หน้า 1 จากทั้งหมด 3

กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 01:00
โดย veenono
รูปภาพ



ประมาณ 5-6 โมงเย็น ทุกครั้งที่แม่ไปตรวจอาการลุกลามของมะเร็งระยะสุดท้าย
แม่จะต้องกลับมาที่บ้านเสมอ วันนี้ถือว่าแปลกมากที่แม่ยังไม่กลับมา แล้วพี่ชายเราไปไหนนะ
น้องบิ๊ก (ดช.จักรินทร์ พรมศร) เฝ้ากังวลคิดถึงแม่ โดยไม่รู้ว่าแม่อาการหนักต้องนอนที่ศูนย์มะเร็ง คลอง 10
ก่อนจะตัดสินใจปั่นจักรยานออกมาหาน้ายาม
หน้าหมู่บ้าน พูดคุยซักถามพร้อม ขอชงไมโลกินด้วยความสนิทสนม

“หลายๆครั้งน้องบิ๊กเองก็เคยมานอนที่ป้อมยาม” พรหมศักดิ์ อ่วมน้อย รปภ.หน้าหมู่บ้าน
ทรัพย์หมื่นแสนโครงการ 1 กล่าว แต่ครั้งนี้ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากกินไมโลชงเสร็จไม่ถึง 5 ชั่วโมง
น้องบิ๊กก็ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

“ไอ้เด็กคนนี้มันมีบุญจริงๆนะ นี่สมเด็จพระบรมฯทรงส่งหรีดพระราชทานมาให้เลย
แถมยังรับแม่มันเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ด้วย”
ป้าอุ่น คนที่เราได้พูดคุยด้วยที่วัดหงษ์ปทุมาวาส เอ่ยปากบอกผม..

หลังจากร่วมพิธีฌาปณกิจที่วัดหงษ์ปทุมาวาส ผมขับรถตามเจ้าภาพ
มายังหมู่บ้านทรัพย์หมื่นแสนโครงการ 1 ถนน ลาดหลุมแก้ว-ปทุมธานี โดยเรามาที่บ้าน
พี่ชวณิชย์ หรือ พตอ.ชวณิชย์ ทองแก้ววัย 60 ปี ผู้กำกับการที่เกษียณจาก จ.ร้อยเอ็ด
เจ้าของบ้านที่ครอบครัวของน้องบิ๊กอาศัยอยู่ด้วย พี่ชวณิชย์ เล่าให้ผมฟังว่า

“ครอบครัวของน้องบิ๊กทำงานและอาศัยอยู่ที่บ้านพี่มาร่วม 19 ปีแล้ว
โดยที่พ่อน้องบิ๊กทำงานสวนและเพิ่งจากไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ด้วยโรคน้ำท่วมปอด
เมื่อไม่นานมานี้แฟนพี่พาแม่น้องบิ๊ก(เป็นแม่บ้านที่บ้านพี่)ไปตรวจมะเร็งเต้านม
ปรากฏว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย”
“ทำให้ต้องเทียวไปฉายแสงที่ศูนย์มะเร็งคลอง 10 บ่อยๆ แต่ปรกติเมื่อฉายแสงเสร็จ
ก็จะกลับมาที่บ้าน หรือนอนที่ รพ.ปทุม”

“พี่มีบ้านสองหลังในหมู่บ้านนี้ หลังนอกพี่ให้ครอบครัวของน้องบิ๊กอยู่ ปรกติแล้วบิ๊ก
จะอยู่ที่บ้านพี่หลังนี้ พอแม่เค้าป่วยพี่จึงให้บิ๊กไปอยู่เป็นเพื่อนอีกคนเพื่อคอยดูแล”
พี่ชวณิชย์เล่าต่อ..บิ๊กเป็นเด็กร่าเริงและกตัญญูชาวบ้านแถวนี้รักทุกคน

บิ๊ก หรือ เด็กชายจักรินทร์ พรมศร อายุ 9 ขวบ มีพี่น้อง 3 คน คนโตแต่งงานมีครอบครับไปแล้ว
ส่วนคนกลางยังอยู่กับแม่และบิ๊ก วันเกิดเหตุ เลยเวลาที่แม่และพี่ต้องกลับบ้านแล้ว
บิ๊กจึงปั่นจักรยานออกตามหาและซักถาม แต่เราไม่ทราบว่าได้ความว่าเช่นไร

