หนุ่มตาบอดแต่กำเนิด ปั่นจักรยานขายเครื่องสำอาง
โพสต์: 20 พ.ค. 2013, 14:00
เห็นในข่าวทีวีเมื่อเช้า จึงไปค้นข่าวดู
และคัดลอกมาจากนี่: http://hilight.kapook.com/view/8169


“กฤษณะ” ชายตาบอด แต่ “หัวใจ” ไม่บอด
สิ่งประเสริฐที่สุดของมนุษย์คือการได้เกิดมาอวัยวะครบ 32 ประการ เป็นพรแห่งสวรรค์ ซึ่งใครหลายคนต่างปรารถนา แต่สำหรับบางคนร่างกายไม่ได้เต็มพร้อมสมบูรณ์ ทว่าสำหรับ “ผู้มีหัวใจนักสู้” แล้ว แสงสว่างภายในจิตใจจะเป็นตัวนำทางสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบได้อย่างงดงาม
เช่นเดียวกับ “หมึก” กฤษณะ ศิริมงคล ชายผู้ผู้อยู่ในโลกของความมืดมาตลอดชีวิต แต่ในความไม่สมบูรณ์ของร่างกายกลับไม่ใช่อุปสรรค หรือทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจสักนิดเดียว เขาคือนักสู้ที่พร้อมจะยิ้มรับแสงสว่างเล็กๆ ในจิตใจ เพื่อฝันที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน
ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดจาก อ.เถิน จ.ลำปาง เล่าถึงชีวิตให้ฟังว่า ตั้งแต่เกิดก็มองไม่เห็นแล้ว สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากแม่มีเขาตอนอายุเยอะ แต่ด้วยความรักจากครอบครัวและคนรอบข้าง ทำให้มีกำลังใจ ที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ จนถึงวัย 28 ปีในวันนี้ เขายังปั่นจักรยานไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อขายเครื่องสำอาง นำรายได้มาหาเลี้ยงตนเอง
“สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดในชีวิต คือ ผมสามารถขี่จักรยานไปไหนมาไหนคนเดียวได้ โดยไม่เป็นภาระของคนอื่น ซึ่งการขี่จักรยาน เริ่มตอนอายุ 7 ขวบ เพื่อนๆ เขาขี่กัน ผมก็เลยอยากจะขี่ให้ได้บ้าง พยายามหัดเหมือนคนปกติทั่วไป ล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ก็ไม่เคยท้อเลย เพราะในใจคิดว่า...คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้...แล้วผมก็ขี่จักรยานได้จริงๆ” หมึก เล่าภาคภูมิใจ
หมึก เล่าต่อว่า ทุกวันนี้เขาดำเนินชีวิตเหมือนคนปกติทั่วๆ ไป กวาดบ้าน ถูบ้าน เปิดเพลงฟังบ้าง เสร็จแล้วค่อยออกไปขายเครื่องสำอาง ขายมาหลายยี่ห้อ แต่ก็มาประสบความสำเร็จกับเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง ที่มีสโลแกนประมาณว่า...โอกาสเป็นของทุกๆ คน...ซึ่งเดือนหนึ่งหมึกขายได้กำไรประมาณ 800 - 1,000 กว่าบาท บางทีได้ถึง 1,500 บาท ถ้าได้เงินมากก็จะกันไว้เป็นเงินสำรอง เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน และแบ่งให้ครอบครัว แต่ถ้าได้น้อยก็จะเก็บไว้ใช้เป็นเงินส่วนตัว
