.00 น. : ถึงลานจอดรถ ก.ม. 65 พักดื่มน้ำ
16.00 น. : ถึงร้านกู๋ฮะก้อ เข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย (กางเต้นท์)
17.00 น. : รับประทานอาหารเย็น
สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
วันศุกร์ที่ 25 ต.ค. 2556 บ้านอุ้มเปี้ยม - อุ้มผาง ระยะทาง 80 ก.ม.
05.00 น. : ตื่นนอน
06.00 น. : ปล่อยขบวน
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ สำนักงานสาธารณสุข 5
สนับสนุนโดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
10.00 น. : ถึงบริเวณแปลงปลูกผัก ก.ม. 110 พักดื่มน้ำ
12.00 น. : ถึงหน่วยดับไฟป่า ก.ม.115 รับประทานอาหารกลางวัน
สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
14.00 น. : ถึงจุดชมวิวลอยฟ้า ก.ม. 127 พักดื่มน้ำ
16.00 น. : ถึงองค์การบริหารส่วนตำบลแม่โกร ก.ม. 140 พักดื่มน้ำ
18.00 น. : ถึงแม่กลองรีสอร์ท เข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย ( กางเต้นท์ )
19.00 น. : รับประทานอาหารเย็น
สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก
**จบทริปการปั่นจักรยาน**
วันเสาร์ที่ 26 ต.ค. 2556 อุ้มผาง - น้ำตกที่ลอซู ( เสียค่าใช้จ่าย )
06.00 น. : ตื่นนอน
07.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ แม่กลองรีสอร์ท ( มือที่ 1 )
07.30 น. : ปั่นจักรยานไปจอดไว้ที่สถานีตำรวจภูธรอัมผาง เพื่อรอรถบรรทุกจักรยานส่งกลับกรุงเทพ
แล้วนั่งรถยนต์ไปลงแพ
08.00 น. : รวมพล ล่องแพ ออกเดินทางสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางฯ (น้ำตกทีลอซู) ผ่านน้ำตกทีลอจ่อ
น้ำตกสายรุ้ง ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยมอส เฟิร์นก้านดำ น้ำตกมู่ทู่ลู่ บ่อน้ำร้อนซึ่งเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ
แก่งตะโค๊ะบิ ผาผึ้ง ผาบ่อง ผาโหว่
12.00 น. : ถึงผาเลือด รับประทานอาหารเที่ยง ( มื้อที่ 2 )
14.00 น. : ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางฯ (น้ำตกทีลอซู) เดินเท้าไปน้ำตกทีลอซูประมาณ 1.5 กม.
ลัดเลาะไปตามริมทางน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่ มีนกและผีเสื้อนานาชนิด
19.00 น. : กลับที่พักเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางฯ
รับประทานอาหารเย็น ( มื้อที่ 3 )
และพักผ่อนตามอัธยาศัย (กางเต้นท์)
วันอาทิตย์ที่ 27 ต.ค. 2556 น้ำตกที่ลอซู – อุ้มผาง - กรุงเทพ ( เสียค่าใช้จ่าย )
07.00 น. : ตื่นนอน
08.00 น. : รับประทานอาหารเช้า ณ เขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผาง ( มื้อที่ 4 )
09.00 น. : ออกเดินทางโดยรถยนต์ แวะชมสวนส้มเพชรอุ้มผาง
12.00 น. : ถึงแม่กลองรีสอร์ท รับประทานอาหารกลางวัน ( มื้อ ที่ 5 )
13.00 น. : ออกเดินทางโดยรถยนต์
17.00 น. : ถึงแม่สอด แวะซื้อของฝากที่ตลาดริมเมย สุดเขตชายแดนไทย-พม่า
18.30 น. : เดินทางกลับกรุงเทพโดยรถบัส แม่สอด – กรุงเทพ
03.00 น. : ถึงกรุงเทพ
แก้ไขล่าสุดโดย
เสือยุ่ง เมื่อ 26 ก.ย. 2013, 23:30, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง
Go Bike Thailand สองล้อ เที่ยวทั่วไทย
บริการทุกจักรยาน จัดทริปจักรยาน
https://www.facebook.com/Go-Bike-Thailand-สองล้อ-เที่ยวทั่วไทย-081-710-8866-877604938919893/?ref=page_internal
-
เสือยุ่ง
- ขาประจำ

