หน้า 1 จากทั้งหมด 11

บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 02:37
โดย เสรี BIKE NET
สวัสดีครับพี่น้องชาวจักรยานทุกท่าน....
ทั้งที่ร่วมทริปทำบุญในครั้งนี้และทราบข่าว การเสียชีวิตของ พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ในตอนขากลับจากการร่วมทริป ในครั้งนี้

ตั้งใจและวางโปรแกรมให้กับตัวเองไว้ ว่า ขอพักเอาแรงสักวัน ...และจะเขียนทริปให้สนุกและเชื่อว่าเพื่อน ๆ ชาวจักรยานรออ่านอยู่...แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นดังที่พวกเราได้ทราบ ..จึงขอมาเขียนให้พวกเราได้ทราบ ถึงเหตุ........... ก่อนการเกิดเหตุที่แท้จริง เพื่อให้พี่น้องได้ทราบถึงเหตุการณ์

แม้ผมเองจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็พอทราบสาเหตุ จากเพื่อนจักรยาน และวันนี้ทั้งวัน ผมเองก็หาข้อมูลจากพี่ ๆ จักรยานหลายท่าน ที่เห็นเหตุการณ์ จากผู้ที่ช่วยเหลือ และเพิ่งกลับจากประชุมเมื่อสักครู่กับสมาชิกและทีมงาน ของชมรม BIKE NET

จึงขอนำเหตุการณ์ ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง มาบอกกล่าวกัน...........
ทริปได้เรียบร้อยได้มอบตามวัตถุประสงค์เรียบร้อย...พี่น้องชาวจักรยานหลายกลุ่มได้เดินทางกลับกัน แต่ตอนขากลับได้แยกเป็นหลายกลุ่ม และ เส้นทาง ตามแต่พี่น้องจะวางไว้และเดินทางกลับกัน ตามที่ทุกท่านได้ให้ข้อมูลไว้ ...แต่..ผู้ดูแลหลัก มีเพียง ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบิน และคุณตี๋ ..ที่ต้องเดินทางดูแลพี่น้องชาวจักรยาน ในเส้นทางหลักที่ได้กำหนดไว้ตามแผนที่ ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ที่ได้มาช่วยงาน และน้องบิค ได้แบ่งแยกมาอีกเส้นทางในเขต และดูแลเบื้องต้นให้กับผู้ที่แยกทางส่วนหนึ่งและรยะหนึ่งเท่านั้น...และต้องรับผิดชอบตนเองให้ระวัง เนื่องจากมีฝนปอยตกลงมาเป็นระยะ

พี่เจริญ ...ก็เป็นอีกผุ้หนึ่ง ที่ได้เดินทางกลับ ตามทางหลัก เนื่องจากรถของพี่เจริญ ได้จอดไว้ที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา ที่เป็นจุดเริ่มต้นทริป....ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบินและคุณตี๋ เราออกไล่หลังจักรยาน ที่ได้กลับตามเส้นทาง หลังจากถามกลุ่มที่เหลือ ว่าขอช่วยดูแลตัวเอง............เราจึงเริ่มไล่เข้าไป จนทันจักรยานคันสุดท้ายของกลุ่ม จึงแยกกัน โดยคุณตี๋ จะดูแลกลุ่มหลังที่เป็นจักรยานคันสุดท้าย เพราะ คุณตี๋ มีความสามารถในเชิงช่างหากมีรถเสียและอุปกรณ์พร้อม เป็นอันตกลงในวิธีการเรียบร้อยในการประชุม........ ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่บนจักรยานในคันเดียวกัน ........กับคุณสุบินที่ขี่อีกคันหนึ่ง จึงทำหน้าที่ ร่วมกันไปในจุดนี้ โดยได้สอบถามผุ้ขับขี่ตลอดทาง ที่มีท่าทางอิดโรย และสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยไหวหรือขี่จักรยานโดดเดี่ยวคันเดียว โดยถามตลอดเส้นทาง และผู้ขับขี่ในตอนนั้น ก็ยังตอบรับกันอย่างสบาย แม้จะเป้นเด็ก ผู้ใหญ่ ที่มีอยู่หลายกลุ่ม

ยิ่งระยะทางนานขึ้นกลุ่มก็ยิ่งแตกจึงมีเพื่อนชาวจักรยานตลอดเส้นทาง แต่ก็ยังทิ้งช่วงกันอยู่ ในช่วงนี้ จักรยานยนต์ 2 คัน ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่คันเดียวกัน กับคุณสุบิน ยังทำหน้าที่กันอยู่ โดยทิ้งคุณตี๋ ไว้ข้างหลังเพียงคันเดียว และถือว่าเป็นจักรยานคันสุดท้ายของทริป นอกจากผู้ร่วมทริปนั้นจะไม่ต้องการ มาเรื่อยจนถึงจุดให้น้ำ จุดแรกในตอนขากลับโดยมีคุณวรรณบริการให้น้ำอยู่ที่จุด......ช่วงนั้นมีกำลังก่อสร้างสะพานอยู่พอดี ในกลุ่มนั้นมีผู้อยู่ร่วมทริปอยู่หลายท่าน กะโดยประมาณก็เกิน 20 ท่าน ที่นั่งพักกันอยู่ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ ในกลุ่มนั้นที่ผมห่วงก็คือน้องเหลียง ที่อายุเพียง 10 กว่าขวบเท่านั้น แต่น้องก็ยังมั่นใจในตนเอง ผมจึงทิ้งให้คุณสุบิน ดูกลุ่มนี้ โดยมีกลุ่มจากกรีนไบค์และกลุ่มจักรยานPR BIKE CLUB ทยอยกันเข้ามา

