----- การเดินทางของรถพับ ----- กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
Korn704
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 59
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2012, 20:38
team: Happybike
Bike: Dr. Hon SPEED P8
ตำแหน่ง: บางจาก

----- การเดินทางของรถพับ ----- กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Korn704 »

มันต้องน่าเบื่อมากแน่ๆ ผู้เขียนไม่ถนัดงานเขียนเอาเสียเลย ขออภัยสำหรับกระทู้รกๆ นี้จริงๆ แต่ผู้เขียนอยากเขียนมันเป็นความภูมิใจสักครั้ง


ขอเรียกมันว่าความทรงจำของการเดินทาง เพราะในขณะเดินทางผมไม่ได้บันทึกเป็นตัวอักษรแม้แต่ตัวเดียว คงใช้คำว่าบันทึกการเดินทางไม่ได้แน่ๆ
วันที่ 24-26 เมษายน
หาซื้อของที่จำเป็น แพ็คลงกระเป๋า ไปร้านจักรยานทำรถให้พร้อมเดินทางที่สุด (ก่อนเดินทางสูญเงินราวๆ สองพันห้าร้อยบาท รวมทุกอย่างแล้ว)
ของที่พกไปได้แก่
- ยางในสำรองหนึ่งเส้น
- ชุดปะยางหนึ่งชุด
- ฟันโอสำหรับเพิ่มน้ำตาลในเลือด (พอดีตอนนั้นมันจัดโปรโมชั่นในเซเว่น 55)
- สบู่
- ผงซักฟอก
- แปรงสีฟัน
- ยาสีฟัน
- ผ้าขาวม้า
- เสื้อผ้าสองชุด (ไม่รวมชุดปั่นจักรยาน)
- กางเกงในแบบไร้ตะเข็บอีกหนึ่งตัว (ไม่รวมที่ใส่ปั่น) <-- จะบอกว่าผมไม่เคยมีกางเกงรองเป้าใส่ปั่นจักรยาน
- เสื้อกันฝนแบบบาง (เป็นถุงพลาสติกที่ขาดง่ายหน่อย แต่เบากระเป๋า)
- ผงเกลือแร่ชนิดซอง จำนวน 1 โหล (กินคุ้มกว่า สปอนเซอร์/เกรเตอร์เลต เยอะเลย)
- เต๊นท์สำหรับ 2 คน (พอดีเจอมันลดราคาถูกกว่าเต๊นท์แบบคนเดียวอะ)
- กระดาษที่จดเส้นทางการเดินทาง/จดเบอร์โทรหน่วยงานสำคัญๆ ของจังหวัดที่คิดว่าจะผ่าน
เรายัดลงกระเป๋า Timbuk2 ไซส์ L (ขนาดความจุ 40 ลิตร) ได้ทั้งหมด ยกเว้นเต๊นท์มัดที่ตะแกรงท้าย
รูปภาพ



ค่าเสียหายอื่นๆ
- เปลี่ยนยางนอก/ในทั้งหน้าและหลัง
- เปลี่ยนก้ามเบรก และวีเบรก
- บันไดจักรยาน
- เสื้อคอกลมแบบบางเบาสบาย (แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้)
- กางเกงในไร้ตะเข็บ 2 ตัว
- ไฟท้ายอันใหม่
- ฯลฯ (จำไม่ได้)
(เฮ้ย!! ไอ้ค่าเสียหายอื่นๆ ใครเขาอยากรู้มิทราบ!?)


วันเสาร์ที่ 27 เมษายน
และแล้ว... วันแห่งการเดินทางไกลก็เริ่มต้นขึ้น
0430 น. ออกจากบ้าน เข้าเซเว่นไปซื้อกล้วยตากที่ราคาซองละ 15 บาทมาสองซอง / ให้แคชเชียร์ถ่ายรูปให้ / ออกเดินทาง
รูปภาพ

ปั่นออกจากซอยบ้านวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เข้าสู่ถนนพหลโยธิน

ประมาณ 0540 น. แวะถ่ายรูปสถานที่ในความทรงจำ ครั้งหนึ่งเราเคยอยู่ที่นี่
รูปภาพ
หลังจากถ่ายรูปเสร็จเราปั่นตามถนนสายพหลโยธินมาเรื่อยๆ มาพักจุดแรกที่ ปตท. บิ๊กคิง-อยุธยา ได้คุยกับคนในมินิมาร์ทเขาแนะนำให้ไปทางหลวง 32 (สายเอเชีย) ซึ่งไม่ตรงกับทางหลวงที่เราจดมาจากกูเกิ้ลแมพในครั้งแรก แต่ไหล่ทางกว้างเท่ากับถนนหนึ่งเลนเลยทีเีดียว

ประมาณ 0830 น. ปั่นมาได้ประมาณ 101 ก.ม. เหลือระยะทาง 153 ก.ม. นั่นคือปลายทางของวันแรกเราจะไปพักที่นั่น แต่หลังจากถอดไมล์ออกมาถ่ายรูปมือดันไปกดโดนอะไรไม่รู้ทำให้ไมล์ผิดพลาด ยืนกดมั่วๆ สักพักหนึ่ง ไมล์ถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่ง ODO (T^T)
รูปภาพรูปภาพ
ต่อจากนี้ถ้าจะดูระยะทางต้องบวกเพิ่มอีก 101
ตลอดเส้นทางถือว่าปลอดภัยหายห่วง แต่บางครั้งแอบรำคาญที่รถบรรทุกบางคันมันมาปาดหน้าวิ่งบนไหล่ทางเสียอย่างนั้น ทั้งที่ถนนตั้งสามเลนแน่ะ
วันแรกเราใช้วิธีปั่น 30-40 ก.ม. แวะพักตามปั๊มครั้งหนึ่ง และจิบน้ำประมาณ 1/5 ขวด ทุก 20 นาที (ขวดขนาด 800 มิลลิลิตร) ผมอาศัยข้อมูลจากกระทู้ของพี่หมาป่าแล้วนำมาปรับเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับสภาพตนเอง

1130น. พักกินข้าวที่ปั๊ม Esso แห่งหนึ่งในสิงห์บุรี ข้าวแกง 100 หม้อ กินครึ่งชั่วโมง หาที่หลับอีกครึ่งชั่วโมง
1230 น. เดินทางต่ออีกยกใหญ่ การเดินทางวันแรกเป็นทางเรียบทั้งหมด ยังไม่มีเนินอะไรมากจึงไม่ลำบากมากมาย
150 ก.ม. แรก อัดความเร็วประมาณ 30-37
151-190 เหลือ 25-30
191-240 เหลือ 20
สิบกว่าโลสุดท้าย >20 ตูดเริ่มเจ็บ ขาล้าสุดๆ ระหว่างทางก็ปั่นโต้ลมมาเป็นช่วงๆ อยู่แล้ว

มีอยู่ช่วงประมาณ อ.อินทร์บุรี จ.ชัยนาท เป็นช่วงที่ผมรู้สึกเหนื่อยที่สุดครับ ต้องปั่นรวดเดียวประมาณ 50 ก.ม. เพราะช่วงนั้นไม่มีปั๊มให้พักเลย เป็นเพราะผมประมาทเองด้วยความที่เห็นปั๊มแล้วมองไมล์ดูเห็นว่าระยะที่ปั่นมายังไม่ครบ 30 ก.ม. จึงยังไม่พัก รอปั๊มหน้าค่อยพักก็ได้ โอ้ว คราวนี้ยาวเลยครับท่านปั๊มหายหมด ข้างทางไม่มีวิวสวยๆ มีแต่โรงงาน ไอแดด รถยนต์ หญ้าแห้งเหี่ยวเฉา มิราจบนพื้นถนน (แสงกระทบพื้นจนดูเหมือนแอ่งน้ำ แต่พอเข้าไปใกล้แล้วจะไม่มีอยู่จริง) ผมพยายามกรอกสายตามองทุกอย่างที่ว่ามานี้เพื่อไม่ให้เกิดความจำเจ ไม่ให้สายตาเมื่อยล้าจนเกินไป แล้วผมก็พบปั๊มจนได้ จากนั้นขอข้ามเลย...