- โพสต์: 2662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 12:33
- Tel: 081-710-8866
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทรา
โพสต์
โดย เสือยุ่ง »
'หมอตุ่ย'แห่งอุ้มผางอุทิศชีวิตเพื่อคนยากไร้
Sat, 2013-06-29 10:01 -- healthfocus
Print version Send e-mail to friend
สุภชาติ เล็บนาค
นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์
ตั้งแต่ทำข่าวมาเคยได้เจอ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ หรือ "หมอตุ่ย" ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก
เป็นครั้งที่ 2 แต่หมอวรวิทย์ยังคงมีบุคลิกเรียบง่าย และพูดจาตรงไปตรงมาเหมือนเดิม
ครั้งที่แล้วแบกรับหนี้มหาศาล จนในที่สุด จุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ในขณะนั้น
ได้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติให้สิทธิด้านการรักษาพยาบาล
ให้กลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ จำนวน 4.7 แสนคน และทำให้โรงพยาบาลชายแดนพอลืมตาอ้าปากได้บ้าง
จนถึงวันนี้ หมอวรวิทย์ยังคงทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ที่ขึ้นชื่อว่าไกลและเดินทางยากลำบากที่สุดของประเทศแห่งหนึ่ง
เพราะต้องใช้เวลาเดินทางจาก อ.แม่สอด ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ถึง อ.อุ้มผาง
และต้องผ่านโค้งหักศอกมากถึง 1,219 โค้ง เพื่อมายังโรงพยาบาลแห่งนี้
แม้จะเป็นอำเภอที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ กินเนื้อที่กว่า 4,325 ตารางกิโลเมตร
แต่ว่ากันว่า ถ้าไม่มีเพชรเม็ดงามอย่าง "น้ำตกทีลอซู" อยู่ อุ้มผางก็คงไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายๆ คน
เพราะการเดินทางนั้นยากลำบากมาก ขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอนี้ก็ยังคงไม่มีถนน
และเป็นพื้นที่ป่าดิบชื้นเสียส่วนใหญ่ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ก็มีมาก
เพราะมีทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ที่นับถือทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ หรือศาสนาอิสลาม
ขณะที่บางชาติพันธุ์ก็ยังนับถือผี อาจจะแปลกสำหรับใครหลายๆ คน แต่สำหรับ "คุณหมอตุ่ย" นั้นคุ้นชินแล้ว
จนถึงตอนนี้เป็นปีที่ 22 ที่เขาเข้ามาเป็นหมอที่นี่ เพราะตั้งแต่เรียนจบจากคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) รุ่น 1 ตั้งแต่ปี 2534 หมอซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา
คนนี้ไม่เคยย้ายไปไหน แต่ยังคงก้มหน้าก้มตารักษาคนไข้ทุกคนตั้งแต่เช้าจรดค่ำไปจนถึงดึก
และเต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่มากมาย จนทำให้เขาได้รับรางวัลแพทย์ชนบทดีเด่นมาแล้วถึง 4 รางวัล
หมอวรวิทย์ บอกว่า เขาไม่ได้มีอุดมการณ์ความเป็นแพทย์ชนบทเป็นพิเศษ แต่ที่เลือกอยู่ที่นี่เพราะมีโจทย์ใหม่ให้เขาต้องขบคิด
และหาทางแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา อีกส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะคุณหมอวัย 46 คนนี้ยังโสด ไม่มีครอบครัว
และไม่มีภาระอะไรมากมาย เพราะฉะนั้นชีวิตที่อยู่ที่อุ้มผางจึงอุทิศให้การทำบุญและช่วยเหลือคนได้เต็มที่
"ที่นี่ผมผลิตน้ำมันไบโอดีเซลเพื่อใช้กับรถยนต์ของโรงพยาบาลเอง เพื่อลดค่าใช้จ่าย"หมอวรวิทย์พูด
พร้อมกับพาเดินสำรวจโรงผลิตไบโอดีเซลขนาดย่อม ซึ่งตั้งอยู่หลังโรงพยาบาล
ภายในมีแกลลอนจำนวนมากสำหรับแยกชนิดของน้ำมัน ว่าชนิดใดสามารถใช้กับรถยนต์กระบะ
หรือชนิดใดใช้สำหรับเครื่องปั่นไฟและรถอีต๊อกซึ่งเป็นรถสำหรับส่งต่อคนไข้ที่อยู่ในป่าลึก
ถัดไปไม่ไกล ก็จะพบกับถังหมักก๊าซชีวภาพ สำหรับหมักเศษซากอาหารและขยะภายในโรงพยาบาล
เพื่อนำก๊าซที่ได้ไปใช้สำหรับประกอบอาหารในโรงครัว ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อก๊าซของโรงพยาบาล
ขณะเดียวกันกลีเซอรีนจาก ไบโอดีเซลที่โรงพยาบาลผลิตนั้น ก็สามารถนำมาทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดห้องน้ำ
และน้ำยาถูพื้น ภายในโรงพยาบาลได้อีกด้วย ขณะที่ฟากตรงข้ามของโรงผลิตไบโอดีเซลนั้น
เป็นอู่ซ่อมรถที่มีเครื่องมือเพียบพร้อมไม่แพ้อู่ขนาดใหญ่ในเขตจ.ตาก เลยทีเดียว โดยรวมๆ แล้ว
คุณหมอบอกว่า ในแต่ละปีน่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลไปได้เป็นหลักแสนบาท