ผมและน้องปุ๋ย ในตอนนี้ขอแยกไปดูกลุ่มหน้าไปเรื่อย ๆ และถามทุกท่านที่แตกกลุ่มออกมา ........ไหวไม๊พี่........ตลอดเส้น และได้รัคำตอบ.....ไหว....ไม่เป้นไร บางท่าน...ผมยังแจ้งไปว่า.....ถ้าไม่ไหวให้จอดอยู่เฉย ๆ ....จะมีเจ้าหน้าที่จักรยานยนต์และดันสุดท้าย โทยใช้โทรศัพท์ป็นเครื่องมือสื่อสารกัน

ย้อนกลับมาดูกลุ่มกลางที่คุณสุบิน ดูแลอยู่.....ก็ยังเป้นกลุ่มพอสมควร โดยส่วนมากจะเป้นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ และคะเคล้ากันไป .........รวมทั้งพี่เจริญ ธรรมเที่ยงนั้นด้วย...ในสภาพที่พบตอนแรก เจ้าตัวแจ้งมีอาการล้าที่ขา เหมือนกับการขี่จักรยานหนักของพวกเราทั่วไป เมื่อคุณสุบินทราบ ก็ได้ขีจักรยานยนต์เข้าไปถาม พี่เจริญยังบอกพอไหว...ในช่วงนั้นเป้นช่วงขึ้นเนิน บริเวณ ทางแยกพัฒนากลอฟคลับ ..จากจุดแยกถึงจุดตัดก็มี 4 กิโลเมตรโดยประมาณ........คุณสุบิน จึงใช้มือดันหลังพีเจริญ ไปเรื่อย ๆ ....ช่วงนั้นพี่เจริญ ยังได้พูดกับคุณสุบินว่าดีขึ้น...โดยคุณสุบิน ยังดันแซงกลุ่มจักรยานขึ้นไปได้เรื่อย ๆ และไปอย่างช้า ๆ ตามเส้นทางขึ้นเนิน ก่อนถึงเนินสุดท้ายสักประมาณ 100 เมตรซึ่งเป้นจุดตัดกับถนน 331 ...คุณสุบิน จึงปล่อยพี่เจริญ เพื่อดูรถที่ทางแยกข้างหน้า และเลยลงเนินไปไม่เกิน 200 เมตร ..มีรถน้ำของทีมงาน จอดอยู่ ........คุณสุบิน จึงขี่จักรยานยนต์ลงไปแจ้งกับพี่อนุวัฒน์ ให้นำพี่เจริญ ขึ้นรถด้วย....แต่ช่วงนั้นคุณสุบินอยู่ด้านล่าง เห็นนานผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ตามมา ...ยังไงก้ไม่เกิน 5 นาที เพราะเป็นทางไหลลง...คุณสุบิน เจ้าหน้าที่ จึงขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นไปดู และพบว่า ..มีรถน้ำโดยมีคุณวรรณขับไปอย่างรวดเร็ว สัญชาติญาณบอกว่าต้องเกิดเหตูแน่ คุณสุบินกล่าว..........มีผู้พาพี่เจริญไปส่งโรงพยาบาล โดยพี่สุวรรณ และพี่อีกท่านหนึ่ง ...จากการสอบถามผุ้ที่เห็นเหตุการณืที่เกิดต่อหน้า...แจ้งว่า...หลังจากที่คุณสุบิน ได้ปล่อยจากการดันหลังของพี่เจริญแล้ว อีกไม่ถึง 100 เมตร ก้เป้นทางไหลลงแล้ว อยู่ ๆ รถก้ล้มลงแบบลักษณะเหมือนหมดสติ หมวก รองเท้ายังติดอยู่ดี พี่เจริญ มีอาการเกรง ตาลอย .....พี่สุวรรณ และเพื่อนจักรยานในตอนนั้น จึงช่วยกันปั๊มหัวใจ ...เป้นช่วงที่ รถน้ำของทีมงานผ่านมาพอดี ...จึงรีบนำพี่เจริญ ส่งโรงพยาบาล ....ปิยะเวชช์...ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 4 กิโลเมตร...และจากรถน้ำที่มาในช่วงนั้นพอดี เวลาจากที่ล้มไปถึงโรงพยาบาล ไม่น่าจะเกิน 10 นาที.....

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รีบช่วย...พี่เจริญทันที ...ในความตกใจของพี่จักรยานที่ร่วมกันไปส่ง และคุณวรรณเจ้าหน้าที่บริการน้ำของเรา ก็ถาม เจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่ตลอด ซึ่งตอนนั้น แพทย์กำลังช่วยชีวิตอยู่ ...

ย้อนกลับมาที่คุณสุบิน เมื่อขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นมาดู ...ก็ทราบจากพี่น้องจักรยานที่ได้ทำการช่วยพี่เจริญ...จึงรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันที...และได้โทรศัพท์แจ้งคุณตี๋ ที่อยู่ด้านหลัง...คุณตี๋ จึงขออนุญาตแจ้งกลุ่มและแยกมาเพื่อช่วยดูแลคุณเจริญ อีกแรง...