1820 น. ถึง อ.เมืองนครสวรรค์โดยสวัสดิภาพ
สะพานเดชาติวงศ์/วิวแม่น้ำปิงจากบนสะพาน (มาไม่ทันอาทิตย์อัสดง T^T)
รูปภาพ
รูปภาพ
ที่ท่านเห็นกระติกน้ำจากภาพด้านบน เป็นกระติกน้ำรุ่น Limited Edition ครับ ผมไปลืมกระติกไว้ในปั๊มแห่งหนึ่งประมาณ 50 ก.ม. ก่อนเข้าตัวเมือง กว่าจะนึกได้ก็เลยมา 5 ก.ม. แล้ว ถ้าปั่นย้อนไปก็เท่ากับมีระยะเพิ่มขึ้น 10 โล คำนวณแล้วว่า 10 โลที่เกินมานี้จะทำให้เข้าเมืองไม่ทันฟ้ามืดจึงยอมเสียมันไปแต่โดยดี

อาหารมื้อเย็น มาม่าต้มยำน้ำข้น (หนีไม่พ้นมาม่าจริงๆ)
รูปภาพ


รองเท้าถูกบันไดที่เปลี่ยนมาใหม่กัดทิ่มซะทะลุขึ้นมาสะกิดโดนเท้าจนรู้สึกแปล๊บๆ เลย... ตอนนั้นกลัวว่าจะปั่นผ่านอุตรดิตถ์ไม่ได้มากๆ
รูปภาพ


สิ้นสุดการเดินทางวันแรก กางเต๊นท์ค้างคืนที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ (ในศาลาข้างกองพิสูจน์หลักฐาน) ได้มา 259 ก.ม. (จากหน้าปัด +อีก 101 ที่เผลอรีเซ็ตไป)
รูปภาพ
รูปภาพรูปภาพ



พี่ๆ ตำรวจที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ใจดีทุกคนเลยครับ เขารู้ว่าเราเป็นนักเดินทางทุกคนต่างต้อนรับกันดี (เหมือนพี่ๆ เขาจะบอกต่อๆ กันว่ามีนักเดินทางมาพักที่นี่) ทุกคนยิ้มแย้มพูดคุยสอบถามกับเราหมด บางคนหาข้าวให้กิน (แต่เราอิ่มมาแล้ว)

การอาบน้ำก็อาบในส้วมครับ ใช้สายล้างก้นนั่นแหละ ซักผ้าในห้องน้ำ ตากผ้าที่ศาลา (พี่ตำรวจให้ยืมเชือกมาผูกกับเสาเพื่อตากผ้า)

2200น. เฮ้อ! เหนื่อยมาทั้งวัน ได้หลับเสียทีนะ (สิ่งที่คิดในตอนนั้น)
แก้ไขล่าสุดโดย Korn704 เมื่อ 01 ม.ค. 2015, 01:09, แก้ไขแล้ว 13 ครั้ง
Korn704
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 59
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2012, 20:38
team: Happybike
Bike: Dr. Hon SPEED P8
ตำแหน่ง: บางจาก

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Korn704 »

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน
0500 น. ตื่นนอน อาบน้ำ เก็บเสื้อผ้าที่ตากทั้งคืนลงกระเป๋า ส่วนกางเกงที่ใส่ปั่นมายังไม่แห้งจึงกองไว้ก่อน แล้วเก็บเต๊นท์ (พระเจ้ากางเต๊นท์ว่ายากแล้ว ตอนม้วนเต๊นท์เก็บม่างยากกว่าเยอะเลยครับกว่าจะยัดลงห่อของมันได้)

นำเชือกไปวางคืนบนโต๊ะพี่ตำรวจ แต่ไม่ได้บอกลาพี่เขาสักคำ (เห็นบอกว่าปั่นเสือภูเขาด้วย ถ้าพี่ได้เข้ามาอ่านกระทู้ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เห็นว่าพี่กำลังหลับเลยไม่อยากรบกวน) นำรถที่ฝากไว้ในห้องออกมาเตรียมโหลดของ มัดเต๊นท์ที่ตะแกรงท้ายเหมือนเดิม แต่คราวนี้ผมเอากางเกงที่ใส่เมื่อวาน+ไม้หนีบไปหนีบคร่อมบนห่อเต๊นท์อีกที

0600 น. ปั่นจักรยานออกมาจาก สภ. กำลังจะไปหาข้าวกิน วันนี้ตั้งใจว่าก่อนออกเดินทางจะแวะไปแชะรูปที่บึงบอระเพ็ดสักหน่อย พอดีเห็นพี่คนหนึ่งปั่น MTB นำอยู่ไกลๆ จึงสปรินท์ตามไปถามทางไปบึงบอระเพ็ด
ผมทัีกทายก่อน"สวัสดีครับ" พี่เขาหันมาพยักหน้าแล้วทักทายตอบ แต่ผมถามต่อทันที "บึงบอระเพ็ดไปทางไหนครับพี่"
"..." พี่เขาตอบอะไรทางไหนผมลืมไปละ พอตอบเสร็จพี่เขาพูดต่อ "วันนี้ที่เทศบาลฯ จะมีงานประจำเดือน นายกเทศบาลท่านเป็นคนชอบออกกำลังกาย ยังไงไปกินข้าวเช้าที่นั่นกันก่อนแล้วกันนะ" พี่เขาชวน ภายหลังผมทราบชื่อเขาว่า 'พี่ไพโรจน์'
"ได้ครับ" ผมตอบโดยไม่ได้คิดอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่างานที่กำลังจะไปเป็นงานเกี่ยวกับจักรยาน
"ตามพี่มาเลย" พี่เขาเร่งความเร็ว และผมก็ปั่นตามไปติดๆ กว่าจะถึงที่เทศบาลฯ ก็ประมาณ 5-6 ก.ม.

0620 น. หน้าเทศบาลจักรยานจอดเรียงรายกันเป็นร้อยคัน (จากภาพเหมือนน้อย แต่มุมกล้องผมเก็บไม่หมด) เล่นเอาผมอึ้งครับ มันเยอะมากจริงๆ ทั้งที่เป็นงานที่จัดโดยเทศบาลฯ ของต่างจังหวัด นั่นคือสิ่งที่ผมคิด ที่นี่มีแจกน้ำ ขนม (ไม่เห็นมีข้าวเลย T^T... แต่ก็โอเคนะ ถือว่าอิ่มสำหรับมื้อเช้า)
รูปภาพ


ป้ายหน้างาน
รูปภาพ


แล้วผมก็ตกกระไดพลอยโจน โดนจับลงทะเบียนร่วมงานนี้ เป็นเหตุให้ผมต้องอยู่ที่นี่อีกหนึ่งวันเพราะการแวะกินข้าวเช้าที่นี่ 55555 ซ้ำยังกลายเป็นที่รู้จักของคนที่นี่อีกด้วยครับ ท่านรองนายกฯ (ทราบภายหลังว่าเขาเรียกกัน รองดา (คนซ้ายสุด) ส่วนผู้ชายคนขวาผมไม่ได้ถามน่ะครับ)
เรียงตามนี้ รองดา, ลุงที่อาวุโสสุดในงาน อายุ 72 ปี, พี่ไพโรจน์ (ที่พาผมมากินข้าวเช้า 55), ตัวผม และท่านรองนายกเทศบาลอีกคน (สามคนกลางคือทีมที่ 22 ที่ได้รวมงานนี้ครับ)
รูปภาพ

ภายหลังลุงคนนี้เป็นคนเอื้อเฟื้อให้ที่พักผมอีกหนึ่งคืน พร้อมอาหารสามมื้อ+ข้่าวเหนียวหมูปิ้งระหว่างเดินทาง นอนสบายกว่านอนในเต๊นท์เยอะเลย ขอบคุณคุณลุงมากๆ ครับ ผมเสียใจนะที่ผมเรียกแต่ ลุงๆ จนละเลยที่จะถามชื่อเขา


