3 วัน 2 คืน (เชียงใหม่-ห้วยน้ำดัง-ม่อนแจ่ม-เชียงใหม่)
โพสต์: 13 ก.พ. 2013, 17:06
3 วัน 2 คืน ห้วยน้ำดัง ม่อนแจ่ม 10 – 12 กุมภาพันธ์ 2556
ต้องเริ่มท้าวความหลังจากที่ผมตั้งใจจะลดน้ำหนัก และร่างกายเริ่มแสดงอาการไม่ดีก่อนวัยอันควร ทั้งความดันสูง แถมด้วยยูริคในเลือดสูง ทำให้แค่การเดินห้างก็เหนื่อยสำหรับผมแล้วในเวลานั้น เวลาไปไหนจะต้องถามก่อนว่าเดินไกลหรือเปล่า เจ็บขาเจ็บเท้า เวียนหัว จนมีอยู่วันหนึ่ง ไปทำงานปรกติ เวียนหัวมาก จะอ้วกใส่คอมพิวเตอร์ให้ได้ในเวลานั้น จนต้องลาไปหาหมอ ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นความดันสูง เพราะปรกติไปหาหมอก็จะไปแค่ตอนป่วยเป็นหวัดธรรมดาก็นึกว่าสูงเพราะเป็นไข้ แต่วันนี้ไม่มีไข้ หมอเลยแนะนำให้ผมทานยาลดความดัน ก็กินยามาเรื่อยๆ และหมอก็นัดทุก 2 อาทิตย์เพื่อดูอาการ ผมก็ทานบ้าง ลืมบ้าง บางวันก็จะมีอาการเดิม เมื่อถึงเวลานัดในครั้งต่อมา ผมจึงถามหมอว่า นี่ผมต้องกินยาอีกนานไหมกว่าจะหาย หมอตอบกลับมาว่า ยาแค่บรรเทาอาการ ไม่ได้รักษาให้หายขาด พระเจ้าช่วย แล้วผมต้องกินยาตลอดชีวิตในวัย แค่ 30 นิดๆหรืออย่างไร หมอจึงแนะนำให้ลดน้ำหนัก
8-3-2012 วันแรกที่สมัครฟิตเนส ตั้งใจมากว่ารอบนี้ต้องกลับไปเป็นคนเก่าให้ได้ หลังจากปล่อยเนื้อปล่อยตัว ใช้ชีวิตสุขสบายมาเป็น 10 ปี ไม่ดูแลสุขภาพเลย นั่งๆนอนๆกินๆ อยู่อย่างงั้น หลังจากนั้น น้ำหนักผมลดลงมาเรื่อยๆ ตกเดือนละ 5 - 7 กิโลกรัม จาก 110 ลงมาถึง 85 รู้สึกกลายเป็นคนรักสุขภาพแล้วตอนนี้ ทั้งการใช้ชีวิต เหล้าเบียร์ไม่แตะ อาหารก็เลือกทาน ออกกำลังกาย 5-6 วันต่อสัปดาห์ แต่ผมเน้นเล่นกล้ามเนื้อช่วงบนซะเป็นส่วนใหญ่ พอไปลองเตะฟุตบอลปรากฏขาไม่มีแรง หลังจากนั้นก็เลยต้องเน้นที่ขาบ้างโดยการวิ่ง เริ่มจากจะลงวิ่ง 4 กิโลเมตรให้ได้ก่อน ก็ซ้อมมาเรื่อยๆ จนวิ่งได้ และขยับมา 10 กิโล จนลง 21 กิโลเมตรได้ในที่สุด แต่เวลาที่เราวิ่ง หลายคนมักจะบอกว่าเป็นกีฬาที่น่าเบื่อ และเวลากลับบ้านผมที่ อ.บางปะอิน จ.อยุธยา ก็จะเห็นชาวจักรยานปั่นตากแดดกันทุกครั้ง ผมว่ามันต้องมีอะไรดีแน่นอนกันการปั่น และมันยังเป็นการออกกำลังกายขาได้อีกทางด้วย หลังจากนั้น เดือนกันยายน 2555 ผมก็หยิบจักรยานคันนี้คันที่ผมซื้อมาแบบไม่มีความรู้เรื่องฟิตติ้งรถเลย แค่ชอบสี มีดิสเบรกแค่นี้พอแล้ว ซื้อมาตั้งแต่ยังไม่ได้ลดความอ้วน จนลดแล้วเลยสนใจจะปั่นจริงจังซะที เริ่มแรก 10 กิโลเมตร ลิ้นห้อยกลับบ้าน หลังจากนั้นถ้าไม่ติดอะไรก็จะกลับไปปั่นที่บ้านทุกวันอาทิตย์อย่างงี้ตลอด ปั่นจนติดใจ ซื้อเพิ่มทั้งทัวร์ริ่งวินเทจ และเสือหมอบ และก็เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ในเว็บแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งต้องขอบคุณทุกๆกระทู้ที่ทุกคนเอามาแชร์กัน มันเหมือนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เราหาไม่ได้ด้วยตัวเอง การเตรียมตัว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผมว่ามีประโยชน์มากครับ