คุณสุบินได้โทรศัพท์แจ้งผม............ซึ่งขณะนั้นผมได้มารอส่งพี่น้องชาวจักรยานที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา...แต่ในตอนนั้นยังไม่มีใครทราบ ว่าพี่เจริญ...คือใคร มากับกลุ่มไหน .....จุดสังเกตก็ไม่มี เสื้อที่ใส่ก็ไม่ใช่เสื้อชมรม จึงเป็นการยากพอสมควร แต่เผอิญพี่เจริญ มีกระเป๋าคาดเอว เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จึงนำมาดู และทราบชื่อในตอนนั้น .........และแจ้งแก่ผมทราบ......แต่ผมเองยังนึกไม่ออก เพราะผมเองไม่รู้จักแก แถมยังเรียกพี่เขาตลอด ว่าพี่เริญ จึงทำให้ไม่รู้ชื่อจริง ผมเองพยายามนึก และถามลักษณะในตอนนั้น ก็ยังไม่กระจ่าง ..และเป็นห่วงอยู่ ในช่วงนั้น ผมเองได้แจ้งไปยังหัวหน้ากลุ่ม คนรู้จัก ว่ารู้จัก ชาวจักรยานลักษณะข้างต้นหรือไม่ ..และแจ้งเหตุไป...ทำให้ทุกกลุ่มดำเนินการค้นหากันทันที แต่ก้ไม่ได้รับความกระจ่างสักเท่าใด คุณสุบิน และคุณตี๋ ...ก็ยังสอบถามเป้นระยะอยู่ตลอดกับเจ้าหน้าที่ ที่แพทยืกำลังช่วยอยู่ในห้อง และห้ามผุ้เกี่ยวข้องเข้า ....คุณสุบินยังแจ้งอาการแก่ผมตลอดเวลา......ซึ่งตอนนั้นผมเองยังคิดเองอยู่ในใจว่า ...น่าจะเป็นลมธรรมดา เดี๋ยวก็คงหายดี......ผมยังค้นหาว่าเขาคือใครอยู่ต่อไป......ลักษณะรถจักรยานก้เป้นส่วนหนึ่งที่เอามาเป้นข้อสังเกต.....ในตอนนั้นคุณชัย บ้านบึง ที่อยู่ใกล้ผม ฉุกคิดขึ้นมาทันที ถึงรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีทอง ที่จอดห่างจากผมไปไม่เกิน 20 เมตร และพวกเราก็ช่วยกันดู...ข้อมูลที่ได้ คือ บัตร กฟผ. ที่อยู่หน้ารถ แต่เรามองเห็นชื่อไม่ชัด....และนึกถึงลักษณะกันได้

คุณสุบิน ยังส่งข่าวผมอยู่ตลอด...แต่มีคำหนึ่ง ...แจ้งมาว่า.............เสแพทย์แจ้งว่า ม่านตาขยายแล้ว.....อาการไม่ค่อยดีเท่าไร และได้แจ้งญาติ ไปแล้ว ตามเบอร์โทรในกระเป๋าคาดเอว...และญาตกำลังมา....

ผมเองจึงรีบเอารถยนต์ไปพร้อมกับป้าเล็ก...ที่มีความชำนาญในวิชาชีพอยู่แล้ว เพื่อคุยกับแพทย์ ถึงสาเหตุ....ไม่นานนักผมและป้าเล็ก ก็ถึงโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์และพยาบาล ก้ได้แจ้งในตอนนั้นว่า สุดความสามารถของแพทย์แล้ว..ผมเองกับป้าเล้กจึงขอเข้าไปดู

พบว่า..................พี่เจริญ ได้ถูกช่วยจากแพทย์จนสุดความสามารถ จากข้อมูลที่ แพทย์ได้คุยกับป้าเล้ก ในทางด้านวิธีการแพทย์ และการช่วยเหลือ ทางด้านการใส่ท่อหายใจ มีการวัดชีพจร การปั๊มหัวใจ จนสุดความสามารถ ที่ผมเองจะกล่าวในที่นี้ได้............ซึ่งแพทย์ได้สันนิษฐานในเบื้องต้น .................กล้ามเนื้อหัวใจตาย เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ.................. แต่ถ้าให้ดี ต้องถามญาติว่า.........เคยมีประวัติหรือไม่...ถ้าไม่มีควรส่งชันสูตรต่อไป ตามกระบวนการ

เวลาห่างจากผมไม่นานนัก.....ภรรยาและบุตรได้มาถึง ที่โรงพยาบาลและได้คุยกับผมและแพทย์ ซึ่งผมเองและทีมงานก็ขอแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่มีใครอยากให้เป้น


ในช่วงบ่ายวันนี้ ในการชันสูตรตามกระบวนการทางแพทย์ที่โรงพยาบาล ก็ทราบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เกิดจาก กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน นั่นคือศัพท์ทางแพทย์บางท่านอาจจะไม่เข้าใจ...............แต่ถ้าเรา ๆ ทราบและเข้าใจกันก็คือ...........ย.โย่ง............ซึ่งเป็นลักษระและแบบเดียวกันไม่ผิดเพี๊ยนตรงไหนเลย



ผมเอง คุณสุบิน คุณตี๋ และทีมงาน สมาชิกชมรม.....ก็เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทริปทางเราใกล้ถึงจุดหมายแล้ว ...แต่สิ่งที่เราคิด ถ้าเลือกได้ และรู้ล่วงหน้า เราจะขอแลกกับการไม่จัดจะดีกว่า...แต่นั่นคือความคิดที่เชื่อว่าทุกท่านคงเหมือนผม ...ผมเองคงเสียใจไปอีกนานกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ สิ่งดี ๆ ที่ผ่านมาก่อนเหตุการณ์ณืจะเกิดขึ้นมันช่างมีความสุข บนความอิ่มเอิบตามวัตถุประสงค์ หากบุญนั้นมีจริง ผมเอง และสมาชิกทีมงาน ขอมอบบุญนี้ให้กับพี่ เจริญ ธรรมเที่ยง ...ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนมันไม่สามารถประเมินได้ กับชีวิตคน คนหนึ่ง แต่อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะสะท้อนให้หลาย ๆ คนเห็นในตัวเอง สภาพจิตใจของพวกเรา คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง......

ผมเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในครั้งนี้ นอกจากที่โรงพยาบาลปิยะเวชช์
เป็นข้อมูลที่ ผมเองได้จาก
คุณสุบิน ผู้ขี่จักรยานยนต์ ดูแลพี่น้องจักรยาน
คุณวรรณ เจ้าหน้าที่บริการน้ำดื่ม เป็นผู้ซึ่งพา พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ส่งโรงพยาบาล
พี่ ๆ ที่ร่วมขี่จักรยาน และเห็นเหตุการณ์ต่อหน้า ซึ่งผมเองได้พูดคุย กันหลายท่านอยู่
แพทย์เวร ของโรงพยาบาลปิยเวชช์ ที่ผมเองได้คุยด้วยตนเอง
ขอบคุณพี่สุวรรณ ที่ช่วยในเบื้องต้นและอีกท่านผมไม่รู้จัก และไปส่งด้วยกับคุณวรรณ

ผมเองขอถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์
คุณเจริญ ธรรมเที่ยง ตั้งบำเพ็ญกุศล วัดบางแสม ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา(ทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกง)
พรุ่งนี้ 26 พฤษภาคม 2552 ชมรม BIKE NET เป็นเจ้าภาพ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 02:44
โดย เสรี BIKE NET
ขอเพิ่มเติมอีกสักนิด...ก่อนขอพักผ่อนสักหน่อยก่อนนะครับ

พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ...ที่จริงแล้ว พักอยู่ใกล้บ้านผมเอง ห่างกันเพียงไม่น่าถึง 4 กิโล
พี่เจริญอยู่หมู่บ้าน ปิยวัฒน์ ทางแยกอ่างศิลา ตรงข้ามกับวัดเสม็ด
เกิดวันที่ 27 พฤษภาคม 2499 อีก 2 วัน ก็ถึงวันเกิดพี่เขาแล้ว (ถ้าผมจำไม่ผิด)
มีบุตร 1 คน
ใช้รถ CANNONDALE F 400
พี่เจริญ ขี่รถมานานพอสมควร บางวันจะเจอผม รอบอ่างบางพระ
พี่เจริญ จะเจอผมบ่อย อยู่ในสนามแข่ง แต่เราทั้งคู่ก้ ขำ ๆ เท่านั้น

ขออนุญาตพักผ่อนก่อนครับ.....
ตอนเย็นเจอกันที่งาน แน่นอน

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 05:30
โดย แน่งน้อย ชล
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ไม่อยากให้เกิดเหตุการ์ณแบบนี้เลย

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 05:48
โดย B.HARDCORE:บ.พิริยะ
ในนามของสโมสรพิริยะ อินเตอร์ทีมและ บริษัทพิริยะ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พวกเราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมทำบุญขี่จักรยานของทริปนี้ ขอผลบุญที่ได้ร่วมทำบุญนี้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ให้แก่คุณเจริญ ธรรมเที่ยง ขอให้หลับให้สบาย สู่สุขติ.........ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแด่ครอบครัวคุณเจริญ ธรรมเที่ยงแด่การจากไปที่ไม่หวนกลับ พวกเราชาวสโมสรพิริยะ อินเตอร์ทีมจะเป็นกำลังใจแด่ครอบครัวคุณเจริญ จงเข้มแข็งและต่อสู่ต่อไป

ผมและสมาชิก สโมสรพิริยะ อินเตอร์ ทีม ทุกท่าน ขอเป็นกำลังใจให้แกสมาชิก PTT 1-2-Call BikeNet ทุกๆท่านที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ โดยเฉพาะท่านอ.เสรี,คุณตี๋,คุณสุบิน ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานบูญครั้งนี้
แล้วผมจะเดินทางไปร่วมกับทางท่าน อ.เสรี ในงานวันนี้ด้วยครับ

บาส พิริยะ อินเตอร์ฯ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 05:56
โดย เสือดอนโพธิ์
เสียใจกับทางครอบครัว และทีมงานอย่างที่สุดครับ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 06:35
โดย samartsup
ขออภัยพี่เสครับ ผมคัดลอกขัอความเพื่อทีจะได้อ่านได้ง่ายขึ้นครับ........

