หน้า 1 จากทั้งหมด 2
หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 26 มิ.ย. 2013, 21:13
โดย bigod_10
หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ในกทม. มีทางจักรยานบนฟุตบาทหลายเขต มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาแต่ ชาวจักรยานไม่สามารถใช้ทางจักรยานที่ กทม.ทำได้เลย เพราะมีการตั้งป้าย ย้ายวิน ขายของในช่องทางจักรยานกันเต็มไปหมด
ส่วนชมรมสมาคมจักรยานเพื่อ.....อะไรก็แล้วแต่ในประเทศไทย ตั้งโครงการ ทำวิจัย จัดงานขี่จักรยานเพื่อ สถิติต่างๆ แต่ไม่เคยไปทวงถามทางจักรยานจากกทม.เลย ทั้งที่ไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย แค่จัดกิจกรรมนัดคนขี่จักรยานในวันหยุดไปทวงถามทางจักรยานคืนจาก กทม. แต่ก็ไม่ทำกัน
โดยส่วนตัวผมคิดนะครับว่า ชมรมหรือสมาคม เวลาจัดงานกิจกรรมใหญ่ๆ จะมีคนของกทม. มาเปิด หรือไม่เวลา กทม. จัดงานเกี่ยวกับจักรยานก็จะมี คนของ สมาคมและชมรมไปร่วม ในบางครับเห็นกทม. สนับสนุนการจัดกิจกรรมของชมรมหรือสมาคมด้วย ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมครับที่ ทางจักรยานบนเราถึงไม่เกิดเป็นรูปธรรมสักที เพราะเวลาจัดกิจกรรมอะไรก็จะได้การสนับสนุนจากกทม. และเวลากทม. จะทำโครงการอะไรที่ผลาญงบ ก็อาศัยคนของชมรมหรือสมาคมไปสนับสนุน นี้คือ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าแบบไทยๆ ใช่หรือป่าวครับ ปล. ผมตั้งกระทู้นี้เพื่อทวงถามทางจักรยานคืน และทวงถามจิตสำนึกที่ถูกต้องของคนที่รักจักรยานครับเพื่อไม่อยากเห็นชาวจักรยานต้องไปขับขี่แบบเสี่ยงๆบนถนน เพื่อเด็กตัวเล็กๆจะได้ขี่จักรยานไปโรงเรียน เพื่อผู้ที่อยากจะขี่จักรยานไปทำงานจะได้กล้าออกมาขี่และมีทางจักรจักรยานสำหรับนักขี่หน้าใหม่ครับ แต่ถ้าทางผู้ดูแลweb เห็นว่า สิ่งที่ผมทวงถามเป็นไม่เป็นประโยชน์กับชาวจักรยาน ลบกระทู้ผมได่้เลยครับ หรือถ้าทางชมรมหรือสมาคมเห็นกรุณาชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 10:53
โดย veenono
น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ถูกต้องเลยครับ แต่ไม่เกี่ยวกับชมรมฯหรือสมาคมใด เพราะชมรมฯหรือสมาคม
กลุ่มบุคคลใดก็ตั้งขึ้นมาได้ภายใต้ข้อบัญญัติ อยากตั้งอีก 10 ชมรมฯ 10 สมาคม ก็ยังได้ไม่มีใคร
ห้ามตั้งอยู่แล้วครับ ส่วนจะไปโคกับเขต กับ กทม.กับจังหวัดได้หรือไม่ก็อยู่ที่ความสามารถของชมรมฯ
หรือสมาคม นั้นๆ
.
แต่ถ้าถกเรื่องการทวงคืนเลนจักรยาน อันนี้
น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าแน่นอน ครับถ้าพ่อค้าแม่ค้าเค้าถามมาว่า
ทำไมจุดที่ผ่อนผันให้เขาขายของได้ซึ่งขายอยู่ประจำมาก่อน กลับไม่ให้ขาย เขาก็ประชาชนเหมือนกัน อาจจะใช้
จักรยานด้วยก็ได้ ภาครัฐก็คงหาทางแก้ไขและตอบคำถามเขาเหมือนกัน ดังนั้นผมว่าเอาให้เด็ดขาดต้องแก้
ที่กฎหมาย เพราะทำให้เอาผิดได้ชัดเจน เช่นความเห็นที่เคยโพสท์แล้วอีกกระทู้ ยกมาตรงนี้อีกแล้วกันนะครับ
.