หลักจากที่ผมลดน้ำหนักและฟิตร่างกายจนลงมาเหลือ 76 กิโลกรัมแล้ว ในเมื่อใกล้จะครบปีจึงอยากพิสูจน์ร่างกายและลองออกเที่ยวด้วยจักรยานสักครั้งในชีวิต จนประจวบเหมาะวันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันหยุดตรุษจีนของออฟฟิศ มีเวลา 4 วันจึงจะลองปั่นจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ให้ได้ภายใน 3 วัน โดยจองตั๋วเครื่องบินขากลับไว้เพื่อกดดันตัวเองว่าต้องไปให้ถึง 555 หลังจากนั้นก็ซ้อมปั่นปรกติ จนหลังปีใหม่ที่ผ่านมา ด้วยช่วงชีวิตดันเข้าไปอยู่ในช่วงปีชงของคนที่บ้าน และดันเกิดเหตุรถถูกชน 3 ครั้งติดๆ ในเวลา 2 อาทิตย์ พ่อกับแม่ผมถึงขั้นขอร้องว่ายกเลิกก่อนได้ไหมปีนี้ที่จะปั่นจักรยานไกลๆ ทำใจอยู่นานครับ สิ่งที่เราเตรียมไว้ เงินที่ซื้อของมาอัพรถ แรงที่ซ้อมไป นั่งเศร้าอยู่นานหลายวัน แล้วตั๋วละที่จ่ายตังค์ไปแล้ว เฮ้อ...
ผมเลยบอกที่บ้านว่าไม่เป็นไร ปีนี้ไม่ปั่นไปเชียงใหม่แล้ว แต่ขอไปเที่ยวเชียงใหม่ละกันเพราะเสียดายค่าตั๋ว(แต่แยบๆไปเล่นๆว่ากะจะเอาจักรยานไปปั่นออกกำลังกายที่เชียงใหม่ด้วย)
แล้ววันนั้นก็มาถึง จัดข้าวของ หาข้อมูลเล็กน้อยกะปั่นไปใกล้ๆตัวเมืองเตรียมของใส่กระเป๋าทัวร์ริ่งไปเต็มที่ด้วยความกลัวที่ไปคนเดียวและทริปแรกด้วย พลาดไม่ได้ขายหน้าแย่[album][/album]
ต้องเริ่มท้าวความหลังจากที่ผมตั้งใจจะลดน้ำหนัก และร่างกายเริ่มแสดงอาการไม่ดีก่อนวัยอันควร ทั้งความดันสูง แถมด้วยยูริคในเลือดสูง ทำให้แค่การเดินห้างก็เหนื่อยสำหรับผมแล้วในเวลานั้น เวลาไปไหนจะต้องถามก่อนว่าเดินไกลหรือเปล่า เจ็บขาเจ็บเท้า เวียนหัว จนมีอยู่วันหนึ่ง ไปทำงานปรกติ เวียนหัวมาก จะอ้วกใส่คอมพิวเตอร์ให้ได้ในเวลานั้น จนต้องลาไปหาหมอ ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นความดันสูง เพราะปรกติไปหาหมอก็จะไปแค่ตอนป่วยเป็นหวัดธรรมดาก็นึกว่าสูงเพราะเป็นไข้ แต่วันนี้ไม่มีไข้ หมอเลยแนะนำให้ผมทานยาลดความดัน ก็กินยามาเรื่อยๆ และหมอก็นัดทุก 2 อาทิตย์เพื่อดูอาการ ผมก็ทานบ้าง ลืมบ้าง บางวันก็จะมีอาการเดิม เมื่อถึงเวลานัดในครั้งต่อมา ผมจึงถามหมอว่า นี่ผมต้องกินยาอีกนานไหมกว่าจะหาย หมอตอบกลับมาว่า ยาแค่บรรเทาอาการ ไม่ได้รักษาให้หายขาด พระเจ้าช่วย แล้วผมต้องกินยาตลอดชีวิตในวัย แค่ 30 นิดๆหรืออย่างไร หมอจึงแนะนำให้ลดน้ำหนัก