สวัสดีครับพี่น้องชาวจักรยานทุกท่าน....
ทั้งที่ร่วมทริปทำบุญในครั้งนี้และทราบข่าว การเสียชีวิตของ พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ในตอนขากลับจากการร่วมทริป ในครั้งนี้

ตั้งใจและวางโปรแกรมให้กับตัวเองไว้ ว่า ขอพักเอาแรงสักวัน ...และจะเขียนทริปให้สนุกและเชื่อว่าเพื่อน ๆ ชาวจักรยานรออ่านอยู่...แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นดังที่พวกเราได้ทราบ ..จึงขอมาเขียนให้พวกเราได้ทราบ ถึงเหตุ........... ก่อนการเกิดเหตุที่แท้จริง เพื่อให้พี่น้องได้ทราบถึงเหตุการณ์

แม้ผมเองจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ก็พอทราบสาเหตุ จากเพื่อนจักรยาน และวันนี้ทั้งวัน ผมเองก็หาข้อมูลจากพี่ ๆ จักรยานหลายท่าน ที่เห็นเหตุการณ์ จากผู้ที่ช่วยเหลือ และเพิ่งกลับจากประชุมเมื่อสักครู่กับสมาชิกและทีมงาน ของชมรม BIKE NET

จึงขอนำเหตุการณ์ ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง มาบอกกล่าวกัน...........
ทริปได้เรียบร้อยได้มอบตามวัตถุประสงค์เรียบร้อย...พี่น้องชาวจักรยานหลายกลุ่มได้เดินทางกลับกัน แต่ตอนขากลับได้แยกเป็นหลายกลุ่ม และ เส้นทาง ตามแต่พี่น้องจะวางไว้และเดินทางกลับกัน ตามที่ทุกท่านได้ให้ข้อมูลไว้ ...แต่..ผู้ดูแลหลัก มีเพียง ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบิน และคุณตี๋ ..ที่ต้องเดินทางดูแลพี่น้องชาวจักรยาน ในเส้นทางหลักที่ได้กำหนดไว้ตามแผนที่ ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ที่ได้มาช่วยงาน และน้องบิค ได้แบ่งแยกมาอีกเส้นทางในเขต และดูแลเบื้องต้นให้กับผู้ที่แยกทางส่วนหนึ่งและรยะหนึ่งเท่านั้น...และต้องรับผิดชอบตนเองให้ระวัง เนื่องจากมีฝนปอยตกลงมาเป็นระยะ

พี่เจริญ ...ก็เป็นอีกผุ้หนึ่ง ที่ได้เดินทางกลับ ตามทางหลัก เนื่องจากรถของพี่เจริญ ได้จอดไว้ที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา ที่เป็นจุดเริ่มต้นทริป....ผมเองน้องปุ๋ย คุณสุบินและคุณตี๋ เราออกไล่หลังจักรยาน ที่ได้กลับตามเส้นทาง หลังจากถามกลุ่มที่เหลือ ว่าขอช่วยดูแลตัวเอง............เราจึงเริ่มไล่เข้าไป จนทันจักรยานคันสุดท้ายของกลุ่ม จึงแยกกัน โดยคุณตี๋ จะดูแลกลุ่มหลังที่เป็นจักรยานคันสุดท้าย เพราะ คุณตี๋ มีความสามารถในเชิงช่างหากมีรถเสียและอุปกรณ์พร้อม เป็นอันตกลงในวิธีการเรียบร้อยในการประชุม........ ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่บนจักรยานในคันเดียวกัน ........กับคุณสุบินที่ขี่อีกคันหนึ่ง จึงทำหน้าที่ ร่วมกันไปในจุดนี้ โดยได้สอบถามผุ้ขับขี่ตลอดทาง ที่มีท่าทางอิดโรย และสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยไหวหรือขี่จักรยานโดดเดี่ยวคันเดียว โดยถามตลอดเส้นทาง และผู้ขับขี่ในตอนนั้น ก็ยังตอบรับกันอย่างสบาย แม้จะเป้นเด็ก ผู้ใหญ่ ที่มีอยู่หลายกลุ่ม

ยิ่งระยะทางนานขึ้นกลุ่มก็ยิ่งแตกจึงมีเพื่อนชาวจักรยานตลอดเส้นทาง แต่ก็ยังทิ้งช่วงกันอยู่ ในช่วงนี้ จักรยานยนต์ 2 คัน ผมและน้องปุ๋ยที่อยู่คันเดียวกัน กับคุณสุบิน ยังทำหน้าที่กันอยู่ โดยทิ้งคุณตี๋ ไว้ข้างหลังเพียงคันเดียว และถือว่าเป็นจักรยานคันสุดท้ายของทริป นอกจากผู้ร่วมทริปนั้นจะไม่ต้องการ มาเรื่อยจนถึงจุดให้น้ำ จุดแรกในตอนขากลับโดยมีคุณวรรณบริการให้น้ำอยู่ที่จุด......ช่วงนั้นมีกำลังก่อสร้างสะพานอยู่พอดี ในกลุ่มนั้นมีผู้อยู่ร่วมทริปอยู่หลายท่าน กะโดยประมาณก็เกิน 20 ท่าน ที่นั่งพักกันอยู่ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ ในกลุ่มนั้นที่ผมห่วงก็คือน้องเหลียง ที่อายุเพียง 10 กว่าขวบเท่านั้น แต่น้องก็ยังมั่นใจในตนเอง ผมจึงทิ้งให้คุณสุบิน ดูกลุ่มนี้ โดยมีกลุ่มจากกรีนไบค์และกลุ่มจักรยานPR BIKE CLUB ทยอยกันเข้ามา

ผมและน้องปุ๋ย ในตอนนี้ขอแยกไปดูกลุ่มหน้าไปเรื่อย ๆ และถามทุกท่านที่แตกกลุ่มออกมา ........ไหวไม๊พี่........ตลอดเส้น และได้รัคำตอบ.....ไหว....ไม่เป้นไร บางท่าน...ผมยังแจ้งไปว่า.....ถ้าไม่ไหวให้จอดอยู่เฉย ๆ ....จะมีเจ้าหน้าที่จักรยานยนต์และดันสุดท้าย โทยใช้โทรศัพท์ป็นเครื่องมือสื่อสารกัน

