และแล้ววันนี้...ผมก็โดน...จนได้
โพสต์: 10 ก.พ. 2013, 21:23
ระหว่างปั่นกลับบ้านจากการออกทริป
พี่ๆน้องๆ แวะเข้าไปตีแบดที่ TOT
แต่ผมมีภารกิจทางบ้านเลยแยกกลับก่อน
ก่อนจะถึงสะพานข้ามถนนวิภาวดีตรง IT Square
ข้างหน้าประมาณร้อยเมตร ทางด้านซ้าย มีรถชลอจอด ผมเหลือบมองไปข้างหลังไม่เห็นมีรถตาม ก็เลยแซงออกทางขวา
แต่เนื่องจากรถเพิ่งชลอจอด ผมเลยแซงออกมาห่างนิดนึง เพื่อป้องกันคนที่ทะเล่อทะล่าเปิดประตูรถออกมาโดยไม่มอง
แต่พอพ้นมาได้หน่อยเดียว ยังไม่ทันได้กลับไปชิดซ้าย ก็มีเสียงดังโครม ผมกับรถก็ลงไปกองที่พื้น เดชะบุญที่ไม่มีรถตามมาชนซ้ำ เพราะตำแหน่งที่ผมลงไปกองตรงหน้ารถคู่กรณีขวางอยู่พอดี Honda City สีบรอนซ์ ทะเบียน ฎx 6085
มีผู้หญิงสามคนลงมาจากรถ คนขับอายุประมาณ 40-45 ปี คุณป้าอายุประมาณ 50-55 ปี และอาม่า อายุประมาณ 60+
ไม่มีคำถามว่าเจ็บตรงไหน ไม่มีคำขอโทษแม้สักคำ จากคนขับ มีแต่คุณป้า ที่คอยถามว่าเป็นไง เจ็บตรงไหน จะหาหมอไม๊
ผมยังจุก + มึน เลยไม่ได้พูดอะไร ระหว่างนั้น คนขับรถโทรตามประกัน และพี่ชาย ผมก็โทรหาพี่ๆที่เพิ่งแยกกันมาเมื่อสักครู่ บอกว่า ผมโดนรถชน สักพัก พี่ๆ เขาก็มาถึง หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานเคลมของสินมั่นคงก็มาถึง พร้อมกัับพี่ชายของคู่กรณี
ผมเริ่มหายจุก เริ่มสำรวจความเสียหายของคน + รถ
ปรากฏว่า คน ถลอกที่เข่าขวานิดเดียว กับไหล่ขวาด้านหลังอีกนิดหน่อย
รถ บาร์เอนด์ ครูด ตะแกรง ครูด ล้อหลัง คด
ระหว่างรอพนักงานเคลมทำเรื่องเอกสาร ผมก็พักอยู่ในร่ม เจ้าพี่ชายตัวดี ก็พูดกับน้องสาวประมาณว่า เราไม่ผิด ไม่ต้องไปสนใจ"มัน" (ใช้คำว่า มัน) แจ้งประกัน หรือไม่ก็แจ้งตำรวจไปเลย ผมก็เลยบอกไปว่า ไม่ใจดำไปหน่อยเหรอ แล้วคนเจ็บล่ะ จะไม่สนใจเลยหรือไง ทำไมใจดำอย่างนี้ เดี๋ยวนี้คนไทยมันแล้งน้ำใจกันขนาดนี้ เขาก็สวนว่า "ก็ให้ประกันเคลียร์แล้วไง พวกเขาน่ะ มีน้ำใจอยู่เเล้ว" คุณครับ คุณผิดเต็มๆ ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ความรับผิดชอบทางกฎหมายก็ส่วนหนึ่ง แต่ในแง่จริยธรรมและสามัญสำนึกมันก็น่าจะมีบ้างนะครับ
พอทำเรื่องเคลมเสร็จ ได้ใบเคลม คนมีน้ำใจกลุ่มนั้นก็เดินขึ้นรถ ขับออกไปหน้าตาเฉย ผมเลยปั่นจักรยานไปหาหมอที่ รพ. วิภาวดีเอง 555