8-3-2012 วันแรกที่สมัครฟิตเนส ตั้งใจมากว่ารอบนี้ต้องกลับไปเป็นคนเก่าให้ได้ หลังจากปล่อยเนื้อปล่อยตัว ใช้ชีวิตสุขสบายมาเป็น 10 ปี ไม่ดูแลสุขภาพเลย นั่งๆนอนๆกินๆ อยู่อย่างงั้น หลังจากนั้น น้ำหนักผมลดลงมาเรื่อยๆ ตกเดือนละ 5 - 7 กิโลกรัม จาก 110 ลงมาถึง 85 รู้สึกกลายเป็นคนรักสุขภาพแล้วตอนนี้ ทั้งการใช้ชีวิต เหล้าเบียร์ไม่แตะ อาหารก็เลือกทาน ออกกำลังกาย 5-6 วันต่อสัปดาห์ แต่ผมเน้นเล่นกล้ามเนื้อช่วงบนซะเป็นส่วนใหญ่ พอไปลองเตะฟุตบอลปรากฏขาไม่มีแรง หลังจากนั้นก็เลยต้องเน้นที่ขาบ้างโดยการวิ่ง เริ่มจากจะลงวิ่ง 4 กิโลเมตรให้ได้ก่อน ก็ซ้อมมาเรื่อยๆ จนวิ่งได้ และขยับมา 10 กิโล จนลง 21 กิโลเมตรได้ในที่สุด แต่เวลาที่เราวิ่ง หลายคนมักจะบอกว่าเป็นกีฬาที่น่าเบื่อ และเวลากลับบ้านผมที่ อ.บางปะอิน จ.อยุธยา ก็จะเห็นชาวจักรยานปั่นตากแดดกันทุกครั้ง ผมว่ามันต้องมีอะไรดีแน่นอนกันการปั่น และมันยังเป็นการออกกำลังกายขาได้อีกทางด้วย หลังจากนั้น เดือนกันยายน 2555 ผมก็หยิบจักรยานคันนี้คันที่ผมซื้อมาแบบไม่มีความรู้เรื่องฟิตติ้งรถเลย แค่ชอบสี มีดิสเบรกแค่นี้พอแล้ว ซื้อมาตั้งแต่ยังไม่ได้ลดความอ้วน จนลดแล้วเลยสนใจจะปั่นจริงจังซะที เริ่มแรก 10 กิโลเมตร ลิ้นห้อยกลับบ้าน หลังจากนั้นถ้าไม่ติดอะไรก็จะกลับไปปั่นที่บ้านทุกวันอาทิตย์อย่างงี้ตลอด ปั่นจนติดใจ ซื้อเพิ่มทั้งทัวร์ริ่งวินเทจ และเสือหมอบ และก็เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ในเว็บแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งต้องขอบคุณทุกๆกระทู้ที่ทุกคนเอามาแชร์กัน มันเหมือนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เราหาไม่ได้ด้วยตัวเอง การเตรียมตัว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผมว่ามีประโยชน์มากครับ
หลักจากที่ผมลดน้ำหนักและฟิตร่างกายจนลงมาเหลือ 76 กิโลกรัมแล้ว ในเมื่อใกล้จะครบปีจึงอยากพิสูจน์ร่างกายและลองออกเที่ยวด้วยจักรยานสักครั้งในชีวิต จนประจวบเหมาะวันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันหยุดตรุษจีนของออฟฟิศ มีเวลา 4 วันจึงจะลองปั่นจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ให้ได้ภายใน 3 วัน โดยจองตั๋วเครื่องบินขากลับไว้เพื่อกดดันตัวเองว่าต้องไปให้ถึง 555 หลังจากนั้นก็ซ้อมปั่นปรกติ จนหลังปีใหม่ที่ผ่านมา ด้วยช่วงชีวิตดันเข้าไปอยู่ในช่วงปีชงของคนที่บ้าน และดันเกิดเหตุรถถูกชน 3 ครั้งติดๆ ในเวลา 2 อาทิตย์ พ่อกับแม่ผมถึงขั้นขอร้องว่ายกเลิกก่อนได้ไหมปีนี้ที่จะปั่นจักรยานไกลๆ ทำใจอยู่นานครับ สิ่งที่เราเตรียมไว้ เงินที่ซื้อของมาอัพรถ แรงที่ซ้อมไป นั่งเศร้าอยู่นานหลายวัน แล้วตั๋วละที่จ่ายตังค์ไปแล้ว เฮ้อ...
ผมเลยบอกที่บ้านว่าไม่เป็นไร ปีนี้ไม่ปั่นไปเชียงใหม่แล้ว แต่ขอไปเที่ยวเชียงใหม่ละกันเพราะเสียดายค่าตั๋ว(แต่แยบๆไปเล่นๆว่ากะจะเอาจักรยานไปปั่นออกกำลังกายที่เชียงใหม่ด้วย)
แล้ววันนั้นก็มาถึง จัดข้าวของ หาข้อมูลเล็กน้อยกะปั่นไปใกล้ๆตัวเมืองเตรียมของใส่กระเป๋าทัวร์ริ่งไปเต็มที่ด้วยความกลัวที่ไปคนเดียวและทริปแรกด้วย พลาดไม่ได้ขายหน้าแย่[album][/album]