0700 น. เริ่มงานแรลลี่ 'ปั่น ปั่น ปั่น วันเทศบาล เพื่อสานสัมพันธ์ครอบครัว'
ระหว่างงานก็มีปั่นไปวัดนครสวรรค์ ไหว้พระพุทธศรีสวรรค์ สรงน้ำพระ ปั่นรอบอุทยานสวรรค์ และเล่นเกมเป็นทีม (ผมไม่ได้เก็บภาพบรรยากาศระหว่างเล่นเกมมาเลย)
รูปภาพ


มีตั้งแต่จักรยานแม่บ้านไปจนถึงจักรยานหลักแสนที่มาร่วมงาน ลดความต่างชั้นระหว่างชาวปั่น นอกจากสานสัมพันธ์ครอบครัวแล้วยังสานสัมพันธ์ชาวบ้านอีกด้วย ผมคิดว่างานนี้่เป็นงานจักรยานที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอมาเลย (หรืออย่างน้อยผมก็ไม่เคยได้ไปงานจักรยานแบบนี้ในกรุงเทพ)
รูปภาพ


รถลากท้ายจักรยาน ไทยประดิษฐ์ครับ พี่เขาทำเอง
รูปภาพ



มีพี่คนหนึ่งขี่รถพับหลุยการ์นัว สีดำ เขาเข้ามาทักผมบอกว่าใช่น้องที่ลงเพจ BKKWheels หรือเปล่า ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าพี่บีนำเรื่องของผมไปลงเพจจึงเปิดไปดู พบว่าภาพที่ผมโพสต์ว่าจะออกเดินทางตอนตีสี่ครึ่งของวันที่ 27 เมษายน ถูกแชร์ลงเพจนี้ไปเรียบร้อย (มิน่าล่ะ ตั้งแต่สายๆ วานนี้มีคนแอดเพื่อนมาใหม่เยอะเหลือเกิน)
พี่เขาบอกว่าเขาสนใจจะปั่นรถพับทัวร์ริ่งอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีโอกาส อย่างน้อยก็มีผมแล้วคนนึง ผมอาจจุดประกายอะไรบางอย่างให้พี่เขา นั่นทำให้ผมรู้สึกดีใจนะ (แต่ผมเชื่อว่ารถพับสายทัวร์ริ่งไม่ใช่ผมคนแรกแน่ๆ ตอนผมตั้งกระทู้ถามเรื่องการเตรียมของทัวร์ริ่งก็มีพี่คนหนึ่งนำรูปมาโพสต์ให้ดูซึ่งเป็นรถพับเหมือนกัน)
ชาวบ้านที่นี่คุยกับเราอย่างเป็นกันเองดีครับ ดีใจที่ได้มาร่วมงานนี้

ก่อนจบงานมีเรียกผมไปรับมอบของฝากจากชาวเทศบาล เรียกไปด้านหน้าสุดเลย พร้อมป่าวประกาศไปทั่ว (คราวนี้ได้ดังเลยจริงๆ ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะผ่านที่นี่ไปอย่างเงียบๆ แล้วเชียวนะ)
ผ้าขาวม้า และ กระเป๋าผ้า
รูปภาพ


เต๊นท์เลี้ยงอาหารกลางวันในงานเทศบาลครับ เป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใส
รูปภาพ


หนึ่งมุมมองเล็กๆ ในอุทยานสวรรค์
รูปภาพ


ผมนัดกับคนในงานไว้ว่าตอนเย็นจะไปปั่นขึ้นเขาคีรีวงศ์และเขากบด้วยกัน แต่ไม่ได้ไป (ต้องขอโทษ ณ ที่นี้อีกหน ด้วยครับ)


1100 น. จบงาน เนื่องจากใกล้เที่ยงแล้วการเดินทางวันนี้จึงต้องยกเลิกไปในที่สุด ลุงที่อาวุโสที่สุดในงาน (แต่แข็งแรงมาก) แกชวนไปค้างที่บ้านแก ที่บ้านเป็นคาร์แคร์ครับ อยู่หลังเทศบาล ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แล้วก็นั่งเล่นในบ้านแกยาวๆ เลย ช่วงนี้คาร์แคร์เพิ่งเปิดใหม่ยังไม่ค่อยมีลูกค้า ภายหลังผมทราบว่าลุงแกเพิ่งย้ายมาจากอำเภออื่น มาอยู่ที่นี่ยังไม่ถึงเดือนเลย (แต่งานของเทศบาลจัดมาเป็นเดือนที่เก้าแล้ว)
ตอนนั่งคุยกัน ก็ตกลงกันว่าตอนบ่ายสามเราจะปั่นไปเที่ยวบึงบอระเพ็ดและต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยกัน

1500 น. เพื่อนลุงอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ บ้่านแก ก็มาด้วย (ลุงอีกคนอยู่ทีมที่ 23 ชุดเดียวกับผมเลย (ชุดหนึ่งมีห้าทีม)) เดินทางไปบึงบอระเพ็ด
ระหว่างทางเห็นว่าสวยดีเลยบอกให้พวกลุงปั่นไปก่อน เดี๋ยวจะสปีดตามไป (ขอแชะแปป)
รูปภาพ



ห้องตู้ปลาในบึงบอระเพ็ด ปลาอะไรบ้างจำไม่ได้ แต่ภาพแรกทำไมมันหน้าตาเหมือนผมเลยว่ะ (ปลากะโห้ 5555)
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
จริงๆ มีเยอะกว่านี้นะ แต่เอาแค่บางส่วนพอแล้ว -*-



รูปภาพ
รูปภาพ



ตอนนี้ใกล้ห้าโมงแล้ว ยิ่งตกเย็นคนยิ่งเยอะอย่างกับชายทะเล
รูปภาพ
นัดกับกลุ่มในงานว่าห้าโมงเย็นเราจะไปปั่นขึ้นเขากัน ผมเลยต้องผิดนัดไปโดยปริยาย เนื่องจากปั่นกลับไปยังไงก็ไม่ทัน


ประมาณ 1710 น. ออกจากบึงบอระเพ็ด ปั่นกลับมาที่สะพานป้อม 1 (นิมมานรดี) แล้วปั่นเลียบแม่น้ำปิงไปเรื่อยๆ จนถึงต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา (ลืมถ่ายจุดรวมแม่น้ำปิง+แม่น้ำน่าน = แม่น้ำเจ้าพระยาอ้ะ)

สะพานป้อม 1
รูปภาพ



ทางเลียบแม่น้ำปิง (ที่รวมกับแม่น้ำวังมาแล้วจากจังหวัดไหนสักจังหวัด)
รูปภาพ


ถ่ายป้ายไว้เป็นที่ระลึก
รูปภาพ



ภาพนี้เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว (ถ้าหันกล้องไปทางซ้ายสัก 100 องศา ก็จะเห็นจุดร่วมแม่น้ำปิง กับ แม่น้ำน่านพอดี)
รูปภาพ



วันนี้ปั่นชิลใน อ.เมืองนครสวรรค์ ได้ระยะทำการมาเกือบๆ 50 ก.ม.
รูปภาพ



และแล้ววันเดินทางก็หมดไปอีกหนึ่งวัน กลับไปนอนที่บ้านลุงหนึ่งคืนครับ
ลุงทำแกงไก่กะทิให้กินกับข้าวสวย อร่อยมากๆ ด้วย
ส่วนเสื้อผ้าของผม คุณลุงก็ให้ลงเครื่องซักผ้าพร้อมๆ กับของลุงไปเลย ทำให้เสื้อผ้าทั้งหมดแห้งสนิทในวันรุ่งขึ้น



อ้อ! ระหว่างทางขากลับปั่นกันชิลมากๆ จึงทำให้เกิดบทความสั้นๆ นี้ขึ้นมา

รูปภาพ
รถคันเดิม มุมมองใหม่...
ผมปั่นจักรยานบนถนนตัดใหม่ซึ่งเป็นทางลัดที่ผมใช้เดินทางระหว่าง อ.เมือง-บึงบอระเพ็ด
การปั่นครั้งนี้เป็นการปั่นแบบชิลๆ มันชิลมาก ความเร็วแค่ 12-15 ก.ม./ช.ม.
สายตาทอดไปตามถนนสายยาว บางครั้งก็มองซ้ายขวาเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจีสบายตา สีของท้องฟ้าเริ่มออกเป็นสีส้มเพราะถึงเวลาตะวันลับยอดไม้ สายลมที่พัดเข้าที่ใบหน้า รวมถึงกลิ่นของยอดหญ้าที่โชยเข้าจมูก

แตกต่างจากความรู้สึกในกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง
ชีวิตในกรุงเทพในแต่ละวันสำหรับผม เมื่อก้าวขาออกจากบ้านแล้วล้วนมีแต่ความเร่งรีบ ปั่นจักรยานด้วยความเร็ว 25-35 เสมอ เมื่อได้เห็นทิวทัศน์แบบนี้บวกกับอากาศเย็นสบายแบบนี้แล้วพอได้ลองปั่นช้าลงก็อดคิดไม่ได้ว่า 'มันก็ไม่เลวเลย'

ที่มีคนเคยพูดไว้ว่า "เมื่อชีวิตช้าลง เราจะได้เห็นอะไรมากขึ้น" มันเป็นเช่นนี้นี่เอง
แก้ไขล่าสุดโดย Korn704 เมื่อ 01 ม.ค. 2015, 01:27, แก้ไขแล้ว 19 ครั้ง
Korn704
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 59
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2012, 20:38
team: Happybike
Bike: Dr. Hon SPEED P8
ตำแหน่ง: บางจาก

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Korn704 »

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน
0530 น. ตื่นมาอาบน้ำ สวมเสื้อจักรยานตัวเก่าออกไปปั่นออกกำลังกายรอบเช้ากับพวกลุงอีกสองคน
ณ สะพานป้อม 1 อาทิตย์กำลังขึ้นแน่ะ
รูปภาพ

หลังจากออกกำลังกายเบาๆ เสร็จแล้วคุณลุงพาไปเลี้ยงข้าวต้มเลือดหมู (ลุงแกเล่นสั่งเบิ้ลให้ตั้งสองชามแน่ะ)
กลับเข้าบ้านไปผมนั่งเขียนบทความความประทับใจเกี่ยวกับเมืองนครสวรรค์ เสร็จแล้วแพ็คของใส่กระเป๋า โหลดของขึ้นรถขึ้นบ่า



0740 น. คุณลุงอาสาพาไปส่งถึงสะพานพิษณุโลก ก่อนที่จะจากกันคุณลุงแกยังไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาให้ไปกินระหว่างทางอีกด้วยครับ
ความประทับใจในเมืองนครสวรรค์
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater


สะพานพิษณุโลกถ้าจำไม่ผิดจะเป็นทางหลวงหมายเลข 12 ทางหลวงสายนี้มุ่งตรงสู่เมืองพิษณุโลกครับ เส้นทางร่มรื่นกว่าถนนสายเอเชียเยอะแยะเลย แต่ขณะเดียวกันก็มีปั๊มน้ำมันน้อยมากจนต้องพักเอาตามศาลาริมอย่างเดียว
รูปภาพ



ภาพข้างล่าง...
ปากทางเขียนว่า
บึงหนองกรด
สถานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
<-- 500 เมตร
ปั่นเลยมาแล้วเพิ่งนึกได้ว่าเข้าไปไม่ลึกมากเลยกลับรถเข้ามาถ่าย
นี่คือข้อดีของจักรยาน แวะไหนก็ได้ ถ้าไม่ใช่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ (ถนนแคบ)
สถานที่ก็ไม่เลวร้ายเกินไป ถือว่าไม่เสียเที่ยวที่ปั่นเข้ามาแชะ
รูปภาพ


1230 น. ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 70 ก่อนถึงอุตรดิตถ์ ผมพักที่ศาลาริมทางแห่งหนึ่ง นั่งกินข้าวเหนียวหมูปิ้งแล้วไม่มีอะไรทำจึงเกิดงานเขียนเล็กๆ ชิ้นนี้ขึ้นมา (เชื่อไหมว่าผมรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจคุณลุงมากๆ เขียนไปน้ำตาไหลไปอะ)

รูปภาพ
ของฝากถึงนักเดินทาง...
ของฝากจากเทศบาลเมืองนครสวรรค์ และ ของฝากชิ้นสุดท้าย
ภาพแรกคือผ้าขาวม้าและถุงผ้า ภาพสองข้าวเหนียวหมูปิ้ง
-------
ที่ศาลาริมถนน นักเดินทางถือหมูปิ้งไม้สุดท้ายไว้ในมือ ความทรงจำชิ้นหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมอง

ณ ที่กลับรถใต้สะพานพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์
มีลุงคนหนึ่งพานักเดินทางมาถึงที่นี่ ลุงตกลงกับเด็กหนุ่มไว้ว่าจะมาส่งที่นี่และนักเดินทางจะควบรถต่อไปที่พิษณุโลก

เมื่อทั้งสองหยุดรถ...
"ไอ้หนู...เอ็งรอลุงแปปนึง เดี๋ยวลุงมานะ" ลุงกล่าวแล้วยิ้ม
"ครับ?" สีหน้าสงสัย แต่ลุงแกก็กลับรถไปโดยเหมือนจะไม่ได้เห็นสีหน้าสงสัยของเด็กชายแม้แต่น้อย

สิบนาทีต่อมา ลุงขี่รถกลับมาพร้อมยื่นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ "เอ็งเอาไว้กินระหว่างเดินทางนะ ลุงซื้อให้"
นักเดินทางรับไว้แต่โดยดีพร้อมกล่าวขอบคุณโดยไม่ลืมที่จะปฏิบัติอย่างไทย
"ผมไปก่อนนะลุง" เด็กหนุ่มพูดพร้อมยกขาสูงขึ้นคร่อมอาน
"เออ ขากลับถ้าเอ็งกลับมาถึงที่นี่ตอนมืดก็มาพักบ้านลุงอีกก็ได้"
"ผมคงนั่งรถไฟกลับบ้านน่ะลุง แต่ถ้ามีโอกาสมานี่อีกผมจะแวะไปหาครับ"
"เออ โชคดี เดินทางปลอดภัยไอ้หนู ไม่ต้องรีบล่ะ แดดมันร้อน"
"ขอบคุณครับลุง ผมต้องไปล่ะ สวัสดีครับ" นักเดินทางพูดพร้อมถีบบันไดออกตัวทันที เขาไม่ลืมที่จะมองลุงเป็นครั้งสุดท้าย เขาเห็นว่าลุงก็มองเขาอยู่เช่นกัน จึงต้องหันกลับมา แม้จะไม่ได้มองอีก แต่เขาก็เชื่อว่าลุงคงจะส่งเขาด้วยสายตาจนลับขอบสะพาน และส่งกำลังใจให้เขาจนถึงปลายทางแน่ๆ
------
เด็กหนุ่มหลุดจากพวัง เขางับหมูปิ้งไม้ใหญ่ไม้สุดท้ายเข้าปากรวดเดียว แล้วโยนไม้ปลายแหลมลงถังขยะ
'เอาล่ะ ทางยังอีกยาวไกล แม้จะเหลือแค่เจ็ดสิบกิโลเมตร แต่ด้วยสภาพเจ็บก้นแบบนี้คงใช้เวลานานแน่'
จากนั้นเขาสะพายกระเป๋า ขึ้นรถแล้วควบมันฝ่าไอฝุ่นไอแดดออกจากศาลาริมทางนั้นไป

____________________________________________________________________

เส้นทางนี้ไม่ค่อยมีที่ไหนน่าแวะเที่ยวผมจึงดิ่งเข้าถึงเมืองพิษณุโลก
วันนี้ปั่นความเร็วแค่ 20-28 ครับ จิบน้ำทุกยี่สิบนาที แวะพักทุก 30-35 ก.ม.


