ผมคิดอยู่ว่าเรื่องนี้จะเอามาเขียนดีไหม เพราะมันเรื่องเล็กนิดเดียว
แต่คิดไปมา เอามาเขียนดีกว่าเผื่อเตือนสตินักปั่นท่านอื่นๆ ที่อาจพบเหตุการณ์แบบนี้
เพราะปีที่แล้วเพื่อนผมคนนึงที่ปั่นจักรยานที่สวนลุมฯ นี่ เจอนักวิ่งที่วิ่งอยู่ แล้วเปลี่ยนเส้นทางกระทันหัน
จึงหักหลบไม่ทัน ปรากฏว่าเพื่อผมเจ็บตัวฟรีๆ จักรยานเสียหายพอสมควร ส่วนนักวิ่งเป็นอะไรหรือไม่ผมจำเหตการณ์ตอนนั้นไม่ได้แล้ว ได้ยินจากคำบอกว่าเปลีีี่ยนเส้นทางวิ่งและมาชนจักรยานล้มเท่านั้น
มาในกรณีของผมดีกว่า
เป็นวันที่กำลังจะหายจากไข้หวัดพอดี เลยเอาหมอบไปออกกำลัง คิดว่าให้ร่างกายมันร้อนๆ พอได้เหงื่อซะหน่อย
ปั่นวนไปได้หลายรอบๆ แล้วล่ะครับ ระยะทางได้มา 17Km.
เส้นทางวันนั้นมีคนเข้ามาทั้งเดินและวิ่งจำนวนมากกว่าปกติเล็กน้อย อาจเป็นเพราะมีการชุมนมกันด้วย
เหตุการณ์เกิดช่วงที่ปั่นจักรยานเลยผ่านซุ้มขายน้ำไปแล้ว ฝั่งประตูทางเข้าด้านลานจอดรถ อยู่ตรงข้ามกับโรงพักลุมพินีครับ
ความเร็วในการปั่นก็ตามที่สวนลุมฯ เค้าอนุญาต ไม่เกิน 20Km./hr. ซึ่งผมได้ตามนั้น Av. 19.8
เห็นคนวิ่งๆ ออกกำลังกายตามลูกศร อยู่ทั้งในถนนและในเลนจักรยานประปราย เป็นระยะๆ
มาถึงที่เกิดเหตุ
ในขณะที่เลนจักรยานมีคนวิ่งขวางอยู่ ผมจึงหักขวาออกไปนอกเลนจักรยาน
และผมเห็นเด็กเล็กๆ 2 คนน่าจะอยู่ระดับชั้นประถม เดินหยอกล้อเล่นกัน สวนทางมา
ผมจึงจำเป็นต้องหักขวาออกไปอีก (เพราะยังไม่อยากหยุดปั่น)
เด็กตัวอ้วนๆ กลับหันหลังไปหยอกล้อเล่นกับเพี่อนตัวผอม และถอยหลังเดิน เร็วขึ้นๆ
ผมจึงต้องหักขวาออกอีกแต่ไม่ทัน น้องแกยังเดินถอยหลังและเร็วขึ้นต่อเนื่อง และถอยหลังมาชนโดนตัวผมทางด้านข้าง (ซ้ายมือผม) เสี้ยววินาทีนั้น ผมตะโกนไปสั้นๆ "น้อง.....ระ..ว....." แล้วก็.....
ผมควบคุมรถไม่อยู่ จึงล้มลงกลิ้งไปทางขวา ได้หมูแดงเล็กๆ ตรงข้อศอก
หลังจากได้สติคืนมา จึงมองไปรอบๆ
เห็นน้องอ้วนแกไม่ได้ล้มหรือเป็นอะไร ยืนมองผม ได้ยินน้องคนผอมบอกให้ไปขอโทษพี่เค้า
ซึ่งผมตอนนั้นไม่ได้ยิินอะไรจากน้องคนอ้วนอีก
จากนั้นผมมองไปทีี่่จักรยาน ปรากฏว่าแฮนด์เบี้ยว ตีนผีถลอกและเบี้ยวเล็กน้อย โซ่หลุด บันไดถลอก
มองกลับไปที่น้องคนอ้วนอีกทีว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ปรากฏว่าน้องทั้งสองหายไปแล้ว
มีแต่ฝรั่งที่มาวิ่งออกกำลังกาย เข้ามาถามอาการผม ก็ฟุตฟิตฟอไฟไปตามประสา "โอเค๊ะโอเค....แต๊งกิ้ว"
จากนั้นผมก็ดูสภาพว่ายังพอปั่นต่อได้ จึงพาจักรยานไป Probike ร้านชืื่อดังข้างสวนลุมฯ
เจอเพื่อนนักปั่นท่านหนึ่งบอกว่า เค้าอยู่ในเหตุการณ์พอดี ได้ยินเสียงจักรยานล้ม ก็คงเสียงดังพอควรล่ะนะ ผมน่ะตอนล้มไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ณ วินาทีนั้น ถามสารทุกข์สุกดิบตามสมควร
จากนั้นก็พาไปหาช่างๆ ซ่อมเค้าจึงจัดการปรับมือเบรคให้ตรง ทีแรกผมคิดว่าต้องเปลี่ยนแฮนด์ซะแล้ว เห็นเบี้ยวซะขนาดนั้น (สติแตกนะครับตอนนั้น) คิดว่าคงเสียอีกหลายพัน แต่ช่างเพียงปลิ้นยางมือเบรคหมุนน้อตด้วยประแจหกเหลี่ยมเบอร์ห้า เท่านั้นก็เรียบร้อยแล้ว จักรยานใช้งานได้ตามปกติ ต้องขอบคุณช่างซ่อม Probike มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ก็สรุปว่า ถึงแม่ว่าจะปั่นช้าๆ แล้ว ก็ยังต้องใช้ความระมัดระวังอยู่ดีนะครับ
ทัั้งเพื่อนผมและผม ถูก "คน" มาชนด้วยกันทั้งสองกรณี
โชคดีที่ผมไม่ได้ไปชนน้องอ้วนเค้า นอกเลนจักรยานซะด้วย
โชคดีที่น้องเค้าไม่ได้เป็นอะไร ไม่งั๊นเรื่องคงไม่จบ
โชคดีที่ล้มแบบกลิ้งไปตามธรรมชาติ ศีรษะและหมวกไร้ซึ่งรอยใดๆ
โชคดีที่ได้แค่รอยถลอกหมูแดงเล็กน้อยตรงข้อศอก ส่วนหลังโดนซิบๆ เสื้อมีครูดกระจิ๊ดนึง
โชคดีที่ไม่ต้องเสียตังค่าซ่่อม ฝากไว้แต่รอยถลอกตามแฮนด์ มือเบรค ตีนผี บันได้ ซึ่งคงขายต่อไม่ได้แล้วล่ะ
โชคดีที่ที่ล้มในสวนสาธารณะ ไม่ใช่ถนนสาธารณะ
ดังนั้นเรื่องนี้สรุปว่า "อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเวลา ปั่นจักรยานทุกครั้ง มีสติ ต้องใช้ความระมัดระวังเสมอๆ นะครับ"
ป.ล. ต้องขออภัยท่านผู้อ่านนะครับ เขียนยาวไปหน่อย.....