หน้า 1 จากทั้งหมด 2

ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 02 เม.ย. 2013, 17:42
โดย เสือหนึ่งร้อยกิโล
**ขออนุญาตใช้พื้นที่ ขอเชิญร่วมกันถวายพระพร พระองค์ท่าน นะครับ
** 2 เมษายน ของทุกๆปี เป็นวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ **

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 02 เม.ย. 2013, 18:22
โดย เสือเพชรละคร
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 02 เม.ย. 2013, 18:38
โดย POST_MAN
ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 11:36
โดย oui142
รูปภาพ

รูปภาพ

"ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ขอทรงมีพระพลานามัย สมบูรณ์ แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดไป
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมฯ"


รูปภาพ

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 11:38
โดย oui142
รูปภาพ

วันนี้วันพระราชสมภพของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เจ้าหญิงอันเป็นที่รักของคนไทย เจ้าหญิงที่ไม่เหมือนในนิทานที่เราเคยเห็นตอนเด็กๆ เจ้าหญิงพระองค์นี้เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเยี่ยมพสกนิกร ตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ พระองค์ก็ทรงเดินทางไปกับพระเจ้าอยู่หัวเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน
..
เจ้าหญิงพระองค์นี้ทรงเดินทางไปประเทศต่างๆ ทรงศึกษาภาษาและวัฒนธรรมหลากหลาย เพื่อเชื่อมโยงศิลปและวัฒนธรรมของโลกเข้าด้วยกัน และที่สำคัญเพื่อผูกมิตรกับประเทศมหาอำนาจ ซึ่งเป็นการทูตที่สำคัญที่สุด อันเป็นประโยชน์มหาศาลแก่แผ่นดินและประชาชน
...
เจ้าหญิงพระองค์นี้ทรงดนตรีทั้งไทยและสากล ทรงอักษรตลอดเวลา แม้แต่ตอนเสด็จพระราชดำเนินตามที่ต่างๆก็ทรงจดในสมุดโน้ต พระราชนิพนธ์อันมากมายของพระองค์เป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนศึกษาและสนใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
...
พระองค์ทรงถ่ายรูปด้วยพระองค์เอง ภาพที่พระองค์ทรงสะพายกล้องและถ่ายกลับมาที่ประชาชนเป็นภาพที่คุ้นตาของคนไทย
..
แต่ภาพนี้ยิ่งทำให้ประชาชนยิ่งถวายความจงรักภักดี
..
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ



Prapas Cholsaranon

http://www.facebook.com/photo.php?fbid= ... =1&theater

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 11:46
โดย เข็กน้อย
ขอพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 11:50
โดย oui142
รูปภาพ

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 11:52
โดย oui142
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 11:53
โดย oui142
รูปภาพ

น้ำตาศิษย์ลาวที่เมืองอุบลฯ (น่าอ่านมากครับ)

เมื่อวานนี้ ผมไปสอนหนังสือที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อุบลราชธานี สอนตั้งแต่ ๘.๓๐ น. ยันเครื่องบินออกตอนค่ำตามเคย สนุกดี และมีบรรยากาศดี แม้จะสอนปีละเพียงวันเดียว แต่ก็มีความเป็นกันเองเหมือนกับสอนกันมาทั้งปี

ใน Class ที่สอน มีนักเรียนทุน ป.โท จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาวมาเรียนด้วย เป็นอาจารย์อยู่ที่ลาวครับ เป็นหญิงหนึ่งคนและชายหนึ่งคน ตั้งใจเรียนเหมือนนักเรียนที่ต้องมาเรียนต่างถิ่นเป็นธรรมดา

การสอนวันนั้นไม่เน้นทางวิชาการ แต่เน้นวิธีคิด ในตอนหนึ่งของการสอนขั้นตอนการตัดสินใจ Engineering Critical Thinking “การจัดระบบความคิดให้เป็นระเบียบ” เพื่อให้นักเรียนสามารถ “ผลิตงานภายใต้แรงกดดัน” ให้ได้ (Productive Under Pressure) จึงเชิญนักศึกษาไทย ๒ คน และนักศึกษาลาว ๑ คน มายืนหน้าห้อง

ผม เริ่มถามนักเรียนไทยว่า...