1550 น. ถึง อ.เมืองพิษณุโลก (ผมมีนัดพบกับคนในกลุ่มจักรยานจากกรุงเทพ ที่นี่พรุ่งนี้ ^^)
สะพานสมเด็จพระนเรศวร (ห่างออกไปทุกๆ 1-2 ก.ม. จะมี 1 สะพาน ได้แก่สะพานสมเด็จพระเอกาทศรส และสมเด็จพระสุพรรณกัลยา ต่อจากนี้ไปไม่น่ามีละมั้ง) ถ้าจำไม่ผิดแม่น้ำสายนี้น่าจะเป็นแม่น้ำน่านครับ
รูปภาพ



แวะไหว้พระขอพรที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ (วัดใหญ่) พระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ว่ากันว่าสวยที่สุดในประเทศไทย
รูปภาพ



วังจันทน์ (ครั้งหนึ่งพระนเรศวรเคยมาประทับที่นี่ สมัยที่พระองค์ทรงเป็นพระมหาอุปราชย์)
รูปภาพ



ศาลสมเด็จพระนเรศวร
รูปภาพ



จำชื่อวัดไม่ได้ (อยู่ตรงข้ามวัดใหญ่)
รูปภาพ



ถ่ายจากบน มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนวังจันทร์
รูปภาพ



คืนนี้จะค้างที่นี่แหละ
รูปภาพ

พี่ตำรวจส่วนมากใจดีครับ ตอนแรกเขาคุยๆ กันบางคนแนะนำให้ไปนอนวัด เพราะกลัวว่าผมจะกางเต๊นท์ขวางทางประชาชนที่เดินเข้า-ออกโรงพัก
ผมสะดุ้งรีบถามทันที "มีผีหรือเปล่าครับพี่ ผมกลัวผีนะ" (555555)
อีกคนหนึ่งบอกให้ไปนอนที่ราชภัฏวังจันทน์ (ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดอะไร) แต่แล้วก็มีเสียงสวรรค์บอกว่า "งั้นนอนมันในโรงพักนี่แหละ เก้าอี้ยาวก็มีให้"
'โอ้ว! สวรรค์ ขอบคุณครับพี่ คืนนี้ได้นอนสบายอีกคืน ไม่ต้องกางเต๊นเก็บเต๊นท์' นี่คือสิ่งที่ผมคิด



หลังจากดูที่ทางเสร็จแล้วผมก็ออกมาปั่นชมเมืองต่อ
ชาวบ้านหว่านแหจับปลา (ส่วนหมาจ้องตาเป็นมัน คงจะรอคาบไปแด็ก 555555)
รูปภาพ



ไซบีเรียนฮัสกี้สองตัวเล่นน้ำ (น่ารักอ้ะ)
รูปภาพ

เส้นทางเลียบแม่น้ำน่านมีคนมาวิ่ง มาออกกำลังกายกันเยอะมาก สาวๆ ให้เหล่ก็เยอะแยะเลย *0*
ตอนค่ำ เห็นมีคนมาจับกลุ่มเล่นจักรยาน Trial ด้วย (อยากเล่นบ้างจริงๆ) แต่ด้วยความที่มันมืดมากแล้วเลยไม่ได้ถ่ายมา



ถ่ายสะพานสมเด็จพระนเรศวรจากไกลๆ แสงสีสวยแฮะ
รูปภาพ



เมนูเด็ด ไข่ปลาหมึกทอด
ร้านหอยทอดเจ๊ฮวย ร้านดังในย่านนี้ อยู่ท้่ายตลาดไนท์บาซาร์เมืองพิษณุโลก
รูปภาพ



สุดท้ายได้รองเท้าคู่ใหม่พื้นแข็งมาใช้ปั่นจนถึงปลายทางโดยที่ส่วนคมของบันไดไม่ทะลุขึ้นมาสะกิดเท้าให้เจ็บแปล๊บๆ อีก ซื้อจากไนท์บาซาร์คู่ 399 บาท (แพงกว่าใน กรุงเทพฯ แฮะ)
รูปภาพ
กว่าจะกลับถึงโรงพักก็เกือบสี่ทุ่ม ถ้าซักเสื้อผ้าด้วยมือคงไม่แห้งแน่ๆ จึงต้องถ่อไปหาเครื่องซักผ้าไกลถึงด้านหลังราชภัฏวังจันทน์ (ห่างจาก สภ.เมืองพิษณุโลกตั้ง 2 ก.ม. T^T) กว่าจะรอปั่นผ้า หาที่ตาก ได้นอนจริงๆ ก็เที่ยงคืน



วันนี้ได้มาอีกประมาณ 160 ก.ม.
รวมระยะทางตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ 467 ก.ม. ครับ
รูปภาพ




ตอนแวะปั๊ม ปตท. ช่วงประมาณหลักกิโลที่ 6-8(ไม่แน่ใจ) ก่อนถึงเมืองพิษณุโลก มีเรื่องน่าโมโหอยู่เรื่องหนึ่งคือมินิมาร์ทในปั๊มนี้ (ชื่อร้าน Mini Mart ตรงตัวเลย) ไม่ให้เอารถพับเข้า ทั้งๆ ที่เราก็พับเข็นเข้าไปแล้ว เขาไล่ให้เราเอารถมาจอดข้างนอก
เราบอกว่าเรากลัวรถหาย ผู้จัดการร้าน (เห็นเขาแต่งตัวดีกว่าพนักงานในร้าน) เขาก็ยืนยันว่าให้จอดข้างนอกยังไงก็ไม่หายแน่นอน
ผมเลยถามกลับอย่างสุภาพว่า ถ้ารถผมหายพี่จะรับผิดชอบหรือเปล่า อย่างไรครับ รถผมคันเป็นหมื่่นเลยอะพี่ (T^T)
คำตอบที่ได้ "ไม่รับผิดชอบครับ แต่ไม่หายแน่นอน"
โอเคชัดเจนแบบนี้ผมออกไปหาซื้อที่ร้านโชห่วยก็ได้ฟระ
แก้ไขล่าสุดโดย Korn704 เมื่อ 01 ม.ค. 2015, 01:25, แก้ไขแล้ว 12 ครั้ง
Korn704
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 59
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2012, 20:38
team: Happybike
Bike: Dr. Hon SPEED P8
ตำแหน่ง: บางจาก

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Korn704 »

วันอังคารที่ 30 เมษายน
0615 น. ตื่นมาอาบน้ำ แพ็คของใส่กระเป๋า ผมตั้งเป้าหมายว่าคืนนี้จะเดินทางไปนอนใน อ.เมืองอุตรดิตถ์ แต่ก่อนอื่นวันนี้มีนัด พวกพี่ๆ ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ จะมาเลี้ยงข้าวเช้าเราด้วยแหละ
พอกางรถที่พับเก็บไว้ออกมา ผมต้องอุทานออกมา "เฮ้ย! บรรลัยละ ยางแบนได้ไงฟร่ะ" พี่ๆ ตำรวจก็แนะนำว่าให้ไปร้านจักรยานใกล้ๆ แต่ไม่เป็นไรเรามีนัดพอดี เขานำรถเก๋งมารับรถเราไปด้วย
รูปภาพ
พี่ๆ พาเราเดินตลาดเช้าในเมืองพิษณุโลก ใส่บาตร แวะกินข้าวมันไก่ ซื้อข้าวเหนียวหมูให้เราไปกินระหว่างทาง จากนั้นไปแวะร้าน 'สามหนุ่มกาแฟสด'
เอาจักรยานออกมาจากกระโปรงหลังรถเก๋ง ได้ใช้ชุดปะยางที่เตรียมมาเสียที ไม่รอช้าลงมืองัดยางออกมาทันที สูบลมเข้าไปคลำหากันยกใหญ่ จับสัมผัสถึงลมที่รั่วออกมาไม่ได้เลย
ต้องเป็นที่จุ๊บรั่วแน่ๆ (ผมขี่คันนี้มาห้าเดือน ยางจุ๊บรั่วมาก่อนหน้านี้สามเส้นแล้ว) พอดีเห็นอ่างน้ำอยู่ใกล้ๆ เลยลองเอาไปจุ่มดู เอ๊ะ! มีฟอง ยกยางขึ้นมาดู รูเล็กจนแทบมองไม่เห็น แบบนี้ต้องช่วยกันปะแล้วสิ (ปะเองยังไม่ค่อยเป็น)
รูปภาพ
รั่วครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นโชคดีของผมนะครับที่ยางรั่วที่นี่ ถ้ารั่วเองโดยลำพังผมต้องปะยางไม่ได้แน่ๆ