พี่พรหมศักดิ์ รปภ.หน้าหมู่บ้านเล่าให้ผมฟังว่า หลังจากชงไมโลกินเสร็จ บิ๊กก็ปั่นจักรยานกลับเข้าบ้าน
โดยที่ตัวเองไม่รู้ไม่เห็นว่าบิ๊ก ปั่นจักรยานออกไปข้างนอกตอนไหน มารู้เรื่องอีกทีประมาณ 5 ทุ่มกว่า
ที่มีมอเตอร์ไซด์ขับเข้ามาถามว่ามีเด็กปั่นจักรยานออกจากหมู่บ้านมั๊ย
เพราะเลยไปตรงโค้งมีเด็กถูกรถชนเสียชีวิต เมื่อตนเดินไปดูจึงรู้ว่าเป็นน้องบิ๊ก

หลังจากนั่งคุยกับพี่ชวณิชย์ ผมขับรถออกมาดูจุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณเกิดเหตุ
เป็นสามแยกที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไปทางสะพานปทุมธานี ตรงไปมีไฟเขียวไฟแดง
ไปทาง รพ.ปทุม ผมเดาว่าน้องบิ๊กคงพยายามปั่นจักรยานข้ามเลนไปทางตรงคือเพื่อไป
โรงพยาบาลปทุม (ดูภาพประกอบ) และเป็นมุมอับทางโค้งซ้ายผ่านตลอด รถกระบะขับมาด้วยความเร็ว
จึงชนเข้าอย่างจัง

รูปภาพ

บริเวณสามแยก ที่เกิดเหตุ

รูปภาพ

ซึ่งพี่ชวณิชย์เล่าว่า จากกล้องวงจรปิดของร้านค้าย่านนั้น เห็นมีรถกระบะแต่งซิ่งแข่งกันมา 2 คัน
จาการพูดคุยสอบถามหลายๆฝ่าย ผมทราบว่าทีมผู้สื่อข่าวหลายสำนักได้ช่วยกันประสานอู่ซ่อมรถที่รู้จักกันว่า
หากมีใครนำรถมาซ่อมด่วนให้โทรบอกด้วย ผ่านไป 1 หรือ 2 วันไม่แน่ใจก็ได้รับข่าวว่ามีรถกระบะวีโก้ เข้ามาทำสี
ทีมผู้สื่อข่าวจึงประสานไปยังตำรวจท้องที่เพื่อขออายัดรถยนต์ดังกล่าวมาไว้ที่ สภอ.เมืองปทุม
วันถัดมาก็มีชายอายุเกิน 60 ปี มามอบตัวว่าได้ขับรถคันดังกล่าวชนจริง แต่ตัวเองคิดว่าชนสุนัข (ขณะนี้อยู่ในชั้นสอบสวน)

ป้าอุ่นบอก “สงสัยมารับแทนลูกเพราะเป็นรถซิ่ง”
..
เพื่อนๆ ที่อ่านเรื่องนี้จนจบ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ คิดว่าควรมีการอบรมเรื่องกฎจราจรให้ผู้ใช้จักรยานมากกว่านี้มั๊ย
หรือทางโค้งมุมอับแบบนั้น ควรจะมีสัญญาณไฟจราจรหรือหลังเต่า ด้วยหรือไม่ รวมถึงแยกอื่นๆที่คล้ายๆกัน
ผมใช้เวลานานพอสมควรในช่วงเย็นกว่าจะข้ามถนนไปถ่ายรูปทางโค้งนี้ที่เกาะกลาง การสูญเสียน้องบิ๊ก
เด็กยอดกตัญญูไป เราจะได้บทเรียนอะไรบ้าง ฝากคำถามนี้ให้เพื่อนๆช่วยออกความคิดเห็นด้วยครับ

รูปภาพ

พรหมศักดิ์ อ่วมน้อย (คนขวา)และเพื่อน รปภ.หน้าหมู่บ้านทรัพย์หมื่นแสน โครงการ 1 ที่บิ๊กคุ้นเคย

รูปภาพ
พ.ต.อ.ชวณิชย์ ทองแก้ว บ้านที่ครอบครัวของน้องบิ๊กทำงานและอาศัยอยู่ด้วยมา 19 ปี


(จากกล้องวงจรปิดของป้อมยามหน้าหมู่บ้าน จะเห็นบิ๊กขี่จักรยานออกมาก่อนเวลาที่โดนชนประมาณ 15 นาที)

