อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
-
waranon1974
- ขาประจำ
- โพสต์: 713
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2013, 18:48
- Bike: Super Six EVO Hi-Mod
- ตำแหน่ง: 111/11 ถนนรัษฎา ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92000
- ติดต่อ:
อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ผมกับภรรยาอายุ 40 ปั่นด้วยกันเป็นประจำ ร่างกายแข็งแรงพอสมควร เพราะออกกำลังกายกันมาตลอด 10 ปี ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ
ผมใช้รถไฮบริด ภรรยาใช้ภูเขาทางเรียบ วันละ 30-40 กม. สัปดาห์ละ 4-6 วัน ความเร็วเฉลี่ยภรรยาได้ 25-26 กม./ชม. ปกติจะผลัดกันนำผลัดกันตามเพราะผมต้องรอไปพร้อมกันเสมอ
วันนี้ 17:30 ออกปั่นกันตามปกติ ขณะที่ทำความเร็วเดินทางประมาณ 25 กม/ชม. เจอชายวัยกลางคนร่างท้วมใช้เสือภูเขาปั่นเดี่ยวช้าๆ ไม่น่าจะเกิน 20 กม./ชม. พยายามขับรถปล่อยมือไปตลอดทาง และทำท่าบิดขี้เกียจบ้าง กางมือกางแขนบ้าง และขับเลื้อยไปเลื้อยมาดูไม่ปลอดภัยเลย ตัดสินใจแซงดีกว่า ผมกดกริ่งมาตั้งแต่ไกลก็แล้ว ดูเขายังรักษาอาการเหมือนเดิมคงที่ เราทั้งคู่ทักทายแล้วจึงขอแซงไป ผมและภรรยาส่งสัญญาณล่วงหน้าให้เขารับรู้ในระยะเหมาะสม พร้อมทักทาย "สวัสดีครับ/ค่ะ ขออนุญาตผ่านนะครับ/ค่ะ" ผมพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ท่านนักปั่นไม่พูดด้วยสักคำเดียว แถมมือก็ยังไม่จับแฮนด์เหมือนเดิม ปั่นไปซักพักจึงรู้ว่าเขาไล่ตามตูดรถภรรยาผมแบบติดๆ แซงก็ไม่แซง แถมไม่พูดไม่จาใดๆ ตามลูกเดียว ครู่หนึ่งถึงแยกไฟแดง เมื่อออกตัวผมก็ชะลอสุดๆ เหลือ 15-20 กม./ชม.ให้เขาแซงไป แต่เมื่อแซงไปแล้วเขาก็ชะลอตามอีก เรารู้สึกไม่ดีในเชิงมารยาทแต่ไม่อยากยุ่งเกี่ยว ผมจึงหันไปถามภรรยาว่าไหวมั๊ย จะรัวยิงยาวเลย เพราะดูหน่วยก้านท่านผู้นั้นแล้วคงตามเราไม่ทัน แถมประเมินสมรภูมิที่ปั่นกันประจำ ด้านหน้ากำลังเข้าโซนขึ้นเนินย่อมๆ ยาวเป็นกิโล อีกทั้งภรรยาผมสูง 162 ซ.ม. น้ำหนักเพียง 48 ก.ก. คงได้เปรียบเพราะดูพิกัดน้ำหนักรวมรถแล้วเบากว่าท่านผู้นั้นมากกว่า 20 ก.ก. แหงๆ เธอเพิ่มเกียร์แทนคำตอบ ผมก็เพิ่มเกียร์ตามแล้วลงมือ
