บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง
โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 02:37
สวัสดีครับพี่น้องชาวจักรยานทุกท่าน....
ทั้งที่ร่วมทริปทำบุญในครั้งนี้และทราบข่าว การเสียชีวิตของ พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ในตอนขากลับจากการร่วมทริป ในครั้งนี้
ตั้งใจและวางโปรแกรมให้กับตัวเองไว้ ว่า ขอพักเอาแรงสักวัน ...และจะเขียนทริปให้สนุกและเชื่อว่าเพื่อน ๆ ชาวจักรยานรออ่านอยู่...แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นดังที่พวกเราได้ทราบ ..จึงขอมาเขียนให้พวกเราได้ทราบ ถึงเหตุ........... ก่อนการเกิดเหตุที่แท้จริง เพื่อให้พี่น้องได้ทราบถึงเหตุการณ์
แม้ผมเองจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็พอทราบสาเหตุ จากเพื่อนจักรยาน และวันนี้ทั้งวัน ผมเองก็หาข้อมูลจากพี่ ๆ จักรยานหลายท่าน ที่เห็นเหตุการณ์ จากผู้ที่ช่วยเหลือ และเพิ่งกลับจากประชุมเมื่อสักครู่กับสมาชิกและทีมงาน ของชมรม BIKE NET
จึงขอนำเหตุการณ์ ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง มาบอกกล่าวกัน...........
ทริปได้เรียบร้อยได้มอบตามวัตถุประสงค์เรียบร้อย...พี่น้องชาวจักรยานหลายกลุ่มได้เดินทางกลับกัน แต่ตอนขากลับได้แยกเป็นหลายกลุ่ม และ เส้นทาง ตามแต่พี่น้องจะวางไว้และเดินทางกลับกัน ตามที่ทุกท่านได้ให้ข้อมูลไว้ ...แต่..ผู้ดูแลหลัก มีเพียง ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบิน และคุณตี๋ ..ที่ต้องเดินทางดูแลพี่น้องชาวจักรยาน ในเส้นทางหลักที่ได้กำหนดไว้ตามแผนที่ ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ที่ได้มาช่วยงาน และน้องบิค ได้แบ่งแยกมาอีกเส้นทางในเขต และดูแลเบื้องต้นให้กับผู้ที่แยกทางส่วนหนึ่งและรยะหนึ่งเท่านั้น...และต้องรับผิดชอบตนเองให้ระวัง เนื่องจากมีฝนปอยตกลงมาเป็นระยะ
พี่เจริญ ...ก็เป็นอีกผุ้หนึ่ง ที่ได้เดินทางกลับ ตามทางหลัก เนื่องจากรถของพี่เจริญ ได้จอดไว้ที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา ที่เป็นจุดเริ่มต้นทริป....ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบินและคุณตี๋ เราออกไล่หลังจักรยาน ที่ได้กลับตามเส้นทาง หลังจากถามกลุ่มที่เหลือ ว่าขอช่วยดูแลตัวเอง............เราจึงเริ่มไล่เข้าไป จนทันจักรยานคันสุดท้ายของกลุ่ม จึงแยกกัน โดยคุณตี๋ จะดูแลกลุ่มหลังที่เป็นจักรยานคันสุดท้าย เพราะ คุณตี๋ มีความสามารถในเชิงช่างหากมีรถเสียและอุปกรณ์พร้อม เป็นอันตกลงในวิธีการเรียบร้อยในการประชุม........ ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่บนจักรยานในคันเดียวกัน ........กับคุณสุบินที่ขี่อีกคันหนึ่ง จึงทำหน้าที่ ร่วมกันไปในจุดนี้ โดยได้สอบถามผุ้ขับขี่ตลอดทาง ที่มีท่าทางอิดโรย และสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยไหวหรือขี่จักรยานโดดเดี่ยวคันเดียว โดยถามตลอดเส้นทาง และผู้ขับขี่ในตอนนั้น ก็ยังตอบรับกันอย่างสบาย แม้จะเป้นเด็ก ผู้ใหญ่ ที่มีอยู่หลายกลุ่ม