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 02:22
โดย blues_so
แยกลักษณะนี้และตามสี่แยกที่ซ้ายผ่านตลอดอันตรายมากครับ เพราะผู้ใช้จักรยานมักอยู่ด้านซ้ายของเลนซ้ายสุด
หากต้องการตรงไปจะต้องออกมายังเลนที่อยู่ถัดไป ซึ่งในบ้างจังหวะจะอันตรายมากและยากมากในการเปลี่ยนเลน
เช่น ในจังหวะนั้นมีรถอยู่ในเลน(ตามหลัง)การออกไปต้องเดาใจกัน บางครั้งกำลังเปลี่ยนแต่รถด้านหลังมาด้วยความเร็วสูง
หรือบางครั้งรถเปลี่ยนเลนกระทันหัน(มาเลนตรงแต่ปาดเข้าซ้าย) ฯลฯ

ผมมักจะใช้วิธีให้สัญญาน(กางมือขวา)แล้วออกไปอยู่กลางเลนก่อนถึงแยกแล้วค่อยขยับไปอยู่ด้านขวาของเลนเมื่อใกล้แยก
แต่บางครั้งไม่มีจังหวะจริงๆ ก็ต้องตัดใกล้แยกเอา

เรื่องการเปลี่ยนเลนคิดว่าคงต้องใช้ประสบการณ์และความไม่ประมาท ซึ่งคนที่เคยขับรถและมอเตอร์ไซก็จะพอคาดได้ว่าต้องระวังจังหวะไหน
และการสื่อสารกับคนที่ขับรถยนต์เพราะการที่จักรยานอยู่เลนซ้ายสุด ทำให้คนขับรถยนต์ไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าจักรยานจะไปทางไหน
ซึ่งผมคิดว่าคนขับส่วนใหญ่น่าจะคิดว่าจักรยานจะเลี้ยวซ้้ายเพราะชิดซ้า(บางครั้งผมก็คิดแบบนั้นตอนขับรถ)

ส่วนการอบรมอยากให้เป็นการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ในทริปน้องใหม่และงานที่มีการรวมตัวใหญ่ๆ(คาร์ฟรีเดย์ ฯลฯ) ว่าจุดไหนที่อันตราย
และควรระวังอย่างไร การให้สัญญาน

*คิดว่าอีกสิ่งที่พอช่วยได้คือการทำให้คนขับรถมองเห็นเรา เช่น การมีไฟหน้า ไฟท้ายที่สว่างเพียงพอ ไฟที่ทำให้มองเห็นจากด้านข้าง
การทำตัวให้เป็นที่สังเกต(เป็นจุดเด่น) เช่น เสื้อสีสว่าง หมวกสีสดๆ ธง ของตกแต่ง เสื้อสะท้อนแสง ซึ่งบางที่อาจดูไม่เท่ ดูตลก แต่ก็ช่วยเราได้บ้าง
และที่สำคัญคือ สติและไม่ประมาทครับ :D :D :D

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 07:22
โดย ลุงเนตร
blues_so เขียน:แยกลักษณะนี้และตามสี่แยกที่ซ้ายผ่านตลอดอันตรายมากครับ เพราะผู้ใช้จักรยานมักอยู่ด้านซ้ายของเลนซ้ายสุด
หากต้องการตรงไปจะต้องออกมายังเลนที่อยู่ถัดไป ซึ่งในบ้างจังหวะจะอันตรายมากและยากมากในการเปลี่ยนเลน
เช่น ในจังหวะนั้นมีรถอยู่ในเลน(ตามหลัง)การออกไปต้องเดาใจกัน บางครั้งกำลังเปลี่ยนแต่รถด้านหลังมาด้วยความเร็วสูง
หรือบางครั้งรถเปลี่ยนเลนกระทันหัน(มาเลนตรงแต่ปาดเข้าซ้าย) ฯลฯ

ผมมักจะใช้วิธีให้สัญญาน(กางมือขวา)แล้วออกไปอยู่กลางเลนก่อนถึงแยกแล้วค่อยขยับไปอยู่ด้านขวาของเลนเมื่อใกล้แยก
แต่บางครั้งไม่มีจังหวะจริงๆ ก็ต้องตัดใกล้แยกเอา