ย้อนกลับมาดูกลุ่มกลางที่คุณสุบิน ดูแลอยู่.....ก็ยังเป้นกลุ่มพอสมควร โดยส่วนมากจะเป้นกลุ่มจักรยานสมุทรปราการ และคะเคล้ากันไป .........รวมทั้งพี่เจริญ ธรรมเที่ยงนั้นด้วย...ในสภาพที่พบตอนแรก เจ้าตัวแจ้งมีอาการล้าที่ขา เหมือนกับการขี่จักรยานหนักของพวกเราทั่วไป เมื่อคุณสุบินทราบ ก็ได้ขีจักรยานยนต์เข้าไปถาม พี่เจริญยังบอกพอไหว...ในช่วงนั้นเป้นช่วงขึ้นเนิน บริเวณ ทางแยกพัฒนากลอฟคลับ ..จากจุดแยกถึงจุดตัดก็มี 4 กิโลเมตรโดยประมาณ........คุณสุบิน จึงใช้มือดันหลังพีเจริญ ไปเรื่อย ๆ ....ช่วงนั้นพี่เจริญ ยังได้พูดกับคุณสุบินว่าดีขึ้น...โดยคุณสุบิน ยังดันแซงกลุ่มจักรยานขึ้นไปได้เรื่อย ๆ และไปอย่างช้า ๆ ตามเส้นทางขึ้นเนิน ก่อนถึงเนินสุดท้ายสักประมาณ 100 เมตรซึ่งเป้นจุดตัดกับถนน 331 ...คุณสุบิน จึงปล่อยพี่เจริญ เพื่อดูรถที่ทางแยกข้างหน้า และเลยลงเนินไปไม่เกิน 200 เมตร ..มีรถน้ำของทีมงาน จอดอยู่ ........คุณสุบิน จึงขี่จักรยานยนต์ลงไปแจ้งกับพี่อนุวัฒน์ ให้นำพี่เจริญ ขึ้นรถด้วย....แต่ช่วงนั้นคุณสุบินอยู่ด้านล่าง เห็นนานผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ตามมา ...ยังไงก้ไม่เกิน 5 นาที เพราะเป็นทางไหลลง...คุณสุบิน เจ้าหน้าที่ จึงขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นไปดู และพบว่า ..มีรถน้ำโดยมีคุณวรรณขับไปอย่างรวดเร็ว สัญชาติญาณบอกว่าต้องเกิดเหตูแน่ คุณสุบินกล่าว..........มีผู้พาพี่เจริญไปส่งโรงพยาบาล โดยพี่สุวรรณ และพี่อีกท่านหนึ่ง ...จากการสอบถามผุ้ที่เห็นเหตุการณืที่เกิดต่อหน้า...แจ้งว่า...หลังจากที่คุณสุบิน ได้ปล่อยจากการดันหลังของพี่เจริญแล้ว อีกไม่ถึง 100 เมตร ก้เป้นทางไหลลงแล้ว อยู่ ๆ รถก้ล้มลงแบบลักษณะเหมือนหมดสติ หมวก รองเท้ายังติดอยู่ดี พี่เจริญ มีอาการเกรง ตาลอย .....พี่สุวรรณ และเพื่อนจักรยานในตอนนั้น จึงช่วยกันปั๊มหัวใจ ...เป้นช่วงที่ รถน้ำของทีมงานผ่านมาพอดี ...จึงรีบนำพี่เจริญ ส่งโรงพยาบาล ....ปิยะเวชช์...ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 4 กิโลเมตร...และจากรถน้ำที่มาในช่วงนั้นพอดี เวลาจากที่ล้มไปถึงโรงพยาบาล ไม่น่าจะเกิน 10 นาที.....

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รีบช่วย...พี่เจริญทันที ...ในความตกใจของพี่จักรยานที่ร่วมกันไปส่ง และคุณวรรณเจ้าหน้าที่บริการน้ำของเรา ก็ถาม เจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่ตลอด ซึ่งตอนนั้น แพทย์กำลังช่วยชีวิตอยู่ ...

ย้อนกลับมาที่คุณสุบิน เมื่อขี่จักรยานยนต์ย้อนทางขึ้นมาดู ...ก็ทราบจากพี่น้องจักรยานที่ได้ทำการช่วยพี่เจริญ...จึงรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันที...และได้โทรศัพท์แจ้งคุณตี๋ ที่อยู่ด้านหลัง...คุณตี๋ จึงขออนุญาตแจ้งกลุ่มและแยกมาเพื่อช่วยดูแลคุณเจริญ อีกแรง...