หมอวรวิทย์ เฉลยว่า แท้จริงแล้วอาชีพที่เขาใฝ่ฝันจะทำอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการเป็นหมอก็คือ
การเป็น "วิศวกร" เพราะฉะนั้นโจทย์ยากๆ ที่โรงพยาบาลจึงเป็นบ่อเกิด ทำให้เขาได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้
เพื่อแก้ปัญหาให้คนอื่นและให้โรงพยาบาลได้ทุกวันงานที่นี่จึงเป็นงานที่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่วันเดียว
ดูแลทุกคน ทุกเชื้อชาติด้วยมาตรฐานเดียว ทว่า โจทย์ใหญ่ของการผลิตสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้
ส่วนหนึ่งก็คือ ความต้องการที่จะลดค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลจะต้องแบกรับเองในแต่ละปี
เพราะงบประมาณที่ลงมาจาก สธ.และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นั้น
ไม่เคยเพียงพอสำหรับโรงพยาบาลอุ้มผาง ทำให้โรงพยาบาลต้องแบกรับภาระหนี้สะสมอยู่ราว 30-40 ล้านบาท
เหตุที่ไม่เพียงพอ ก็ยังเป็นเหตุผลเดียวกับที่หมอวรวิทย์เรียกร้องกับ รมต.จุรินทร์ เมื่อ3 ปีก่อน นั่นคือ
สิทธิในการเข้ารับการรักษา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนั้น จำกัดเฉพาะคน"สัญชาติไทย" เท่านั้น
แม้จะมีการแก้ด้วยมติ ครม.ที่ให้สิทธิกับผู้ที่มีปัญหาด้านสัญชาติเพิ่ม ทว่า
คนที่ยังขาดโอกาสก็ยังมีอยู่มากและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากอัตราการเกิดที่สูงลิบ ขณะเดียวกันชายแดนระหว่าง
อ.อุ้มผาง และประเทศพม่านั้น ก็ยังคงมีการสู้รบกันประปราย ทำให้ยังมีผู้ป่วยหน้าใหม่ๆ
ข้ามมารักษาที่โรงพยาบาลอุ้มผางอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้คนไข้ของคุณหมอวรวิทย์ จึงมีตั้งแต่กะเหรี่ยงที่เป็นวัณโรค
เป็นมาลาเรีย หรือชาวบ้านที่เหยียบทุ่นระเบิดขาขาด 2 ข้าง ซึ่งด้วยหลักมนุษยธรรมแล้ว ก็ไม่สามารถจะปฏิเสธผู้ป่วยเหล่านี้ได้
คุณหมอ บอกว่า นี่อาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องชดใช้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่กระแส"การพัฒนา"
หลั่งไหลเข้าไปในเขตป่าหรือในเขตชนบท ซึ่งเป็นที่พำนักของคนเหล่านี้
ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้กลับด้วยการรักษาคนกลุ่มนี้อย่างสุดความสามารถ แม้ว่าจะเบิกค่ารักษาพยาบาลจากรัฐไม่ได้ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม รูปแบบการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขของอุ้มผางก็ถือว่าไม่แพ้ใคร
เพราะคุณหมอวรวิทย์สามารถผลักดันให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 7 แห่ง
สถานบริการสาธารณสุขชุมชน (สสช.) 6 แห่ง สุขศาลาพระราชทาน 2 แห่ง
และสุขศาลาประจำหมู่บ้าน 13 แห่ง ในฐานะแม่ข่าย สามารถดูแลชาวบ้านจำนวนมหาศาลเขตนี้ได้
นอกจากนี้เขายังข้ามไปสร้างสุขศาลาในประเทศพม่า เพื่อควบคุมป้องกันโรคไม่ให้ข้ามชายแดนมายังเขตของเขาได้อีกด้วย
"ที่นี่อาจจะปฏิบัติต่างจากคนไข้คนละแบบกับโรงพยาบาลอำเภออื่นๆที่เน้นส่งต่อคนไข้เข้าไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่
หรือโรงพยาบาลจังหวัด เพราะด้วยความยากลำบากของการเดินทาง
ทำให้ผมและทีมแพทย์ที่นี่ทุกคนผ่าตัดเล็กและผ่าตัดใหญ่ด้วยตัวเองทั้งหมด
ขณะเดียวกันก็ต้องผลัดเปลี่ยนกันไปดูแลสุขศาลาที่เราสร้างไว้
เพื่อป้องกันโรคให้คนในพื้นที่ห่างไกลด้วย" คุณหมอวรวิทย์ เล่าให้ฟัง
ขณะเดียวกันเมื่อปัญหาเรื่องสัญชาติเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้คนในแถบนี้เข้าไม่ถึงการรับบริการสาธารณสุข
โดยตลอด 22 ปีที่ผ่านมา คุณหมอวรวิทย์ เล่าให้ฟังว่า เจอเรื่อง"ดราม่า" เกี่ยวกับสัญชาติจำนวนมาก เช่น
อยู่ในไทยมาหลายชั่วอายุคน แต่ไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ หรือป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายแล้ว แต่เพิ่งได้สัญชาติ
ทำให้รับการรักษาไม่ทัน หรือไม่กล้าข้ามไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัด เพราะกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับกุม
จนอาจไม่มีเงินจ่าย ทำให้หลายรายสุดท้ายต้องเสียชีวิตอยู่ที่ อ.อุ้มผาง นั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ คุณหมอวรวิทย์จึงได้มีแนวคิดก่อตั้งคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิภายใต้