Chayut Ratanapong เขียน:ยังเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ทุนมากนัก สำหรับการศึกษาค้นคว้าว่า กฎหมายเกี่ยวกับการใช้จักรยานฉบับใดที่ยังมีเหตุติดขัดเรื่องหลักๆ แต่
หากจะผลักดันไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยคลายเหตุติดขัด ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้ทุนจัดกระบวนการให้เกิดพลังความรู้
ความเข้าใจร่วมกัน เพื่อผลักดันไปในทิศทางเดียวกัน
… ทุกวันนี้เราเน้นแบบเดิม คือ รณรงค์ส่งเสริมให้คนออกมาใช้จักรยาน แต่ยังไม่เกิดการเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.จราจรทางบก
พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการใช้จักรยานโดยตรง กล่าวคือ
1. มาตรา 4 ควรเพิ่มเติมนิยามศัพท์คำว่า "ทางจักรยาน"
2. มาตรา 79 ควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ จาก "ทางใดที่ได้จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน" เป็นว่า "ทางจักรยาน หรือทางใดที่ได้จัดทำไว้
สำหรับรถจักรยาน"
3. มาตรา 80 ถึงมาตรา 83 ควรแก้ไขเพิ่มข้อความ จาก "ทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน" เป็นว่า "ทางเดินรถ
ไหล่ทาง ทางจักรยาน หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน"
... ตราบเท่าที่ยังไม่มีความชัดเจนปรากฏในกฎหมายเกี่ยวกับการใช้จักรยาน ตำรวจนครบาล และ กทม. ก็ยังโยนกันไปโยนกันมาเรื่อง
"ทางจักรยาน" อย่างที่เห็นต่อไปครับ
.
การที่พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ยังไม่ได้รับการแก้ไขความเก้ๆ กังๆ มันมีผลให้กายภาพของทางจักรยานที่กทม.ทาสี
ตีเส้น นั้น ไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนรับรอง
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับการตำรวจจราจร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร จึงมีเครื่องมือทางกฎหมายที่ไม่
ชัดเจน การใช้อำนาจออกประกาศข้อบังคับ หรือ
ระเบียบ ตามมาตรา ๑๓๙ (การประกาศให้ผิวจราจรที่ได้รับการทาสีตีเส้น ให้เป็น "ทางจักรยาน") จึงไม่ชัดเจน
.
หาก พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 4 ได้รับการเพิ่มเติมให้มีนิยามศัพท์คำว่า "ทางจักรยาน" แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้อง
เพิ่มเติมคำว่า "ทางจักรยาน" เข้าไปในอนุมาตราใดของมาตรา 139 อีก
มาตรา ๑๓๙ ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าถ้าได้ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบ
เกี่ยวกับการจราจรแล้วจะเป็นการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อ
บังคับ หรือระเบียบดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดเดิน
(๒) ห้ามหยุดหรือจอด
(๓) ห้ามเลี้ยวรถ กลับรถ หรือถอยหลังรถ
(๔) กำหนดให้รถเดินได้ทางเดียว
(๕) กำหนดระยะเวลาจอดรถในทางแคบหรือที่คับขัน
(๖) กำหนดอัตราความเร็วของรถในทางภายในอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๗) กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่อง