หลังปะยางเสร็จแล้วถ่ายร่วมกับพี่ๆ ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ สักหน่อย พี่ๆ ที่ผมเกริ่นไว้ว่าเขาปั่นจักรยานอยู่กลุ่มเดียวกันน่ะครับ (กลุ่มจั๊กกะปั่น @ฟอร์จูน)
อ.ดาว และ ครูเดนท์
รูปภาพ



พี่เจ้าของร้านกับคุณแม่ของเขาก็ชอบปั่นจักรยานเหมือนกันนะ (กาแฟร้านนี้อร่อยอะ)
รูปภาพ
เจ้าของร้านให้ขนมไปกินระหว่างทางอีกสองห่อใหญ่ๆ ด้วย

1100 น. พวกเราออกมาจากร้านกาแฟ ผมมองนาฬิกาก็เห็นว่าเวลาป่านนี้แล้ววันนี้งดเดินทาง อยู่เที่ยวแล้วนอนที่นี่อีกวันซะเลยดีกว่า
ครูเดนท์พาผมปั่นไปซื้อยางในสำรองอีกเส้นหนึ่ง ที่ร้านจักรยานแห่งหนึ่งบนถนนสายเอเชีย (ถ้าจำไม่ผิดชื่อร้าน SN Bike) แต่ไม่มียางเบอร์ที่ต้องการเลยไม่ได้ซื้อครับ
พวกเราปั่นกลับมา ครูเดนท์พาเข้าไปปั่นใน มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว ข้างในจัดว่าสวยงามน่าปั่น เพียงแต่กลางวันแดดร้อนไม่ค่อยมีร่มเงาบนถนนเลย

บ่อปลาในราชภัฎทะเลแก้ว
รูปภาพ



1230 น. พี่ๆ เขาพาเราไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวร้านอร่อยต่อ (ชื่อร้าน ก๋วยเตี๋ยวต้นซอย) เมนูนี้ต้มยำหมูตุ๋นเส้นเล็ก เขียนไปกลืนน้ำลายไปแฮะ 555
รูปภาพ

หลังอาหารเที่ยงพี่ๆ เขามีธุระต้องไปทำ โดยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้เรานั่นคือ สวนสาธารณะบึงราชนก อยู่ห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวประมาณ 20 ก.ม.
นัดเจอกันตอนห้าโมงเย็นที่ราชภัฏวังจันทน์ พี่ๆ เขาจะหาที่พักสำหรับคืนนี้ให้ ทำไงได้เล่า ไหนๆ วันนี้ก็ไม่ได้เดินทางอยู่แล้ว ต้องลุยสิครับ

สวนสาธารณะบึงราชนก ที่นี่โอเคนะ ค่อนข้างร่มรื่น
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ



1615 น. ปั่นออกจากบึงราชนก รีบกลับไปราชภัฎวังจันทน์ตามนัด แวะซื้อกล้วยตากที่วัดใหญ่ (พี่หมาป่าบอกว่ากล้วยตากของพิษณุโลกขึ้นชื่อมาก เลยต้องตามรอยหาซื้อ)
1700 น. ครูเดนท์ออกมาหาตามนัด แต่ครูเดนท์ และ อ.ดาวจะกลับกรุงเทพคืนนี้ จึงปั่นไปซื้อตั๋วรถทัวร์กัน เป็นการปั่นชมเมืองในจุดที่เราไม่เคยไป
ขากลับจากซื้อตั๋วเราปั่นบนถนนสายเก่าเลียบทางรถไฟ (ถ้าเป็นสายใหม่จะอยู่คนละฝั่งของรางรถไฟซึ่งไม่มีต้นไม้ข้างทางแบบนี้ ร้านค้าก็เยอะ ผู้คนพลุกพล่าน)
รูปภาพ



รถพับสองพี่น้อง Dr.Hon Boardwalk D8 & Dr.Hon SPEED P8 มาเจอกัน วิวจากบนสะพานสมเด็จพระสุพรรณกัลยาครับ
ถ่ายโดยครูเดนท์
รูปภาพ
รูปภาพ
1900 น. ครูเดนท์ และ อ.ดาว พาไปเลี้ยงอาหารค่ำที่ร้านอาหารร้านหนึ่งในไนท์บาซาร์ (วันนี้อิ่มเลย ครูดาวพาไปกินแต่ละร้านอร่อยๆ ทั้งน้าน) พร้อมกับกริซ (ลูกศิษย์ที่ราชภัฎวังจันทน์ของ อ.ดาว อายุเขาพอๆ กับผม)
ประมาณ 2130 น. อ.ดาว เปลี่ยนที่พักให้ โดยทีแรกตั้งใจว่าจะให้ผมนอนที่ราชภัฏทะเลแก้ว แต่มีข่าวลือเรื่องคนถูกยิงตายในนั้นทำให้่ผมไม่กล้านอนที่นั่น (บอกแล้วผมกลัวผีมากๆ) เปลี่ยนมานอนที่ราชภัฏวังจันทน์แทนซึ่งผมก็ยังกลัวๆ อยู่ดี (แต่ก็ยังดีกว่าทะเลแก้วล่ะน้า)
ต่อมาเม่นได้นำกุญแจมาให้ (เขาเป็นลูกศิษย์อีกคนของ อ.ดาว ครับ) คุยไปคุยมาได้ความว่า เพื่อนที่พักอยู่ห้องข้างๆ เขาได้กลับบ้านที่เพชรบูรณ์ ทำให้มีห้องว่างอีกห้องหนึ่ง ผมเลยได้ไปนอนห้องนั้นแทน (ไม่งั้นผมคงได้นอนผวาอยู่คนเดียวในห้องชมรมแน่ๆ ฮ่าๆๆ) เป็นอันว่าคืนนี้ได้นอนสบายอีกคืน ที่ซักผ้าตากผ้าสะดวกหลังห้องนั้นเลยครับ ^^


2330 น. หมดไปอีกหนึ่งวัน... เข้านอน
เป้าหมายการเดินทางของวันถัดไปคือ อ.เมืองอุตรดิตถ์ โดยยังไม่กำหนดสถานที่แวะเที่ยว ระยะทางประมาณ 100 ก.ม. เท่านั้นเอง
ส่วนครูเดนท์ และ อ.ดาว เดินทางกลับกรุงเทพ ด้วยรถทัวร์เที่ยว 2330 น. เหมือนกัน

ขอบคุณ อ.ดาว ครูเดนท์ ที่พาเที่ยวเมืองพิษโลก และพากินอาหารอร่อยๆ ทั้งสามมื้อ
ขอบคุณ เม่น และกริซ ที่ลำบากหาที่พัก และสถานที่ซักผ้าสำหรับคืนที่แล้วให้ด้วย



วันนี้ปั่นรอบเมืองพิษณุโลกอีก 82 ก.ม.
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Korn704 เมื่อ 13 พ.ค. 2013, 20:07, แก้ไขแล้ว 11 ครั้ง
Korn704
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 59
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2012, 20:38
team: Happybike
Bike: Dr. Hon SPEED P8
ตำแหน่ง: บางจาก

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Korn704 »

วันที่พุธที่ 1 พฤษภาคม
0700 น. ตื่นนอน แต่ยังนอนอยู่บนเตียง เขียนบทความเรื่องความประทับใจในเมืองพิษณุโลก
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =3&theater

0730 น. อาบน้ำ แพ็คของใส่กระเป๋าใส่รถ



0810 น. คืนกุญแจห้องให้เม่น เดินทางไปราชภัฏวังจันทน์ รับของฝากจากครูเดนท์จาก รปภ.
Adapter แปลงหัวจุ๊บยางในครับ
รูปภาพ



แวะถ่ายรูปที่สถานีรถไฟพิษณุโลกก่อนจากที่นี่ไป
รูปภาพ
รูปภาพ
เอาล่ะ แค่ร้อยโลวันนี้ปั่นชิลๆ ได้เลยล่ะ


ปั่นออกจากตัวเมืองไป ตรงไปที่แยกอินโด-จีน เลี้ยวซ้าย นี่คือถนนสายเอเชียอีกครั้ง ทางหลวงหมายเลข 12

ประมาณ 0930 น. ตอนแรกว่าจะไม่หยุดจนกว่าจะปั่นได้ 40 ก.ม. พอผ่านเจ้าป้ายนี้ทำให้ผมต้องหยุดรถทันที 555555
รูปภาพ