ความร่วมมือของสถาบันวิจัยและเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐกับโรงพยาบาลอุ้มผาง โดยมี รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
เป็นที่ปรึกษาโครงการ เพื่อลดเรื่องปวดใจเหล่านี้ "เมื่อใดก็ตามที่'เงิน' และ 'กฎหมาย' ยังอยู่เหนือเรื่องของ'มนุษยธรรม'
เมื่อนั้นก็ไม่สามารถเรียกว่า'ระบบสาธารณสุข' ได้แล้ว หากเราต้องการระบบที่สมบูรณ์แบบ
ก็ต้องทลายกำแพงตรงนี้ลงให้ได้มากที่สุด" หมอวรวิทย์ สรุปให้ฟังเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายต่อชีวิตให้คนอื่น
หลายๆ คนที่อาจกำลังถกเถียงเรื่องค่าตอบแทนแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน
โดยเฉพาะการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน (P4P) ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ แต่สำหรับคุณหมอวรวิทย์แล้ว
เรื่องค่าตอบแทนแทบจะไม่มีอุปสรรคอะไรกับเขาเลย เพราะเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายที่เขาได้รับ
ถูกแบ่งออกไปจำนวนหนึ่งเพื่อให้เด็กในเขตอ.อุ้มผาง มีการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นถึง 10 คน
โดยคุณหมอตุ่ยให้ค่ากินอยู่สำหรับเด็กถึงเดือนละ 4,000 บาท ทั้งนี้ อุ้มผางถือเป็นพื้นที่ทุรกันดารระดับที่ 2
โดยแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปีที่ 21 ขึ้นไปอย่างคุณหมอวรวิทย์จะได้ค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นบาท
และเมื่อเปลี่ยนระบบเป็นP4P แล้ว ก็ยังมีเงินเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายเป็นฐานอยู่ราว 6 หมื่นบาทแต่คุณหมอบอกว่า
สำหรับคนโสด ไม่มีภาระอะไร เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายก็มากเกินความจำเป็น ยิ่งอยู่ในพื้นที่อย่าง อ.อุ้มผาง ซึ่งอยู่ห่าง
ไกลขนาดนี้แล้ว ยิ่งไม่รู้จะไปใช้ทำอะไร สู้นำไปต่อโอกาสชีวิตให้คนอื่นดีกว่า
คนใกล้ชิดคุณหมอ เล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้แม้ว่าที่ อ.แม่สอด จะมีสนามบิน และมีเที่ยวบินขึ้นลงวันละหลายเที่ยว
แต่คุณหมอวรวิทย์ก็ยังเลือกใช้บริการ "รถทัวร์" หากมีภารกิจจำเป็นต้องลงไปที่กรุงเทพฯ
เพื่อประหยัดงบประมาณของโรงพยาบาล และจะพูดเสมอว่า โรงพยาบาลอุ้มผางยังมีภาระอีกมาก
หากประหยัดได้ ก็ควรจะประหยัด "มองย้อนกลับไป 22 ปีที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าตัวเรามีประโยชน์กับคนอื่นได้ทำให้คนอื่น
มีความสุขแค่นี้ชีวิตเราก็ไม่ไร้สาระแล้ว ถ้าคิดแบบนี้ ก็จะทำให้เราทำงานอยู่ในพื้นที่ได้นานขึ้น และยิ่งมีปัญหาให้เราแก้ทุกวัน
เราก็มีความสุข คนอื่นๆก็มีความสุข แค่นี้เราก็พอใจ" นพ.วรวิทย์ ทิ้งท้าย
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 29 มิถุนายน 2556
- See more at: http://www.hfocus.org/content/2013/06/3 ... CffdJ.dpuf
นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ เล่าถึงเรื่องราวครั้งนั้นว่า
“แพทย์รุ่นพี่ๆ ที่อยู่มาก่อน และกำลังจะกลับไปเรียน ผมมาอยู่แทน เขาบอกว่า อุ้มผางอยู่แล้วเหงาเพราะมันเงียบมาก
เงียบจนได้ยินเสียงหญ้างอก แล้วก็จริงซะด้วย สองสามเดือนแรก เหงาและทุกข์มาก อยากกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในเมือง”
“แต่พอเลี้ยวไปอีกทาง ทำให้เจอกับความสงบ มีสติ คิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ รอบตัว เงยหน้าจากเรื่องราวของตัวเองหันไปมองคนอื่น
จึงได้เห็นว่า คนไข้ เขาเจ็บป่วย ทุกข์ทรมานกว่าเรามากมาย เขาด้อยโอกาสทุกๆ ด้าน เราช่วยเขาได้แค่รักษาจากโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น
ผมก็เลยทำงานต่อมาเรื่อยๆ"จากตอนนั้นจนถึงวันนี้ 20 ปีแล้ว แพทย์จบหมาดคราวนั้น ณ ปัจจุบัน ทุกคนเรียกติดปากว่า
"หมอตุ่ย" ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ที่วางนโยบายชัดเจนว่า ต้องให้บริการแก่ประชาชนทุกคนโดยไม่ได้เลือกว่าเป็นคนสัญชาติใด
เชื้อชาติไหนอย่างเท่าเทียมกันแม้กระทั่งการดูแลด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชนอุ้ม หมอตุ่ยนำรายรับของตัวเองที่นอกเหนือจากเงินเดือน
อาทิ เงินเหมาจ่าย เงินประจำตำแหน่ง จัดตั้งเป็นเงินทุนการศึกษาสำหรับเด็ก ปัจจุบันมีเด็กที่จบการศึกษาไปแล้วจำนวน 8 คน