ยิ่งระยะทางนานขึ้นกลุ่มก็ยิ่งแตกจึงมีเพื่อนชาวจักรยานตลอดเส้นทาง แต่ก็ยังทิ้งช่วงกันอยู่ ในช่วงนี้ จักรยานยนต์ 2 คัน ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่คันเดียวกัน กับคุณสุบิน ยังทำหน้าที่กันอยู่ โดยทิ้งคุณตี๋ ไว้ข้างหลังเพียงคันเดียว และถือว่าเป็นจักรยานคันสุดท้ายของทริป นอกจากผู้ร่วมทริปนั้นจะไม่ต้องการ มาเรื่อยจนถึงจุดให้น้ำ จุดแรกในตอนขากลับโดยมีคุณวรรณบริการให้น้ำอยู่ที่จุด......ช่วงนั้นมีกำลังก่อสร้างสะพานอยู่พอดี ในกลุ่มนั้นมีผู้อยู่ร่วมทริปอยู่หลายท่าน กะโดยประมาณก็เกิน 20 ท่าน ที่นั่งพักกันอยู่ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ ในกลุ่มนั้นที่ผมห่วงก็คือน้องเหลียง ที่อายุเพียง 10 กว่าขวบเท่านั้น แต่น้องก็ยังมั่นใจในตนเอง ผมจึงทิ้งให้คุณสุบิน ดูกลุ่มนี้ โดยมีกลุ่มจากกรีนไบค์และกลุ่มจักรยานPR BIKE CLUB ทยอยกันเข้ามา
ผมและน้องปุ๋ย ในตอนนี้ขอแยกไปดูกลุ่มหน้าไปเรื่อย ๆ และถามทุกท่านที่แตกกลุ่มออกมา ........ไหวไม๊พี่........ตลอดเส้น และได้รัคำตอบ.....ไหว....ไม่เป้นไร บางท่าน...ผมยังแจ้งไปว่า.....ถ้าไม่ไหวให้จอดอยู่เฉย ๆ ....จะมีเจ้าหน้าที่จักรยานยนต์และดันสุดท้าย โทยใช้โทรศัพท์ป็นเครื่องมือสื่อสารกัน
ย้อนกลับมาดูกลุ่มกลางที่คุณสุบิน ดูแลอยู่.....ก็ยังเป้นกลุ่มพอสมควร โดยส่วนมากจะเป้นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ และคะเคล้ากันไป .........รวมทั้งพี่เจริญ ธรรมเที่ยงนั้นด้วย...ในสภาพที่พบตอนแรก เจ้าตัวแจ้งมีอาการล้าที่ขา เหมือนกับการขี่จักรยานหนักของพวกเราทั่วไป เมื่อคุณสุบินทราบ ก็ได้ขีจักรยานยนต์เข้าไปถาม พี่เจริญยังบอกพอไหว...ในช่วงนั้นเป้นช่วงขึ้นเนิน บริเวณ ทางแยกพัฒนากลอฟคลับ ..จากจุดแยกถึงจุดตัดก็มี 4 กิโลเมตรโดยประมาณ........คุณสุบิน จึงใช้มือดันหลังพีเจริญ ไปเรื่อย ๆ ....ช่วงนั้นพี่เจริญ ยังได้พูดกับคุณสุบินว่าดีขึ้น...โดยคุณสุบิน ยังดันแซงกลุ่มจักรยานขึ้นไปได้เรื่อย ๆ และไปอย่างช้า ๆ ตามเส้นทางขึ้นเนิน ก่อนถึงเนินสุดท้ายสักประมาณ 100 เมตรซึ่งเป้นจุดตัดกับถนน 331 ...คุณสุบิน จึงปล่อยพี่เจริญ เพื่อดูรถที่ทางแยกข้างหน้า และเลยลงเนินไปไม่เกิน 200 เมตร ..มีรถน้ำของทีมงาน จอดอยู่ ........คุณสุบิน จึงขี่จักรยานยนต์ลงไปแจ้งกับพี่อนุวัฒน์ ให้นำพี่เจริญ ขึ้นรถด้วย....แต่ช่วงนั้นคุณสุบินอยู่ด้านล่าง เห็นนานผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ตามมา ...ยังไงก้ไม่เกิน 5 นาที เพราะเป็นทางไหลลง...คุณสุบิน เจ้าหน้าที่ จึงขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นไปดู และพบว่า ..มีรถน้ำโดยมีคุณวรรณขับไปอย่างรวดเร็ว สัญชาติญาณบอกว่าต้องเกิดเหตูแน่ คุณสุบินกล่าว..........มีผู้พาพี่เจริญไปส่งโรงพยาบาล โดยพี่สุวรรณ และพี่อีกท่านหนึ่ง ...จากการสอบถามผุ้ที่เห็นเหตุการณืที่เกิดต่อหน้า...แจ้งว่า...หลังจากที่คุณสุบิน ได้ปล่อยจากการดันหลังของพี่เจริญแล้ว อีกไม่ถึง 100 เมตร ก้เป้นทางไหลลงแล้ว อยู่ ๆ รถก้ล้มลงแบบลักษณะเหมือนหมดสติ หมวก รองเท้ายังติดอยู่ดี พี่เจริญ มีอาการเกรง ตาลอย .....พี่สุวรรณ และเพื่อนจักรยานในตอนนั้น จึงช่วยกันปั๊มหัวใจ ...เป้นช่วงที่ รถน้ำของทีมงานผ่านมาพอดี ...จึงรีบนำพี่เจริญ ส่งโรงพยาบาล ....ปิยะเวชช์...ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 4 กิโลเมตร...และจากรถน้ำที่มาในช่วงนั้นพอดี เวลาจากที่ล้มไปถึงโรงพยาบาล ไม่น่าจะเกิน 10 นาที.....