“เมืองไทยนั้นเป็นเมืองที่คนทั่วโลกบอกว่าเป็นสยามเมืองยิ้ม เป็นเมืองที่ฝรั่งมังค่าบอกว่าเป็นเมืองแห่งความเป็นมิตร ช่วยเหลือและโอบอ้อมอารี.... แต่เคยคิดไหมว่าทำไม ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่มีแต่ศัตรูรอบด้าน เพื่อนบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นพม่า มาเลเซีย ลาว เขมร เวียดนาม ต่างก็เกลียดเมืองไทยกันหมดเลย.... มันเกิดอะไรขึ้นหรือครับ”

นักเรียนไทย.... นิ่ง

ผมพูดต่อว่า.... “ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย เราต้องหาเหตุและปัจจัยให้ได้”

นักเรียนไทยคนหนึ่งตอบว่า....
“เขาคงอิจฉาเรา เพราะเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร”

ถาม นักเรียนไทยต่อว่า...

“รู้สึกไหมว่าในภูมิภาคนี้ ไม่มีประเทศไหนเลยที่จะทำลายทรัพยากรของประเทศเพื่อนบ้านเหมือนพวกคนไทยเรา เราไม่เคยได้ยินว่า ลาวมาตัดป่าเมืองไทย หรือพม่ามาขุดแร่เมืองไทย.. เราเคยแต่ได้ยินว่าคนไทยเราไปตัดป่า ขุดแร่ในลาว ในเขมร ในพม่า.. มันเกิดอะไรขึ้นหรือ”

นักเรียนไทย.... นิ่ง

ผมพูดต่อว่า.... “การนิ่ง ไม่ได้แก้ปัญหา”

นักเรียนไทยตอบว่า....
“อาจจะเพราะว่าเราเจริญกว่า และเราค้าขายเก่งกว่า”

ผม ถามนักเรียนไทยต่อว่า....

“ประเทศแถวๆเรานี้ ล้วนเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรมมายาวนาน หลายแห่งเป็นมรดกโลก... แต่รู้สึกไหมว่า ไม่มีประเทศไหนเขามาเอาศิลปวัฒถุของเราไปเลยในยามที่ทั้งสองฝ่ายสงบไม่รบกัน ข่าวว่ามีแต่เราที่เข้าไปตัด เข้าไปขโมย เข้าไปขนศิลปะของเขามาวางขายในบ้านเรา ทั้งเทวรูปหิน หน้าบันไม้ ต่างๆนานา แถมส่งไปขายให้ต่างประเทศอีกด้วย ... มันเกิดอะไรขึ้นหรือครับ”

นักเรียนไทย.... นิ่ง
(อาจจะเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังถูกวางยาอะไรสักอย่าง)

ผมถามต่อว่า....
“กลับมาถึงคำถามแรกดีกว่า ทำไมเพื่อนบ้านเราเขาถึงเกลียดเรา”

นักเรียนไทย.... นิ่ง

ถามต่อว่า.... “เพราะอะไรหรือครับ”

นักเรียนไทย.... นิ่ง

ผมหันไปถามนักเรียนทุนจาก สปป.ลาว ว่า...

“คนลาวรู้สึกอย่างไรกับคนไทยบ้างครับ ขอให้ตอบตามจริงอย่างสุภาพ ไม่มีอารมณ์ แต่ขอให้พูดความจริง เพราะในนี้คือห้องเรียน และการพูดของท่าน อาจจะเป็นจุดเล็กๆในการแก้ปัญหาให้ลูกหลานไทย-ลาว เพื่อให้เราอยู่กันอย่างมีความสุขขึ้น”

นักศึกษาลาว.... นิ่ง (สงสัยว่ายังงงๆอยู่ หรืออาจจะกำลังติดตามคำตอบของนักเรียนไทยอย่างจดจ่ออยู่)

ผมพูดต่อว่า.... “ความน่าสนใจก็คือ ตอนนี้มีคนเวียดนามเข้ามาในลาวมาก รู้สึกอย่างไรกับเพื่อนบ้านจากแดนซ้าย กับเพื่อนบ้านจากแดนขวา”

นักศึกษาลาวตอบว่า...
“พูดจริงๆนะคะ คนลาวรู้สึกว่าคนไทยดูถูกและเอาเปรียบคนลาว”

ข้าพเจ้า... นิ่ง (ไป ๒ อึดใจ) และพูดต่อเพื่อขอเวลาคิดบ้างว่า.... “เป็นความรู้สึกของตนเองหรือของคนลาวโดยรวม”

นักศึกษาลาวตอบว่า... “เป็นภาพรวมๆทั่วประเทศค่ะ”

กระผม... นิ่ง (ไปอีก ๑ อึดใจ) และหันหน้ามาบอกนักเรียนไทยอีก ๖๐ ชีวิตใน Class ว่า..