(๘) กำหนดทางเดินรถทางเอกและทางเดินรถทางโท
(๙) กำหนดการจอดรถหรือที่จอดพักรถ
(๑๐) กำหนดระเบียบการใช้ทางหรือช่องเดินรถสำหรับรถบางประเภท
(๑๑) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้รถโรงเรียน
(๑๒) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยาน
(๑๓) ควบคุมขบวนแห่หรือการชุมนุมสาธารณะ
(๑๔) ควบคุมหรือห้ามเลี้ยวรถในทางร่วมทางแยก
(๑๕) ขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง หรือติดตั้งสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจร
(๑๖) กำหนดระยะทางตอนใดให้ขับรถล้ำเข้าไปในเส้นกึ่งกลางของทางที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดไว้ได้
(๑๗) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการจอดรถที่ชำรุด หักพัง ตลอดจนรถที่ซ่อมแซมในทาง
(๑๘) กำหนดระเบียบการข้ามทางของคนเดินเท้าบนทางที่ไม่มีทางข้าม
(๑๙) กำหนดการใช้โคมไฟ
(๒๐) กำหนดการใช้เสียงสัญญาณ
(๒๑) กำหนดระเบียบการอนุญาตและการใช้รถที่มีล้อหรือส่วนที่สัมผัสกับผิวทางไม่ใช่ยาง
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 11:26
โดย veenono
อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 13:31
โดย bigod_10
ไปทวงถามกับ กทม สิครับ เส้นเรียบด่วนปล่อยให้มาตั้งขายของทับทางจัดรยาน ในราชดำเนินก็มีที่ให้ขายสลากกินแบ่งอยู่อล้วยังมาตั้งขวางทางจักรยาน กฏหมายถ้ากทม บังคับใช้ตั้งแต่แรกคือห้ามขายอย่างเด็ดขาดก็จะไม่มีภาพที่มาขายทับทางจักรยานอยู่แน่นอน มาผ่อนปรนทุกอยู่ความเป็นระเบียบวินัยก็ไม่เกิด ที่คุณพูดว่าโคกับใครก็ได้ เพราะหวังเงินกทม มาเข้าชมรมมาจัดกิจกรรมในที่สุดก็ยอมรับว่าหวังเงินหวังงบ ที่ทำได้เลยคือนำผู้ว่ามันขี่ดูทางเลยครับว่ามันมีปัญหาตรงไหน ตรงไหนต้องแก้ คราวที่แล้วก็เห็นไปร่วมงานเปิดโครงการปันปั่นของกทม มันไม่ใช่เกรอครับ เห็นมันผลาญงบภาษีมาไม่รู้สึกบ้างเหรอครับ ให้คนมีจัดรยาน้ช่าแต่ไม่มีทางให้ขี่ ไม่มีกมวกกันน๊อคให้ใส่ เห็นคนทำเรื่องทำอย่างไรก่อนลงถนน แต่กม่ทัดท่วงหละครับ หรือเพราะงบขิงกทม จึงทำลืมๆมันไป
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 13:37
โดย bigod_10
veenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลย
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 14:49
โดย veenono
bigod_10 เขียน:veenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลย
ในส่วนที่แสดงความเห็นในนามชมรมฯผมขอบอกเลยว่าชมรมฯไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือไปมีส่วนร่วมกับเงินของ
กทม.เลยสักครั้ง (ตรงนี้พูดในนามชมรมฯนะครับ)
ในส่วนตัวที่แสดงความเห็นก็ส่วนตัวนะครับ ไปงานเปิดปันปั่น ผมไปทำข่าวเพราะถูกเชิญ แล้วการไปร่วมงาน
ก็ไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมทำคลิ๊บปันปั่นออกมาก็ไม่ได้บอกว่าสนับสนุน เพียงเพื่อสื่อโครงการ