และกำลังศึกษาอยู่อีก 8 คน ประชากรของทั้งอำเภอตามทะเบียนราษฎรมีเพียง 28,000 คนเศษ แต่ด้วยความที่อำเภออุ้มผาง
มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพม่ายาวถึง 180 กิโลเมตร ทำให้มีพี่น้องชาติพันธุ์ คนไทยเสมือนไร้สัญชาติ
ที่รอการพิสูจน์จุดเกาะเกี่ยวกับรัฐไทยกลายเป็นประชากรแฝงซึ่งไม่มีเลขประจำตัวประชาชน รวมถึงราษฎรในหมู่บ้านตามตะเข็บชายแดน
ตลอดจนประชากรในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านอุ้มเปี้ยม และศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านนุโพ มาเข้ารับบริการจากโรงพยาบาลอุ้มผางมากมาย
แม้มีนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี 2544 และ ความพยายามในการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขตามหลักนโยบายหลักประกันสุขภาพ
โดยมีกองทุนเพื่อบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ตามมติครม. เดือนมีนาคม 2553 เข้ามาช่วย คนเหล่านี้ซึ่งจำนวนมากเป็นกระเหรี่ยงดั้งเดิม
ติดพื้นที่มาเนิ่นนาน เมื่อยังไม่สามารถพิสูจน์จุดเกาะเกี่ยวได้ก็ยังคงรอดหลุดไปใน “ช่องว่าง” นั้น ส่งผลให้รายรับของโรงพยาบาล
สวนทางกับรายจ่ายจริงที่เกิดขึ้น จนประสบภาวะหนี้สินและค่าใช้จ่ายสังคมสงเคราะห์สูงขึ้นสะสมเรื่อยมาจนยอดล่าสุดในปี 2553
อยู่ที่ราว 36,000,000 บาทเศษ ค่าใช้จ่ายหลักอีกส่วนที่จำต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ค่ายาและเวชภัณฑ์
ซึ่งไม่เพียงใช้ในโรงพยาบาล แต่ยังสนับสนุนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) 7 แห่ง สถานบริการสาธารณสุขชุมชน
(สสช.) 6 แห่ง สุขศาลาพระราชทาน 2 แห่งและสุขศาลาประจำหมู่บ้าน 13 แห่งในฐานะแม่ข่าย ทำให้โรงพยาบาลอุ้มผาง
มีค่าใช้จ่ายด้านยาและเวชภัณฑ์ในปี งบประมาณ 2554 (ยังไม่หมดปีงบฯ) 10,035,139.03. บาท ยังไม่รวมของปีที่แล้ว ร่วมๆ 10 ล้าน
นอกจากนี้โรงพยาบาลอุ้มผางยังร่วมเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลนำร่องโครงการจดทะเบียนการเกิดแบบออนไลน์
ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมมือกันระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักบริหารการทะเบียนราษฎร
สนับสนุนโดยองค์การยูนิเซฟ เพื่อติดตามการจัดทำสูติบัตรอันเป็นต้นทางของปัญหาความไร้สถานะของบุคคล
เมื่อทราบสถานะบุคคลที่ชัดเจนของคนไข้ โรงพยาบาลจะได้ติดตามสิทธิในการรักษาพยาบาลที่ถูกต้องต่อไป
ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลอุ้มผางจะมีมาตรการพึ่งพาตนเองและลดค่าใช้จ่ายอย่างเต็มกำลัง แต่ภาระการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอง
เป็นภาระหนักอึ้งที่ต้องแบกรับและดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตลอดไป สวนทางกับงบประมาณที่สามารถเบิกจ่ายได้จากส่วนราชการ
เส้นทางสายมนุษยธรรมกับเส้นทางแห่งความอยู่รอดขององค์กรเอง ดูจะเหมือนเป็นเส้นทางคู่ขนานที่ไม่อาจมีวันมาบรรจบกันได้
แต่โรงพยาบาลอุ้มผางยังยืนยันที่จะเดินต่อไป
มูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผาง ไม่มีวัตถุประสงค์ปลดเปลื้องหนี้สินของโรงพยาบาล แต่จะทำให้โรงพยาบาลสามารถ
ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนใดๆ ได้ และใช้ และใช้จ่ายในส่วนที่เกิน
จากการสนับสนุนงบประมาณของส่วนราชการ อาทิ ค่าตอบแทนลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างชั่วคราว
ซึ่งเป็นอัตรากำลังสำคัญที่เป็นหัวใจของการดำเนินกิจการโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่มีจิตศรัทธาจะเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิฯ สามารถร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาอุ้มผาง
เลขที่บัญชี 020044702783 ชื่อบัญชี "กองทุนก่อตั้งมูลนิธิโรงพยาบาลอุ้มผาง"
http://youtu.be/myHdtD1owzA
แก้ไขล่าสุดโดย
เสือยุ่ง เมื่อ 14 ส.ค. 2013, 13:24, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
Go Bike Thailand สองล้อ เที่ยวทั่วไทย
บริการทุกจักรยาน จัดทริปจักรยาน
https://www.facebook.com/Go-Bike-Thailand-สองล้อ-เที่ยวทั่วไทย-081-710-8866-877604938919893/?ref=page_internal
-
Vachera Junpech
- ขาประจำ

- โพสต์: 113
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2013, 15:37
- Tel: 0819494050
- team: HMC Cycling Club
- Bike: Bianchi Kuma 5100, Bianchi Impulso, Bridgestone Radac and Bridgestone Eurasia
- ตำแหน่ง: Chonburi
โพสต์
โดย Vachera Junpech »
น่าสนใจมากครับ หากเข้าร่วมต้องทำอย่างไรบ้างครับ

ปั่นที่เรารัก แล้วเราจะรักที่จะปั่น
**********************************
VJ
-
เกรียงไกร3
- ขาประจำ

- โพสต์: 133
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2010, 15:43
- Tel: 0870434577
- team: โปรแกรมเร้าใจไปด้วย
- Bike: MBK และ antales
โพสต์
โดย เกรียงไกร3 »
โปรแกรมมาแล้ว สมัครครับพี่เสือยุ่ง สมัครประเภท 1 รวมเที่ยวทีลอซู และนั่งรถกลับด้วย (นายเกรียงไกร ตันติธีรวิทย์)
แก้ไขล่าสุดโดย
เกรียงไกร3 เมื่อ 13 ส.ค. 2013, 15:30, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
-
เสือตี๋
- ขาประจำ

- โพสต์: 17239
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2009, 17:23
- Tel: หมอตี๋+น้องพร 0847849703
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพวัฒนานคร สระแก้ว
- Bike: TREK8500-HARO ESCAPE8.3-GIANTcross 3300-GIANTเหลือง
- ตำแหน่ง: รพ.วัฒนานคร สระแก้ว
โพสต์
โดย เสือตี๋ »
น่าสนใจครับผม..ลายาวเลย จะไหวปะนี่
มิตรภาพ บนหลังอาน ยิ่งนาน ยิ่งผูกพันธ์
-
น้ำน้อยหาดใหญ่
- ขาประจำ