“นี่คือคำตอบจากความจริงใจของเพื่อนชาวลาว ต้องขอบคุณเขาที่เขากรุณาบอกความจริงให้เรา และนับแต่นี้เป็นต้นไป เราคงต้องคิดและคิดแล้วครับว่า เราจะทำอย่างไรต่อไป”

ผมพูดต่อว่า ....

“การกระทำใดต่อไป จะต้องเกิดจากข้อมูลและความเข้าใจ ต้องใจกว้าง และเริ่มปฏิบัติการแก้ปัญหาแห่งความรู้สึกนั้น เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ปัญหาอาจจะไม่สามารถแก้ได้ในวันเดียว คงต้องอาศัยเวลา วันหนึ่งความรักก็จะกลับมาหาพวกเราทุกคนในภูมิภาคนี้อีกครั้งหนึ่ง... คิดและเริ่มทำ ได้แล้วกระมังครับ"

ผมหันกลับมาที่ศิษย์ลาวแล้วพูดว่า.....
“รู้จักสมเด็จพระเทพรัตนฯ หรือไม่”

นักศึกษาลาวตอบว่า... “รู้จักดีค่ะ”

ผมถามต่อว่า....
“วิจารณ์หรือแสดงความรู้สึกต่อพระองค์ท่านสักนิดซิครับ”

นักศึกษาลาวตอบว่า..... “ท่านเป็นคนดีที่สุดในโลก”

นัก ศึกษาลาวพูดต่อว่า....
“พระเทพเป็นคนดีที่สุด พระเทพรักคนลาว เป็นห่วงคนลาว เข้าใจคนลาว ช่วยเหลือคนลาว ไม่เคยดูถูกคนลาว ท่านเป็นคนที่ดีมากๆๆ”

ผมถามนักศึกษาลาวต่อว่า...
“คนลาวรู้สึกอย่างไรต่อพระองค์ในภาพรวม”

นัก ศึกษาลาวพูดเสียงเครือๆว่า...

“คนลาวรักสมเด็จพระเทพมากๆ มีบ้านพระเทพอยู่ที่เขื่อนน้ำงึมด้วย เรารู้สึกว่าพระเทพเป็นคนที่ดีที่สุด เป็นห่วงและทำให้เมืองลาวมากๆ..... ฯลฯ...”

ผมพูดต่อไปว่า... “มีอะไรจะพูดอีกไหมครับ”

นักศึกษาลาว.... เงียบ และยกมือขึ้นปาดน้ำตา

ยอดเยี่ยม... อึ้ง และ เงียบไปเหมือนกัน


ผมหันกลับมาหาลูกศิษย์ไทยอีก ๖๐ ชีวิตว่า....


“นี่ คือทองคำที่อยู่บนหัวนอนเรา เราอาจจะรู้ว่าเรามีทองคำอยู่ แต่ด้วยความเคยชิน เราจึงไม่ค่อยได้เช็ดถูรักษาทองคำของเรา แต่เราก็จะไม่ยอมให้ใครมาเอาทองคำของเราไป....

เป็นความรู้สึกที่เราต้องรู้สึก และเป็นความรู้สึกที่วิศวกรอย่างเราต้องแสดงออกมาเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ นี่คือความรู้สึกของเรา”

หลังจากนั้นผมพูดอีกหลายประการ แต่ขออนุญาตไม่บันทึกไว้ที่นี้ เพราะเกรงว่าจะไม่สมควรที่จะบันทึกเป็นตัวหนังสือออกมาครับ

ผมรักประเทศไทย....
ผมรักและเทิดทูนสมเด็จพระเทพรัตนฯ ครับ


ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 16:56
โดย oui142
รูปภาพ

เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินเบิกเนตร พระพุทธมหาธรรมราชา เฉลิมพระเกียรติ จ.เพชรบูรณ์