สาธารณะออกมาให้ส่วนรวมเห็นและช่วยวิจารณ์
ต่อไปพูดในนามส่วนตัวนะครับ ขอความเห็นเรื่องควรรู้อะไรก่อนออกถนน ผมอยากกระตุ้นให้สังคมจักรยานพูด
ถึงเรื่องการหัดขี่จักรยานให้คล่องๆและรู้จักกฏจราจรและตามมาด้วยอุปกรณ์ป้องกัน ทั้งได้รับฟังความเห็นเพื่อนๆ
ในแง่มุมกว้างๆ เพราะหลังๆเห็นพูดกันเยอะว่าต้องใส่หมวกกันน๊อคทุกครั้ง แต่ไม่พูดถึงทักษะการใช้จักรยานเลย
ทริปลุงโทเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆคือสอนเรื่องการใช้จักรยานสำหรับมือใหม่ ก่อนที่จะบังคับใส่หมวก เพราะเราจะเห็น
ผู้ใช้จักรยานที่ใส่หมวกกันน๊อกเป็นภาระสังคมบนท้องถนนมากมาย
ส่วนสวนสาธารณะ ก็เป็นที่สาธารณะและมีวิธีออกกำลังกายแบบอื่นๆเช่น วิ่ง เดิน ไม่ใช่มีแต่จักรยาน ลองย้อนกลับ
ไปดูกรณีสวนลุมเป็นต้น ว่าเกิดอะไรขึ้น และผลออกมาเป็นเช่นไร
มาถึงข้อที่ใครที่มีประสบการณ์ การจัดกิจกรรมเพื่อมวลชนจะรู้ว่า งานที่ไม่ใช้เงินเลยแทบไม่มี ถ้าไม่หาสปอนเซอร์
ให้ได้ ไม่มีข้าว ไม่มีน้ำ ไม่มีเสื้อ ไม่มีฯลฯ คิดว่าจะรวมตัวกันเป็นมวลชนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
ถึงมีวิธีรวมตัวกันได้ แต่ไม่มีหลักการในการจัดทำหนังสือยื่นอย่างเป็นทางการ มีหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่
ไม่ตรงนโยบาย ภาครัฐในปีนั้นๆ จะเกิดประโยชน์อะไร นอกจากทำให้รถติดเพิ่มมากขึ้น การจะเปลี่ยนแปลงสังคม
ไม่ใช่โวยวายแล้วสังคมจะเปลี่ยน มันต้องเป็นไปตามขั้นตอน จักรยานไม่ใช่มวลชนส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯหรือของ
ประเทศ จักรยานไม่ได้ผลักดันเศรษฐกิจให้ประเทศเจริญฮวบฮาบ ฉะนั้นเท่าทุกวันนี้ผมว่าคนก็ตื่นตัวเรื่องจักรยาน
กันมากในระดับที่น่าพอใจแล้วนะครับ ซึ่งตามกระแสมาด้วยผู้ใช้จักรยานที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้อีกเยอะ หนักที่สุด
ตอนนี้คือ ผู้ใช้จักรยานที่เอาแต่อารมณ์ตัวเป็นใหญ่ โดยไม่ศึกษาและไม่รับฟังวิธีการอื่นๆ
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 14:58
โดย Kino
bigod_10 เขียน:veenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลย
ขอรับทราบแนวทาง "ทำอย่างจริงจังและถูกต้อง" ของคุณหน่อยสิ
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 15:47
โดย Dhandranunda
ผมปั่นบนไบค์เลนในกทม ว่าเสี่ยงกว่าปั่นข้างล่างอีก น่ากลัวอิ๋บอ๋าย กระเบื้องเป็นลอนไม่สม่ำเสมอ ปั่นทีเผลอไม่ได้แฉลบล้มได้ง่ายๆ ยิ่งตอนฝนตก พื้นกระเบื้องแบบมันปลาบ
เคยปั่นเจอสายไฟระโยงระยางลงมาจากต้นไม้ (คือเขาประดับไฟรอบๆ ราชดำเนิน แล้วคงเก็บไม่หมด ลงมาเป็นบ่วงบาศเลย ดีไม่คล้องคอห้อยโตงเตง)
กระเบื้องบางแห่งก็เหลือเกิน คนเดินถนนก็ทราบกันดี แค่ระวังไม่ให้น้ำสกปรกมันดีดเวลาเหยียบกระเบื้องบางแผ่นนี่ ต้องอาศัยทักษะวิชาตัวเบากัน หรือไม่ก็ต้องจดจำให้ได้ว่ากระเบื้องแผ่นใดบ้าง จะได้ก้าวข้ามไป
ไบค์เลนบางแห่ง ก็ทำแบบปูดนูนยกตัวสูง ปั่นข้างๆ เสียวเหมือนกัน มีทางขึ้นทางลง ตัดทางขึ้นลงสะพานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้น่าเบื่อ
ตอนนี้ผมไม่ค่อยอยากได้ (เห็นพ้องกับหลายท่านที่บอกว่าไม่ค่อยอยากได้)ไบค์เลนแล้วครับ อยากได้ที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยมากกว่า
ทุกวันนี้ มีใครปั่นบนไบค์เลนได้ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องลงพื้นผิวจราจรบ้าง.....ไม่มีเลยครับ
ไหนๆ ก็ไหนๆ คนปั่นควรฝึกหรือมีทักษะในการปั่นด้วย ถ้าปั่นอย่างมีสติ มีประสบการณ์ ก็น่าจะรอดปลอดภัย(ยกเว้นซวยจริงๆ เช่นไปปั่นขวางทางรถเมล์สาย 8 ที่เพิ่งทะเลาะกับเมียมา)
ที่เหลือก็ไปปลูกจิตสำนึกคนขับรถชนิดอื่น กำจัดพวกอันธพาลบนท้องถนน คนขับประเภทขยะบนท้องถนน สักแต่มีรถ มีใบขับขี่แต่ไม่มีสมองให้ลดน้อยลง
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 15:53
โดย Dhandranunda
อย่างโครงการปันปั่น เป็นโครงการที่ดีครับ น่าจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวมากกว่าคนทั่วไป
แต่อุปสรรคคือ มีจักรยานให้ยืมปั่น แต่ไม่มีที่ให้เขาปั่น แค่คนไทย คือ คนกทม เองยังหวาดๆ กับการปั่นบนถนนพระราม 1 หน้าสยามเลย ผมปั่นทีไร ปวดหัวกับสารพัดรถ ทั้งแท๊กซี่ รถตู้ รถตุ๊กตุ๊ก ยิ่งไปทางสนามกีฬา มาบุญครองแล้วนี่ โห จะบ้าตาย
จะปั่นบนฟุตปาทหน้าสยาม พระเจ้าช่วยกล้วยคุณชาย มีแต่แผงค้าเต็มไปหมด แล้วจะให้เขาเอาจักรยานแม่บ้านหนักๆ ไปปั่นยังไง ยกขึ้นสะพานบีทีเอสมาลงอีกฝั่งก็หนัก
ถ้าจะทำให้เหมือนเมืองนอก ก็ต้องทำให้เหมือนทุกอย่างทุกรายละเอียด ทำอย่างญี่ปุ่น โคเปนฮาเกน ฯลฯ แต่สภาพบ้านเมืองเหมือนโฮจิมินห์ซิตี้ มันจะไหวเหรอ?
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 16:29
โดย bigod_10
Kino เขียน:bigod_10 เขียน:veenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลย
ขอรับทราบแนวทาง "ทำอย่างจริงจังและถูกต้อง" ของคุณหน่อยสิ
ก็อย่างที่บอกครับมีการทวง ถามไหมครับ กับทางกทม. ที่เอางบมาทำแล้วได้ใช้กันไหมทางจักรยาน นี่คือการเอางบมาใช้โดยใช้ชาวจักรยานเป็นเครื่องมือ เรียกร้องให้กทม ปิดถนนนึ่งเส้นในทุกหนึ่งเดือน หรือหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้จักรยานได้ออกมาขี่ แล้วค่อยขยายวงกว้างออกไป สวนสาธารณะมีหนึ่งวันให้จักรยานเข้าไปขี่ได้ทุกสวน สวนคนที่ออกกำลังกายอย่างอื่นก็ทำต่อไปขอเพียงวันเดียว คนที่เห็นคนขี่จักรยานก็จะอยากขี่และมีเพิ่มขึ้น ผมเห็นทุกชมรมทำแบบไฟไหม้ฟางทำแล้วก็หายไป กี่สิบปีแล้วที่วนเวียนอยู่แบบนี้ ที่ผมคิดคือหยุดให้กทม เลิกหาเงินกับชาวจักรยาน เพราะมันเสียงบโดยใช่เหตุและไม่มีประโยชน์ เช่นโครงการปันปั่น ทำแล้วมีที่ขี่ไหม มีคนใช้กี่คน
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 16:40
โดย bigod_10