คุณสุบินได้โทรศัพท์แจ้งผม............ซึ่งขณะนั้นผมได้มารอส่งพี่น้องชาวจักรยานที่โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา...แต่ในตอนนั้นยังไม่มีใครทราบ ว่าพี่เจริญ...คือใคร มากับกลุ่มไหน .....จุดสังเกตก็ไม่มี เสื้อที่ใส่ก็ไม่ใช่เสื้อชมรม จึงเป็นการยากพอสมควร แต่เผอิญพี่เจริญ มีกระเป๋าคาดเอว เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จึงนำมาดู และทราบชื่อในตอนนั้น .........และแจ้งแก่ผมทราบ......แต่ผมเองยังนึกไม่ออก เพราะผมเองไม่รู้จักแก แถมยังเรียกพี่เขาตลอด ว่าพี่เริญ จึงทำให้ไม่รู้ชื่อจริง ผมเองพยายามนึก และถามลักษณะในตอนนั้น ก็ยังไม่กระจ่าง ..และเป็นห่วงอยู่ ในช่วงนั้น ผมเองได้แจ้งไปยังหัวหน้ากลุ่ม คนรู้จัก ว่ารู้จัก ชาวจักรยานลักษณะข้างต้นหรือไม่ ..และแจ้งเหตุไป...ทำให้ทุกกลุ่มดำเนินการค้นหากันทันที แต่ก้ไม่ได้รับความกระจ่างสักเท่าใด คุณสุบิน และคุณตี๋ ...ก็ยังสอบถามเป้นระยะอยู่ตลอดกับเจ้าหน้าที่ ที่แพทยืกำลังช่วยอยู่ในห้อง และห้ามผุ้เกี่ยวข้องเข้า ....คุณสุบินยังแจ้งอาการแก่ผมตลอดเวลา......ซึ่งตอนนั้นผมเองยังคิดเองอยู่ในใจว่า ...น่าจะเป็นลมธรรมดา เดี๋ยวก็คงหายดี......ผมยังค้นหาว่าเขาคือใครอยู่ต่อไป......ลักษณะรถจักรยานก้เป้นส่วนหนึ่งที่เอามาเป้นข้อสังเกต.....ในตอนนั้นคุณชัย บ้านบึง ที่อยู่ใกล้ผม ฉุกคิดขึ้นมาทันที ถึงรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีทอง ที่จอดห่างจากผมไปไม่เกิน 20 เมตร และพวกเราก็ช่วยกันดู...ข้อมูลที่ได้ คือ บัตร กฟผ. ที่อยู่หน้ารถ แต่เรามองเห็นชื่อไม่ชัด....และนึกถึงลักษณะกันได้

คุณสุบิน ยังส่งข่าวผมอยู่ตลอด...แต่มีคำหนึ่ง ...แจ้งมาว่า.............เสแพทย์แจ้งว่า ม่านตาขยายแล้ว.....อาการไม่ค่อยดีเท่าไร และได้แจ้งญาติ ไปแล้ว ตามเบอร์โทรในกระเป๋าคาดเอว...และญาตกำลังมา....

ผมเองจึงรีบเอารถยนต์ไปพร้อมกับป้าเล็ก...ที่มีความชำนาญในวิชาชีพอยู่แล้ว เพื่อคุยกับแพทย์ ถึงสาเหตุ....ไม่นานนักผมและป้าเล็ก ก็ถึงโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์และพยาบาล ก้ได้แจ้งในตอนนั้นว่า สุดความสามารถของแพทย์แล้ว..ผมเองกับป้าเล้กจึงขอเข้าไปดู

พบว่า..................พี่เจริญ ได้ถูกช่วยจากแพทย์จนสุดความสามารถ จากข้อมูลที่ แพทย์ได้คุยกับป้าเล้ก ในทางด้านวิธีการแพทย์ และการช่วยเหลือ ทางด้านการใส่ท่อหายใจ มีการวัดชีพจร การปั๊มหัวใจ จนสุดความสามารถ ที่ผมเองจะกล่าวในที่นี้ได้............ซึ่งแพทย์ได้สันนิษฐานในเบื้องต้น .................กล้ามเนื้อหัวใจตาย เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ.................. แต่ถ้าให้ดี ต้องถามญาติว่า.........เคยมีประวัติหรือไม่...ถ้าไม่มีควรส่งชันสูตรต่อไป ตามกระบวนการ

เวลาห่างจากผมไม่นานนัก.....ภรรยาและบุตรได้มาถึง ที่โรงพยาบาลและได้คุยกับผมและแพทย์ ซึ่งผมเองและทีมงานก็ขอแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่มีใครอยากให้เป้น


ในช่วงบ่ายวันนี้ ในการชันสูตรตามกระบวนการทางแพทย์ที่โรงพยาบาล ก็ทราบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เกิดจาก กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน นั่นคือศัพท์ทางแพทย์บางท่านอาจจะไม่เข้าใจ...............แต่ถ้าเรา ๆ ทราบและเข้าใจกันก็คือ...........ย.โย่ง............ซึ่งเป็นลักษณะและแบบเดียวกันไม่ผิดเพี๊ยนตรงไหนเลย



ผมเอง คุณสุบิน คุณตี๋ และทีมงาน สมาชิกชมรม.....ก็เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทริปทางเราใกล้ถึงจุดหมายแล้ว ...แต่สิ่งที่เราคิด ถ้าเลือกได้ และรู้ล่วงหน้า เราจะขอแลกกับการไม่จัดจะดีกว่า...แต่นั่นคือความคิดที่เชื่อว่าทุกท่านคงเหมือนผม ...ผมเองคงเสียใจไปอีกนานกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ สิ่งดี ๆ ที่ผ่านมาก่อนเหตุการณ์ณืจะเกิดขึ้นมันช่างมีความสุข บนความอิ่มเอิบตามวัตถุประสงค์ หากบุญนั้นมีจริง ผมเอง และสมาชิกทีมงาน ขอมอบบุญนี้ให้กับพี่ เจริญ ธรรมเที่ยง ...ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนมันไม่สามารถประเมินได้ กับชีวิตคน คนหนึ่ง แต่อย่างน้อยสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะสะท้อนให้หลาย ๆ คนเห็นในตัวเอง สภาพจิตใจของพวกเรา คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง......

ผมเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในครั้งนี้ นอกจากที่โรงพยาบาลปิยะเวชช์
เป็นข้อมูลที่ ผมเองได้จาก
คุณสุบิน ผู้ขี่จักรยานยนต์ ดูแลพี่น้องจักรยาน
คุณวรรณ เจ้าหน้าที่บริการน้ำดื่ม เป็นผู้ซึ่งพา พี่เจริญ ธรรมเที่ยง ส่งโรงพยาบาล
พี่ ๆ ที่ร่วมขี่จักรยาน และเห็นเหตุการณ์ต่อหน้า ซึ่งผมเองได้พูดคุย กันหลายท่านอยู่
แพทย์เวร ของโรงพยาบาลปิยเวชช์ ที่ผมเองได้คุยด้วยตนเอง
ขอบคุณพี่สุวรรณ ที่ช่วยในเบื้องต้นและอีกท่านผมไม่รู้จัก และไปส่งด้วยกับคุณวรรณ

ผมเองขอถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์
คุณเจริญ ธรรมเที่ยง ตั้งบำเพ็ญกุศล วัดบางแสม ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา(ทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกง)
พรุ่งนี้ 26 พฤษภาคม 2552 ชมรม BIKE NET เป็นเจ้าภาพ


Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 06:37
โดย โรจน์ เสือกะเทิน
...ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว"ธรรมเที่ยง"ครับ...

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 06:50
โดย สมพิศ
รูปภาพ


ขอให้วิญญาณคุณเจริญ รฟก.ไปสู่สุคติด้วยเทอญ

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณเจริญด้วยครับ



ตุณเจริญ รฟก. (ชื่อที่โพสต์ใน ThaiMTB) เป็นพนักงาน กฟผ. ประจำอยู่ที่โรงไฟฟ้าบางปะกง เป็นผู้หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มรวมมิตร ..... พบกันกับผมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2551ทริป "ปั่นไป กินไป ผลไม้ปราจีนบุรี ครั้งที่ 1" ประจำปี 2551
:arrow: http://www.nokkum.com/webboard_v2/QAview.asp?id=16
:arrow: http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=234339

ขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่รายงานให้ทราบครับ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 07:04
โดย Somkid@Noble Bike
ในนามชมรมจักรยาน Noble Bike@Suvarnabhumi ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ของคุณเจริญ ธรรมเที่ยง และขอให้ดวงวิญญาณของคุณเจริญ ไปสู่สุขคติ มา ณ. ที่นี้ครับ

รูปภาพ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 07:17
โดย winit@smk.mtb
ขอแสดงความเสียใจต่อครอบคัวคุณเจริญ ธรรมเที่ยงด้วยครับ

ผมปั่นอยู่ในกลุ่มสุดท้าย..มีเฮียตี๋คอยช่วยดูแลเป็นอย่างดี ทั้งดันขึ้นเนินและพ่นสเปรย์ตอนตะคริวเริ่มตอด เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นก่อนผมถึงทางหลวง 331 ไม่ถึงห้านาทีเพราะเห็นรถปิคอัพบริการวกกลับมาแจ้งข่าวกับเฮียตี๋ หลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นเฮียตี๋อีกเลย เข้าใจว่าคงตามไปที่โรงพยาบาล ผมมาทราบข่าวจากเพื่อนกลุ่มเทพารักษ์แถวๆ วงเวียนท้ายอ่างเก็บน้ำหนองค้อว่าคนเจ็บเสียชีวิตแล้ว ตอนนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ต่อจากนั้นผมปั่นกลับด้วยความรู้สึกไม่ดีเลย เสียใจที่มีเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้มีเกิดขึ้น เสียใจแทนกลุ่ม Bike net ผู้ริเริ่มจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะต่อเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสครั้งนี้ ผมขอชื่นชมทีมงานที่คอยดูแลเอาใจใส่เพื่อนๆ ที่เข้าร่วมปั่นจักรยานเป็นอย่างดีมากๆ และตั้งใจไว้ด้วยว่า ถ้ากลุ่ม Bike net จัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต ผมและสมาชิกกลุ่มสัมมากร mtb จะขอเข้าร่วมด้วยทุกครั้ง

สุดท้าย ขอให้วิญญาณคุณเจริญ ธรรมเที่ยง จงไปสู่สุขคติด้วยเทอญ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 08:27
โดย PuiMerida
ต้องขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวของพี่เจริญ เป็นอย่างสูง ครับ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 08:40
โดย TaanTaan
ขอแสดงความเีสียใจด้วยนะคะ ขอให้ดวงวิญญาณพี่เจริญ ธรรมเที่ยงไปสู่สุขคตินะคะ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 08:56
โดย เสือเอ๋ฅน...ครยก
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพี่เจริญด้วยนะครับ เราเคยร่วมทริปกันงานปั่นไปกินไปครั้งที่ 1 เมื่อปีที่แล้วครับ ขอให้ดวงวิญญาณของพี่เจริญไปสู่สุคติ..........ชมรมจักรยานเสือภูเขา จ.นครนายก :?

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 08:57
โดย rak monthon2
มือใหม่ ยังไม่เคยออกทริป แวะมาอ่าน ก็ขอร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัว "ธรรมเที่ยง" ด้วยครับ

Re: บอกเล่า...เหตุการณ์ของพี่เจริญ ธรรมเที่ยง

โพสต์: 26 พ.ค. 2009, 09:15
โดย ปั่นละมัยจ้า
ขอร่วมไว้อาลัยคุณพี่เจริญครับ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณพี่เจริญด้วยครับ