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 17:07
โดย oui142
รูปภาพ

เพื่อนผมเคยเล่าให้ฟังว่า สักประมาณ 20 ปีที่แล้ว ขณะที่เขากำลังเดินดูหนังสือในร้านหนังสือดวงกมล สยามแสควร์ ก็มีนิสิตหญิงจุฬาฯ สองสามคนเดินเข้ามาในร้าน นิสิตคนหนึ่งใบหน้าสวยคม จัดว่าสวยน่ารัก แต่ใบหน้าดูคุ้นเหลือเกิน ทันใด!!! เขาก็เห็นคนเริ่มไหว้บ้าง ค้อมศีรษะบ้างให้แก่นิสิตคนนั้น แต่ก็มีเสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างเกรงใจจากนิสิตคนนั้นว่า “ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ วันนี้เป็นนิสิต มาหาซื้อหนังสือ เชิญทุกท่านตามสบายค่ะ ” ทุกคำที่เอ่ยจะมีคำว่า “ ค่ะ ” ตลอดแล้วก็หันไปยิ้มแบบเขินๆ กับเพื่อนทีมาด้วย กริยาช่างงามน่ารักเหลือเกินเพื่อนผมย้ำ ทันใด นิสิตกลุ่มนั้นก็หันไปเห็นผู้อาวุโสท่านหนึ่ง กำลังเดินดูหนังสืออยู่ในร้านเหมือนกัน จึงเดินเข้าไปหาพร้อมยกมือไหว้ผู้อาวุโสท่านนั้น และนิสิตท่านก็เป็นผู้เอ่ยทักว่า “ สวัสดีค่ะอาจารย์ มาหาซื้อหนังสือเหรอคะ ” ทันใด ผู้อาวุโสท่านนั้นก็สะดุ้ง กำลังจะก้มและย่อตัวลงในท่าทำความเคารพ แต่ความที่อยู่ในวัยชราจึงไม่ค่อยถนัด พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ อ้าว องค์หญิง กระหม่อมมาหาซื้อหนังสือ พะยะค่ะ ” ในตอนนั้น เพื่อนผมก็จำได้ขึ้นมาว่า นิสิตท่านนั้นก็คือ “ สมเด็จพระเทพฯ ” นั่นเอง ในตอนนั้นพระเทพฯ ก็ทรงเข้ามาประคองอาจารย์ท่านนั้น พร้อมกับรับสั่ง “ ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์ หนูกับเพื่อน มาหาซื้อหนังสือเหมือนกันค่ะ ” เพื่อนผม บอกว่า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมรักและเทอดทูนเจ้าหญิงองค์น้อยเสมอมา ด้วยความที่ท่านไม่ทรงถือพระองค์ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ผมเคยอ่านจากหนังสือสกุลไทยช่วงตอบปัญหาของใครจำไม่ได้แล้วมีคนเขียนไปถามเจ้าของคอลัมน์ว่า จริงหรือเปล่าที่พระองค์เคยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ยังเมืองทองธานี เพื่อเสวยร้านอาหารโต้รุ่ง ก็มีคำตอบว่า จริงพระองค์เคยเสด็จอย่างส่วนพระองค์จริงๆ กับคุณข้าหลวงอีก 2 คน ไม่มีองครักษ์ติดตาม คือ เสด็จยังร้านอาหารตามสั่งทั่วไปริมถนน ตอนแรกไม่มีใครจำพระองค์ได้เลย แต่มี 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งเห็นเข้า ฝ่ายสามีบอกว่า ไม่ใช่สมเด็จพระเทพฯ หรอก เพราะนี่คือร้านอาหารโต้รุ่งแล้วก็ดึกมากแล้วด้วย แต่ฝ่ายภรรยาบอกว่า เหมือนมากก็โต้กันไปโต้กันมา จนพระองค์ทรงได้ยิน จึงหันพระพักตร์มาทาง 2 สามีภรรยานี้แล้วตรัสว่า “ ใช่ แต่ขอให้ทำตัวตามสบาย ” เท่านั้นแหละครับ 2 คนนี้ก็ก้มลงกราบ จนคนอื่นๆ แปลกใจ ก็หันมามองกันหมดทั้งร้าน เจ้าของร้านกับเด็กเสิร์ฟก็เพิ่งทราบ จึงรีบเข้าไปถวายความเคารพ พวกพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นก็นำอาหารของร้านตนมาถวาย จนกระทั่งเสด็จกลับไป นี่แหละครับ เจ้าหญิงในใจประชาชนพระองค์จริงๆ