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รีบช่วย...พี่เจริญทันที ...ในความตกใจของพี่จักรยานที่ร่วมกันไปส่ง และคุณวรรณเจ้าหน้าที่บริการน้ำของเรา ก็ถาม เจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่ตลอด ซึ่งตอนนั้น แพทย์กำลังช่วยชีวิตอยู่ ...
ย้อนกลับมาที่คุณสุบิน เมื่อขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นมาดู ...ก็ทราบจากพี่น้องจักรยานที่ได้ทำการช่วยพี่เจริญ...จึงรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันที...และได้โทรศัพท์แจ้งคุณตี๋ ที่อยู่ด้านหลัง...คุณตี๋ จึงขออนุญาตแจ้งกลุ่มและแยกมาเพื่อช่วยดูแลคุณเจริญ อีกแรง...
คุณสุบินได้โทรศัพท์แจ้งผม............ซึ่งขณะนั้นผมได้มารอส่งพี่น้องชาวจักรยานที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา...แต่ในตอนนั้นยังไม่มีใครทราบ ว่าพี่เจริญ...คือใคร มากับกลุ่มไหน .....จุดสังเกตก็ไม่มี เสื้อที่ใส่ก็ไม่ใช่เสื้อชมรม จึงเป็นการยากพอสมควร แต่เผอิญพี่เจริญ มีกระเป๋าคาดเอว เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จึงนำมาดู และทราบชื่อในตอนนั้น .........และแจ้งแก่ผมทราบ......แต่ผมเองยังนึกไม่ออก เพราะผมเองไม่รู้จักแก แถมยังเรียกพี่เขาตลอด ว่าพี่เริญ จึงทำให้ไม่รู้ชื่อจริง ผมเองพยายามนึก และถามลักษณะในตอนนั้น ก็ยังไม่กระจ่าง ..และเป็นห่วงอยู่ ในช่วงนั้น ผมเองได้แจ้งไปยังหัวหน้ากลุ่ม คนรู้จัก ว่ารู้จัก ชาวจักรยานลักษณะข้างต้นหรือไม่ ..และแจ้งเหตุไป...ทำให้ทุกกลุ่มดำเนินการค้นหากันทันที แต่ก้ไม่ได้รับความกระจ่างสักเท่าใด คุณสุบิน และคุณตี๋ ...ก็ยังสอบถามเป้นระยะอยู่ตลอดกับเจ้าหน้าที่ ที่แพทยืกำลังช่วยอยู่ในห้อง และห้ามผุ้เกี่ยวข้องเข้า ....คุณสุบินยังแจ้งอาการแก่ผมตลอดเวลา......ซึ่งตอนนั้นผมเองยังคิดเองอยู่ในใจว่า ...น่าจะเป็นลมธรรมดา เดี๋ยวก็คงหายดี......ผมยังค้นหาว่าเขาคือใครอยู่ต่อไป......ลักษณะรถจักรยานก้เป้นส่วนหนึ่งที่เอามาเป้นข้อสังเกต.....ในตอนนั้นคุณชัย บ้านบึง ที่อยู่ใกล้ผม ฉุกคิดขึ้นมาทันที ถึงรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีทอง ที่จอดห่างจากผมไปไม่เกิน 20 เมตร และพวกเราก็ช่วยกันดู...ข้อมูลที่ได้ คือ บัตร กฟผ. ที่อยู่หน้ารถ แต่เรามองเห็นชื่อไม่ชัด....และนึกถึงลักษณะกันได้
คุณสุบิน ยังส่งข่าวผมอยู่ตลอด...แต่มีคำหนึ่ง ...แจ้งมาว่า.............เสแพทย์แจ้งว่า ม่านตาขยายแล้ว.....อาการไม่ค่อยดีเท่าไร และได้แจ้งญาติ ไปแล้ว ตามเบอร์โทรในกระเป๋าคาดเอว...และญาตกำลังมา....
ผมเองจึงรีบเอารถยนต์ไปพร้อมกับป้าเล็ก...ที่มีความชำนาญในวิชาชีพอยู่แล้ว เพื่อคุยกับแพทย์ ถึงสาเหตุ....ไม่นานนักผมและป้าเล็ก ก็ถึงโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์และพยาบาล ก้ได้แจ้งในตอนนั้นว่า สุดความสามารถของแพทย์แล้ว..ผมเองกับป้าเล้กจึงขอเข้าไปดู
พบว่า..................พี่เจริญ ได้ถูกช่วยจากแพทย์จนสุดความสามารถ จากข้อมูลที่ แพทย์ได้คุยกับป้าเล้ก ในทางด้านวิธีการแพทย์ และการช่วยเหลือ ทางด้านการใส่ท่อหายใจ มีการวัดชีพจร การปั๊มหัวใจ จนสุดความสามารถ ที่ผมเองจะกล่าวในที่นี้ได้............ซึ่งแพทย์ได้สันนิษฐานในเบื้องต้น .................กล้ามเนื้อหัวใจตาย เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ.................. แต่ถ้าให้ดี ต้องถามญาติว่า.........เคยมีประวัติหรือไม่...ถ้าไม่มีควรส่งชันสูตรต่อไป ตามกระบวนการ
เวลาห่างจากผมไม่นานนัก.....ภรรยาและบุตรได้มาถึง ที่โรงพยาบาลและได้คุยกับผมและแพทย์ ซึ่งผมเองและทีมงานก็ขอแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่มีใครอยากให้เป้น
ในช่วงบ่ายวันนี้ ในการชันสูตรตามกระบวนการทางแพทย์ที่โรงพยาบาล ก็ทราบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เกิดจาก กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน นั่นคือศัพท์ทางแพทย์บางท่านอาจจะไม่เข้าใจ...............แต่ถ้าเรา ๆ ทราบและเข้าใจกันก็คือ...........ย.โย่ง............ซึ่งเป็นลักษระและแบบเดียวกันไม่ผิดเพี๊ยนตรงไหนเลย
ผมเอง คุณสุบิน คุณตี๋ และทีมงาน สมาชิกชมรม.....ก็เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทริปทางเราใกล้ถึงจุดหมายแล้ว ...แต่สิ่งที่เราคิด ถ้าเลือกได้ และรู้ล่วงหน้า เราจะขอแลกกับการไม่จัดจะดีกว่า...แต่นั่นคือความคิดที่เชื่อว่าทุกท่านคงเหมือนผม ...ผมเองคงเสียใจไปอีกนานกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ สิ่งดี ๆ ที่ผ่านมาก่อนเหตุการณ์ณืจะเกิดขึ้นมันช่างมีความสุข บนความอิ่มเอิบตามวัตถุประสงค์ หากบุญนั้นมีจริง ผมเอง และสมาชิกทีมงาน ขอมอบบุญนี้ให้กับพี่ เจริญ ธรรมเที่ยง ...ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนมันไม่สามารถประเมินได้ กับชีวิตคน คนหนึ่ง แต่อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะสะท้อนให้หลาย ๆ คนเห็นในตัวเอง สภาพจิตใจของพวกเรา คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง......
ผมเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในครั้งนี้ นอกจากที่โรงพยาบาลปิยะเวชช์
เป็นข้อมูลที่ ผมเองได้จาก
คุณสุบิน ผู้ขี่จักรยานยนต์ ดูแลพี่น้องจักรยาน
คุณวรรณ เจ้าหน้าที่บริการน้ำดื่ม เป็นผู้ซึ่งพา พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ส่งโรงพยาบาล
พี่ ๆ ที่ร่วมขี่จักรยาน และเห็นเหตุการณ์ต่อหน้า ซึ่งผมเองได้พูดคุย กันหลายท่านอยู่
แพทย์เวร ของโรงพยาบาลปิยเวชช์ ที่ผมเองได้คุยด้วยตนเอง
ขอบคุณพี่สุวรรณ ที่ช่วยในเบื้องต้นและอีกท่านผมไม่รู้จัก และไปส่งด้วยกับคุณวรรณ
ผมเองขอถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์
คุณเจริญ ธรรมเที่ยง ตั้งบำเพ็ญกุศล วัดบางแสม ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา(ทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกง)
พรุ่งนี้ 26 พฤษภาคม 2552 ชมรม BIKE NET เป็นเจ้าภาพ
ทั้งที่ร่วมทริปทำบุญในครั้งนี้และทราบข่าว การเสียชีวิตของ พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ในตอนขากลับจากการร่วมทริป ในครั้งนี้
ตั้งใจและวางโปรแกรมให้กับตัวเองไว้ ว่า ขอพักเอาแรงสักวัน ...และจะเขียนทริปให้สนุกและเชื่อว่าเพื่อน ๆ ชาวจักรยานรออ่านอยู่...แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นดังที่พวกเราได้ทราบ ..จึงขอมาเขียนให้พวกเราได้ทราบ ถึงเหตุ........... ก่อนการเกิดเหตุที่แท้จริง เพื่อให้พี่น้องได้ทราบถึงเหตุการณ์
แม้ผมเองจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็พอทราบสาเหตุ จากเพื่อนจักรยาน และวันนี้ทั้งวัน ผมเองก็หาข้อมูลจากพี่ ๆ จักรยานหลายท่าน ที่เห็นเหตุการณ์ จากผู้ที่ช่วยเหลือ และเพิ่งกลับจากประชุมเมื่อสักครู่กับสมาชิกและทีมงาน ของชมรม BIKE NET
จึงขอนำเหตุการณ์ ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง มาบอกกล่าวกัน...........
ทริปได้เรียบร้อยได้มอบตามวัตถุประสงค์เรียบร้อย...พี่น้องชาวจักรยานหลายกลุ่มได้เดินทางกลับกัน แต่ตอนขากลับได้แยกเป็นหลายกลุ่ม และ เส้นทาง ตามแต่พี่น้องจะวางไว้และเดินทางกลับกัน ตามที่ทุกท่านได้ให้ข้อมูลไว้ ...แต่..ผู้ดูแลหลัก มีเพียง ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบิน และคุณตี๋ ..ที่ต้องเดินทางดูแลพี่น้องชาวจักรยาน ในเส้นทางหลักที่ได้กำหนดไว้ตามแผนที่ ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ที่ได้มาช่วยงาน และน้องบิค ได้แบ่งแยกมาอีกเส้นทางในเขต และดูแลเบื้องต้นให้กับผู้ที่แยกทางส่วนหนึ่งและรยะหนึ่งเท่านั้น...และต้องรับผิดชอบตนเองให้ระวัง เนื่องจากมีฝนปอยตกลงมาเป็นระยะ
พี่เจริญ ...ก็เป็นอีกผุ้หนึ่ง ที่ได้เดินทางกลับ ตามทางหลัก เนื่องจากรถของพี่เจริญ ได้จอดไว้ที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา ที่เป็นจุดเริ่มต้นทริป....ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบินและคุณตี๋ เราออกไล่หลังจักรยาน ที่ได้กลับตามเส้นทาง หลังจากถามกลุ่มที่เหลือ ว่าขอช่วยดูแลตัวเอง............เราจึงเริ่มไล่เข้าไป จนทันจักรยานคันสุดท้ายของกลุ่ม จึงแยกกัน โดยคุณตี๋ จะดูแลกลุ่มหลังที่เป็นจักรยานคันสุดท้าย เพราะ คุณตี๋ มีความสามารถในเชิงช่างหากมีรถเสียและอุปกรณ์พร้อม เป็นอันตกลงในวิธีการเรียบร้อยในการประชุม........ ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่บนจักรยานในคันเดียวกัน ........กับคุณสุบินที่ขี่อีกคันหนึ่ง จึงทำหน้าที่ ร่วมกันไปในจุดนี้ โดยได้สอบถามผุ้ขับขี่ตลอดทาง ที่มีท่าทางอิดโรย และสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยไหวหรือขี่จักรยานโดดเดี่ยวคันเดียว โดยถามตลอดเส้นทาง และผู้ขับขี่ในตอนนั้น ก็ยังตอบรับกันอย่างสบาย แม้จะเป้นเด็ก ผู้ใหญ่ ที่มีอยู่หลายกลุ่ม
ยิ่งระยะทางนานขึ้นกลุ่มก็ยิ่งแตกจึงมีเพื่อนชาวจักรยานตลอดเส้นทาง แต่ก็ยังทิ้งช่วงกันอยู่ ในช่วงนี้ จักรยานยนต์ 2 คัน ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่คันเดียวกัน กับคุณสุบิน ยังทำหน้าที่กันอยู่ โดยทิ้งคุณตี๋ ไว้ข้างหลังเพียงคันเดียว และถือว่าเป็นจักรยานคันสุดท้ายของทริป นอกจากผู้ร่วมทริปนั้นจะไม่ต้องการ มาเรื่อยจนถึงจุดให้น้ำ จุดแรกในตอนขากลับโดยมีคุณวรรณบริการให้น้ำอยู่ที่จุด......ช่วงนั้นมีกำลังก่อสร้างสะพานอยู่พอดี ในกลุ่มนั้นมีผู้อยู่ร่วมทริปอยู่หลายท่าน กะโดยประมาณก็เกิน 20 ท่าน ที่นั่งพักกันอยู่ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ ในกลุ่มนั้นที่ผมห่วงก็คือน้องเหลียง ที่อายุเพียง 10 กว่าขวบเท่านั้น แต่น้องก็ยังมั่นใจในตนเอง ผมจึงทิ้งให้คุณสุบิน ดูกลุ่มนี้ โดยมีกลุ่มจากกรีนไบค์และกลุ่มจักรยานPR BIKE CLUB ทยอยกันเข้ามา
ผมและน้องปุ๋ย ในตอนนี้ขอแยกไปดูกลุ่มหน้าไปเรื่อย ๆ และถามทุกท่านที่แตกกลุ่มออกมา ........ไหวไม๊พี่........ตลอดเส้น และได้รัคำตอบ.....ไหว....ไม่เป้นไร บางท่าน...ผมยังแจ้งไปว่า.....ถ้าไม่ไหวให้จอดอยู่เฉย ๆ ....จะมีเจ้าหน้าที่จักรยานยนต์และดันสุดท้าย โทยใช้โทรศัพท์ป็นเครื่องมือสื่อสารกัน
ย้อนกลับมาดูกลุ่มกลางที่คุณสุบิน ดูแลอยู่.....ก็ยังเป้นกลุ่มพอสมควร โดยส่วนมากจะเป้นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ และคะเคล้ากันไป .........รวมทั้งพี่เจริญ ธรรมเที่ยงนั้นด้วย...ในสภาพที่พบตอนแรก เจ้าตัวแจ้งมีอาการล้าที่ขา เหมือนกับการขี่จักรยานหนักของพวกเราทั่วไป เมื่อคุณสุบินทราบ ก็ได้ขีจักรยานยนต์เข้าไปถาม พี่เจริญยังบอกพอไหว...ในช่วงนั้นเป้นช่วงขึ้นเนิน บริเวณ ทางแยกพัฒนากลอฟคลับ ..จากจุดแยกถึงจุดตัดก็มี 4 กิโลเมตรโดยประมาณ........คุณสุบิน จึงใช้มือดันหลังพีเจริญ ไปเรื่อย ๆ ....ช่วงนั้นพี่เจริญ ยังได้พูดกับคุณสุบินว่าดีขึ้น...โดยคุณสุบิน ยังดันแซงกลุ่มจักรยานขึ้นไปได้เรื่อย ๆ และไปอย่างช้า ๆ ตามเส้นทางขึ้นเนิน ก่อนถึงเนินสุดท้ายสักประมาณ 100 เมตรซึ่งเป้นจุดตัดกับถนน 331 ...คุณสุบิน จึงปล่อยพี่เจริญ เพื่อดูรถที่ทางแยกข้างหน้า และเลยลงเนินไปไม่เกิน 200 เมตร ..มีรถน้ำของทีมงาน จอดอยู่ ........คุณสุบิน จึงขี่จักรยานยนต์ลงไปแจ้งกับพี่อนุวัฒน์ ให้นำพี่เจริญ ขึ้นรถด้วย....แต่ช่วงนั้นคุณสุบินอยู่ด้านล่าง เห็นนานผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ตามมา ...ยังไงก้ไม่เกิน 5 นาที เพราะเป็นทางไหลลง...คุณสุบิน เจ้าหน้าที่ จึงขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นไปดู และพบว่า ..มีรถน้ำโดยมีคุณวรรณขับไปอย่างรวดเร็ว สัญชาติญาณบอกว่าต้องเกิดเหตูแน่ คุณสุบินกล่าว..........มีผู้พาพี่เจริญไปส่งโรงพยาบาล โดยพี่สุวรรณ และพี่อีกท่านหนึ่ง ...จากการสอบถามผุ้ที่เห็นเหตุการณืที่เกิดต่อหน้า...แจ้งว่า...หลังจากที่คุณสุบิน ได้ปล่อยจากการดันหลังของพี่เจริญแล้ว อีกไม่ถึง 100 เมตร ก้เป้นทางไหลลงแล้ว อยู่ ๆ รถก้ล้มลงแบบลักษณะเหมือนหมดสติ หมวก รองเท้ายังติดอยู่ดี พี่เจริญ มีอาการเกรง ตาลอย .....พี่สุวรรณ และเพื่อนจักรยานในตอนนั้น จึงช่วยกันปั๊มหัวใจ ...เป้นช่วงที่ รถน้ำของทีมงานผ่านมาพอดี ...จึงรีบนำพี่เจริญ ส่งโรงพยาบาล ....ปิยะเวชช์...ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 4 กิโลเมตร...และจากรถน้ำที่มาในช่วงนั้นพอดี เวลาจากที่ล้มไปถึงโรงพยาบาล ไม่น่าจะเกิน 10 นาที.....