วีธีการแนะนำวิธีการขี่ที่ถูกต้องดีครับ เห็นด้วย แต่ที่ทางชมรมมีโครงการทำใบขับขี่จักรยานผมไม่เห็นด้วย ผมเชื่อว่าชมรมคิดจะให้มีใบขับขี่จักรยานจริงๆ การจสร้างคนขี่จักรยาน มห้เพิ่มขึ้น ต้องเริ่มจากการขี่จักรยานไปโรงเรียน ปลูกฟังตั้งแต่เด็ก มีทางจักรยานหรือฟุตบาทให้เด็กขี่จักรยานไปเรียน มีทางจักรยานที่ปลอดภัยให้เขาขี่ แต่ถ้ากทม มาให้คนขายของบนทางจักรยานจะเริ่มต้นได้อย่างไรครับ เส้นรัชดามีโรงเรียนอยู่หลายโรงเรียน แต่ฟุตบาทโดนขายของหมดตั้งวินหมด แล้วเด็กๆหรือผู้ปกครองจะกล้าให้ขี่จักรยานลงถนนเกรอครับ คนขี่จักรยานเพิ่มขึ้นเพราะกระแสสังคมแต่ไม่มีการสร้างหรือปลูกฝังตั้งแต่เด็กให้เด็กรักการขี่ หวังแต่จะสร้างคนขี่หน้าใหม่นี่คือวิถีที่ถูกเหรอครับ นักขี่กน้าใหม่ก็จะออกมารวมตัวกันวันคาร์ฟรีเดย์ขับรถมาจอดแล้วไปร่วมกิจดรรมมีกี่คนที่จะขี่มาจากบ้าน เราต้องสร้างคนจากจิตสำนึกที่รักการปั่นครับไม่ใช่สร้างคนจากกระแส พวกเด็กฟิกไงครับกระแสขี่ไม่ใส่หมวก ไม่ติดเบรค ปาดซ้ายปาดขวา ถึงเกิดปัญหา ทำมห้เขาหมั่นไส้คนขี่จักรยาน ผมไม่ได้ว่าเด็กฟิกทั้งหมดนะครับบางคนที่ติดเบรคใส่หมวกก็มี
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 27 มิ.ย. 2013, 17:14
โดย เนี้ยงมารุ
Dhandranunda เขียน:ผมปั่นบนไบค์เลนในกทม ว่าเสี่ยงกว่าปั่นข้างล่างอีก น่ากลัวอิ๋บอ๋าย กระเบื้องเป็นลอนไม่สม่ำเสมอ ปั่นทีเผลอไม่ได้แฉลบล้มได้ง่ายๆ ยิ่งตอนฝนตก พื้นกระเบื้องแบบมันปลาบ
เคยปั่นเจอสายไฟระโยงระยางลงมาจากต้นไม้ (คือเขาประดับไฟรอบๆ ราชดำเนิน แล้วคงเก็บไม่หมด ลงมาเป็นบ่วงบาศเลย ดีไม่คล้องคอห้อยโตงเตง)
กระเบื้องบางแห่งก็เหลือเกิน คนเดินถนนก็ทราบกันดี แค่ระวังไม่ให้น้ำสกปรกมันดีดเวลาเหยียบกระเบื้องบางแผ่นนี่ ต้องอาศัยทักษะวิชาตัวเบากัน หรือไม่ก็ต้องจดจำให้ได้ว่ากระเบื้องแผ่นใดบ้าง จะได้ก้าวข้ามไป
ไบค์เลนบางแห่ง ก็ทำแบบปูดนูนยกตัวสูง ปั่นข้างๆ เสียวเหมือนกัน มีทางขึ้นทางลง ตัดทางขึ้นลงสะพานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้น่าเบื่อ
ตอนนี้ผมไม่ค่อยอยากได้ (เห็นพ้องกับหลายท่านที่บอกว่าไม่ค่อยอยากได้)ไบค์เลนแล้วครับ อยากได้ที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยมากกว่า
ทุกวันนี้ มีใครปั่นบนไบค์เลนได้ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องลงพื้นผิวจราจรบ้าง.....ไม่มีเลยครับ
ไหนๆ ก็ไหนๆ คนปั่นควรฝึกหรือมีทักษะในการปั่นด้วย ถ้าปั่นอย่างมีสติ มีประสบการณ์ ก็น่าจะรอดปลอดภัย(ยกเว้นซวยจริงๆ เช่นไปปั่นขวางทางรถเมล์สาย 8 ที่เพิ่งทะเลาะกับเมียมา)
ที่เหลือก็ไปปลูกจิตสำนึกคนขับรถชนิดอื่น กำจัดพวกอันธพาลบนท้องถนน คนขับประเภทขยะบนท้องถนน สักแต่มีรถ มีใบขับขี่แต่ไม่มีสมองให้ลดน้อยลง
เห็นด้วยกับพี่ "Dhandranunda" สุดๆครับ จากประสพการณ์ในกทม.จริงๆเลยครับ ผมโดนกับระเบิด (กระเบื้องที่ลอยและมีน้ำขัง) กระเด็นเข้าหน้าเลยครับ นับครั้งไม่ถ้วน อายอิ๊บอ๋าย เลยครับ

Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 28 มิ.ย. 2013, 10:54
โดย bigod_10
pixela2523
วันนี้, 10:14
โพสต์: 3
team: LOYLOM CYCLING Nakhonpathom
Bike: GT Series 3 2012
สถิติออนไลน์: 3h 8m 3s
กิจกรรม car free day เป็นสิ่งที่ดีครับ
แต่กิจกรรมนี้ จะให้ได้ผลในเมืองไทย ต้องเรียนรู้พฤติกรรมพื้นฐานของคนไทยก่อน จากที่เคยทำวิจัยเล็ก ๆ น้อย ๆ มาบ้าง สรุปปัญหาหลัก
นั่นก็คือ คนไทยรักสบาย และ ขี้โอ่ สองอย่างนี้ ทำให้รถยนต์แพง ๆ ขายดิบขายดีในเืมืองไทย ทั้งที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้เฟื่องฟูอย่างที่ควรเป็น
ทุกวันนี้ คนส่วนมาก มองคนใช้จักรยาน เป็นบุคคลชั้น 2 - 3 ไม่มีที่รองรับ ไม่ได้รับการยอมรับในสังคม ตรงนี้เป็นปัญหาหลักที่ควรจะได้รับการแก้ไขแรกสุด
ดังนั้น สิ่งแรก ต้องเริ่มจากการปลูกฝังค่านิยมการใช้ัจักรยาน "ในชีวิตประจำวัน" ให้เป็นที่ยอมรับ เหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้ว
ที่มองผู้ใช้จักรยานเป็นคนสมัยใหม่ อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ใช่แห่กันปั่นเฉพาะช่วงที่รณรงค์ ปั่นถ่ายรูป ทำกิจกรรมเท่านั้น
ดังนั้น ถ้าต้องเริ่ม ควรเริ่มที่เด็กประถม - มัธยมก่อน จะเป็นไปได้มั้ย ถ้ามีที่จอดจักรยานห่างจากหน้าโรงเรียนสัก 0.5-1 กิโล และทางจักรยานเรียบ ๆ ดี ๆ
ไม่มีไฟแดง ให้เด็กฝากจักรยาน แล้วผู้ปกครองส่งเด็กที่จุดนี้ แล้วให้ปั่นไปโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดหน้าโรงเรียน ที่เป็นปัญหาระดับชาติ
และไม่มีทางแก้ไขจาก กิโลละ 15 นาที บนรถยนต์ จะเหลือไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น และประหยัดค่าน้ำมันทั้งปีเป็นเงินมหาศาล
พอทั้งผู้ปกครอง บุคคลทั่วไป และเด็ก เห็นประโยชน์ของจักรยาน ความนิยมจะเพิ่มขึ้นเป็นอัตโนมัติ แล้วจึงขยายไปเรื่อย ๆ รอบเมือง
พอเด็กคุ้นเคยการใช้จักรยาน จนติดเป็นนิสัย สามารถไปไหนมาไหนได้เอง ความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ก็จะลดลง
และมีกิจกรรมท่องเที่ยว ในทุกวันหยุด โดยมีการรวมกลุ่มกันปั่นเพื่อออกกำลังกาย หรือท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมสันทนาการ ที่ควรมีอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกลุ่มย่อย ๆ เช่น โรงเรียน บริษัทขนาดใหญ่ และกลุ่มผู้ชื่นชอบจักรยาน เพราะการปั่นในกลุ่มเพื่อน จะสร้างสัมพันธไมตรีอันดีได้ง่ายกว่า ผูกพันกว่าการจัดแบบกลุ่มใหญ่ แบบไฟไหม้ฟาง เริ่มไว มอดเร็ว แล้วจบ
การแก้ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นคำว่า "ไฟไหม้ฟาง" ไปได้ครับ ฝากไว้ตรงนี้
นี่คืออีกแนวทางนึงที่แก้ปัญหาอย่างถูกวิธีครับ การรณรงค์ที่ถูกวิถีต้องแบบนี้ครับ ของพี่ท่านนี้ใช่เลย
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 28 มิ.ย. 2013, 11:20
โดย iN2