จำได้ว่า ตอนที่พระองค์ท่านเสด็จในงาน concert กาชาดหลายปีแล้ว พระองค์ท่านทรงเป่า trumpet เพลงคู่กัด พอท่านทรงเป่าจบ คนดูก็ตบมือท่านก็ทรงรับสั่งว่า “ แปลกจัง ทำไมไม่มีเสียงกรี๊ดเลย ” คนดูก็เงียบกริบ...คงตะลึงมั้ง ท่านก็รับสั่งย้ำอีกครั้งเท่านั้นแหล่ะ..คนดูกรี๊ดถล่ม

ผมเคยเข้าไปเล่นคอนเสิร์ตหน้าพระที่นั่งศาลาดุสิตาลัย เมื่อสิบห้าปีก่อน พระเทพฯ ทรงประชวรหวัดเล็กน้อย แต่ก็ตรัสก่อนพวกผมเล่นกันว่า “ วันนี้ไม่มีเสียงกรี๊ดนะเป็นหวัด ” พอตอนเล่น ผมเลยบังอาจถวายแซวพระองค์ท่านว่า “ ในฐานะรุ่นน้องจุฬาฯ ขอพระราชทานอนุญาต เอ่ยพระนามพระองค์ว่าพี่น้อยก็แล้วกันวันนี้ขอให้พี่น้อย หายหวัดเร็วๆ นะครับ ” คนดูในศาลาดุสิตาลัยเงียบกริบ ผมก็ชักหนาวสันหลังว่า เหิมเกริมไปหรือเปล่า เพื่อนร่วมวงรีบชิงพูดต่อว่า "มหาดเล็กครับ ช่วยยิงให้ถูกคนด้วยแล้วกัน" คนเลยฮากันตึงรอดไป


มีเพลงหนึ่งชื่อเพลงกล้วยไข่ ผมก็แปลงเป็นว่า แปลกใจจริง พระเทพฯชอบอะไร พระเทพฯ ชอบกล้วยไข่ เพราะว่าพระองค์ทรงโปรด ลัล ลัล ลัล ลา ตอนไปรับพระราชทานดอกไม้จากพระหัตถ์ ผมไปยกมือไหว้ท่าน ท่านก็ตรัสย้อนผมว่า “ ใครเค้าไหว้กัน เค้าโค้งจ้ะ ” จากนั้นท่านก็ตรัสว่า “ ใครบอกฉันชอบกล้วยไข่ ฉันชอบกล้วยน้ำว้าย่ะ ” ผมไม่เคยลืมสักภาพเดียวเลยครับ

ตอนเป็นนักเรียนแถวสามย่านพระองค์ท่านเป็นนิสิตแล้ว เคยแอบไปเดิน “ ส่อง ” รถพระที่นั่งซึ่งจอดอยู่หน้าหอประชุมจุฬาฯ เห็นมีขนมขบเคี้ยวสารพัดใส่โหลเอาไว้ 2-3 โหล ทุกวัน ตลอด 4 ปีที่ทรงศึกษาอยู่ ผู้คนที่ต้องผ่านสัญจรแถวนั้น ไม่เคยต้องเดือดร้อนกับการกั้นรถขบวนเป็นชั่วโมงๆ เพียงรถพระที่นั่ง 1 คันกับรถตำรวจนำอีก 1 ที่ไม่เคยเปิดไซเรน ไม่เคยเปิดโทรโข่ง ไม่เคยฝ่าไฟแดง เห็นพวกนักการเมือง มีตำรวจนำตำรวจตาม วิ่งย้อนศร กั้นรถให้แซงลัดคิวแล้ว นึกถึงสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติทุกครั้ง

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 03 เม.ย. 2013, 19:52
โดย POST_MAN
สุดยอดเลยครับหมอ องค์หญิงในใจปวงประชาจริงๆครับ ทรงพระเจริญ

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 10 เม.ย. 2013, 16:42
โดย oui142
รูปภาพ

ผ่านไปเจอ เลย เอามา ฝากครับ

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 02 เม.ย. 2014, 09:11
โดย unclejax
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

Re: ขอเชิญร่วมถวายพระพรฯ 2 เมษายน วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพฯ

โพสต์: 02 เม.ย. 2014, 15:48
โดย V3 ป่าเลา
ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ขอทรงมีพระพลานามัย สมบูรณ์ แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดไป
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมฯ"