fatcat_man เขียน:อยากสอบถามความคิดเห็นครับ ว่าระหว้างล้อ27 กับล้อ700 อันไหนเหมาะขี่ทัวร์ริ่งครับ ตอนนี้ผมกำลังเอาBS Roadman มาทำทัวร์ริ่งครับ สาเหตุที่ใช้คันนี้เพราะ มีรถอยู่แล้ว และคิดว่ารถอะไรก็สามารถขี่ทัวร์ริ่งได้ เพราะเคยเจอรถแม่บ้านเก่าของคนต่างจังหวัดขี่ข้ามจังหวัดไกลๆ
อีกอย่างคงไม่ซื้อรถทัวร์ริ่งแท้ครับ เพราะแพง แล้วผมไม่ได้ขี่ทัวร์ตลอด เลยอยากทำคันนี้มากกว่า ขึ้นเขาไม่ไหวก็เข็น
seed2524 เขียน:ยกมือด้วยคนครับ ล้อ 27 ยังไม่กล้าไป เขิลลล อิอิ
fatcat_man เขียน:อยากสอบถามความคิดเห็นครับ ว่าระหว้างล้อ27 กับล้อ700 อันไหนเหมาะขี่ทัวร์ริ่งครับ ตอนนี้ผมกำลังเอาBS Roadman มาทำทัวร์ริ่งครับ สาเหตุที่ใช้คันนี้เพราะ มีรถอยู่แล้ว และคิดว่ารถอะไรก็สามารถขี่ทัวร์ริ่งได้ เพราะเคยเจอรถแม่บ้านเก่าของคนต่างจังหวัดขี่ข้ามจังหวัดไกลๆ
อีกอย่างคงไม่ซื้อรถทัวร์ริ่งแท้ครับ เพราะแพง แล้วผมไม่ได้ขี่ทัวร์ตลอด เลยอยากทำคันนี้มากกว่า ขึ้นเขาไม่ไหวก็เข็น
northanfield เขียน:คำถามน่าสนใจ ขอร่วมแจมด้วยครับ แล้วถ้าเฟรมรถเิิดิมใช้ล้อ 27, 700 หรือ 650 เราจะเปลี่ยนเอาขอบขนาด 26 ใส่ได้ไหมครับ มีใครเลยลองมั่ง
ข้อมูลจาก เว็ปนอก site :
http://cyclespeugeot.web.fc2.com/bsroadman75.htm
The Invitation for Cycling by Mr.Gami
Part 75: Bridgestone Roadman in 1981
Roadman was announced in the spring of 1974. As for BS sports bicycle with drop handlebar of those days, Shine-star (ST-10) and Sprinter (SR-10) were the typical models. Roadman was equal grade with them.
As for the frame, die casting which was Bridgestone's strong point was used for it.
Bridgestone used a sales method which added various optional parts to basic model. It was new attempt in those days.
Moreover, its frame color was colorful, though most of the other sports model was lusterless black. It caused us fresh feeling.
Other than accessories, there were various optional parts such as handlebar, saddle, carrier, chain-wheel, and so on. Customer could have various choices.
However, shops suffered for excess stock, and taking time to attach those parts. Therefore they tended to limit the stock to popular parts.
At the beginning of the sale, Roadman such as R-3 (frame size 485, 10 speeds, 27 inch) became popular between teenagers as a daily life bicycle. Some of them had been used as a buddy of bicycle trip (not dare to say cycling) in the summer long holiday.
Note: At the shop where I had worked as a part-timer, the popular optional parts were front and rear carrier, block dynamo, safety levers, folding basket for school bag which was attached to the side of a rear carrier.

- 1983roadman0009s.jpg (118.96 KiB) เข้าดูแล้ว 4338 ครั้ง
All models of Roadman and superior model Monox. As for Roadman, there were two frame sizes for 26 * 1-3/8 wheel model, and five frame sizes for 27 * 1-3/8 wheel model. All of the models were equipped with 2 front sprockets and 6 rear sprockets (12-speed).
RM-601 Frame size; 470 mm, weight; 13.7 kg, Frame color; 3
RM-602 Frame size; 500 mm, weight; 13.7 kg, Frame color; 3
RM-701 Frame size; 480 mm, weight; 13.8 kg, Frame color; 3
RM-702 Frame size; 520 mm, weight; 13.9 kg, Frame color; 4
RM-703 Frame size; 540 mm, weight; 14.0 kg, Frame color; 5
RM-704 Frame size; 560 mm, weight; 14.1 kg, Frame color; 4
RM-705 Frame size; 585 mm, weight; 14.2 kg, Frame color; 2
ข้อมูลและความเห็นส่วนตัวเพื่อแชร์เพื่อนๆ
- ตอบรวมครับ รอบวงเลย ที่จริงน่าจะชื่อกระทู้ ว่าอยากเอา
Bridgestone Roadman ออกทัวริ่งต้องทำอย่างไร เตรียมอะไร ดัดแปลงเฟืองต้องทำไหม
- ด้านบนที่ผมยกมาเป็นสเป็ค
Bridgestone Roadman จากโรงงาน ชื่อก็บอกแล้วว่า
คนถนน (RoadMan) ความอึดของรถก็ น้องนางเนื้อแน่นคนที่แบกจักรยานในรูปนั่นแหละ คือ สวย ทน อืด กล้าม พอประมาณ แต่ไม่ได้แกร่งแบบทหารหญิง รถBridgestone Roadmanตัวนี้เช่นกัน สวย อึด ปั่นได้บนถนนทริปไกลๆ ทางราบๆ พันกิโล หมื่นกิโล ได้หมด จานหน้ามีแค่สองใบ แต่ถ้าไปขึ้นเขาก็ซ้อมเข็นเยอะ ๆๆ กว่าชาวโลก หน่อย

-เห็นตั้งกระทู้แล้วผมนึกถึงตัวเองตอนอยากเล่นทัวริ่ง มีทุนซื้อตอนนั้นได้สับถัง Fuji Olimpic จานหน้าสามใบ -- หลังห้าใบ 15 เกียร์โบราณ ถามใครๆที่เป็นผู้รู้ล้วนตะโกนห้าม ห้ามแบบโน้น แบบนี้ ออกทัวริ่งไม่ได้สาระพัด ผมก้อเชื่อกูรูเหล่านั้นนะ แต่ผมไม่ปฎิบัติตามเด็ดขาด ฝันใครก็ฝันมัน มัวแต่ถามชาวบ้านก็อดทำฝันพอดี
- อยากบอกเพื่อนๆ ที่ใช้รถวินเทจน์ ล้อ 26x(1 3/8) หรือ 27 x (1 3/8) ก็ตามที ไม่ต้องแปลงครับ ห้ามแปลง แปลงแล้วเสียรถ แปลงแล้วเสียเงินร่วมหมื่น อยากทัวร์ปั่นเลย ที่สำคัญให้ช่างตรวจซางและคอตะเกียบ และรอยร้าวของเฟรมให้ดีก่อนเพราะเป็นจุดอ่อนของรถแฮนด์เมดประเภทนี้
- หากยอมเหนื่อยกว่ารถทัวริ่งแท้ๆ ก็ซ้อมครับ แล้วลุย ไปได้แต่เหนื่อยกว่า แต่หากคุณเป็นคนหนุ่ม พลังหนุ่มจะแรงกว่าเกียร์ ไม่ต้องดัดแปลงใดใด หากไม่กลัวเมื่อย ใจถึงๆ ลุยได้ แต่เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากคอรถหัก หรือตะเกียบหัก หรือซางหัก วึ่งอันตรายถึงตายหากเกิดตอนลงเขา รื้อออกมาตรวจก่อนออกใช้ทัวริ่ง เพราะเมื่อออกทัวร์จักรยานจะกลายเป็นอวัยวะหนึ่งของคุณตลอดทั้งทริป ฉนั้นอย่าใช้อวัยวะที่ชำรุดในการออกทัวริ่งโดยเด็ดขาด เด้อครับ
- เริ่มจากวินเทจน์ แล้วอยากมาปั่นทัวริ่ง ผมเคยเป็นแบบพวกเรามาก่อน ใจรักที่จะทัวร์ เริ่มต้นต้องเอาแรงในตัวเข้าแลก แรงบันดาลใจสำคัญมากเพราะรถแบบนี้ เกียร์ระบบขับเคลื่อนมีข้อจำกัด หากดัดแปลงรถก็เสียเอกลักษณ์ของดีไซส์ สับถังเขียวในรูป ผมปั่นมาหลายทริป ปั่นลุยบ้าระห่ำใช้ได้เลย ปัจจุบันเกษียรณ์งานทัวร์แล้ว เพราะเก็บตังค์ซื้อทัวริ่งแท้ได้ตามใจหมายแล้ว และทัวริ่งแท้ๆสามารถเดินทางในเส้นทางได้ทุกประเภทเส้นทาง แต่เขียวสับถังผู้ทำให้ผมรู้จักคำว่าทัวริ่ง ปัจจุบันผมยังรัก และถนอมไว้ใช้นานๆ ปั่นสวยๆ ออกกำลังตอนเย็น และปั่นไปปารตี้กับเพื่อนบางโอกาส เอารูปมายืนยันว่ามือใหม่ทัวริ่ง ถ้าใจไปถึง รถมันก็ไปได้ แต่จะเหนื่อยกว่าชาวบ้านก็ช่างมันเถอะ แต่เหนือสิ่งอื่นต้องสนุกโดยปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุนะครับ จำไว้ว่ารถวินเทจน์แบบ Roadman ใช้กับทริปถนนราดยางเท่านั้นนะ แม้เหล็กจะเหนียว แต่เฟรมที่ผอมๆ ตะเกียบที่บางๆ ทัวริ่งอย่างมีสติ อย่าเอาไปลุยทางแทร็คแรงๆ หรือเวลาทิ้งดิ่งอินทนนท์ หรือร่องตัววีเขาใหญ่ เบรคๆยั้งมือด้วย เดี่ยวตะเกียบจะหัก ซางหัก อาจอันตรายร้ายแรง รักนะจึงเม้นท์ ขอตอบแค่นี้ โชคดี