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รีบช่วย...พี่เจริญทันที ...ในความตกใจของพี่จักรยานที่ร่วมกันไปส่ง และคุณวรรณเจ้าหน้าที่บริการน้ำของเรา ก็ถาม เจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่ตลอด ซึ่งตอนนั้น แพทย์กำลังช่วยชีวิตอยู่ ...
ย้อนกลับมาที่คุณสุบิน เมื่อขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นมาดู ...ก็ทราบจากพี่น้องจักรยานที่ได้ทำการช่วยพี่เจริญ...จึงรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันที...และได้โทรศัพท์แจ้งคุณตี๋ ที่อยู่ด้านหลัง...คุณตี๋ จึงขออนุญาตแจ้งกลุ่มและแยกมาเพื่อช่วยดูแลคุณเจริญ อีกแรง...
คุณสุบินได้โทรศัพท์แจ้งผม............ซึ่งขณะนั้นผมได้มารอส่งพี่น้องชาวจักรยานที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา...แต่ในตอนนั้นยังไม่มีใครทราบ ว่าพี่เจริญ...คือใคร มากับกลุ่มไหน .....จุดสังเกตก็ไม่มี เสื้อที่ใส่ก็ไม่ใช่เสื้อชมรม จึงเป็นการยากพอสมควร แต่เผอิญพี่เจริญ มีกระเป๋าคาดเอว เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จึงนำมาดู และทราบชื่อในตอนนั้น .........และแจ้งแก่ผมทราบ......แต่ผมเองยังนึกไม่ออก เพราะผมเองไม่รู้จักแก แถมยังเรียกพี่เขาตลอด ว่าพี่เริญ จึงทำให้ไม่รู้ชื่อจริง ผมเองพยายามนึก และถามลักษณะในตอนนั้น ก็ยังไม่กระจ่าง ..และเป็นห่วงอยู่ ในช่วงนั้น ผมเองได้แจ้งไปยังหัวหน้ากลุ่ม คนรู้จัก ว่ารู้จัก ชาวจักรยานลักษณะข้างต้นหรือไม่ ..และแจ้งเหตุไป...ทำให้ทุกกลุ่มดำเนินการค้นหากันทันที แต่ก้ไม่ได้รับความกระจ่างสักเท่าใด คุณสุบิน และคุณตี๋ ...ก็ยังสอบถามเป้นระยะอยู่ตลอดกับเจ้าหน้าที่ ที่แพทยืกำลังช่วยอยู่ในห้อง และห้ามผุ้เกี่ยวข้องเข้า ....คุณสุบินยังแจ้งอาการแก่ผมตลอดเวลา......ซึ่งตอนนั้นผมเองยังคิดเองอยู่ในใจว่า ...น่าจะเป็นลมธรรมดา เดี๋ยวก็คงหายดี......ผมยังค้นหาว่าเขาคือใครอยู่ต่อไป......ลักษณะรถจักรยานก้เป้นส่วนหนึ่งที่เอามาเป้นข้อสังเกต.....ในตอนนั้นคุณชัย บ้านบึง ที่อยู่ใกล้ผม ฉุกคิดขึ้นมาทันที ถึงรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีทอง ที่จอดห่างจากผมไปไม่เกิน 20 เมตร และพวกเราก็ช่วยกันดู...ข้อมูลที่ได้ คือ บัตร กฟผ. ที่อยู่หน้ารถ แต่เรามองเห็นชื่อไม่ชัด....และนึกถึงลักษณะกันได้
คุณสุบิน ยังส่งข่าวผมอยู่ตลอด...แต่มีคำหนึ่ง ...แจ้งมาว่า.............เสแพทย์แจ้งว่า ม่านตาขยายแล้ว.....อาการไม่ค่อยดีเท่าไร และได้แจ้งญาติ ไปแล้ว ตามเบอร์โทรในกระเป๋าคาดเอว...และญาตกำลังมา....