แรกๆ สังเกตได้ว่าท่านผู้นั้นพยายามกวดไล่ตามแต่ไม่เป็นผล เพราะเราทั้งคู่ฉีกออกมาได้เรื่อยๆ กว่า 500 เมตร เนินเขาชันๆลูกนี้ นี้ปกติภรรยาผมไต่ขึ้นด้วยความเร็วประมาณ 10-12 กม./ชม. แต่วันนี้คงเพราะเธอมีแรงส่ง อัดไป 15 กม./ชม. ลากยาวๆ ผมซึ่งปั่นนำหน้าอยู่เล็กน้อยหันกลับไปมองเป็นระยะๆ ได้จนเกือบถึงยอดเนิน เธอบอกหมดก๊อกแล้วขอพักดื่มน้ำหน่อย จึงขอจอดรถทันที (ปกติถ้าไม่หมดจริงๆ เรารู้ดีว่าจะไม่หยุดทันที จะต้อง recovery ลดไต่ระดับการเต้นหัวใจก่อนเสมอ) แล้วบอกว่าหน้ามืดอาการเหมือนจะเป็นลม จึงนั่งยองๆ เอาน้ำล้างหน้า สักพักรู้สึกดีขึ้นจึงลุกยืน จับรถเตรียมจะไปต่อ
เมื่อเธอลุกยืน เธอบอกไม่ไหวอ่ะ แล้วส่งรถมาให้ผม ผมก็บอกเธอไปทันทีว่าให้นั่งลงก่อน ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เธอหมดสติหงายหลังทิ้งตัวล้มทั้งยืนแบบต้นไม้ล้ม คือไม่มีอาการเข่าทรุด ท้ายทอยเธอฟาดลงบนพื้นถนนเต็มแรง ผมเองคร่อมอยู่บนรถอีกคันแต่ไม่อยู่ในระยะที่จะประคองได้ทัน สิ่งที่ผมเห็นชัดเจนตั้งแต่เริ่มคือเธอยังลืมตาอยู่ตลอดเวลา
ผมรีบเข้าไปประคองศรีษะและเรียกปลุกเธอ เธอได้สติแทบจะทันที ผมรีบปลดหมวกกันน็อค คลายกระดุมเสื้อให้หลวม พัดลม และบีบนวด คำถามแรก หลุดออกจากปากเธอแบบงงๆ ว่าเกิดไรขึ้นเหรอ!!...............
ผมสำรวจอาการภายนอกและอาการทางสมองเบื้องต้นจากความรู้ที่พอได้ศึกษามาบ้าง ยังไม่พบความผิดปกติ มีเพียงอาการเมื่อยต้นคอเพียงเล็กน้อยอาจจะมาจากการกระแทก
พักสักครู่ เธอดีขึ้น จึงโทรเรียกรถมารับกลับบ้าน ถึงบ้านยังเฝ้าระวังสังเกตไม่พบอาการผิดปกติใดๆ สำรวจทางกายภาพโดยละเอียดไม่พบรอยฟกช้ำใดๆ วัดความดันและหัวใจเป็นปกติ แต่ก็ยังไม่นิ่งนอนใจรอดูอาการต่อไป
สรุปข้อเท็จจริงและอุทาหรณ์เตือนใจที่คิดได้จากเหตุการณ์นี้ ขอฝากไว้สำหรับนักปั่นมือใหม่ทุกท่าน
1. หมวกกันน็อคช่วยชีวิตภรรยาผมไว้ ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมและภรรยาไม่เคยประมาทเลย ไม่ว่าจะปั่นเป็นระยะทางใกล้แค่ไหนก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ายังโชคดีที่ไม่ได้ถอดหมวกออกตั้งแต่ตอนแรกที่จอดพัก หากไม่มีหมวกคงทำให้ผมเสียใจอย่างที่สุด จึงอยากฝากวิงวอนกับนักปั่นทุกท่านว่าขอให้สวมใส่ไว้ตลอดเวลาที่ใช้จักรยาน
2. การออกกำลังกายทุกอย่าง โดยเฉพาะการปั่นจักรยานมีประโยชน์มาก แต่ต้องฝึกฝนให้ถูกต้องตามหลักวิชา เรื่องนี้ว่ากันยาวขอให้ศึกษาจากผู้รู้จริง หรือหาอ่านเอาในเว็บนี้ ผมเองก็ศึกษามาไม่น้อย แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าประมาทจริงๆ ปล่อยภรรยาหักโหมจนเกินข้อจำกัดของร่างกาย บางครั้งแม้เราจะมีจิตใจที่แข็งแกร่งก็ตาม