ผมไม่เห็นด้วยนะกับการสร้างทางจักรยานบนทางเท้า ส่วนหนึ่งเพราะทางเท้าบ้านเราคับแคบอยู่แล้ว แถมอุปสรรคบนทางเท้าก็มากมาย ไม่ต้องพูดถึงการขี่จักรยานนะ เอาแค่คุณเดินธรรมดาๆ ก็ยากลำบากพออยู่แล้วล่ะ เราไม่ต้องพูดถึงพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของบนทางเท้า แค่วัสดุปูพื้น ก็เป็นอุปสรรค เสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์ ตู้ชุมสาย และทางเดินที่ไม่ราบเรียบ นี่ผมว่ามันยังมีอีกมากที่เป็นอุปสรรค เอาเข้าจริงๆ เรื่องทางจักรยานมันควรจะเป็น ความร่วมมือของรัฐบาลกลาง และผู้บริหารท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันทำ ที่คุณมาโวยวายกันว่าทางจักรยานที่มีอยู่ในกรุงเทพ ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ มีรถมาจอดทับเส้นทางบ้าง มอไซด์มาวิ่งในช่องทางบ้าง เอาเข้าจริงๆ ช่องจักรยานตรงนั้นมันถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริงหรือยัง เท่าที่ผมเคยอ่านเจอ ทางจักรยานใน กรุงเทพ ที่มีการรับรองจากกรมตำรวจให้เป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายจริงๆมีอยู่ไม่กี่แห่ง ถ้าจะเรียกร้องผมว่าเริ่มต้นจาก เรียกร้องให้ตำรวจประกาศรับรองทางจักรยานเหล่านี้ ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ให้มันเป็นช่องทางจักรยานที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนน่าจะง่ายกว่า ส่วนการจะทำช่องทางจักรยานเพิ่มขึ้นหรือไม่ประการใดอันนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องสู้กันต่อไปอีกยาวนานครับ
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
โพสต์: 28 มิ.ย. 2013, 11:35
โดย เนี้ยงมารุ
iN2 เขียน:ผมไม่เห็นด้วยนะกับการสร้างทางจักรยานบนทางเท้า ส่วนหนึ่งเพราะทางเท้าบ้านเราคับแคบอยู่แล้ว แถมอุปสรรคบนทางเท้าก็มากมาย ไม่ต้องพูดถึงการขี่จักรยานนะ เอาแค่คุณเดินธรรมดาๆ ก็ยากลำบากพออยู่แล้วล่ะ เราไม่ต้องพูดถึงพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของบนทางเท้า แค่วัสดุปูพื้น ก็เป็นอุปสรรค เสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์ ตู้ชุมสาย และทางเดินที่ไม่ราบเรียบ นี่ผมว่ามันยังมีอีกมากที่เป็นอุปสรรค เอาเข้าจริงๆ เรื่องทางจักรยานมันควรจะเป็น ความร่วมมือของรัฐบาลกลาง และผู้บริหารท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันทำ ที่คุณมาโวยวายกันว่าทางจักรยานที่มีอยู่ในกรุงเทพ ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ มีรถมาจอดทับเส้นทางบ้าง มอไซด์มาวิ่งในช่องทางบ้าง เอาเข้าจริงๆ ช่องจักรยานตรงนั้นมันถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริงหรือยัง เท่าที่ผมเคยอ่านเจอ ทางจักรยานใน กรุงเทพ ที่มีการรับรองจากกรมตำรวจให้เป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายจริงๆมีอยู่ไม่กี่แห่ง ถ้าจะเรียกร้องผมว่าเริ่มต้นจาก เรียกร้องให้ตำรวจประกาศรับรองทางจักรยานเหล่านี้ ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ให้มันเป็นช่องทางจักรยานที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนน่าจะง่ายกว่า ส่วนการจะทำช่องทางจักรยานเพิ่มขึ้นหรือไม่ประการใดอันนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องสู้กันต่อไปอีกยาวนานครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