เรื่องการเปลี่ยนเลนคิดว่าคงต้องใช้ประสบการณ์และความไม่ประมาท ซึ่งคนที่เคยขับรถและมอเตอร์ไซก็จะพอคาดได้ว่าต้องระวังจังหวะไหน
และการสื่อสารกับคนที่ขับรถยนต์เพราะการที่จักรยานอยู่เลนซ้ายสุด ทำให้คนขับรถยนต์ไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าจักรยานจะไปทางไหน
ซึ่งผมคิดว่าคนขับส่วนใหญ่น่าจะคิดว่าจักรยานจะเลี้ยวซ้้ายเพราะชิดซ้า(บางครั้งผมก็คิดแบบนั้นตอนขับรถ)

ส่วนการอบรมอยากให้เป็นการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ในทริปน้องใหม่และงานที่มีการรวมตัวใหญ่ๆ(คาร์ฟรีเดย์ ฯลฯ) ว่าจุดไหนที่อันตราย
และควรระวังอย่างไร การให้สัญญาน

*คิดว่าอีกสิ่งที่พอช่วยได้คือการทำให้คนขับรถมองเห็นเรา เช่น การมีไฟหน้า ไฟท้ายที่สว่างเพียงพอ ไฟที่ทำให้มองเห็นจากด้านข้าง
การทำตัวให้เป็นที่สังเกต(เป็นจุดเด่น) เช่น เสื้อสีสว่าง หมวกสีสดๆ ธง ของตกแต่ง เสื้อสะท้อนแสง ซึ่งบางที่อาจดูไม่เท่ ดูตลก แต่ก็ช่วยเราได้บ้าง
และที่สำคัญคือ สติและไม่ประมาทครับ :D :D :D
+1 ครับ

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 07:34
โดย TGCAT
:?: เด็ก 9 ขวบ ก็คือเด็กครับ ความระมัดระวังยังมีไม่มาก

แต่คนขับรถ ถ้าช้าลงสักนิด ระวังกันอีกหน่อย ไม่มั่นใจเบรกใว้ก่อน
รวมถึงการออกใบขับขี่ และการบังคับใช้กฏหมาย

ปลูกจิตสำนึกให้คนขับรถว่า คุณต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นด้วย เพราะคุณอาจจะเป็นฆาตกร ภายในชั่วพริบตา

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 08:52
โดย เอก วัดปุรณฯ.
ขอแสดงความเสียใจด้วย ต่อเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นด้วยครับ

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 09:23
โดย NU_NENE_NANA
ลุงเนตร เขียน:
blues_so เขียน:แยกลักษณะนี้และตามสี่แยกที่ซ้ายผ่านตลอดอันตรายมากครับ เพราะผู้ใช้จักรยานมักอยู่ด้านซ้ายของเลนซ้ายสุด
หากต้องการตรงไปจะต้องออกมายังเลนที่อยู่ถัดไป ซึ่งในบ้างจังหวะจะอันตรายมากและยากมากในการเปลี่ยนเลน
เช่น ในจังหวะนั้นมีรถอยู่ในเลน(ตามหลัง)การออกไปต้องเดาใจกัน บางครั้งกำลังเปลี่ยนแต่รถด้านหลังมาด้วยความเร็วสูง
หรือบางครั้งรถเปลี่ยนเลนกระทันหัน(มาเลนตรงแต่ปาดเข้าซ้าย) ฯลฯ

ผมมักจะใช้วิธีให้สัญญาน(กางมือขวา)แล้วออกไปอยู่กลางเลนก่อนถึงแยกแล้วค่อยขยับไปอยู่ด้านขวาของเลนเมื่อใกล้แยก
แต่บางครั้งไม่มีจังหวะจริงๆ ก็ต้องตัดใกล้แยกเอา

เรื่องการเปลี่ยนเลนคิดว่าคงต้องใช้ประสบการณ์และความไม่ประมาท ซึ่งคนที่เคยขับรถและมอเตอร์ไซก็จะพอคาดได้ว่าต้องระวังจังหวะไหน
และการสื่อสารกับคนที่ขับรถยนต์เพราะการที่จักรยานอยู่เลนซ้ายสุด ทำให้คนขับรถยนต์ไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าจักรยานจะไปทางไหน
ซึ่งผมคิดว่าคนขับส่วนใหญ่น่าจะคิดว่าจักรยานจะเลี้ยวซ้้ายเพราะชิดซ้า(บางครั้งผมก็คิดแบบนั้นตอนขับรถ)

ส่วนการอบรมอยากให้เป็นการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ในทริปน้องใหม่และงานที่มีการรวมตัวใหญ่ๆ(คาร์ฟรีเดย์ ฯลฯ) ว่าจุดไหนที่อันตราย
และควรระวังอย่างไร การให้สัญญาน