“ดีกว่าขายลอตเตอรี่ (หมึกว่าแล้วก็หัวเราะเบาๆ) ผมเคยขายอยู่ปีสองปี ได้กำไรฉบับละ 5 บาท แล้วกระวนกระวาย เพราะต้องเร่งขายให้หมดก่อนหวยออก เป็นงานที่ทำให้เรานอนไม่หลับ ไม่มีความสุขเลย แต่เครื่องสำอางมันขายได้เรื่อยๆ นะครับ ทำได้เพียงปีเดียวได้รับเข็มและเลื่อนตำแหน่งเป็น 'โกลด์ สตาร์' ตำแหน่งที่เราสามารถรักษายอดให้ถึง 45,000 พีวี (ทั้งหมึกและลูกทีม 20 กว่าคนต้องทำยอดขาย 45,000 บาทต่อเดือน) ทำงานนี้มาได้ 2 ปีแล้ว”
นอกจากนี้หมึกยังทำอาชีพเสริมเพิ่มอีกอย่าง คือเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือว่ารายได้ไม่แน่นอน
“ทำไงได้ในเมื่อเราเรียนจบแค่ ป.1 - ป.2 ตอนนั้นผมอายุ 19 ปี ที่บ้านส่งไปเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดลำปาง ครูก็จับให้ไปเรียนกับเด็ก 8 - 9 ขวบ 5 ขวบก็ยังมี เรารู้สึกอึดอัดก็ออกมาเลย รู้จักอักษรเบรลล์แค่ ก - ฮ เท่านั้น”
ยังมีงานในอนาคตที่หมึกอยากจะทำอีก “อยากเป็นโอเปอเรเตอร์” ฟังแล้วอาจเป็นเพียงฝันเล็กๆ ของใครหลายคน แต่สำหรับหมึกแล้ว มันคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่ชาร์จให้ชีวิตมีหวังอยู่เสมอ
“ผมชอบพูดชอบคุยกับคน แล้วเราก็คลุกคลีอยู่กับโทรศัพท์ เวลาคนในหมู่บ้านโทรศัพท์ โทรออกไม่ได้ เพราะเขาไปแจ้งโอนสายไว้ ผมก็แก้ให้เขาได้ไม่ยากเลยครับ ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อโนเกีย ผมก็กดเข้าไปในเมนู ใช้วิธีฟังเสียงแล้วนับเอาครับ หรือถ้าเป็นเรื่องโปรโมชั่น บอกได้เลยว่าคนในละแวกวัดแพะหลวง ต้องเข้ามาปรึกษาผมแทบทั้งนั้น” หนุ่มสายตาพิการ เล่าด้วยเสียงสดใส
ความสามารถพิเศษของเขาเรื่องนี้ ต้องไปฟังคนกินก๋วยเตี๋ยวร้านป้าติ๋ว วัดแพะหลวง ที่การันตีได้เป็นอย่างดี โดยหมึกจะไปนั่งรอลูกค้าที่นั่นทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งบางทีก็ได้รับคำชมแทนการเป็นลูกค้าอยู่บ่อยไป
“มีคนบอกผมว่า เก่งจริงๆ ขนาดเขาตาดียังทำไม่ได้เลย คำชมนี่แหละ ผมว่ามันคือยาวิเศษ ทำให้เราพอมีเรี่ยวแรงที่จะสู้ต่อไปได้ ผมขอทำงานให้เต็มที่และสุดความสามารถในทุกๆ วัน อนาคตของวันพรุ่งนี้ก็ให้เป็นเรื่องของมันต่อไป รากฐานของอนาคตอยู่ที่ปัจจุบัน เราทำมันดีแค่ไหน มันก็จะส่งผลตอบแทนให้เราเท่านั้น ถึงพิการ ถ้าเราไม่คิดที่จะช่วยตัวเองก่อน ก็อย่ามัวแต่จะร้องขอให้คนอื่นช่วย ผมไม่เคยคิดว่าสิ่งนั้นเราทำไม่ได้ ต้องทำก่อน แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ค่อยกลับมาคิดและหาหนทางอื่น อาจหมดหนทางจริงๆ แล้วค่อยร้องขอความช่วยเหลือ” หมึก กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า แม้จะอยู่ในร่างกายที่แม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเราเป็นผู้ที่มีหัวใจแกร่งกล้าเสียอย่าง ก็นำพามาซึ่งการใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า สมกับที่ได้ถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้