- โพสต์: 2232
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2009, 19:16
- Tel: 0816952649
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพกองทัพอากาศ
- Bike: giant rincon / trek 4400
โพสต์
โดย น้ำน้อยหาดใหญ่ »
-
Singsalaton
- สมาชิก

- โพสต์: 51
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2013, 08:58
- Tel: 086-569-5931 , 085-153-5511
- team: ทีมจักรยาน สิงห์สลาตัน
- ตำแหน่ง: 14/9 ซ.เพิ่มสิน 36 แขวงคลองถนน เขต สายไหม กรุงเทพ 10220
-
ติดต่อ:
โพสต์
โดย Singsalaton »
พ.อ.อ. บุญมี ไหลหลั่ง
ทีมจักรยานสิงห์สลาตัน
เสื้อเบอร์ XL
ลงทะเบียน เงินจะฝาก เสือต้นไปจ่ายให้ครับ
ทีมจักรยาน สิงห์สลาตัน ไปด้วยกัน ปั่นอุ่นใจ
e-mail: singsalaton@gmail.com
www.facebook.com/singsalatonthailand
www.thaiMTB.com/ชุมชนนักปั่น/สิงห์สลาตัน
Line ID : tonmatch
Tel :086-569-5931 สิงห์ต้น ประสานงานสิงห์
Tel :085-153-5511 สิงห์ปุ้ย ประสานงานสิงห์
-
San TOT & S.RAMA IV
- ขาประจำ

- โพสต์: 12283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:31
- Tel: 3G 0893001737
- team: TOT MTB
- Bike: KHS ALU ALITE4000 15"ขาวเขียว. KHS ALU ALITE4000 17"
โพสต์
โดย San TOT & S.RAMA IV »
ปักหลักหมุดไว้ก่อนนะจ๊ะ
-
letitbe1503
- ขาประจำ

- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2010, 11:12
- Tel: 0817901583
- team: เหนื่อยก็หยุดพักขา ฟ้าดินมาคอยนวดบีบ ไม่เห็นต้องรีบ ต้องร้อนแรง ไปแข่งขันกับใคร
- Bike: STRiDA Mini ล้อ 14,STRiDA LT ล้อ 16,Bianchi Volpe,BS RoadMan
- ตำแหน่ง: ห่างจาก BTS พญาไท 100 เมตร
โพสต์
โดย letitbe1503 »
ทริปนี้ไม่มีรถเซอร์วิท ใช่ไหมครับ? สนุกกันหล่ะ
-
navybike
- ขาประจำ

- โพสต์: 1221
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 11:42
- Tel: 0817158663
- Bike: TREK , GIANT, CANNONDALE
- ตำแหน่ง: ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
-
hs6rpj
- ขาประจำ

- โพสต์: 674
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2009, 21:12
- Tel: 0813790703
- Bike: trek
โพสต์
โดย hs6rpj »
2.ร่วมปั่นกลางทาง ..กำแพงเพชร-ถึงอุ้มผาง
1 นายชูเกียติ สว่างเพียร
2 นายสมยศ เจตเกษตรการณ์
เสื้อเบอร์ XL
หมายเหตุ กลับเอง
-
ไฟล์แนบ
-
![KBcIqv[1].jpg](./download/file.php?id=3480294&sid=0d99305254815ca1d91afd38c1900bf7)
- KBcIqv[1].jpg (93.46 KiB) เข้าดูแล้ว 6706 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย
hs6rpj เมื่อ 10 ส.ค. 2013, 12:36, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
-
Clare Dakkini
- ขาประจำ

- โพสต์: 310
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2011, 14:09
-
ติดต่อ:
โพสต์
โดย Clare Dakkini »
สนใจค่ะ พี่ยุ่ง อยากไปๆๆ
Sent from my GT-N7100 using Tapatalk 2
ชอบปั่นทัวร์ริ่ง โอเครป่ะ ~!!!!
-
เสือยุ่ง
- ขาประจำ

- โพสต์: 2662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 12:33
- Tel: 081-710-8866
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฉะเชิงเทรา
โพสต์
โดย เสือยุ่ง »
สนใจร่วมงานลงชื่อจองไว้เลยครับ
รับจำนวนจำกัด
ปั่นฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
รายละเอียดทริป
1.มือใหม่ไม่ควรมา 3 วันสุดท้ายเป็นเขาสูง
2.ที่พักแต่ละคืนกลางเต้นท์ ถ้าเป็นวัดไม้ต้องกาง
3.มีรถบริการตลอดเส้นทาง
คิดค่าใช้จ่ายเฉพาะท่านที่ไปเที่ยวทีลอซู
และค่ารถเดินทางกลับกรุงเทพเท่านั้น
การรับสมัครร่วมโครงการ มี 3 ประเภท
1.ปั่นตั้งแต่กรุงเทพถึงอุ้มผาง
2.ร่วมปั่นกลางทางถึงอุ้มผาง (ต้องระบุว่าเริ่มที่ไหน)
3.ร่วมปั่นแต่ไม่ถึงอุ้มผาง (ต้องระบุว่าเริ่มวันไหนจบวันไหน)
รับจำนวนจำกัด 1+2 จำนวน 100 ท่านเท่านั้น
เตรียมลางาน และเริ่มซ้อมปั่นได้แล้ว
Go Bike Thailand สองล้อ เที่ยวทั่วไทย
บริการทุกจักรยาน จัดทริปจักรยาน
https://www.facebook.com/Go-Bike-Thailand-สองล้อ-เที่ยวทั่วไทย-081-710-8866-877604938919893/?ref=page_internal
-
soi
- ขาประจำ

- โพสต์: 565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 14:26
- Tel: 081-6600083
- Bike: trek
โพสต์
โดย soi »
ลงชื่อร่วมปั่น ประเภทที่ 1 ปั่นครบตลอดเส้นทาง 2 คน
1. ชาติตระการ ไชยสุนทร
2. สร้อยนภา โชติเลอศักดิ์
-
เอกจิต
- สมาชิก

- โพสต์: 75
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2010, 20:40
- Tel: 0854893954
- team: tcc
- Bike: merida
โพสต์
โดย เอกจิต »
ลงชื่อประเภทที่1
นายเอกจิต ฉะอ้อนศรี 47ปี