*คิดว่าอีกสิ่งที่พอช่วยได้คือการทำให้คนขับรถมองเห็นเรา เช่น การมีไฟหน้า ไฟท้ายที่สว่างเพียงพอ ไฟที่ทำให้มองเห็นจากด้านข้าง
การทำตัวให้เป็นที่สังเกต(เป็นจุดเด่น) เช่น เสื้อสีสว่าง หมวกสีสดๆ ธง ของตกแต่ง เสื้อสะท้อนแสง ซึ่งบางที่อาจดูไม่เท่ ดูตลก แต่ก็ช่วยเราได้บ้าง
และที่สำคัญคือ สติและไม่ประมาทครับ :D :D :D
+1 ครับ
เห็นด้วยไม่ประมาณ แต่คนขับรถยนต์ก็ต้องให้ความสำคัญกับจักรยานบนถนนด้วย ผมคนหนึ่งก็ปั่นทุกวัน และก็ขับรถยนต์ด้วย ทุกวันนี้เพราะใส่ใจคนขี่จักรยานมากขึ้น น่าจะออกกฎหมายมาช่วยดูแลคนขี่จักรยานไปเลย สำหรับผู้ที่มีอำนาจรบกวนหน่อย

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 09:34
โดย veenono
เส้นทางลักษณะนี้ที่ผมปั่นผ่านบ่อยๆและอันตรายมากๆ คือทางลงสาทร ฝั่งธนบุรีครับ
และเกิดอุบัติเหตุบ่อยมากๆ

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 09:56
โดย varinkeng
เด็ก 9 ขวบไม่ควรออกไปตามลำพังอยู่แล้วครับแต่ด้วยความกตัญญู ขอให้น้องไปสู่สุขคติครับ สำหรับเรื่องการใช้ถนนควรให้มีอบรมครับ

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 12:12
โดย doksompor
RIPความกตัญญูแท้ๆที่บริสุทธะิ์ จากเด็กน้อยที่มีต่อแม่ของตัวเอง ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของน้องด้วยครับ

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 12:34
โดย ปรานพิสุทธิ์
เสียใจด้วยครับ.....

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 13:13
โดย Anomonny
เสียใจด้วยครับ

เรื่องแบบนี้ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็ยังอันตรายเลยครับ ผมเลยมีอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ติดกันคือกระจกมองหลัง ไว้ที่มุมขวาแฮนด์ เวลาปั่น จะเหลือบมองก่อนหันคอไปมองได้ตลอด มีรถตามหรืออะไรอยู่ข้างหลังเราก็จะรู้ได้ก่อนจะได้ยินเสียงนานมาก ผมเกือบโดนเชี่ยวชนหลายครั้ง แต่มีกระจกเนี่ยแหละ เตือนให้หลบทัน บางครั้งไฟหลังก็ไม่ได้ทำหน้าที่ได้เต็มที่ เพราะคนขับรถมักคิดว่าจักรยานมันช้า ฉันจะไปก่อน ถ้าเรามองเห็นเขาก่อน ก็จะหลบเองได้ทัน(ถึงแม้ในบางกรณีจะไม่ช่วยอะไร ก้ยังดีกว่าไม่มี)

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 13:55
โดย bikemmm
:(

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 14:21
โดย น้ำน้อยหาดใหญ่
สงสารน้องเค้าครับ.....ขอจงไปสู่สุขคติครับ
รายที่เท่าไหร่แล้วครับนี่ พวกรถกะบะปิ๊กอัพ รถเก๋ง คงคิดว่าไอ้พวกจักรยานนี่เกะกะกีดขวางทางจราจร ใจแคบจริงๆๆ รถยนต์มีซิ่ง มอ'ไซด์มีแว้น จักรยานอย่าทำน่ะครับ ขาดทุน

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 14:38
โดย Mr.Panorama
อ่านแล้วหดหู่

แยกแบบนี้อันตรายมาก ต้องเก็บไว้เป็นการเตือนตัวเองตอนขับรถยนต์

Re: กรณีศึกษา น้องบิ๊ก ดช.จักรินทร์ พรมศร ที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปั่นจักรยาน

โพสต์: 17 พ.ค. 2013, 15:17
โดย boombaraka
ขอให้วิญญานน้องไปสู่สุขคติ สาธุ