หน้า 1 จากทั้งหมด 2
เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 20:24
โดย e21smn
แรงบันดาลใจจากโครงการนี้คือมีรถหลายคันและเมื่อจะไปปั่นแต่ละครั้งก็ต้องมาคิดว่าเอาคันใหนไปดี เมื่อมาดูพฤติกรรมการปั่นของตัวเองก็พบว่าส่วนมากปั่นทริปบนถนนเป็นส่วนใหญ่โดยใช้เสือหมอบ เมื่อมีทริปทัวร์ริ่งแบบเบาๆไม่มีสัมภาระก็เอาเสือภูเขาไปซึ่งล้อ 26 พอปั่นไปรู้สึกว่าสียแรงไปเยอะไม่เหมือนปั่นหมอบ
หลังจากนั้นเลยซื้อ Salsa Vaya มาเพื่ออกทัวร์ริ่งจริงๆก็พบว่าเสียเงินหลายหมื่นแต่ออกทัวร์ริ่งแท้ๆแค่ครั้งเดียว เลยขายรถไป
เมื่อมาคิดดูแล้วพบว่าขาอ่อนอย่างเราน่าจะถูกกันกับล้อ 700 เพราะปั่นหมอบทีไรไม่เคยรั้งท้าย อาจจะเป็นเพราะรถเบาและอัตราทดที่เหมาะสม แต่ เอ.... เวลาไปเที่ยวทัวร์ริ่งละเอาไง ก็เลยปิ้งไอเดียของรถไฮบริดล้อ 700 ที่เขาขายกันซึ่งจริงๆแล้วพื้นฐานมาจากหมอบนั่นเอง
ดังนั้น โจทย์คือ เบา ขึ้นเขาดี ทางเรียบเด่น ก็เลยมาเป็นคันนี้ครับไปอ้อนวอนร้านขอแยกเฟรมใหม่ Specialized มาเพราะชอบเป็นการส่วนตัวแล้วแต่งตัวดังนี้
ชิพเตอร์ Tiagra 3x10 แฮนด์ตรง
จานหน้า Tiagra 50/39/30
สับจาน Tiagra แบบ 3 ชั้น
ตีนผี 105
โซ่ XT
เฟืองหลังเสือภูเขา Deora 12-36
มือเบรค XT ก้ามเบรค 105
แฮนด์ สเต็ม หลักอาน 3T Pro
เบาะ Fizik Antares
ล้อ Bitex
ยาง 700x25 Ribmo (ตอนนี้ใส่ Pasela 700x28 เพราะจะไปลุยลูกรังที่ลาว)
อุปกรณ์ทุกตัวมีเหตุผลของตัวเองเช่นทำไมต้อง 3x10 นั่นคือทางเรียบใช้จานกลาง 70% และขึ้นจานใหญ่ 30% แล้วแต่สถานการณ์ เฟืองหลังเสือภูเขาเพร่ะต้องการไต่เขาชันๆเนื่องจากไปเวียงภูคาที่ลาวมาปีที่แล้วแค้นมากเพราะเขาค่อนข้างชัน
ล้อต้องการไหลลื่น เบรคต้องการความนุ่มนวล เบาะใช้แล้วนั่งได้นาน ส่วนอื่นๆเป็นกิเลสส่วนตัว
เมื่อทำเสร็จแล้วไปลุยเวียดนามกับนาเป็ดมาเมื่อสงการณ์ สภาพถนนเกือบ 100% ลาดยางดังนั้นปั่นสนุกมาก แต่เมื่อเจอทางขรุขระกำลังก่อสร้างบอกตรงๆว่าเครียดมากเพราะมันกระเทือนและกลัวยางฉีก ขึ้นเขาก่อนถึงดานังราบรื่นและนิ่มมากๆจากจานหน้า 30 ใบเล็กและเฟืองหลัง 36 ใบใหญ่สุด
สภาพไปเวียดนามตามรูปนี้ครับ ใส่ตะแกรงจับหลักอานบรรทุกของเล็กน้อย จึงสรุปว่าเป็น lite touring ได้เป็นอย่างดี
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 20:30
โดย newzuza01
ท่านปั่น Touring นี่จา อยุ่ AV ประมาณเท่าไหร่ครับ!!
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 20:32
โดย e21smn
เมื่อผ่านการปั่นแบบ lite touring แล้ว การปั่นบนถนนแบบไม่มีสัมภาระไม่ต้องพูดถึงปั่นสนุกๆชิวๆเหมือนไฮบริดทั่วไป
คราวนี้เกิดคำถามว่าถ้าบรรทุกสัมภาระซัก 7-10 กก ละจะไหวมั้ย ก็เลยจัดหากระเป๋ามาพร้อมที่จะออกไปลองวันพุธนี้ระยะทางจากเวียงจันทร์หปเมืองชัยสมบรูณ์ระยะทาง 200 กว่าโลโดยมีข้อมูลจากทางโน้นว่าฝนตกทุกวันและขึ้นเขาชันเป็นทางลูกรังประมาณ 50 กิโล เลยจัดการเปลี่ยนยางเป็น 700x28 เนื่องจากเฟรมรับยางใหญ่สุดได้แค่นั้น พร้อมลุยครับได้เรื่องยังไงล้มลุกคลุกคลานจะมารีวิวให้ดู
แต่งตัวพร้อมไปลุยแบบนี้ครับ ใส่บาร์เอ็นหน่อยไว้หิ้วถุงโอเลี้ยง วันนี้เติมขากระติกไปอีกอัน เตรียมยางอะหลั่ย สูบ และสำรอง Co2 กับหัวจ่ายไป 4 หลอดเผื่อฉุกเฉิน
มันคงไม่ตอบสนองความต้องการได้แบบทัวร์ริ่งแท้ๆครับ แต่อยากลองเพื่อศึกษาและกิเลสส่วนตัว
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 20:36
โดย O'Pern
ได้รถถูกใจ เซ็ทติ้งลงตัว
ยินดีด้วยครับ
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 20:38
โดย e21smn
newzuza01 เขียน:ท่านปั่น Touring นี่จา อยุ่ AV ประมาณเท่าไหร่ครับ!!
AV ไม่แน่นอนครับขึ้นอยู่กับสัมภาระ ในรูปที่ปั่น 30 กม คือรถเปล่าปั่นลองรถดู AV 25 กว่าๆ อีกอันที่ปั่น 600 กว่าโลหลายๆวันขึ้นเขาบ้างลงเขาบ้างหยุดบ้าง AV เด็กๆมากครับ แค่ 8 กม
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 20:41
โดย nstermo
ขอบคุณครับ
สำหรับผม มือใหม่กำลังหาข้อมูล
ได้ความรู้เพิ่ม... ปกติ เห็น 9สปีด จะแนะนำให้ใช้ ตีนผีขายาว shadow ของ deore ,xt คู่กับ เฟือง12-36
จด จด จด
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 22:23
โดย 8TEEBike
ยอดเยี่ยมครับ.....
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 27 พ.ค. 2013, 22:58
โดย AlaZ
ดูลงตัวดีครับพี่
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 28 พ.ค. 2013, 03:18
โดย Machonut
ตีนผี105ปีนได้ถึง36เลยเหรอ
จานหน้าถ้าเป็น 44-32-22 เขาไหนก็ไม่กลัว
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 28 พ.ค. 2013, 09:05
โดย e21smn
Machonut เขียน:ตีนผี105ปีนได้ถึง36เลยเหรอ
จานหน้าถ้าเป็น 44-32-22 เขาไหนก็ไม่กลัว
ไปถึงครับ ปัญหาคือไม่สามารถใช้จานหน้าใหญ่สุดคู่กับเฟืองหลังใหญ่สุดได้เพราะโซ่จะตึงมากจนตีนผีมันล็อค ถ้าใช้โซ่ยาวขึ้นก็ไม่ได้ แต่ปกติเกียร์นี้เราไม่ได้ใช้อยู่แล้วครับ
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 28 พ.ค. 2013, 12:00
โดย supermengz
เหนบอกว่าเหตุผลที่ใช้3*10 แต่อธิบายมาแค่กลางกับใหญ่ แล้วเล็กหละครับ ผมมทอใหม่ กำลังคิดทำแบบนี้ อ่านแล้วยังงงครับ รบกวนที แล้วถ้าผมอยากได้เฟืองเปนหมอบใช้ขึ้นเขาชันกลางๆ ควรเลือกตัวไหนดีครับ จานหน้าตัวนี้โอเคแล้วใช้มั้ยครับe21smn เขียน:แรงบันดาลใจจากโครงการนี้คือมีรถหลายคันและเมื่อจะไปปั่นแต่ละครั้งก็ต้องมาคิดว่าเอาคันใหนไปดี เมื่อมาดูพฤติกรรมการปั่นของตัวเองก็พบว่าส่วนมากปั่นทริปบนถนนเป็นส่วนใหญ่โดยใช้เสือหมอบ เมื่อมีทริปทัวร์ริ่งแบบเบาๆไม่มีสัมภาระก็เอาเสือภูเขาไปซึ่งล้อ 26 พอปั่นไปรู้สึกว่าสียแรงไปเยอะไม่เหมือนปั่นหมอบ
หลังจากนั้นเลยซื้อ Salsa Vaya มาเพื่ออกทัวร์ริ่งจริงๆก็พบว่าเสียเงินหลายหมื่นแต่ออกทัวร์ริ่งแท้ๆแค่ครั้งเดียว เลยขายรถไป
เมื่อมาคิดดูแล้วพบว่าขาอ่อนอย่างเราน่าจะถูกกันกับล้อ 700 เพราะปั่นหมอบทีไรไม่เคยรั้งท้าย อาจจะเป็นเพราะรถเบาและอัตราทดที่เหมาะสม แต่ เอ.... เวลาไปเที่ยวทัวร์ริ่งละเอาไง ก็เลยปิ้งไอเดียของรถไฮบริดล้อ 700 ที่เขาขายกันซึ่งจริงๆแล้วพื้นฐานมาจากหมอบนั่นเอง
ดังนั้น โจทย์คือ เบา ขึ้นเขาดี ทางเรียบเด่น ก็เลยมาเป็นคันนี้ครับไปอ้อนวอนร้านขอแยกเฟรมใหม่ Specialized มาเพราะชอบเป็นการส่วนตัวแล้วแต่งตัวดังนี้
ชิพเตอร์ Tiagra 3x10 แฮนด์ตรง
จานหน้า Tiagra 50/39/30
สับจาน Tiagra แบบ 3 ชั้น
ตีนผี 105
โซ่ XT
เฟืองหลังเสือภูเขา Deora 12-36
มือเบรค XT ก้ามเบรค 105
แฮนด์ สเต็ม หลักอาน 3T Pro
เบาะ Fizik Antares
ล้อ Bitex
ยาง 700x25 Ribmo (ตอนนี้ใส่ Pasela 700x28 เพราะจะไปลุยลูกรังที่ลาว)
อุปกรณ์ทุกตัวมีเหตุผลของตัวเองเช่นทำไมต้อง 3x10 นั่นคือทางเรียบใช้จานกลาง 70% และขึ้นจานใหญ่ 30% แล้วแต่สถานการณ์ เฟืองหลังเสือภูเขาเพร่ะต้องการไต่เขาชันๆเนื่องจากไปเวียงภูคาที่ลาวมาปีที่แล้วแค้นมากเพราะเขาค่อนข้างชัน
ล้อต้องการไหลลื่น เบรคต้องการความนุ่มนวล เบาะใช้แล้วนั่งได้นาน ส่วนอื่นๆเป็นกิเลสส่วนตัว
เมื่อทำเสร็จแล้วไปลุยเวียดนามกับนาเป็ดมาเมื่อสงการณ์ สภาพถนนเกือบ 100% ลาดยางดังนั้นปั่นสนุกมาก แต่เมื่อเจอทางขรุขระกำลังก่อสร้างบอกตรงๆว่าเครียดมากเพราะมันกระเทือนและกลัวยางฉีก ขึ้นเขาก่อนถึงดานังราบรื่นและนิ่มมากๆจากจานหน้า 30 ใบเล็กและเฟืองหลัง 36 ใบใหญ่สุด
สภาพไปเวียดนามตามรูปนี้ครับ ใส่ตะแกรงจับหลักอานบรรทุกของเล็กน้อย จึงสรุปว่าเป็น lite touring ได้เป็นอย่างดี
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 28 พ.ค. 2013, 15:24
โดย e21smn
ลืมบอกไปครับ จานหน้าใบเล็กส่วนใหญ่ใช้ตอนขึ้นเขาเป็นหลักครับ ตอนที่ผมไปเวียดนามขึ้นเขาก่อนถึงดานังซึ่งค่อนข้างสูงก็ใช้จานหน้าเล็กสุดและเล่นเฟืองหลังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด ราบรื่นดี
แต่ถ้าไม่ขึ้นเขาบ่อยๆ และสภาพทางเป็นทางเรียบก็อาจจะใช้เฟืองหมอบทั่วไปได้ครับ อาจจะเลือกเฟืองใหณ่สุด 28 หรือ 30 ก็ได้ จำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง 11-25 , 12-28 หรือ 30 ไม่แน่ใจ
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 28 พ.ค. 2013, 16:45
โดย สนั่น อันทเกตุ
e21smn เขียน:Machonut เขียน:ตีนผี105ปีนได้ถึง36เลยเหรอ
จานหน้าถ้าเป็น 44-32-22 เขาไหนก็ไม่กลัว
ไปถึงครับ ปัญหาคือไม่สามารถใช้จานหน้าใหญ่สุดคู่กับเฟืองหลังใหญ่สุดได้เพราะโซ่จะตึงมากจนตีนผีมันล็อค ถ้าใช้โซ่ยาวขึ้นก็ไม่ได้ แต่ปกติเกียร์นี้เราไม่ได้ใช้อยู่แล้วครับ
ใช่ครับ
จานหน้าใหญ่สุด
เฟืองหลังใหญ่สุด เป็นเกียร์ต้องห้ามอยู่แล้ว
Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 29 พ.ค. 2013, 11:56
โดย fon09
ขอรบกวนถามนิดนึงค่ะ
ใช้ตะแกรงอันเดิมแขวนกระเป๋าหรือคะ
ทำยังไงไม่ให้กระเป๋าแกว่งไปมา ไม่เข้าไปติดล้ออ่ะคะ
มีตะแกรงไม่มีขากันกระเป๋าแบบนี้อยู่เหมือนกัน
แต่หาวิธีกันกระเป๋าแกว่งเข้าล้อไม่ได้
คิดไม่ออกว่าจะดัดแปลงเสริมแต่ง หรือทำยังไงดี
(ลงทุนซื้อตะแกรงอันใหม่แบบมีขามาใหม่แล้ว
แต่อันไม่มีขานี่ก็เสียดาย เผื่อเอาไว้ใส่คันอื่นได้อีก)
ขอบคุณค่ะ

Re: เมื่อเสือหมอบ Specialized Allez C2 ถูกแปลงเป็นทัวร์ริ่ง
โพสต์: 29 พ.ค. 2013, 13:26
โดย e21smn
ตเแกางจับหลักอานอันนี้มีที่กันกระเป๋าไปติดล้อแต่ไม่ใหญ่มากนัก ผมใช้สายรัดของที่มอเตอร์ไซค์ใช้กันมารัดกระเป๋าติดกันไว้กันแกว่งครับ ยุ่งยากนิดๆ