เดี๋ยวมาต่อครับ ขอพาลูกนอนก่อน
พี่ๆน้องๆ แวะเข้าไปตีแบดที่ TOT
แต่ผมมีภารกิจทางบ้านเลยแยกกลับก่อน
ก่อนจะถึงสะพานข้ามถนนวิภาวดีตรง IT Square
ข้างหน้าประมาณร้อยเมตร ทางด้านซ้าย มีรถชลอจอด ผมเหลือบมองไปข้างหลังไม่เห็นมีรถตาม ก็เลยแซงออกทางขวา
แต่เนื่องจากรถเพิ่งชลอจอด ผมเลยแซงออกมาห่างนิดนึง เพื่อป้องกันคนที่ทะเล่อทะล่าเปิดประตูรถออกมาโดยไม่มอง
แต่พอพ้นมาได้หน่อยเดียว ยังไม่ทันได้กลับไปชิดซ้าย ก็มีเสียงดังโครม ผมกับรถก็ลงไปกองที่พื้น เดชะบุญที่ไม่มีรถตามมาชนซ้ำ เพราะตำแหน่งที่ผมลงไปกองตรงหน้ารถคู่กรณีขวางอยู่พอดี Honda City สีบรอนซ์ ทะเบียน ฎx 6085
มีผู้หญิงสามคนลงมาจากรถ คนขับอายุประมาณ 40-45 ปี คุณป้าอายุประมาณ 50-55 ปี และอาม่า อายุประมาณ 60+
ไม่มีคำถามว่าเจ็บตรงไหน ไม่มีคำขอโทษแม้สักคำ จากคนขับ มีแต่คุณป้า ที่คอยถามว่าเป็นไง เจ็บตรงไหน จะหาหมอไม๊
ผมยังจุก + มึน เลยไม่ได้พูดอะไร ระหว่างนั้น คนขับรถโทรตามประกัน และพี่ชาย ผมก็โทรหาพี่ๆที่เพิ่งแยกกันมาเมื่อสักครู่ บอกว่า ผมโดนรถชน สักพัก พี่ๆ เขาก็มาถึง หลังจากนั้นไม่นาน พนักงานเคลมของสินมั่นคงก็มาถึง พร้อมกัับพี่ชายของคู่กรณี
ผมเริ่มหายจุก เริ่มสำรวจความเสียหายของคน + รถ
ปรากฏว่า คน ถลอกที่เข่าขวานิดเดียว กับไหล่ขวาด้านหลังอีกนิดหน่อย
รถ บาร์เอนด์ ครูด ตะแกรง ครูด ล้อหลัง คด
ระหว่างรอพนักงานเคลมทำเรื่องเอกสาร ผมก็พักอยู่ในร่ม เจ้าพี่ชายตัวดี ก็พูดกับน้องสาวประมาณว่า เราไม่ผิด ไม่ต้องไปสนใจ"มัน" (ใช้คำว่า มัน) แจ้งประกัน หรือไม่ก็แจ้งตำรวจไปเลย ผมก็เลยบอกไปว่า ไม่ใจดำไปหน่อยเหรอ แล้วคนเจ็บล่ะ จะไม่สนใจเลยหรือไง ทำไมใจดำอย่างนี้ เดี๋ยวนี้คนไทยมันแล้งน้ำใจกันขนาดนี้ เขาก็สวนว่า "ก็ให้ประกันเคลียร์แล้วไง พวกเขาน่ะ มีน้ำใจอยู่เเล้ว" คุณครับ คุณผิดเต็มๆ ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ความรับผิดชอบทางกฎหมายก็ส่วนหนึ่ง แต่ในแง่จริยธรรมและสามัญสำนึกมันก็น่าจะมีบ้างนะครับ
พอทำเรื่องเคลมเสร็จ ได้ใบเคลม คนมีน้ำใจกลุ่มนั้นก็เดินขึ้นรถ ขับออกไปหน้าตาเฉย ผมเลยปั่นจักรยานไปหาหมอที่ รพ. วิภาวดีเอง 555
เดี๋ยวมาต่อครับ ขอพาลูกนอนก่อน





