ขอเรียกมันว่าความทรงจำของการเดินทาง เพราะในขณะเดินทางผมไม่ได้บันทึกเป็นตัวอักษรแม้แต่ตัวเดียว คงใช้คำว่าบันทึกการเดินทางไม่ได้แน่ๆ
วันที่ 24-26 เมษายน
หาซื้อของที่จำเป็น แพ็คลงกระเป๋า ไปร้านจักรยานทำรถให้พร้อมเดินทางที่สุด (ก่อนเดินทางสูญเงินราวๆ สองพันห้าร้อยบาท รวมทุกอย่างแล้ว)
ของที่พกไปได้แก่
- ยางในสำรองหนึ่งเส้น
- ชุดปะยางหนึ่งชุด
- ฟันโอสำหรับเพิ่มน้ำตาลในเลือด (พอดีตอนนั้นมันจัดโปรโมชั่นในเซเว่น 55)
- สบู่
- ผงซักฟอก
- แปรงสีฟัน
- ยาสีฟัน
- ผ้าขาวม้า
- เสื้อผ้าสองชุด (ไม่รวมชุดปั่นจักรยาน)
- กางเกงในแบบไร้ตะเข็บอีกหนึ่งตัว (ไม่รวมที่ใส่ปั่น) <-- จะบอกว่าผมไม่เคยมีกางเกงรองเป้าใส่ปั่นจักรยาน
- เสื้อกันฝนแบบบาง (เป็นถุงพลาสติกที่ขาดง่ายหน่อย แต่เบากระเป๋า)
- ผงเกลือแร่ชนิดซอง จำนวน 1 โหล (กินคุ้มกว่า สปอนเซอร์/เกรเตอร์เลต เยอะเลย)
- เต๊นท์สำหรับ 2 คน (พอดีเจอมันลดราคาถูกกว่าเต๊นท์แบบคนเดียวอะ)
- กระดาษที่จดเส้นทางการเดินทาง/จดเบอร์โทรหน่วยงานสำคัญๆ ของจังหวัดที่คิดว่าจะผ่าน
เรายัดลงกระเป๋า Timbuk2 ไซส์ L (ขนาดความจุ 40 ลิตร) ได้ทั้งหมด ยกเว้นเต๊นท์มัดที่ตะแกรงท้าย

ค่าเสียหายอื่นๆ
- เปลี่ยนยางนอก/ในทั้งหน้าและหลัง
- เปลี่ยนก้ามเบรก และวีเบรก
- บันไดจักรยาน
- เสื้อคอกลมแบบบางเบาสบาย (แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้)
- กางเกงในไร้ตะเข็บ 2 ตัว
- ไฟท้ายอันใหม่
- ฯลฯ (จำไม่ได้)
(เฮ้ย!! ไอ้ค่าเสียหายอื่นๆ ใครเขาอยากรู้มิทราบ!?)
วันเสาร์ที่ 27 เมษายน
และแล้ว... วันแห่งการเดินทางไกลก็เริ่มต้นขึ้น
0430 น. ออกจากบ้าน เข้าเซเว่นไปซื้อกล้วยตากที่ราคาซองละ 15 บาทมาสองซอง / ให้แคชเชียร์ถ่ายรูปให้ / ออกเดินทาง

ปั่นออกจากซอยบ้านวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านอนุสาวรีย์ชัยฯ เข้าสู่ถนนพหลโยธิน
ประมาณ 0540 น. แวะถ่ายรูปสถานที่ในความทรงจำ ครั้งหนึ่งเราเคยอยู่ที่นี่

หลังจากถ่ายรูปเสร็จเราปั่นตามถนนสายพหลโยธินมาเรื่อยๆ มาพักจุดแรกที่ ปตท. บิ๊กคิง-อยุธยา ได้คุยกับคนในมินิมาร์ทเขาแนะนำให้ไปทางหลวง 32 (สายเอเชีย) ซึ่งไม่ตรงกับทางหลวงที่เราจดมาจากกูเกิ้ลแมพในครั้งแรก แต่ไหล่ทางกว้างเท่ากับถนนหนึ่งเลนเลยทีเีดียว
ประมาณ 0830 น. ปั่นมาได้ประมาณ 101 ก.ม. เหลือระยะทาง 153 ก.ม. นั่นคือปลายทางของวันแรกเราจะไปพักที่นั่น แต่หลังจากถอดไมล์ออกมาถ่ายรูปมือดันไปกดโดนอะไรไม่รู้ทำให้ไมล์ผิดพลาด ยืนกดมั่วๆ สักพักหนึ่ง ไมล์ถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่ง ODO (T^T)

ต่อจากนี้ถ้าจะดูระยะทางต้องบวกเพิ่มอีก 101
ตลอดเส้นทางถือว่าปลอดภัยหายห่วง แต่บางครั้งแอบรำคาญที่รถบรรทุกบางคันมันมาปาดหน้าวิ่งบนไหล่ทางเสียอย่างนั้น ทั้งที่ถนนตั้งสามเลนแน่ะ
วันแรกเราใช้วิธีปั่น 30-40 ก.ม. แวะพักตามปั๊มครั้งหนึ่ง และจิบน้ำประมาณ 1/5 ขวด ทุก 20 นาที (ขวดขนาด 800 มิลลิลิตร) ผมอาศัยข้อมูลจากกระทู้ของพี่หมาป่าแล้วนำมาปรับเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับสภาพตนเอง
1130น. พักกินข้าวที่ปั๊ม Esso แห่งหนึ่งในสิงห์บุรี ข้าวแกง 100 หม้อ กินครึ่งชั่วโมง หาที่หลับอีกครึ่งชั่วโมง
1230 น. เดินทางต่ออีกยกใหญ่ การเดินทางวันแรกเป็นทางเรียบทั้งหมด ยังไม่มีเนินอะไรมากจึงไม่ลำบากมากมาย
150 ก.ม. แรก อัดความเร็วประมาณ 30-37
151-190 เหลือ 25-30
191-240 เหลือ 20
สิบกว่าโลสุดท้าย >20 ตูดเริ่มเจ็บ ขาล้าสุดๆ ระหว่างทางก็ปั่นโต้ลมมาเป็นช่วงๆ อยู่แล้ว
มีอยู่ช่วงประมาณ อ.อินทร์บุรี จ.ชัยนาท เป็นช่วงที่ผมรู้สึกเหนื่อยที่สุดครับ ต้องปั่นรวดเดียวประมาณ 50 ก.ม. เพราะช่วงนั้นไม่มีปั๊มให้พักเลย เป็นเพราะผมประมาทเองด้วยความที่เห็นปั๊มแล้วมองไมล์ดูเห็นว่าระยะที่ปั่นมายังไม่ครบ 30 ก.ม. จึงยังไม่พัก รอปั๊มหน้าค่อยพักก็ได้ โอ้ว คราวนี้ยาวเลยครับท่านปั๊มหายหมด ข้างทางไม่มีวิวสวยๆ มีแต่โรงงาน ไอแดด รถยนต์ หญ้าแห้งเหี่ยวเฉา มิราจบนพื้นถนน (แสงกระทบพื้นจนดูเหมือนแอ่งน้ำ แต่พอเข้าไปใกล้แล้วจะไม่มีอยู่จริง) ผมพยายามกรอกสายตามองทุกอย่างที่ว่ามานี้เพื่อไม่ให้เกิดความจำเจ ไม่ให้สายตาเมื่อยล้าจนเกินไป แล้วผมก็พบปั๊มจนได้ จากนั้นขอข้ามเลย...
1820 น. ถึง อ.เมืองนครสวรรค์โดยสวัสดิภาพ
สะพานเดชาติวงศ์/วิวแม่น้ำปิงจากบนสะพาน (มาไม่ทันอาทิตย์อัสดง T^T)


ที่ท่านเห็นกระติกน้ำจากภาพด้านบน เป็นกระติกน้ำรุ่น Limited Edition ครับ ผมไปลืมกระติกไว้ในปั๊มแห่งหนึ่งประมาณ 50 ก.ม. ก่อนเข้าตัวเมือง กว่าจะนึกได้ก็เลยมา 5 ก.ม. แล้ว ถ้าปั่นย้อนไปก็เท่ากับมีระยะเพิ่มขึ้น 10 โล คำนวณแล้วว่า 10 โลที่เกินมานี้จะทำให้เข้าเมืองไม่ทันฟ้ามืดจึงยอมเสียมันไปแต่โดยดี
อาหารมื้อเย็น มาม่าต้มยำน้ำข้น (หนีไม่พ้นมาม่าจริงๆ)

รองเท้าถูกบันไดที่เปลี่ยนมาใหม่กัดทิ่มซะทะลุขึ้นมาสะกิดโดนเท้าจนรู้สึกแปล๊บๆ เลย... ตอนนั้นกลัวว่าจะปั่นผ่านอุตรดิตถ์ไม่ได้มากๆ

สิ้นสุดการเดินทางวันแรก กางเต๊นท์ค้างคืนที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ (ในศาลาข้างกองพิสูจน์หลักฐาน) ได้มา 259 ก.ม. (จากหน้าปัด +อีก 101 ที่เผลอรีเซ็ตไป)



พี่ๆ ตำรวจที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ใจดีทุกคนเลยครับ เขารู้ว่าเราเป็นนักเดินทางทุกคนต่างต้อนรับกันดี (เหมือนพี่ๆ เขาจะบอกต่อๆ กันว่ามีนักเดินทางมาพักที่นี่) ทุกคนยิ้มแย้มพูดคุยสอบถามกับเราหมด บางคนหาข้าวให้กิน (แต่เราอิ่มมาแล้ว)
การอาบน้ำก็อาบในส้วมครับ ใช้สายล้างก้นนั่นแหละ ซักผ้าในห้องน้ำ ตากผ้าที่ศาลา (พี่ตำรวจให้ยืมเชือกมาผูกกับเสาเพื่อตากผ้า)
2200น. เฮ้อ! เหนื่อยมาทั้งวัน ได้หลับเสียทีนะ (สิ่งที่คิดในตอนนั้น)











































