ข้อมูลและภาพประกอบจาก คม ชัด ลึก
และคัดลอกมาจากนี่: http://hilight.kapook.com/view/8169


“กฤษณะ” ชายตาบอด แต่ “หัวใจ” ไม่บอด
สิ่งประเสริฐที่สุดของมนุษย์คือการได้เกิดมาอวัยวะครบ 32 ประการ เป็นพรแห่งสวรรค์ ซึ่งใครหลายคนต่างปรารถนา แต่สำหรับบางคนร่างกายไม่ได้เต็มพร้อมสมบูรณ์ ทว่าสำหรับ “ผู้มีหัวใจนักสู้” แล้ว แสงสว่างภายในจิตใจจะเป็นตัวนำทางสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบได้อย่างงดงาม
เช่นเดียวกับ “หมึก” กฤษณะ ศิริมงคล ชายผู้ผู้อยู่ในโลกของความมืดมาตลอดชีวิต แต่ในความไม่สมบูรณ์ของร่างกายกลับไม่ใช่อุปสรรค หรือทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจสักนิดเดียว เขาคือนักสู้ที่พร้อมจะยิ้มรับแสงสว่างเล็กๆ ในจิตใจ เพื่อฝันที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน
ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดจาก อ.เถิน จ.ลำปาง เล่าถึงชีวิตให้ฟังว่า ตั้งแต่เกิดก็มองไม่เห็นแล้ว สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากแม่มีเขาตอนอายุเยอะ แต่ด้วยความรักจากครอบครัวและคนรอบข้าง ทำให้มีกำลังใจ ที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ จนถึงวัย 28 ปีในวันนี้ เขายังปั่นจักรยานไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อขายเครื่องสำอาง นำรายได้มาหาเลี้ยงตนเอง
“สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดในชีวิต คือ ผมสามารถขี่จักรยานไปไหนมาไหนคนเดียวได้ โดยไม่เป็นภาระของคนอื่น ซึ่งการขี่จักรยาน เริ่มตอนอายุ 7 ขวบ เพื่อนๆ เขาขี่กัน ผมก็เลยอยากจะขี่ให้ได้บ้าง พยายามหัดเหมือนคนปกติทั่วไป ล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ก็ไม่เคยท้อเลย เพราะในใจคิดว่า...คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้...แล้วผมก็ขี่จักรยานได้จริงๆ” หมึก เล่าภาคภูมิใจ
หมึก เล่าต่อว่า ทุกวันนี้เขาดำเนินชีวิตเหมือนคนปกติทั่วๆ ไป กวาดบ้าน ถูบ้าน เปิดเพลงฟังบ้าง เสร็จแล้วค่อยออกไปขายเครื่องสำอาง ขายมาหลายยี่ห้อ แต่ก็มาประสบความสำเร็จกับเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง ที่มีสโลแกนประมาณว่า...โอกาสเป็นของทุกๆ คน...ซึ่งเดือนหนึ่งหมึกขายได้กำไรประมาณ 800 - 1,000 กว่าบาท บางทีได้ถึง 1,500 บาท ถ้าได้เงินมากก็จะกันไว้เป็นเงินสำรอง เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน และแบ่งให้ครอบครัว แต่ถ้าได้น้อยก็จะเก็บไว้ใช้เป็นเงินส่วนตัว
“ดีกว่าขายลอตเตอรี่ (หมึกว่าแล้วก็หัวเราะเบาๆ) ผมเคยขายอยู่ปีสองปี ได้กำไรฉบับละ 5 บาท แล้วกระวนกระวาย เพราะต้องเร่งขายให้หมดก่อนหวยออก เป็นงานที่ทำให้เรานอนไม่หลับ ไม่มีความสุขเลย แต่เครื่องสำอางมันขายได้เรื่อยๆ นะครับ ทำได้เพียงปีเดียวได้รับเข็มและเลื่อนตำแหน่งเป็น 'โกลด์ สตาร์' ตำแหน่งที่เราสามารถรักษายอดให้ถึง 45,000 พีวี (ทั้งหมึกและลูกทีม 20 กว่าคนต้องทำยอดขาย 45,000 บาทต่อเดือน) ทำงานนี้มาได้ 2 ปีแล้ว”
นอกจากนี้หมึกยังทำอาชีพเสริมเพิ่มอีกอย่าง คือเป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือว่ารายได้ไม่แน่นอน
“ทำไงได้ในเมื่อเราเรียนจบแค่ ป.1 - ป.2 ตอนนั้นผมอายุ 19 ปี ที่บ้านส่งไปเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดลำปาง ครูก็จับให้ไปเรียนกับเด็ก 8 - 9 ขวบ 5 ขวบก็ยังมี เรารู้สึกอึดอัดก็ออกมาเลย รู้จักอักษรเบรลล์แค่ ก - ฮ เท่านั้น”
ยังมีงานในอนาคตที่หมึกอยากจะทำอีก “อยากเป็นโอเปอเรเตอร์” ฟังแล้วอาจเป็นเพียงฝันเล็กๆ ของใครหลายคน แต่สำหรับหมึกแล้ว มันคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่ชาร์จให้ชีวิตมีหวังอยู่เสมอ
“ผมชอบพูดชอบคุยกับคน แล้วเราก็คลุกคลีอยู่กับโทรศัพท์ เวลาคนในหมู่บ้านโทรศัพท์ โทรออกไม่ได้ เพราะเขาไปแจ้งโอนสายไว้ ผมก็แก้ให้เขาได้ไม่ยากเลยครับ ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อโนเกีย ผมก็กดเข้าไปในเมนู ใช้วิธีฟังเสียงแล้วนับเอาครับ หรือถ้าเป็นเรื่องโปรโมชั่น บอกได้เลยว่าคนในละแวกวัดแพะหลวง ต้องเข้ามาปรึกษาผมแทบทั้งนั้น” หนุ่มสายตาพิการ เล่าด้วยเสียงสดใส
ความสามารถพิเศษของเขาเรื่องนี้ ต้องไปฟังคนกินก๋วยเตี๋ยวร้านป้าติ๋ว วัดแพะหลวง ที่การันตีได้เป็นอย่างดี โดยหมึกจะไปนั่งรอลูกค้าที่นั่นทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งบางทีก็ได้รับคำชมแทนการเป็นลูกค้าอยู่บ่อยไป
“มีคนบอกผมว่า เก่งจริงๆ ขนาดเขาตาดียังทำไม่ได้เลย คำชมนี่แหละ ผมว่ามันคือยาวิเศษ ทำให้เราพอมีเรี่ยวแรงที่จะสู้ต่อไปได้ ผมขอทำงานให้เต็มที่และสุดความสามารถในทุกๆ วัน อนาคตของวันพรุ่งนี้ก็ให้เป็นเรื่องของมันต่อไป รากฐานของอนาคตอยู่ที่ปัจจุบัน เราทำมันดีแค่ไหน มันก็จะส่งผลตอบแทนให้เราเท่านั้น ถึงพิการ ถ้าเราไม่คิดที่จะช่วยตัวเองก่อน ก็อย่ามัวแต่จะร้องขอให้คนอื่นช่วย ผมไม่เคยคิดว่าสิ่งนั้นเราทำไม่ได้ ต้องทำก่อน แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ค่อยกลับมาคิดและหาหนทางอื่น อาจหมดหนทางจริงๆ แล้วค่อยร้องขอความช่วยเหลือ” หมึก กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า แม้จะอยู่ในร่างกายที่แม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าเราเป็นผู้ที่มีหัวใจแกร่งกล้าเสียอย่าง ก็นำพามาซึ่งการใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า สมกับที่ได้ถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้
ข้อมูลและภาพประกอบจาก คม ชัด ลึก