1300 น. แวะกินข้าวร้านอาหารริมทาง แล้วออกเดินทางต่อทันที


ช่วงประมาณ 40 ก.ม. ก่อนเข้าตัวเมืองอุตรดิตถ์ ทางลาดขึ้นเขา 1.5 ก.ม. ไม่มีขนานพื้นโลก
รูปภาพ
เริ่มสำนึกผิดกับการเอารถพับมาซ่าถึงที่นี่ 555
ประสบการณ์จากเขาลูกนี้
ขาขึ้นเหงื่อท่วม ขาลงเหงื่อแห้ง
ขึ้นด้วยเกียร์ 2 จากที่มีถึง 8 ย่านความเร็วต่ำ 8-10 ลมไม่มีมาถูกแม้แต่นิดเดียว เป็นระยะทาง 1.5 ก.ม. ไม่มีพื้นขนานน้ำทะเล ไม่มีทางลาดลง แต่พอถึงยอดผมอยากจะตะโกนอย่างสะใจดังๆ (แต่ไม่กล้าเพราะรถบรรทุกขับขึ้นเขาช้าเหมือนกัน)
ฟากลงน่าจะราว 2 ก.ม. ปล่อยขาฟรีย่านความเร็วอยู่ที่ 40-58 ลงมาถึงข้างล่างลองเอามือคลำตามเสื้อผ้าถึงกับแห้งสนิท



แม่น้ำน่าน ถ่ายจากบนสะพานอะไรไม่รู้ที่อุตรดิตถ์ อย่างกับชายทะเล จำได้ว่าริมยมที่แพร่ก็มีแบบนี้นะ
รูปภาพ


ระหว่างทาง บางครั้งจะมีรถบรรทุกวิ่งประมาณ 70-80 ก.ม./ช.ม. เวลาแซงหน้าผมขึ้นไป จากตอนที่ผมเริ่มแรงแผ่วมันทำให้รู้สึกว่ารถพุ่งไปข้างหน้าอีกนิด ทั้งยังรู้สึกลมเย็นอย่างบอกไม่ถูก (มันฟินจริงๆ นะ)



แดดแร้งแรง
รูปภาพ


ประมาณ 1530 น. เห็นป้ายเลี้ยวเข้า อ.เมืองอุตรดิตถ์ คำนวณดูคร่าวๆ ว่าเหลือระยะทางอีก 50 ก.ม. จะถึง อ.เด่นชัย จ.แพร่
และคิดว่าที่อุตรดิตถ์คงไม่มีที่ใดที่ใกล้ๆ น่าเที่ยวเท่าไร (วัดศิลาอาสน์ก็เคยเข้าไปเที่ยวมาแล้ว) จึงขอฝ่าถึงเด่นชัยเลยแล้วกัน

1645 น. เจอส่วนที่หินที่สุดของการเดินทางครั้งนี้จนได้ ฮือๆๆๆ ทางลาดขึ้นต่อเนื่อง 3 ก.ม.
รูปภาพ
ปั่นไปประมาณ 2.5 ก.ม. หมดแรงต้องเข็นขึ้นจนถึงยอดเขาพลึงครับ

1730 น.เมื่อขึ้นมาถึงตรงนี้ก็คิดได้ว่าคงสบายละ (ตรงจุดนี้เหลือ 26 ก.ม. จะถึงเด่นชัย)
สายตาเหลือบไปเห็นจุดพักรถของที่นี่เลยแวะเข้าไป ทำให้ผมเห็นรถจักรยานทัวร์ริ่งสองคันจอดอยู่
สักพักเห็นพี่คนหนึ่งเดินออกมาดูสัมภาระผมจึงตรงเข้าไปทัก แล้วพี่เขาก็ชวนเข้าไปนั่งกินเบียร์ด้วยกัน
แต่ด้วยความที่ผมกินเบียร์ไม่เป็นจึงสั่งแค่น้ำเปล่า
รูปภาพ



1830 น. คุยกันอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็เห็นว่าได้เวลาแยกย้าย ผมจึงขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอีกหนึ่งรูป
รูปภาพ
พอดีมีพี่อีกคนหนึ่งปั่น MTB ขึ้นมาจากฝั่งอุตรดิตถ์เทสรถขึ้นเขาพลึงแล้วกำลังจะลง (ผ่านมาพอดี เลยเรียกให้ถ่ายรูปด้วยกันเสียเลย)

กลุ่มทัวร์ริ่งสองคนนี้เขาปั่นวันกรรมกรครับ เห็นว่าจัดกระเป๋าเมื่อคืน เช้าปั่นข้ามเขาไปเที่ยวจังหวัดแพร่ และตอนเย็นก็กลับลงฝั่งอุตรดิตถ์
นั่นทำให้ผมต้องปั่นลงฝั่งเด่นชัยเพียงคนเดียว พี่เขาบอกว่าจะมีถนนบางช่วงไม่มีไฟถนนเลย แต่เรามีไฟหน้าไฟท้ายจักรยานไม่เป็นไรไปได้เรื่อยๆ

แต่นั่น...ยังไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ เรื่องน่ากลัวจริงๆ มันมีอยู่ว่า หลังจากผมอัดลงเขามาด้วยความเร็ว มันมีอยู่อีกช่วงหนึ่งต้องผ่านเมรุของวัดแห่งหนึ่งริมถนนสายนี้
ซึ่งตรงส่วนนี้ไม่มีไฟถนนครับ แล้วรถยนต์ม่างไม่ผ่านมาส่องไฟให้อุ่นใจกันสักคันเดียว ซ้ำยังเป็นทางลาดขึ้นอีกต่างหาก
มืดแบบนี้ ลาดขึ้นแบบนี้ เหนื่อยหอบยังไงตูไม่สนแล้วครับ ซอยขายิกเพื่อให้ผ่านจุดนี้ไปจนได้ เฮ้อ!! โล่งอกว่ะ T^T



หลังจากนั้น... ประมาณ 8 ก.ม. ก่อนถึงเด่นชัย พบกับกำแพงจุดนี้ แน่นอนว่าสำหรับคนขับรถยนต์คงจะไม่ใส่ใจกับป้ายนี้เท่าไรนัก
แต่สำหรับคนปั่นจักรยานมาไกลอย่างผมเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะจอดแล้วถ่ายรูปมา
รูปภาพ


แวะกินข้าว ประมาณ 4 ก.ม. ก่อนเข้าถึงเด่นชัย


ประมาณ 2000 น. ถึง สภอ. เด่นชัยโดยสวัสดิภาพ คืนนี้แวะค้างที่นี่ครับ

2355 น. เข้านอน...

วันนี้เดินทางไปเป็นระยะทาง 173 ก.ม.
ระยะทางทั้งหมดก็ 723 ก.ม. แล้วครับ
รูปภาพ

วันนี้ก้นเป็นแผลถลอกแล้วแหละ T^T
พรุ่งนี้เราก็จะถึงเป้าหมายจริงๆ เสียทีนะ บ้านพ่อเราเอง
แก้ไขล่าสุดโดย Korn704 เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 23:06, แก้ไขแล้ว 8 ครั้ง
Korn704
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 59
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2012, 20:38
team: Happybike
Bike: Dr. Hon SPEED P8
ตำแหน่ง: บางจาก

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Korn704 »

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม
0700 น. ตื่นนอน อาบน้ำ เก็บเต๊นท์ โหลดของใส่กระเป๋าฝากไว้ที่ พี่ๆ ตำรวจดับเพลิงของที่นี่ ทุกคนพูดภาษากลางได้ แต่เวลาเขาคุยกันเองเขาจะอู้เหนือ ซึ่งสำเนียงของพวกเขาเป็นการพูดที่รวดเร็วมาก (ปกติผมเห็นพ่อพูดกับอา หรือเพื่อนๆ หรือย่าไม่เคยเห็นพูดกันเร็วขนาดนี้มาก่อน) ใครพอรู้บ้างว่าการพูดเหนือเร็วๆ แบบนี้ส่วนมากเขาอยู่ส่วนไหนกันครับ
หลังจากฝากของไว้ ผมก็ปั่นออกไปหาข้าวกิน ขี่จักรยานดูของในตลาดเด่นชัย แวะไปดูเที่ยวรถไฟที่สถานีรถไฟ แล้วกลับไปนั่งคุยกับพี่ๆ ตำรวจดับเพลิงอยู่พักใหญ่

1100 น. ร่ำลาพี่ๆ ตำรวจดับเพลิงเพื่อเดินทางต่อ
1430 น. ถึงบ้านพ่อ ที่ อ.หนองม่วงไข่ (จากเด่นชัยมาได้ระยะทาง 50 กว่า ก.ม.)

ป้ายหน้าหมู่บ้าน
รูปภาพ



ตอนเย็นก็ปั่นเที่ยวแค่ละแวกใกล้เคียง ไม่ได้ไปไหนไกลครับ
พระธาตุตุงคำ บ.ทุ่งแค้ว
รูปภาพ
รูปภาพ



พืชผักสวนครัวในบ้าน ที่ย่าปลูกไว้ พ่อทำแกงเหนือให้กิน ไม่เคยต้องซื้อผักที่ตลาด
คนในละแวกแถวนี้ก็จะมาขอแบ่งผักไปทำอาหาร แล้วก็นำมาแบ่งให้กินภายหลัง (มาเด็ดผักกันเยอะ แต่ก็มีเหลือเฟือเลยล่ะ)
รูปภาพ




วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม (วันสุดท้าย)
0530 น. ตื่นมาดูพ่อทำแกงให้กิน (ผมทำไม่เป็นเลยได้แต่ยืนจ้อง - -)
หลังจากกินข้าวเช้่าเสร็จก็ปั่นไปเยี่ยม ป้า กับเพื่อนบ้านของพ่อ

1445 น. ร่ำลาพ่อและย่าก่อนขอตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ


สะพานไม่ทราบชื่อที่ ต.วังหงส์
รูปภาพ



ขามาไม่ได้ผ่าน อ.เมือง ขากลับเลยขอผ่านมาชมเมืองสักนิด
พระพุทธอนันตคุณ ณ เมืองแปร้
รูปภาพ



รูปภาพ



1700 น. ไปขออาบน้ำที่หน่วยดับเพลิงอีกครั้ง ก่อนขึ้นรถไฟกลับบ้่าน
1800 น. ซื้อตั๋วรถไฟ แล้วกลับมานั่งคุยกับพี่ๆ ตำรวจดับเพลิงอีกสักพัก
รูปภาพ



1920 น. ขบวนรถไฟเคลื่อนตัวกลับ กรุงเทพฯ
รูปภาพ



ไม่น่าเชื่อว่าขนาดหมดเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว คนยังแน่นตู้รถไฟชั้นสาม หลับไม่สบายเอาเสียเลย แอบเศร้านิดๆ


การเดินทางของผมก็จบแต่เพียงเท่านี้ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Korn704 เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 23:32, แก้ไขแล้ว 7 ครั้ง
Korn704
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 59
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2012, 20:38
team: Happybike
Bike: Dr. Hon SPEED P8
ตำแหน่ง: บางจาก

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Korn704 »

รูปภาพ
คำขอบคุณจากนักเดินทาง
สำหรับ ทริปบินเดี่ยวสองรอถีบแอ่วเหนือของผมก็ได้จบลงแล้วด้วยระยะทางประมาณ 840 ก.ม.

ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมส่งกำลังใจ ร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ร่วมติดตาม ร่วมทักทายตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะผ่านเน็ตหรือได้เจอกันระหว่างทางก็ตาม หลายครั้งที่ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อย/ท้อ/เจ็บก้น เพียงเพราะถนนมีแต่ไอแดด หญ้าแห้ง รวงข้าวเฉา จนอยากจะเอาจักรยานขึ้นรถให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่พอนึกได้ว่า 'เรามีคนติดตามชมอยู่นี่หว่า?' ด้วยความที่ไม่อยากให้ทุกคนผิดหวัง (และเราก็ไม่อยากอายเขา) จึงได้พยายามจนจบทริป ถ้าไม่มีทุกคนผมอาจจะขนจักรยานขึ้นรถไปแล้วก็ได้

ขอบคุณ อ.ดาว ครูเดนท์ที่พาเที่ยวเมืองพิษโลก พาไปเลี้ยงอาหารอร่อยๆ หลายร้าน
ขอบคุณคุณลุงที่นครสวรรค์ที่ให้ที่หลับนอนสบายๆ อาหารอีกสองมื้อ พร้อมข้าวเหนียวหมูปิ้งไปกินกลางทางด้วย
ขอบคุณเทศบาลนครสวรรค์ที่จัดทริปสร้างสรรค์สังคมให้คนหันมาขี่จักรยานกันเยอะ
ขอบคุณตำรวจทุกท่านตั้งแต่นครสวรรค์ พิษโลก จนถึงเด่นชัยที่บริการนักเดินทางคนนี้อย่างดี
และขอบคุณพี่บีที่ช่วยเผยแพร่การเดินทางครั้งนี้ออกไปทำให้มีคนมาร่วมให้กำลังใจครั้งนี้อย่างล้นหลาม
แก้ไขล่าสุดโดย Korn704 เมื่อ 11 พ.ค. 2013, 23:32, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
phupaa
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 96
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 10:02
Tel: 022574880
team: -
Bike: Giant Propel, TCR 1, Giant XTC 29er

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย phupaa »

สุดยอด ใจถึง แน่วแน่ ยินดีด้วยนะครับ

ปูเสื่อ นั่งรอฟังต่อนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เหนียวครับ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1193
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2012, 07:54
Tel: 0892363974
team: SON OF THE KING
Bike: ท่านเขียว กับ เสือเผ่น

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย เหนียวครับ »

อ่านแล้วสนุกดีครับ ยินดีกับความสำเร็จและภาคภูมิใจด้วยครับ
รถพับทัวร์ริ่ง ยังอัดได้30-37 ในระยะ150 กม.
ถ้ามาปั่นหมอบ สงสัย ลงแข่งได้ถ้วยสบาย...
หนังสือไร้สาระ "ตีนถีบ" เรื่องราวของสองคู่หูขวางนรก นักปั่นจอมกาก
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285



อ่านกันให้สนุกนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Tdor_01
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 70
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2013, 22:05
Bike: Merida Crossway 300D

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Tdor_01 »

รอชมนะครับ
ลมรำเพย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3382
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 21:18
ติดต่อ:

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย ลมรำเพย »

ติดตามด้วยคนครับ.. ;)
ปั่นให้เป็น เย็นเรื่อยไป อย่าให้ใครแซง....
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย oldhippie »

ปั่นในเมืองไทยใช้กระติกน้ำรุ่น Unlimited Edition...อ้าวผิด Limted Edition สะดวกกว่าครับ ไม่ต้องกลัวหาย ไม่ต้องกลัวลืม ผมปั่นไปเวียดนามก็รุ่นนี้แหละครับ แต่บางทีร้านขายของไม่ค่อยมีก็ได้ดื่มน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น
รูปประจำตัวสมาชิก
jjjuuu
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 69
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ค. 2012, 21:50
Tel: 0871911243
team: HDR
Bike: Mosso 750cb
ตำแหน่ง: เชียงใหม่

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย jjjuuu »

เยี่ยมมากเลยครับ
ผู้ใดไม่มีจินตนาการ ผู้นั้นบินไม่ได้
Imo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 268
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ม.ค. 2013, 01:02
ติดต่อ:

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย Imo »

สุดยอด กำลังวางแผ่นเดินทาง ไปบ้าง
รูปประจำตัวสมาชิก
peerapong_foom
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2012, 21:06
Tel: 0824347306
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเขาเต่า
Bike: wheeler 2900zx, bridgestone mudrock mr3เก่าๆ

Re: การเดินทางของรถพับ กรุงเทพ-แพร่ 7 วัน ประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม

โพสต์ โดย peerapong_foom »

สุดยอดครับผม ผมอยากจะทำเหมือนกัน หัวหิน - หาดใหญ่ รอเวลาและโอกาสครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”