ผมเองจึงรีบเอารถยนต์ไปพร้อมกับป้าเล็ก...ที่มีความชำนาญในวิชาชีพอยู่แล้ว เพื่อคุยกับแพทย์ ถึงสาเหตุ....ไม่นานนักผมและป้าเล็ก ก็ถึงโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์และพยาบาล ก้ได้แจ้งในตอนนั้นว่า สุดความสามารถของแพทย์แล้ว..ผมเองกับป้าเล้กจึงขอเข้าไปดู
พบว่า..................พี่เจริญ ได้ถูกช่วยจากแพทย์จนสุดความสามารถ จากข้อมูลที่ แพทย์ได้คุยกับป้าเล้ก ในทางด้านวิธีการแพทย์ และการช่วยเหลือ ทางด้านการใส่ท่อหายใจ มีการวัดชีพจร การปั๊มหัวใจ จนสุดความสามารถ ที่ผมเองจะกล่าวในที่นี้ได้............ซึ่งแพทย์ได้สันนิษฐานในเบื้องต้น .................กล้ามเนื้อหัวใจตาย เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ.................. แต่ถ้าให้ดี ต้องถามญาติว่า.........เคยมีประวัติหรือไม่...ถ้าไม่มีควรส่งชันสูตรต่อไป ตามกระบวนการ
เวลาห่างจากผมไม่นานนัก.....ภรรยาและบุตรได้มาถึง ที่โรงพยาบาลและได้คุยกับผมและแพทย์ ซึ่งผมเองและทีมงานก็ขอแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่มีใครอยากให้เป้น
ในช่วงบ่ายวันนี้ ในการชันสูตรตามกระบวนการทางแพทย์ที่โรงพยาบาล ก็ทราบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เกิดจาก กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน นั่นคือศัพท์ทางแพทย์บางท่านอาจจะไม่เข้าใจ...............แต่ถ้าเรา ๆ ทราบและเข้าใจกันก็คือ...........ย.โย่ง............ซึ่งเป็นลักษระและแบบเดียวกันไม่ผิดเพี๊ยนตรงไหนเลย
ผมเอง คุณสุบิน คุณตี๋ และทีมงาน สมาชิกชมรม.....ก็เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทริปทางเราใกล้ถึงจุดหมายแล้ว ...แต่สิ่งที่เราคิด ถ้าเลือกได้ และรู้ล่วงหน้า เราจะขอแลกกับการไม่จัดจะดีกว่า...แต่นั่นคือความคิดที่เชื่อว่าทุกท่านคงเหมือนผม ...ผมเองคงเสียใจไปอีกนานกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ สิ่งดี ๆ ที่ผ่านมาก่อนเหตุการณ์ณืจะเกิดขึ้นมันช่างมีความสุข บนความอิ่มเอิบตามวัตถุประสงค์ หากบุญนั้นมีจริง ผมเอง และสมาชิกทีมงาน ขอมอบบุญนี้ให้กับพี่ เจริญ ธรรมเที่ยง ...ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนมันไม่สามารถประเมินได้ กับชีวิตคน คนหนึ่ง แต่อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะสะท้อนให้หลาย ๆ คนเห็นในตัวเอง สภาพจิตใจของพวกเรา คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง......
ผมเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในครั้งนี้ นอกจากที่โรงพยาบาลปิยะเวชช์
เป็นข้อมูลที่ ผมเองได้จาก
คุณสุบิน ผู้ขี่จักรยานยนต์ ดูแลพี่น้องจักรยาน
คุณวรรณ เจ้าหน้าที่บริการน้ำดื่ม เป็นผู้ซึ่งพา พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ส่งโรงพยาบาล
พี่ ๆ ที่ร่วมขี่จักรยาน และเห็นเหตุการณ์ต่อหน้า ซึ่งผมเองได้พูดคุย กันหลายท่านอยู่
แพทย์เวร ของโรงพยาบาลปิยเวชช์ ที่ผมเองได้คุยด้วยตนเอง
ขอบคุณพี่สุวรรณ ที่ช่วยในเบื้องต้นและอีกท่านผมไม่รู้จัก และไปส่งด้วยกับคุณวรรณ
ผมเองขอถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์
คุณเจริญ ธรรมเที่ยง ตั้งบำเพ็ญกุศล วัดบางแสม ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา(ทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกง)
พรุ่งนี้ 26 พฤษภาคม 2552 ชมรม BIKE NET เป็นเจ้าภาพ