แต่หากมันเลยขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับได้ก็ทำให้เกิดอันตรายบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิตได้อย่างไม่คาดคิด โดยเฉพาะหากอายุท่านเลยวัยรุ่นมาแล้ว บางครั้งใจเกินร้อยแต่ร่างกายมันไม่ไหว คงต้องมีเครื่องมือช่วยชี้วัด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดที่จะหาซื้อ Heart Rate Monitor มาใช้ควบคุมการออกกำลังกายทั้งคู่ เพราะตระหนักแล้วว่า มันสำคัญสำหรับสุขภาพมากกว่าไมล์วัดความเร็วเสียอีก
3. การหยุดพักทันทีขณะออกกำลังกายอย่างหนักเป็นสิ่งต้องห้าม อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความดันลดต่ำฉับพลัน หรือเป็นลมหน้ามืด ต้องมีการ Cool Down ค่อยให้หัวใจลดระดับอัตราการเต้นลงมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม
4. การพักผ่อนให้เพียงพอสำหรับการออกกำลังกายจำเป็นมาก เมื่อคืนที่ผ่านมาภรรยาผมบอกว่าเธอนอนดึกกว่าปกติมาก สิ่งนี้เป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งเสริมให้ความดันโลหิตต่ำ
5. ระวังอย่าให้ร่างกายขาดน้ำเด็ดขาด ปกติเราจะใช้วิธิดื่มน้ำขณะขับรถบ้าง และเมื่อติดไฟแดงตรงสี่แยกบ้าง วันนี้บังเอิญจริงๆที่ ผ่านมา 2 แยกแบบไม่ได้ติดไฟแดงเลย ทำให้จังหวะความถี่การดื่มน้ำขาดตอนไป วันนี้เราจึงดื่มน้ำกันน้อยครั้งกว่าปกติ
6. หากเจอปัญหา หรือสิ่งที่คิดเอาเองว่าอาจเป็นปัญหาใดๆ ก็ตามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้พยายามแก้ปัญหาโดยใช้สติและความรอบคอบ ไม่ใช่ใช้กำลัง โดยเฉพาะหากท่านมีอยู่อย่างจำกัด 555
ปล 1.ต้องขออภัยท่านนักปั่นที่ตามตูดภรรยาผม ไม่ว่าท่านจะมีเจตนาอย่างไรก็ตาม เพราะความคิดของผมได้ล่วงเกินและตัดสินท่านไปล่วงหน้าเสียแล้ว 555
ปล 2.ขอบคุณอะไรก็ได้ที่เหตุการณ์นี้ไม่เกิดความสูญเสียที่ไม่อาจกู้กลับคืนได้
ปล 3. สุดท้ายจริงๆ ขอขอบคุณน้ำใจเพื่อนนักปั่นทุกท่าน ที่จำได้คือน้องเขม B2K จ.ตรัง และเพื่อนๆ ที่ผ่านทางมาและหยุดแวะให้ความช่วยเหลืออย่างดี
ผมใช้รถไฮบริด ภรรยาใช้ภูเขาทางเรียบ วันละ 30-40 กม. สัปดาห์ละ 4-6 วัน ความเร็วเฉลี่ยภรรยาได้ 25-26 กม./ชม. ปกติจะผลัดกันนำผลัดกันตามเพราะผมต้องรอไปพร้อมกันเสมอ
วันนี้ 17:30 ออกปั่นกันตามปกติ ขณะที่ทำความเร็วเดินทางประมาณ 25 กม/ชม. เจอชายวัยกลางคนร่างท้วมใช้เสือภูเขาปั่นเดี่ยวช้าๆ ไม่น่าจะเกิน 20 กม./ชม. พยายามขับรถปล่อยมือไปตลอดทาง และทำท่าบิดขี้เกียจบ้าง กางมือกางแขนบ้าง และขับเลื้อยไปเลื้อยมาดูไม่ปลอดภัยเลย ตัดสินใจแซงดีกว่า ผมกดกริ่งมาตั้งแต่ไกลก็แล้ว ดูเขายังรักษาอาการเหมือนเดิมคงที่ เราทั้งคู่ทักทายแล้วจึงขอแซงไป ผมและภรรยาส่งสัญญาณล่วงหน้าให้เขารับรู้ในระยะเหมาะสม พร้อมทักทาย "สวัสดีครับ/ค่ะ ขออนุญาตผ่านนะครับ/ค่ะ" ผมพูดด้วยรอยยิ้ม แต่ท่านนักปั่นไม่พูดด้วยสักคำเดียว แถมมือก็ยังไม่จับแฮนด์เหมือนเดิม ปั่นไปซักพักจึงรู้ว่าเขาไล่ตามตูดรถภรรยาผมแบบติดๆ แซงก็ไม่แซง แถมไม่พูดไม่จาใดๆ ตามลูกเดียว ครู่หนึ่งถึงแยกไฟแดง เมื่อออกตัวผมก็ชะลอสุดๆ เหลือ 15-20 กม./ชม.ให้เขาแซงไป แต่เมื่อแซงไปแล้วเขาก็ชะลอตามอีก เรารู้สึกไม่ดีในเชิงมารยาทแต่ไม่อยากยุ่งเกี่ยว ผมจึงหันไปถามภรรยาว่าไหวมั๊ย จะรัวยิงยาวเลย เพราะดูหน่วยก้านท่านผู้นั้นแล้วคงตามเราไม่ทัน แถมประเมินสมรภูมิที่ปั่นกันประจำ ด้านหน้ากำลังเข้าโซนขึ้นเนินย่อมๆ ยาวเป็นกิโล อีกทั้งภรรยาผมสูง 162 ซ.ม. น้ำหนักเพียง 48 ก.ก. คงได้เปรียบเพราะดูพิกัดน้ำหนักรวมรถแล้วเบากว่าท่านผู้นั้นมากกว่า 20 ก.ก. แหงๆ เธอเพิ่มเกียร์แทนคำตอบ ผมก็เพิ่มเกียร์ตามแล้วลงมือ
แรกๆ สังเกตได้ว่าท่านผู้นั้นพยายามกวดไล่ตามแต่ไม่เป็นผล เพราะเราทั้งคู่ฉีกออกมาได้เรื่อยๆ กว่า 500 เมตร เนินเขาชันๆลูกนี้ นี้ปกติภรรยาผมไต่ขึ้นด้วยความเร็วประมาณ 10-12 กม./ชม. แต่วันนี้คงเพราะเธอมีแรงส่ง อัดไป 15 กม./ชม. ลากยาวๆ ผมซึ่งปั่นนำหน้าอยู่เล็กน้อยหันกลับไปมองเป็นระยะๆ ได้จนเกือบถึงยอดเนิน เธอบอกหมดก๊อกแล้วขอพักดื่มน้ำหน่อย จึงขอจอดรถทันที (ปกติถ้าไม่หมดจริงๆ เรารู้ดีว่าจะไม่หยุดทันที จะต้อง recovery ลดไต่ระดับการเต้นหัวใจก่อนเสมอ) แล้วบอกว่าหน้ามืดอาการเหมือนจะเป็นลม จึงนั่งยองๆ เอาน้ำล้างหน้า สักพักรู้สึกดีขึ้นจึงลุกยืน จับรถเตรียมจะไปต่อ
เมื่อเธอลุกยืน เธอบอกไม่ไหวอ่ะ แล้วส่งรถมาให้ผม ผมก็บอกเธอไปทันทีว่าให้นั่งลงก่อน ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เธอหมดสติหงายหลังทิ้งตัวล้มทั้งยืนแบบต้นไม้ล้ม คือไม่มีอาการเข่าทรุด ท้ายทอยเธอฟาดลงบนพื้นถนนเต็มแรง ผมเองคร่อมอยู่บนรถอีกคันแต่ไม่อยู่ในระยะที่จะประคองได้ทัน สิ่งที่ผมเห็นชัดเจนตั้งแต่เริ่มคือเธอยังลืมตาอยู่ตลอดเวลา
ผมรีบเข้าไปประคองศรีษะและเรียกปลุกเธอ เธอได้สติแทบจะทันที ผมรีบปลดหมวกกันน็อค คลายกระดุมเสื้อให้หลวม พัดลม และบีบนวด คำถามแรก หลุดออกจากปากเธอแบบงงๆ ว่าเกิดไรขึ้นเหรอ!!...............
ผมสำรวจอาการภายนอกและอาการทางสมองเบื้องต้นจากความรู้ที่พอได้ศึกษามาบ้าง ยังไม่พบความผิดปกติ มีเพียงอาการเมื่อยต้นคอเพียงเล็กน้อยอาจจะมาจากการกระแทก
พักสักครู่ เธอดีขึ้น จึงโทรเรียกรถมารับกลับบ้าน ถึงบ้านยังเฝ้าระวังสังเกตไม่พบอาการผิดปกติใดๆ สำรวจทางกายภาพโดยละเอียดไม่พบรอยฟกช้ำใดๆ วัดความดันและหัวใจเป็นปกติ แต่ก็ยังไม่นิ่งนอนใจรอดูอาการต่อไป
สรุปข้อเท็จจริงและอุทาหรณ์เตือนใจที่คิดได้จากเหตุการณ์นี้ ขอฝากไว้สำหรับนักปั่นมือใหม่ทุกท่าน
1. หมวกกันน็อคช่วยชีวิตภรรยาผมไว้ ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมและภรรยาไม่เคยประมาทเลย ไม่ว่าจะปั่นเป็นระยะทางใกล้แค่ไหนก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ายังโชคดีที่ไม่ได้ถอดหมวกออกตั้งแต่ตอนแรกที่จอดพัก หากไม่มีหมวกคงทำให้ผมเสียใจอย่างที่สุด จึงอยากฝากวิงวอนกับนักปั่นทุกท่านว่าขอให้สวมใส่ไว้ตลอดเวลาที่ใช้จักรยาน
2. การออกกำลังกายทุกอย่าง โดยเฉพาะการปั่นจักรยานมีประโยชน์มาก แต่ต้องฝึกฝนให้ถูกต้องตามหลักวิชา เรื่องนี้ว่ากันยาวขอให้ศึกษาจากผู้รู้จริง หรือหาอ่านเอาในเว็บนี้ ผมเองก็ศึกษามาไม่น้อย แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าประมาทจริงๆ ปล่อยภรรยาหักโหมจนเกินข้อจำกัดของร่างกาย บางครั้งแม้เราจะมีจิตใจที่แข็งแกร่งก็ตาม แต่หากมันเลยขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับได้ก็ทำให้เกิดอันตรายบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิตได้อย่างไม่คาดคิด โดยเฉพาะหากอายุท่านเลยวัยรุ่นมาแล้ว บางครั้งใจเกินร้อยแต่ร่างกายมันไม่ไหว คงต้องมีเครื่องมือช่วยชี้วัด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดที่จะหาซื้อ Heart Rate Monitor มาใช้ควบคุมการออกกำลังกายทั้งคู่ เพราะตระหนักแล้วว่า มันสำคัญสำหรับสุขภาพมากกว่าไมล์วัดความเร็วเสียอีก
3. การหยุดพักทันทีขณะออกกำลังกายอย่างหนักเป็นสิ่งต้องห้าม อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความดันลดต่ำฉับพลัน หรือเป็นลมหน้ามืด ต้องมีการ Cool Down ค่อยให้หัวใจลดระดับอัตราการเต้นลงมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม
4. การพักผ่อนให้เพียงพอสำหรับการออกกำลังกายจำเป็นมาก เมื่อคืนที่ผ่านมาภรรยาผมบอกว่าเธอนอนดึกกว่าปกติมาก สิ่งนี้เป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งเสริมให้ความดันโลหิตต่ำ
5. ระวังอย่าให้ร่างกายขาดน้ำเด็ดขาด ปกติเราจะใช้วิธิดื่มน้ำขณะขับรถบ้าง และเมื่อติดไฟแดงตรงสี่แยกบ้าง วันนี้บังเอิญจริงๆที่ ผ่านมา 2 แยกแบบไม่ได้ติดไฟแดงเลย ทำให้จังหวะความถี่การดื่มน้ำขาดตอนไป วันนี้เราจึงดื่มน้ำกันน้อยครั้งกว่าปกติ
6. หากเจอปัญหา หรือสิ่งที่คิดเอาเองว่าอาจเป็นปัญหาใดๆ ก็ตามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้พยายามแก้ปัญหาโดยใช้สติและความรอบคอบ ไม่ใช่ใช้กำลัง โดยเฉพาะหากท่านมีอยู่อย่างจำกัด 555
ปล 1.ต้องขออภัยท่านนักปั่นที่ตามตูดภรรยาผม ไม่ว่าท่านจะมีเจตนาอย่างไรก็ตาม เพราะความคิดของผมได้ล่วงเกินและตัดสินท่านไปล่วงหน้าเสียแล้ว 555
ปล 2.ขอบคุณอะไรก็ได้ที่เหตุการณ์นี้ไม่เกิดความสูญเสียที่ไม่อาจกู้กลับคืนได้
ปล 3. สุดท้ายจริงๆ ขอขอบคุณน้ำใจเพื่อนนักปั่นทุกท่าน ที่จำได้คือน้องเขม B2K จ.ตรัง และเพื่อนๆ ที่ผ่านทางมาและหยุดแวะให้ความช่วยเหลืออย่างดี
แก้ไขล่าสุดโดย waranon1974 เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 08:35, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- yakpan
- ขาประจำ
- โพสต์: 226
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2013, 13:05
- Bike: เสือหมอบ POWER
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ขอคุณที่นำมาแบ่งปันนะขอรับ
- NUsuka
- สมาชิก
- โพสต์: 62
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2008, 17:33
- Tel: 0838522777
-
Na-toong
- ขาประจำ
- โพสต์: 181
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.พ. 2013, 17:20
- Tel: 081-3732231
- team: Alone Ride
- Bike: Bridstone BM-6000 MTB Full sus
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
เพื่อนนักปั่นน่องทองคนหนึ่งของผม ตั้งแต่แกล้มแล้วหงายท้อง แต่มีหมวกรับไว้ ตั้งแต่นั้นมา ออกจากบ้าน เป็นต้องใส่ครับ
ส่วนเรื่องร่างกาย ผมเคยมีปัญหามากๆ เพราะสุขภาพไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ดังนั้น ผมจะเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือ ขี่ไม่ใช้ความเร็วสูงเกิน และจิบน้ำแต่น้อย แต่จิบให้บ่อย เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ผมทำตาม " สิงห์นักปั่น " ท่านหนึ่งอย่างเคร่งครัด จึงไม่ค่อยมีปัญหาหน้ามืด เหมือนตอนหัดปั่นจักรยานใหม่ๆครับ
ขอบพระคุณแทนเพื่อนๆ ที่กรุณามาแชร์ประสบการณ์สู่กันฟังครับ
- DayWalker
- ขาประจำ
- โพสต์: 939
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2012, 09:53
- team: Tiger Hack & Speed Limit AV 25
- Bike: Pinarello Dogma 65.1 Think 2 & Colnago Master X-Light Rabobank team & De Rosa MERAK
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ขอบคุณที่นำประสบการณ์มาแบ่งปันกันครับ
-
Thong2012
- สมาชิก
- โพสต์: 59
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 พ.ค. 2012, 08:11
- ติดต่อ:
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ขอบคุณครับ ที่แบ่งปัน ผมใช้ heart rate เป็นตัวช่วย monitor การไปกับกลุ่มใหญ่ที่ปั่นกันเร็วมีบ่อยครั้งที่ค่าเกินกำหนด 80-90% ต้องเอาเครื่องนี้ ไว้ช่วยเตือนตัวเองเสมอ
- arthome
- ขาประจำ
- โพสต์: 2296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ย. 2010, 21:49
- Tel: 081-3439905
- team: เสือนอกคอก
- Bike: GIANT
- ตำแหน่ง: 14/1ม.3ต.หนองบัวอ.บ้านค่ายจ.ระยอง21120
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ในกลุ่มผมที่ใช้กำลังกันเกินแบบนี้ ก้อมีอาการหายใจไม่ทัน หรือหน้ามืดเหมือนกัน..
"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้"
- น้านนท์
- ขาประจำ
- โพสต์: 772
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2010, 22:03
- team: ยังไม่กล้าเข้ากลุ่ม กลัวปั่นไม่ทันครับ "เกรงว่าจะไปเป็นภาระ"
- Bike: WHEELLER PRO320 "ม่วง+ดำ" 18/12/2555 >>> ขี่วันแรก 19/12/2555
- ตำแหน่ง: ถนน345 จ.ปทุมธานี
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
แล้วไม่ได้ทักทาย ไม่ได้รู้จัก หรือดูแล้วไม่เป็นมิตร
- เอก วัดปุรณฯ.
- ขาประจำ
- โพสต์: 1489
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 16:29
- Tel: 0829976602
- team: BAMBOO BIKE
- Bike: TREK GIANT
- ตำแหน่ง: หันคา ชัยนาท
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่ได้แจ้งให้สติ เพื่อนๆ ที่ "กลุ่ม" ก็มีบ้างเหมือนกัน
- uthen2511
- ขาประจำ
- โพสต์: 382
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ม.ค. 2013, 07:04
- Tel: 0804521441
- Bike: Bianchi lopo
- ตำแหน่ง: ท้ายบ้าน
- ติดต่อ:
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ไม่ใช่แต่เฉพาะปั่นเร็วๆเกินกำลังนะครับถึงจะเกิดอาการได้ ปั่นความเร็วปกติ ไม่เกิน 25 Km.แต่ถ้าปั่นเป็นเวลานานๆปั่นมาแล้วทั้งวัน ก็เกิดอาการสะสมความเหนื่อยล้าทำให้หน้ามืดได้เหมือนกันนะครับ ก่อนจะลงจากอานเพื่อหยุดพักต้องปั่นช้าๆสักระยะนึงครับถึงจะดีต่อสุขภาพ
- ปรานพิสุทธิ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 994
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2013, 12:09
- Tel: 0818621624
- team: ระยองชวนปั่น
- Bike: เสือภูเขา
- BeeMyShop
- ขาประจำ
- โพสต์: 104
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.พ. 2013, 11:01
- Tel: 0832622337
- Bike: LA 16 inc
- ตำแหน่ง: 295/20 ม.9 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี11000
- ติดต่อ:
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ขอบคุณมาก................เราคงต้องมีสติ และ ระมัดระวังตัวให้มากไว้ก่อน
-
บุญศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 1203
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2011, 12:54
- Tel: 0850268244
- team: อบลราชธานี
- Bike: trek 3900
- ตำแหน่ง: อุบลราชธานี
- ติดต่อ:
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ดีใจด้วยครับที่ไม่เป็นอะไร
ผมสงสัยตอนล้างหน้า ก้มหน้าเร็วเกินไปหรือเปล่า
ผมสงสัยตอนล้างหน้า ก้มหน้าเร็วเกินไปหรือเปล่า
หนทางหมื่นลี้ เริ่มจากก้าวแรก กำแพงเมืองจีน ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
- spidyc
- ขาประจำ
- โพสต์: 253
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2013, 11:05
- Tel: 0887914720
- team: ทัวริ่งไร้สังกัด
- Bike: Bridgestone RADAC, Bridgestone Transit Light, Neovintage Ganwell, Touring vintage Hikari
- ตำแหน่ง: เมืองปัตตานี
- ติดต่อ:
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
ขอบคุณสำหรับอุทาหรณ์ไว้เตือนใจครับ
▄▀▄▀▄▀▄▀▄▀ สุขใจเมื่อได้ปั่น ▄▀▄▀▄▀▄▀▄
- golfyrider
- ขาประจำ
- โพสต์: 2577
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 เม.ย. 2013, 19:29
- team: ยะลาฮาเฮ คนบ้าปั่นจักรยาน
- Bike: cannondale Killer V (copy ไทยทำ) - เสือหมอบแฮนด์ตรงมือสองจากญี่ปุ่น
- ตำแหน่ง: ยะลา
Re: อุทาหรณ์เตือนใจนักปั่นมือใหม่
แต่ ข้อ 1. หมวกจักรยานถูก ๆ มีไหมครับ ทุกวันนี้ผมยังปั่นแบบไม่มีหมวก เมื่อก่อนมีหมวก BMX ทรงกลม ๆ ลูกไข่ แต่ล้ม หมวกแตกไปแล้ว
สมาชิกท่านไหน มีหมวกไม่ใช้ ปล่อยขายราคาถูก บอกผมที จะซื้อของใหม่ราคาต่ำสุดก็ 800 บาท เกรงใจเมียจริง ๆ เอามาขายผมซัก 300
ข้อ 2 เครื่อง HR หาซื้อไหนครับ มีแบบนาฬิกา หรือแบบสายระโยงระยาง ราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่ แพงเกินไปเกรงใจเมีย พาลไม่ซื้ออีก
กำลังมองหาซื้อจานเสือหมอบพร้อมกะโหลก กับแฮนด์โอเวอร์ไซส์ ยกเล็กน้อย ไม่เน้นหรูขอแค่ใช้งานได้ก็พอครับ
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<